ไวโอลินรีบซับน้ำตาที่เลอะเปรอะเปื้อนพวงแก้มทั้งสองข้างของตัวเอง ก่อนที่เขาจะรู้สึกสมเพชเธอไปมากกว่านี้
"ฟืด~" เธอสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ เพื่อข่มอารมณ์แล้วลุกขึ้นจากโซฟา เม้มปากเบา ๆ ก่อนจะพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครืออยู่เล็กน้อย
"ฉันจะขึ้นไปบนห้อง เชิญคุณรอฮอร์นกับไมค์ข้างล่างตามสบาย ขอตัวก่อนนะคะ" ไวโอลินเดินกลับไปที่บันได แต่ทว่าพันเจียกลับพุ่งเข้าไปขวางทางเธอเอาไว้
"เดี๋ยวสิ" แค่เขายืนกันท่า คนตัวเล็กก็ไปไหนไม่รอด เพราะถูกตันทางเอาไว้ เธอพยายามหาทางเลี่ยง แต่ก็ถูกเจ้าของร่างสูงตามเข้ามาขวางแล้วคว้าเรือนร่างของเธอเอาไว้
หมับ!
"ปะ...ปล่อยนะ!" ไวโอลินร้องลั่นพยายามดิ้นสู้ให้หลุดจากพันธนาการของเขา ทว่าพันเจียที่ไม่รู้จะทำยังไงให้เธอหยุดได้แล้ว จึงดึงเธอเข้ามาจูบอย่างดุดัน
"ยะ...อย่านะ! อื้อ~"
พลั่ก!
ไวโอลินดื้อดึงไม่ยอมทำตามปรารถนาของพันเจียอีกต่อไป เธอผลักไสร่างกายของเขาให้ไกลห่าง แล้วยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดบริเวณเรียวปากนุ่มนิ่มของตัวเองด้วยความไม่ชอบใจแบบสุด ๆ
แต่คราวนี้พันเจียไม่สน ปราดเข้าไปอุ้มร่างแล้วพาเธอขึ้นไปที่ห้องชั้นบนในทันที ไวโอลินตกใจร้องลั่น!
วืดดด~
“ไม่นะ! ปล่อยฉัน...นายไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้นะ”
พันเจียไม่ฟังคำอุทรณ์ใด ๆ จากเธอ ผลักประตูเข้าไปในห้องนอนของคนตัวเล็กกว่าอย่างถือวิสาสะ ในขณะที่เธอพยายามดีดดิ้นพล่านจนเขาต้องออกแรงแข็งขืนเพราะกลัวว่าเธอจะตกลงไปจากท่อนแขนแกร่งของเขา ท่ามกลางความหวาดหวั่นต่อการกระทำของคนทั้งสอง
พันเจียวางร่างของเธอลงบนเตียง แล้วขึงร่างนุ่มเอาไว้ด้วยฝ่ามืออันแข็งแกร่งทั้งสองข้าง ไวโอลินขยับขาดิ้นไปมา แต่ก็ต้านทานเรี่ยวแรงของเขาเอาไว้ไม่ได้
“พี่ชิน...อย่านะ!” ไวโอลินร้องห้าม น้ำตาคลอเบ้าอีกครั้ง ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลรินลงมาตามซีกแก้ม จากการออกแรงอุ้มเธอขึ้นมาชั้นสองอย่างทุลักทุเล เพราะไวโอลินดิ้นรนจนสุดกำลังแรงเกิด ทำให้เขายิ่งต้องใช้กำลังเพิ่มมากขึ้นเพื่อไม่ให้เธอตกลงไปที่พื้น
“ฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงคนนั้นของคุณ ได้โปรด...ปล่อยฉันเถอะค่ะ” ไวโอลินร้องขอ พันเจียส่ายหน้าไปมา เพราะจริง ๆ เขาก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรเธออยู่แล้ว เขาเพียงแค่ต้องการทดสอบอะไรบางอย่างเท่านั้น
“อย่าทำแบบนี้นะ ฉันไม่ยอมจริง ๆ ด้วย” ไวโอลินร้องไห้คร่ำครวญ ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างเธออย่างแทะโลมไปหมดทุกสัดส่วน
“ฉันมาที่นี่เพราะเธอ แต่เธอไม่เคยรักฉันเลยเหรอเจ้าหญิง” เขาถามสีหน้าจริงจัง
ไวโอลินน้ำตาไหลริน เธอหายใจได้แบบไม่ทั่วท้อง เพราะกลัวว่าเขาจะฉวยโอกาสทำเรื่องอย่างว่ากับเธออีกครั้ง
