"พรุนขอแหวนเวทมนตร์! โฮป พรุนกับ ไฮเจนซันไฟล์ ฝากถ่วงเวลามันหน่อย แฟต ฝากสนับสนุนการจับตำแหน่งศัตรู ส่วนเยลโล่กับฉันจะหาทางช่วยชีวิตดิวซ์เอง! ”
ลิลลี่ออฟซิเดียนกางปีกภูติออกตัวบินในทันทีที่ออกคำสั่ง
"นี่ค่ะ"
"ขอบคุณมาก! "
แหวนกระตุ้นพลังได้ถูกถอดออกจากนิ้วที่เรียวงามของสตรีเผ่าั์ ก่อนจะถูกโยนข้ามผ่านอากาศมาทางเธอ
เ้าปีศาจตรงหน้าเริ่มบุกเข้าใส่ในเวลาเดียวกัน
มันไม่ใจดีพอที่จะรอให้อีกฝ่ายตั้งหลักโจมตีได้ก่อน
มันใช้ขาสองข้างที่แข็งแกร่งในการออกตัวบุกอย่างรวดเร็ว
ปลายดาบสองมือที่ยาวสองเมตรได้ถูกยื่นแทงตรงออกมา
แสงสว่างสีขาววิ่งตัดผ่านม่านยามราตรี
พร้อมกับที่เกิดประกายแสงสีฟ้าพุ่งเข้าใส่หมายจะปะทะต่อกร
เป้าหมายของปีศาจลึกลับคือภูติตัวน้อยผมสีเงินสั้น [เยลโล่คาร์เนชั่น]
ส่วนตรีศูลที่พุ่งแทรกเข้าขวางเพื่อปกป้องสหายมิตร คือการโจมตีสกัดกั้นด้วยฝีมือของเ้าหนุ่มยาจก [โฮป]
แต่ดาบสีขาวของปีศาจไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลงเลยแม้แต่น้อย
"เหวอ!? "
ตรีศูลที่แผ่รังสีแสงความร้อนได้ถูกตัดแยกออกเป็สองส่วนราวกับเป็เต้าหู้ ก่อนจะโดนกรงเล็บในมือขวาของเ้าอสูรข่วนใส่
"อั๊ก!? "
ร่างของโฮปถูกกรงเล็บอันแหลมคมโจมตีจนเสื้อคลุมสีเทากับเสื้อยืดสกปรกเก่าเก็บขาดวิ่น
หยาดโลหิตไหลสาดกระเซ็นออกมาเป็จำนวนมาก
เ้าอสูรไม่สนใจโฮปแล้วพุ่งใส่ภูติตัวน้อยต่อ
บางทีมันคง้าจัดการคนที่ดูอ่อนแอที่สุดก่อน
สตรีเผ่าั์รีบเข้ามายืนขวางตรงหน้าแทนที่ตำแหน่งของโฮป
โดยมีเผ่ามนุษย์นกขนสีขาวบินไล่ตามหลัง
เ้าอสูรฟันดาบจากบนลงล่างด้วยมือข้างซ้ายของมัน พร้อมกับที่กางกรงเล็บในมือขวาเตรียมเอาไว้
เป้าหมายคือการแยกเศียรของสตรีเผ่าั์ให้ขาดออกให้เป็สองท่อน
พรุนเกร็งกล้ามเนื้อแขนทั้งสองข้างจนแข็ง แล้วยกขึ้นสูงเหนือหัวต่างโล่
เผ่าั์นั้นมีความภาคภูมิใจในกายภาพอันแข็งแกร่ง
ผิวที่แข็งแกร่งของพวกเธอนั้น แม้แต่ลูกปืนหรือคมมีดก็ไม่อาจแทงทะลุร่างกายได้
แม้แต่รังสีแสงเลเซอร์อันคมกริบ ก็มิอาจจะกรีดผิวกายได้โดยง่าย
พรุนยกแขนทั้งสองข้างขึ้นสูงโดยเชื่อมั่นว่าจะรับเอาไว้ได้
"อันตราย! "
แต่ทว่าในตอนนั้นเองที่มีคนดึงร่างของเธอให้เบี่ยงออกไปจากวิถีของดาบ
ไฮเจนซันไฟล์ที่บินตามหลังมา ได้ใช้กรงเล็บขาทั้งสองข้างในการดึงตัวเธอออกมาจากทางด้านหลัง
