เขาพบขวดบางอย่างสามขวด เมื่อเขาหยิบขึ้นมาดูก็มีตัวอักษรเขียนไว้ด้านข้างว่ายาสมานแผลและมันมีถึงสองขวด ส่วนอีกขวดหนึ่งไม่มีรายละเอียดอะไรเลย
เขาจึงเก็บขวดนี้เอาไว้เพราะไม่กล้าที่จะเสี่ยง หากมันเป็ยาพิษเื่ราวทั้งหมดก็จบกันตรงนี้ กอนเทยาลงไปบนแผลรอบตัวเขา จนเกิดความแสบเกินจะบรรยาย ทำให้เขาเกรงไปทั้งตัว เสียงกรีดร้องของกอนดังออกไปจนถึงปากเหว
กอนสำรวจของที่อยู่ในแหวนอีกรอบก็พบมีดสั้นอยู่ในนั้นด้วย นอกจากนี้แล้วก็ไม่มีของใช้อะไรเลย
“ยังพอมีดีอยู่บ้าง อย่างน้อยก็คงได้ใช้ประโยชน์จากเล่มมีดนี่ละนะ” กอนพึมพำออกมาเบาๆ ั้แ่ฟื้นขึ้นมาเขาแหกปากกรีดร้องออกมาจนนับไม่ถ้วน เขาสวมแหวนคลังเอาไว้ที่นิ้วกลางข้างซ้าย และชูมือขวาที่ถือผลึกเรืองแสงอยู่ ส่องกวาดไปรอบๆ ถ้ำอีกที
และมันก้ทำให้พบของบางสิ่งที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมวางไว้เยื้องไปข้างหลังของโครงกระดูก กอนจึงเอื้อมมือซ้ายไปหยิบขึ้นมาแล้วเป่าฝุ่นออกไป สิ่งที่หยิบมานี้มันคือหนังสือหน้าปกเขียนไว้ว่า
“เคล็ดปราณไร้ลักษณ์”
“ปราณไร้ลักษณ์ .....มันคืออะไร” เขากล่าวออกมาเบาๆ ด้วยความสงสัย ซึ่งในทวีปส่วนใหญ่นั้นลมปราณไม่เป็ที่รู้จักของผู้คนเลย ผู้คนในทวีปต่างๆ จะใช้พลังธาตุเป็หลัก คำว่าปราณสะกิดให้เขาเกิดความสนใจไม่น้อย กอนจึงรีบเปิดอ่านมันในทันที
“ข้า หลินเทียน ถูกลอบวางยาพิษและถูกพวกมันยังตามล่ามาจนถึงประเทศนี้จนกระทั่งข้าพลาดท่าตก ลงมาในหุบเหวแห่งนี้ ข้ารู้ดีว่าพิษนี้เป็พิษร้ายแรง ไม่สามารถใช้ลมปราณขับออกมาได้ หนำซ้ำข้ายังไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะทำยาเพื่อชะลอพิษ และข้ารู้ตัวว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน ข้ามาจากทวีปทางตะวันออก มันห่างไกลจากทวีปมืดมากนัก การเดินทางมาทวีปนี้ข้าใช้เวลาหลายปีกว่าจะมาถึง เราเรียกทวีปของเราว่าลิ่วหลง บ้านเกิดข้าอยู่ที่เมืองฉิงหลู่ย ข้าออกเดินทางั้แ่หนุ่มเดินทางมากมายผ่านมาแล้วหลายทวีป สุดท้ายก็มาทิ้งชีวิตในทวีปนี้ ก่อนที่จะตายข้าจึงเขียนวิชานี้เอาไว้เพื่อไม่ให้มันสูญหายไป หวังว่า์จะเมตตาวิชานี้ แน่นอนว่าหากข้าเขียนเป็ภาษาบ้านเกิดของข้า ผู้ที่พบวิชาซึ่งอยู่ในทวีปนี้คงอ่านไม่ออก ข้าจึงเขียนมันด้วยภาษาของทวีปนี้ หากผู้ใดพบเจอถือว่ามีวาสนาต่อกัน และ้าฝึกฝนวิชานี้ ให้คุกเข่าคำนับศพข้าสามครั้ง”
ตัวหนังสือที่ขีดเขียนจากถ่านแม้มันเริ่มจะเลือนรางแต่ยังอ่านได้อยู่ เขาอ่านมันไปเรื่อยๆ มันเป็เป็วิชาที่แปลกมากสำหรับเขา เพราะั้แ่ได้อ่านหนังสือมามากมายจากห้องของฟรองเขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย
คำว่าลมปราณนั้นต่างจากพลังธาตุ ทว่ามันก็คือพลังงานอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งหลินเทียนได้เขียนอธิบายไว้หมดแล้วว่า ลมปราณคือพลังชีวิตในร่างกาย สามารถเพิ่มพูนได้จากการซึมซับพลังงานจากธรรมชาติ ลมปราณสามารถโคจรไปยังจุดต่างๆ เพื่อเพิ่มพละกำลังให้กับตัวเองได้ อีกทั้งยังใช้โจมตีภายในร่างกายได้อีกด้วย
ลมปราณขั้นเริ่มต้นจะปรับสภาพร่างกายให้แข็งแรงกว่าคนที่ไม่ได้ฝึกถึงสามเท่า และจะเพิ่มพูนทุกครั้งเมื่อก้าวสู่ ชั้นถัดไป ด้วยรายละเอียดที่เขาพึ่งอ่านก็กลายเป็ความหวังใหม่
“ถ้าหากเป็วิชานี้เราต้องฝึกได้แน่ๆ เพราะมันไม่เกี่ยวกับพลังธาตุ ไม่ต้องห่วงเื่อาการเ็ปตอนควบคุมพลังธาตุ รายละเอียดเกี่ยวกับลมปราณก็มีไว้ให้หมดแล้วทั้งวิธีฝึกทั้งข้อมูล ผู้าุโรอบคอบมากจริงๆ ” กอนอ่านไปยิ้มไปเพราะในที่สุดเขาก็เจอวิชาที่สามารถยกระดับของตัวเองได้ซักที
พลังปราณ มีธาตุสองธาตุ ร้อน และ เย็น
มีสองประเภท อ่อนหยุ่น และ แข็งกร้าว
ลำดับปราณ
1.ปราณเริ่มต้น 3 ขั้น
ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดา 3เท่า โคจรลมปราณเพื่อป้องกันการโจมตีตามปกติ ใช้ลมปราณลดแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เพิ่มอายุขัย 20 ปี
2.ปราณพื้นฐาน 5 ขั้น
ร่างกายแข็งแกร่งกว่าเดิม 2 เท่า ยกระดับประสาทััทั้งหมด ผนึกปราณตามร่างกายเพื่อใช้โจมตีหรือป้องกันการโจมตีจากปราณ เพิ่มความสามารถต่างๆ ตามอวัยวะที่ผนึกปราณเข้าไป สามารถผนึกปราณเข้ากับอาวุธและยุทธภัณฑ์เพื่อใช้โจมตีหรือป้องกันได้ เพิ่มอายุไข 50 ปี
3.ปราณก่อเกิด 10 ขั้น
ร่างกายแข็งแกร่งกว่าเดิม 2 เท่าโคจรลมปราณรักษาร่างกาย ใช้ลมปราณโจมตีระยะไกลได้ กางม่านลมปราณเพื่อใช้ตรวจสอบ สามารถช่วยผู้อื่นบรรลุลมปราณเริ่มต้น เพิ่มอายุไข 80 ปี
4.ปราณธรรมชาติ 15 ขั้น
ร่างกายแข็งแกร่งกว่าเดิม 3 เท่า ดูดซับลมปราณจากธรรมชาติได้ตลอดเวลา ความอยากอาหารน้อยลงเนื่องจากสามารถดูดลมปราณธรรมชาติเป็พลังงานให้กับร่างกายแทนการทานอาหารได้ เพิ่มอายุไข 100 ปี
5.ปราณพิภพ 20 ขั้น
ร่างกายแข็งแกร่งกว่าเดิม 4 เท่า ความหนาแน่นของลมปราณมากกว่าเดิมสองเท่า ลมปราณช่วยฟื้นฟูอาการาเ็เร็วกว่าเดิมสามเท่า อายุไขเพิ่มขึ้น 150 ปี
6.ปราณฟ้า 30 ขั้น
ร่างกายแข็งแกร่งกว่าเดิม 5 เท่า เหาะเหินเดินอากาศด้วยลมปราณได้ อายุไขเพิ่มขึ้น 200 ปี
7..มรรคา์ ในขั้นนี้ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ในหนังสือเขียนไว้เพียงแต่ว่า มันเป็ดั่งตำนานที่เล่าขานกันมาเท่านั้น
การฝึกฝนลมปราณมีข้อดีอย่างยิ่ง ทั้งทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นและหากบรรลุถึงขั้นถัดไปก็จะสามารถยืดอายุ ของผู้ฝึกไปด้วย จากรายละเอียดที่เขียนนี้ทำให้ความหวังที่้าเปลี่ยนแปลงตนเองเป็จริงได้แน่ เมื่อเขาอ่าน รายละเอียดพื้นฐานหมดแล้วขั้นต่อไปคือเคล็ดปราณไร้ลักษณ์ หัวใจสำคัญที่จะทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป
“เคล็ดปราณไร้ลักษณ์ ไร้รูปแบบ ไร้แบบแผน ปรับเปลี่ยนพลิกแพลงไม่สิ้นสุด”
มันเป็คำเปรยในบรรทัดแรกของเคล็ดนี้ อีกทั้งยังมีรูปภาพและรายละเอียดวิธีโคจรลมปราณให้อย่างครบถ้วน เขาจึงค่อยๆ อ่านไปเรื่อยๆ
นอกจากเคล็ดปราณไร้ลักษณ์ยังมี วิชามวยไร้สิ้นสุด กับ วิชาท่าเท้าก้าวชมจันทร์ มวยไร้สิ้นสุดและท่าเท้าก้าวชมจันทร์
นั้น ก็มีทั้งรูปและคำอธิบายที่ละเอียดเช่นเดียวกันกับเคล็ดปราณไร้ลักษณ์ ซึ่งนับว่าง่ายแก่คนที่ไม่มีความรู้ในเื่ของลมปราณเลย ส่งผลให้สามารถฝึกฝนั้แ่เริ่มต้นได้ไม่ยากเย็นมากนัก
เท่าที่อ่านดูแล้วมวยไร้สิ้นสุดเน้นการตั้งรับเป็หลักและรอเวลาโจมตีสวนกลับแบบฉับพลัน ใจความสำคัญของวิชาก็คือการเคลื่อนไหวร่างกายเพียงเล็กน้อย แต่ก่อประโยชน์ให้ได้สูงที่สุด โดยใช้รูปแบบการหมุนเป็วงกลมในการก้าวเท้าหลบหลีกหรือการปัดป้องกระบวนท่า หากการเคลื่อนไหวไม่เป็วงกลมก็จะเป็ครึ่งวงกลมแทน
วิชานี้เพียงแค่ทำการบิดหมุนข้อต่อต่างๆ ของร่างกายเพียงเล็กน้อย มันก็ส่งผลอย่างมากในเวลาต่อสู้ กระบวนท่าต่างๆ สามารถพลิกแพลงท่าร่างตามสถานการได้ไม่รู้จบสมชื่อวิชา หากจะทำการโจมตีก็จะเน้นโจมตีอย่างรวดเร็วเข้าที่จุดอ่อนของศัตรูในบริเวณ หัวใจ ลิ้นปี่ และลำคอ
วิชานี้ถือว่าเป็วิชาที่ค่อนข่างอำมหิตพอตัว อีกทั้งยังครอบคลุมการใช้อาวุธได้หลายหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็ ดาบ กระบี่ กระบอง พลอง หอก แม้กระทั้งแส้ก็ยังสามารถใช้ร่วมกับวิชานี้ได้ได้
“กระบี่” ชายหนุ่มพึมพำออกมาด้วยท่าทางงงงัน เพราะผู้าุโหลินเทียนนั้นไม่ได้เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธ เอาไว้ มันคงเป็อาวุธที่ผู้คนในบ้านเกิดของท่านใช้กัน ส่วนอาวุธอย่างอื่นเขารู้จักอยู่แล้ว
ส่วนวิชาท่าเท้าชมจันทร์เป็ท่าเท้าที่ใช้ในการเคลื่อนไหวควบคู่ไปกับมวยไร้สิ้นสุดการ ลดการเคลื่อนไหวให้ น้อยที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง
หลักสำคัญคือการใช้การเคลื่อนไหวด้วยเท้า โดยการเปลี่ยนแปลงจุดวางเท้า การวาดเท้าเป็วงกลมในการต่อสู้ รวมถึงรูปแบบในการโคจรลมปราณลงที่เท้าและขาเพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเคลื่อนไหว
“หากฝึกเคล็ดปราณไร้ลักษณ์ถึงขั้นปราณพื้นฐานและมีวิชาพวกนี้เขาคงต่อกรกับผู้ควบคุมธาตุที่มีพลังธาตุิญญา ระดับิญญาหลอมรวมได้ไม่ลำบากมากแล้ว” เขาคิดในใจอย่างมีความหวังและอ่านมันต่อเรื่อยๆ
จนเมื่อเขาได้อ่านมันพอแล้ว หนังสือก็ถูกวางลงข้างตัวของเขา หลังจากทายาสมานแผลเข้าไปตอนนี้าแเริ่มดีขึ้นตัวแล้ว แต่อาการฟกช้ำภายในยังไม่หายไปมากเท่าไหร่นัก
“คงต้องรอให้แผลเริ่มทุเลาลงก่อนค่อยคำนับผู้าุโแล้วจึงฝึกวิชา” กอนค่อยๆ เอนตัวลงนอน ตอนนี้หนังตาของเขาเริ่มปิดลงอีกครั้ง