“ฉันไม่รู้~ ฉันรู้แค่ว่าพี่ชินเขาดีกับฉัน ในตอนนั้นฉันอยากเจอเขา ตอนนั้นนอกจากพี่เลิฟแล้ว ก็มีแค่พี่ชินเท่านั้นที่ยอมตามใจฉัน แต่ฉันเองก็ยังเด็กมาก ๆ ไม่รู้ว่าคำพูดที่ฉันเคยขอให้คุณมาอยู่ที่นี่ มันจะผูกมัดความรู้สึกของคุณ…ฉันขอโทษ ขอโทษกับทุกอย่าง ขอโทษที่จำคุณไม่ได้ และขอโทษที่ฉันคบกับฮอร์น แทนที่จะรอคุณ” ไวโอลินน้ำตาไหลพราก
“เธอรักฮอร์น...ใช่ไหม” พันเจียถามเธอตรง ๆ ไวโอลินไม่รู้จะตอบยังไงดี เพราะหัวใจของเธอมีแค่พันเจียคนเดียวเท่านั้น แต่เพราะเขาไม่ได้รักเธอ
ไวโอลินไม่รู้ว่าเธอควรจะตอบยังไงได้แต่นิ่งปล่อยให้ความเงียบ เข้ามาครอบงำทั้งคู่เอาไว้นานนับนาที
ชายหนุ่มเอื้อมมือแกร่งข้างหนึ่งลูบไล้ที่ปอยผมเส้นเล็กของเธออย่างอ่อนโยนด้วยความทะนุถนอม ไวโอลินจ้องมองเขาใจเต้นรัว หายใจติดขัด เพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะเผลอตัวไปกับเขาอีกครั้ง
“ฉันรักเธอ เจ้าหญิงของฉัน” พันเจียพูดเสียงแผ่ว แล้วโน้มตัวลงมาจูบไวโอลิน เธอหลับตาลงน้ำตาไหลรินพลางพูดออกมาเสียงเบา ๆ ด้วยว่า
“ฉันไม่ใช่เจ้าหญิง และฉันไม่ได้รักพี่ค่ะ...พี่ชิน” พันเจียชะงักงัน ไม่กล้าที่จะสัมผัสตัวของเธออีก
เขาผละออกจากร่างของเธอ แล้วลุกออกจากเตียง ทว่ายังคงยืนหันหลังให้แล้วพันแขนเสื้อที่ตกลงมาที่ข้อมือแกร่งระหว่างอุ้มร่างเธอมาที่ชั้นสองขึ้นมาไว้ที่ต้นแขนอย่างลวก ๆ
ก่อนที่ไวโอลินจะพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง แล้วมองแผ่นหลังของเขาด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดหัวใจ
เธอรักเขา เพราะว่าเขาคือผู้ชายที่ชื่อพันเจีย ในขณะที่เธอไม่ได้มีความทรงจำของพี่ชินหลงเหลืออยู่เลย แต่สำหรับพันเจียนั้น เขารักเด็กผู้หญิงในวัยห้าขวบเท่านั้น ไม่ใช่ไวโอลินในตอนนี้
ปริ๊น ~ ปริ๊น ~ ปริ๊น ~
เสียงแตรดังมาจากหน้าบ้าน เป็นป้าของไวโอลินที่ไปธุระกลับมา พร้อม ๆ กับฮอร์นที่ไปรับไมค์มาที่นี่มาถึงในเวลาไล่เลี่ยกันพอดิบพอดี พันเจียหันไปเห็นที่หน้าต่างกระจก ชำเลืองตามาหาเธอนิดหน่อยพร้อมพูดว่า
“ต่อไป...ฉันจะไม่ถามเธอถึงเรื่องพวกนี้อีก และเราจะทำทุกอย่างให้เป็นปกติ รีบล้างหน้าล้างตา และลงไปข้างล่าง ฉันจะลงไปรอพวกเขาก่อน ส่วนเธอค่อยตามลงไป” พูดจบ พันเจียเดินเปิดประตูห้องแล้วเดินออกไป
ไวโอลินรีบปาดน้ำตาของตัวเอง แล้วเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ ในระหว่างที่ร่างสูงของพันเจียเดินลงมาด้านล่าง เห็นป้าเพิ่งลงจากรถรีบออกไปช่วยหิ้วของที่ถือมาพะรุงพะรังเต็มสองไม้สองมือ
“สวัสดีครับคุณป้า ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยครับเนี่ย” พันเจียเดินตรงเข้าไปช่วยหิ้วของด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