เผ่ามนุษย์นกอย่างเธอนั้นไม่มีแขน พละกำลังเองก็แค่ถือว่าดีกว่าเผ่าภูติเพียงเล็กน้อย
แต่จุดเด่นของเผ่านี้คือการที่มีปีกและกล้ามเนื้อขาอันแข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีสัญชาตญาณอันเฉียบคม
เธอััได้ว่าดาบสีขาวเล่มนั้นมีความคมที่ไม่ธรรมดา
เพราะรู้สึกได้ถึงอันตราย จึงรีบหยุดการกระทำอันบ้าบิ่นของพรุนเอาไว้
คมดาบสีขาววิ่งเฉียดผิวแขนสีเขียวอ่อนของพรุน
"นี่มัน…"
ที่แขนของเธอมีาแเป็เส้นตรงยาวราวหนึ่งฟุตปรากฏขึ้น
ถึงจะเป็แค่ระดับาแเล็กน้อย แต่ดาบเล่มนั้นกลับสามารถกรีดลึกทะลุผ่านกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของเธอได้
ถ้าหากฝืนรับดาบไป คงได้ถูกแยกร่างออกเป็สองส่วนไปแล้ว
เ้าอสูรเริ่มโจมตีจังหวะสองโดยไม่คิดจะให้พวกเธอได้หยุดพักหายใจ
ภูติทั้งสองใช้่เวลาจังหวะที่อสูรหันเหไปสนใจทางอื่น บินทะยานตรงไปทางดิวซ์
ส่วนเผ่ามนุษย์มดเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่มนั้น ได้ใช้ความมืดยามราตรีกับเงาของผืนป่าในการดำดินหายตัวไปแล้ว
"เื… เืเต็มไปหมดเลย… ผะ… ผมใช้พลังภูติไม่เก่ง… จะ...จะทำยังไงดี? ปิว…? "
เยลโล่พูดออกมาอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นเืที่ยังคงไหลออกมาเป็น้ำพุไม่ขาดสายจากต้นคอผิวสีแทนตรงหน้า
"ไม่เป็ไร นายแค่ช่วยขยายพลังพอ เดียวฉันจะเป็คนผ่าตัดเองดอง! "
สตรีลูกครึ่งเผ่ามนุษย์ภูตินำมือทั้งสองข้างวางลงบนร่างกายของดิวซ์
ปีกภูติโปรงแสงใจกลางหลังเริ่มส่องเป็ประกาย
แหวนกระตุ้นพลังที่สวมลงบนนิ้วชี้ขวาเริ่มส่งประกายคลื่นไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อกับกระแสประสาทของเธอ
[อวัยวะปีกภูติ] หรือก็คือตัวปีกของภูติ เริ่มทำงานเพื่อรักษายื้อชีวิตของสตรีเผ่ามนุษย์
หัวใจภายในร่างกายของลิลลี่ออฟซิเดียนเริ่มสูบฉีดรุนแรง
ไขมันส่วนเกินที่ควรนำไปเพิ่มขนาดเสน่ห์ของหญิงสาวได้ถูกดึงออกไป
มันถูกเปลี่ยนเป็พลังงานกระตุ้นเซลล์ประสาทส่วนปลายของปีกภูติ
เซลล์ประสาทที่ปลายปีกเริ่มสร้างกระแสไฟฟ้า แล้วกระตุ้นเซลล์พิเศษเฉพาะของภูติขึ้นมา
เซลล์ที่ถูกสั่งการนั้นกำลังแผ่คลื่นแม่เหล็กกระจายออกมาในรูปแบบเฉพาะตัว
คลื่นรังสีแม่เหล็กนั้น ได้ถูกยิงไปที่เป้าหมายของการรักษา