คุณป้ายิ้มกว้างให้อย่างเอ็นดูพลางตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มนวล“สวัสดีจ้ะลูก ชินช่วยป้าทีนะ พอดีไมค์มาเลยให้ป้าจัดเลี้ยงรับไวโอลินกลับบ้านจ้ะ”
ป้าบอก พันเจียพยักหน้าพลางยิ้มให้ด้วยความเต็มใจ
“ครับ...เดี๋ยวผมช่วยเป็นลูกมือเองครับ”
“ดีจ้ะ...ไม่รีบไปไหนใช่ไหมจ๊ะ อยู่งานเลี้ยงด้วยกันเลยนะ”
“ครับคุณป้า” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มรับผู้เป็นป้าพลางหิ้วของ
“เฮ้! ชิน...หายดีแล้วเหรอ” ไมค์โบกมือทักทาย ขณะที่เดินลงมาจากรถ พันเจียหันไปมองแล้วยักคิ้วให้
“โอเคขึ้นแล้วล่ะ ว่าแต่นายเหอะ...โอเคใช่ไหม”
“โอเคดิ ได้มาพักผ่อนที่นี่สบายจะตาย ถึงว่าพวกนายพากันหนีมาไทยหมด” ไมค์เดินเข้ามาช่วยพันเจียหิ้วของ ขณะที่ฮอร์นเดินไล่หลังเข้ามา
“ไวโอลินล่ะ” ฮอร์นหันไปถามพันเจียที่คิดว่าเธอน่าจะอยู่กับเขา พันเจียหันไปมองที่บันไดชั้นบนแล้ว หันมามองหน้าฮอร์นก่อนตอบ
“น่าจะเข้าห้องน้ำอยู่นะ เดี๋ยวคงตามลงมา” พันเจียบอกแล้วเดินถือของเข้าไปในครัว พร้อม ๆ กับคุณป้าและไมค์ ปล่อยให้ฮอร์นยืนครุ่นคิดอยู่ด้วยความสงสัยกับคำพูดที่ว่า เดี๋ยวคงตามลงมา แปลว่า พันเจียขึ้นไปด้านบนมาหรือยังไงกัน เขาคิด
สักพักไวโอลินเดินตามลงมา เธอล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนชุดใหม่ เป็นชุดกระโปรงที่ดูน่ารักสดใส แล้วเข้าไปหาป้าที่อยู่ในครัว โดยมีฮอร์น ไมค์ และ พันเจีย คอยเป็นลูกมือ
“เฮ้...ไมค์ สบายดีใช่ไหม” เสียงหวานสดใสเอ่ยคำทักทาย
“ว้าว...วันนี้แต่งตัวสวยเชียวนะ” ไมค์หันมายิ้มให้ ไวโอลินยักคิ้วหลิ่วตาแล้วพูดว่า
“ป้าคะ...วันนี้ทำอะไรทานมั่งคะเนี่ย”
“ก็เยอะแยะเลยนะ มีของโปรดหนูด้วย มีของชิน ของฮอร์น ของไมค์ มีทุกอย่างสำหรับทุกคนเลยจ้ะ” ป้าหันมายิ้มอย่างมีความสุข ไวโอลินเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก่อนที่ป้าจะดึงเธอเข้ามาหอมที่ขมับฟอดหนึ่ง
“ไปช่วยพี่ชินแกะกุ้งทีสิ เราจำได้ไหม ว่าพี่เขาชอบทานอะไร”
ป้าถาม ทั้งเธอ ฮอร์น และ พันเจีย ต่างพากันอึกอักทำอะไรไม่ถูก โดยเฉพาะฮอร์น ที่อยู่ ๆ ป้าของเธอ ก็ดูท่าทางว่าจะพยายามให้หลานสาวได้กลับมาสนิทสนมกับพันเจียอีกครั้ง
“เอ่อ...ป้าคะ ลินไม่ชอบแกะกุ้งค่ะ ขอช่วยฮอร์นล้างผักนะคะ” ไวโอลินพยายามเลี่ยง พันเจียได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกไม่พอใจนัก ฮอร์นหันมาสบตาเธอ แล้วยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย
“มาสิ..ฉันกำลังอยากได้ลูกมืออยู่พอดี” ฮอร์นพยักหน้าหงึก ๆ เรียกเธอให้เข้ามาช่วย ในขณะที่ไมค์เห็นความตึงเครียดเริ่มคุกรุ่น ทำให้เขาเปลี่ยนประเด็นในการสนทนาขึ้นมาใหม่
“จริงสิ...เย็นนี้ฉันให้ฮอร์นโทรตาม โชยะ พี่ชายของนายมาแล้วนะชิน แล้วก็ยังมีบราวนี่ เพื่อนของไวโอลิน ฟาน ไฮน์ สตีฟด้วย ถือเป็นการเลี้ยงฉลองที่สตีฟหายดีด้วยเลย” ไมค์บอก พันเจียหันมาแล้วยกยิ้มขึ้นอย่างฝืน ๆ