ด้วยการฝึกฝนและความรู้ที่ถูกถ่ายทอดมาจากบิดาและมารดาของลิลลี่ออฟซิเดียน จึงทำให้เธอสามารถควบคุมความเข้มข้นรังสี และควบคุมให้รังสีเ่าั้ไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างเซลล์ระดับโมเลกุลด้วยพลังรังสีเหล่านี้ได้
ใช้รังสีฆ่าเชื้อโรคที่ทำลายร่างกาย
ใช้รังสีกระตุ้นเซลล์เพื่อเพิ่มอัตราการฟื้นฟูและรักษาโดยธรรมชาติ
ปรับโครงสร้างอะตอม ฝืนธรรมชาติแล้วสร้างเซลล์เม็ดเืแดง รวมไปถึงเพิ่มปริมาณออกซิเจน เพื่อมิให้สมองตายไปเสียก่อน
อีกทั้งยังมีเยลโล่ค่อยสนับสนุนอยู่ด้านข้าง เลยทำให้การผ่าตัดเวทมนตร์นี้ดำเนินเป็ไปได้ด้วยดี
ถึงหลักการฟังดูง่าย แต่คนที่นำทฤษฏีนี้ไปปฏิบัติจริงมีน้อยจนแทบนับคนได้
เพราะมันต้องเข้าใจโครงสร้างร่างกายเผ่ามนุษย์ เข้าใจโครงสร้างอะตอมของเซลล์ เข้าใจรังสีวิทยา เข้าใจในโครงสร้างโมเลกุลและอะตอม และต้องมีความสามารถในการควบคุมพลังภูติที่แม่นยำ
นี่ยังไม่นับถึงความสามารถที่ควบคุมพลังของสหายด้านข้างมาใช้เป็ของตนเองได้อีกด้วย
"สุดยอดไปเลยปิว! "
ดังนั้นเยลโล่คาร์เนชั่นจึงรู้สึกประทับใจความสามารถของสตรีลูกครึ่งมนุษย์ภูติคนนี้มาก
แต่ศัตรูของพวกเธอไม่ใช่พวกโง่เขลา
เ้าปีศาจสองขาขนสีทองที่กำลังใช้ดาบสีขาวสร้างรอยแผลลงบนร่างของเผ่าั์กับเผ่ามนุษย์นกตรงหน้า ระหว่างที่ต่อสู้แลกชีวิตกับศัตรู มันก็ใช้หางตาชำเลืองมองไปทางเ้าตัวน้อยสองคนที่กำลังส่องประกายแสง
ถึงไม่รู้ว่าพวกเธอกำลังทำอะไร แต่มันรู้สึกได้ว่าไม่อาจปล่อยไปแบบนี้ได้
ดังนั้นมันจึงเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายโจมตี
มันกวาดดาบไปที่พื้นเพื่อสร้างฝุ่นควันขึ้นสูง
ผู้ที่รั้งตัวศัตรูได้ถูกม่านฝุ่นดินบดบังวิสัยทัศน์จนคลาดสายตาไปจากศัตรู
"มันไปทางนั้นแล้วค่ะ! "
สตรีเผ่าั์รีบกรีดเสียงเตือนเพื่อนรักของเธอ
แต่เสียงนั้นไม่อาจส่งไปถึงหูของลิลลี่ออฟซิเดียน
เพราะว่าสมาธิของเธอมุ่งเน้นไปกับการรักษาสตรีตรงหน้าเท่านั้น
ราวกับว่าได้ปิดกั้นโลกทั้งใบออกไปจากการรับรู้ของเธอไปแล้ว
"ไม่เป็ไรค่ะ"
ดังนั้นจึงเป็หน้าที่ของสหายอีกคนที่ต้องช่วยปกป้องแผ่นหลังของเธอเอาไว้
แผ่นดินได้ยุบตัวลงตรงจุดที่เ้าอสูรหยั่งเท้าลงพื้น
ร่างของมันจมลึกลงไปถึงระดับเอวแทบจะในทันที
"พื้นที่โดยรอบนี้ถูกขุดเป็โพรงและหลุมเอาไว้หมดแล้วค่ะ"
แฟต เผ่ามนุษย์มดสูงหนึ่งเมตรที่สวมสูทสีดำกำลังกล่าวด้วยความภาคภูมิใจอยู่บนยอดของถ้ำหินด้านหลัง