“อืม...ก็ดีนะ คนเยอะ ๆ จะได้สนุก” พันเจียพูด น้ำเสียงประชดประชัน เพราะดูแล้ว เหมือนเขาจะเป็นส่วนเกินของงานเลี้ยงคืนนี้ซะมากกว่า ฮอร์นหันไปหาพันเจีย ก่อนจะถามพันเจียออกมาว่า
“ได้ยินพี่ชายนายบอกว่านายจะไปเยอรมัน ไปอยู่ที่นั่นเลยใช่ไหม” ฮอร์นถามเสียงเรียบ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเขาระหว่างที่เอ่ยประโยคสนทนานั้นออกมา
ไวโอลินที่ได้ฟังก็ตกใจทำแคร์รอตที่กำลังล้างอยู่หล่นลงสู่พื้น
ไมค์ที่เผอิญหันไปเห็นอากัปกิริยาบางอย่างของไวโอลินก็พอจะเดาออก ว่าเธอน่าจะรู้สึกตกใจกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย ท่าทางแปลก ๆ ของหญิงสาว ทำให้ไมค์สงสัยว่าความจำก่อนหน้านี้ของเธอนั้น หายไปจริง ๆ หรือ มันกลับคืนมาแล้วกันแน่
“เฮ้...ยังไม่หายดีอีกเหรอ มือไม้อ่อนเชียวนะ” ไมค์แกล้งแซว แล้วก้มลงหยิบแคร์รอตส่งให้กับมือของเธอ
“เปล่านะ พอดีคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่ นายอย่ามาจับผิดฉันสิ” ไวโอลินหันไปจ้องหน้าไมค์อย่างเคือง ๆ
ขณะที่พันเจียได้ยินคำถาม ซึ่งเขาไม่อยากจะพูดถึงมันเสียเท่าไหร่ ทำให้เขาจำใจบอกออกไปว่า “ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ฉันคงจะเดินทางสัปดาห์หน้าเลย” พันเจียบอก
ป้าหันมาถาม “นี่เราจะไปอยู่ที่นั่นถาวรเลยเหรอจ๊ะ ชิน”
“ครับ คุณป้า...เท่าที่คุยกับทนายของคุณพ่อ ท่านอยากให้ผมกลับไปอยู่ที่นั่นเลย”
ฮอร์นกระตุกยิ้มออกมาเล็ก ๆ แล้วชำเลืองสายตาไปหาไวโอลินพลางพูด
“งั้นเย็นนี้ ก็ถือว่าเลี้ยงส่งชินไปด้วยเลยนะดีไหมครับ คุณป้า”
คุณป้าหันมายิ้มให้อ่อน ๆ ครั้นคิดไปแล้วก็ใจหายอยู่เหมือนกัน เพราะนี่ก็เพิ่งจะได้กลับมาเจอกันแท้ ๆ แต่ดูเหมือนก็ต้องจากกันอีกจนได้
“ดีจ้ะ ยังไงป้าขอให้เราเดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ ยังไงก็กลับมาเยี่ยมกันบ้างนะ ชิน”
ไวโอลิน และ พันเจียได้แต่ยืนนิ่ง หลังจากที่ป้าพูดจบ ส่วนไมค์นั้นเริ่มคิดแล้วว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลระหว่างเพื่อนทั้งสามคนของเขา ทั้งฮอร์น พันเจีย และไวโอลิน ทำให้เขาต้องหาทางรู้เรื่องนี้ให้ได้
เย็นวันนั้น
งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในแบบบุฟเฟ่ต์ โดยมีอาหาร และ เครื่องดื่มทั้งแบบไทย และ อิตาเลี่ยนพร้อมเสิร์ฟตลอดงาน
แขกเหรื่อมากันครบ ทั้งโชยะ บราวนี่ ฟาน ไฮน์ และ สตีฟ ทุกคนมีของขวัญติดไม้ติดมือมาด้วยอย่างละเล็กละน้อย เพื่อต้อนรับการกลับมาของไวโอลิน เป็นอาหารเสริมบำรุงร่างกาย บ้างก็เป็นนม และ ผลไม้
ไวโอลินรับด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ในใจของเธอนั้น รู้สึกไม่ดีเสียเท่าไหร่นัก ที่รู้ว่างานเลี้ยงคืนนี้ จะเป็นงานเลี้ยงอำลาของพันเจีย ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ทั้งเธอและเขาจะได้พบกันอีก