เมื่อเห็นว่าได้โอกาส โฮปที่ใช้ตรีศูลขาดครึ่งในการพยุงตัวดูสถานการณ์จากรอบนอกจึงตัดสินใจบุกโจมตีอีกครั้ง
"จังหวะนี้แหละ! "
เขาหันปลายแหลมของอาวุธที่ขาดครึ่งในมือ แล้วปามันใส่ส่วนศรีษะของอสูรร้าย
สตรีเผ่าั์กับเผ่ามนุษย์นกที่วิ่งไล่ตามหลังเองก็โจมตีใส่เช่นกัน
ปลายแหลมของตรีศูลถูกเ้าปีศาจใช้ดาบสีขาวปัดกระเด็น แล้วตามด้วยใช้กรงเล็บในมือขวา ปัดหมัดของสตรีั์ที่ชกเข้าใส่
หมัดที่รุนแรงราวลูกปืนใหญ่ถูกปัดแฉลบออกไปทางด้านข้าง
แต่เพราะการโจมตีจากทั้งสองคน เลยทำให้เ้าปีศาจมิอาจรับมือกับการโจมตีที่สามซึ่งกำลังพุ่งตรงลงมาจากท้องฟ้าเอาไว้ได้
ประกายร่างสีขาวได้ถูกทิ้งเอาไว้ที่ผืนฟ้ากว้าง
บางสิ่งกำลังทิ้งดิ่งพสุธาลงมาจากความสูงยี่สิบเมตร
กรงเล็บเหยี่ยวอันคมกริบได้ถูกกางออก
สิ่งนั้นร่วงหล่นสู่เป้าหมายประดุจอุกกาบาตที่ร่วงโรยลงมา
"โกร๊ว! "
เ้าปีศาจใช้พลังขาดันตัวเองออกมาจากหลุม
มันหลบการโจมตีนั้นได้ทันอย่างฉิวเฉียดในเสี้ยววินาที
"หลบได้…"
ไฮเจนซันไฟล์กล่าวชื่นชมศัตรูด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเท่าไหรนัก
พวกเขาเริ่มรู้แล้วว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเ้าปีศาจตัวนี้แม้แต่นิดเดียว
"ยังหมดหวังหรอกดอง! "
ในตอนนั้นเองที่มีะุรังสียิงสาดเข้าใส่เ้าปีศาจ
รังสีแสงที่มีอนุภาพทะลุทะลวงจำนวนสี่นัดวิ่งตัดอากาศอย่างไร้ซึ่งซุ่มเสียง
แต่เ้าปีศาจกลับสามารถเอี้ยวตัวหลบได้หมด ราวกับล่วงรู้ว่าจะมีการโจมตีนี้เข้ามาั้แ่แรก
"ดิวซ์ละ? "
"พ้นขีดอันตรายแล้ว จัดการเลยเยลโล่! "
"ได้เลย! "
ภูติที่มีดวงตาสีเหลืองตอบรับสัญญาณของลิลลี่ออฟซิเดียน
เขากำลังบินอยู่เหนือผืนป่าสูงขึ้นไปราวสิบเมตร
เขารวบรวมพลัง แล้วสร้างประกายสายฟ้าขนาดย่อมยิงไปทั่วท้องฟ้า
ถึงมันจะมีขนาดเล็กมาก แต่มันเพียงพอที่จะสร้างให้เกิดความสว่างขึ้นมาได้
มันส่องแสงกระพริบเป็สัญญาณแสง
สัญญาณที่บอกว่า [SOS]
"เอาละ ตอนนี้พวกเราพยายามถ่วงเวลารอความช่วยเหลือกันดอง! "
ในเมื่อเป็ศัตรูที่เอาชนะไม่ไหว หนทางรอดเดียวคือขอความช่วยเหลือ
ลิลลี่ใช้มือสองข้างยกปืนรีงสีกระบอกเล็กขึ้นสูง แหวนเวทมนตร์ที่สวมในมือขวาเริ่มส่องแสงพร้อมกับปีกใจกลางหลัง
บอลพลาสม่าจำนวนมากเริ่มผุดขึ้นมาในที่ว่างอากาศด้านหลังของเธอ
"..."
เ้าปีศาจแหงนหน้ามองดูสัญญาณแสงที่ภูติตัวน้อยผมสีเงินกำลังสร้างอยู่ในม่านราตรีสีดำ
มันยืนนิ่งครุ่นคริดบางอย่าง
“มันคิดจะหนีหรือดอง? "
ก่อนจะะโถอยหลังหายเข้าไปในป่าอันมืดมิดไร้แสงจันทร์อย่างไร้ร่องรอย
“มันหนีไปแล้วจริง ๆ สินะคะ…”
พรุนพูดออกมาเช่นนั้น แต่สายตาของเธอยังคงเฝ้ามองไปที่ผืนป่ารอบถ้ำอย่างหวาดระแวง
“ให้ตายสิ สกปรกหมดเลย ไม่ขอต่อสู้จริงจังแบบนั้นอีกแล้วนะ”
ถึงไฮเจนซันไฟล์จะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ยังคงบินตรวจตราพื้นที่โดยรอบอย่างไม่ประมาทเช่นกัน
“ไม่เป็ไรค่ะ จากหนวดประสาทรับรู้ของฉัน มันบอกว่าเ้าปีศาจตัวนั้นหนีออกนอกระยะสามร้อยเมตรไปแล้วค่ะ”
แฟตที่กำลังเดินไปตรวจอาการของผู้าเ็กำลังรายงานออกมาเช่นนั้น
“ถ้าอย่างงั้นคงวางใจได้แล้วสินะดอง”
ฉันเริ่มถอนหายใจยาว
ตอนนี้โฮปกับเยลโล่กำลังเข้าไปดูอาการของดิวซ์ว่ายังมีอะไรที่น่าเป็ห่วงอีกหรือไม่
ฉันว่าตัวเองไม่ได้รักษาอะไรผิดพลาด ดังนั้นจึงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้ว
ดิวซ์ปลอดภัยแล้ว
ฉันมองไปที่ทีมของตัวเองอีกครั้ง
ถึงพวกเราจะบ้าบอและเล่นกันเป็เสียส่วนใหญ่ แต่ฉันว่าทีมที่สร้างขึ้นมาด้วยหยาดน้ำตาของฉัน (?) เป็ทีมที่ดีทีมหนึ่งเลยละ
ทุกคนต่างสามารถรับมือได้ยามที่เจอกับวิกฤตของจริง
แถมเผ่ามนุษย์มดที่ชื่อว่าแฟตยังมีความสามารถในการตัดสินใจเฉพาะที่ดีมากอีกด้วย
เธอคือคนที่ขุดดินเตรียมกับดักและเส้นทางหนีใต้ดินเอาไว้ให้กับพวกเรา และยังเป็คนที่เสนอให้ฉันหรือเยลโล่บินขึ้นท้องฟ้าเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
ในขณะที่ภายในหัวของฉันคิดแต่จะช่วยเหลือดิวซ์ แต่เธอคนนี้กลับมองหาโอกาสรอดของกลุ่มที่ดีที่สุดขึ้นมา
คงต้องบอกว่าเธอตัดสินใจถูกต้อง เพราะว่ามันทำให้พวกเราทั้งหมดรอดชีวิตมาได้
พรุน ไฮเจนซันไฟล์ กับโฮป สามคนนี้เองก็สามารถรับมือในฐานะแนวหน้าได้เป็อย่างดี
ถ้าขาดใครไปสักคน ดิวซ์คงตายไปแล้ว และพวกเราเองก็คงตายตามเธอไปด้วยเช่นกัน
“ว่าแต่เ้านั่นมันมีสติปัญญาน่าดูชมเลยค่ะ”
แฟตพูดขึ้นมาในขณะที่กำลังทำแผลให้กับนักเรียนชายเผ่ามนุษย์ของอีกกลุ่มซึ่งกำลังนอนเรียงอยู่บนหน้าปากถ้ำ
“นั่นสินะ ถึงขนาดใช้อาวุธได้ด้วย ไม่เคยเห็นมอนสเตอร์แบบนั้นมาก่อนเลยสักครั้ง”
“คุณโฮปค่ะ สัตว์ปีศาจที่ฉลาดจนใช้อาวุธได้นั้น ถึงจะแทบไม่ปรากฏ แต่เผ่าั์ยังสามารถฝึกให้สัตว์ปีศาจอย่างัใช้อาวุธได้เลยนะคะ ดังนั้นฉันไม่แปลกใจที่มันใช้อาวุธได้ค่ะ แต่แปลกใจที่มันเห็นสัตว์ปีศาจมัน [ยืนคิด] ค่ะ"
ใช่ ฉันเองก็เห็นว่ามันยืนคิดเหมือนกัน
มันมองดูเยลโล่ที่ส่งแสงสัญญาณขอความช่วยเหลือ แล้วยืนคิด ก่อนจะหันหลังหนีหายเข้าไปในป่า
ราวกับมันรู้ว่าแสงที่กำลังส่องประกายนั้นมีความหมายคืออะไร
"... มันไปจริง ๆ แล้วใช่ไหม? "
พอได้ยินแบบนั้น เยลโล่เลยอดไม่ได้ที่จะถามออกมาอย่างหวาดกลัว
ฉันมานั่งย้อนคิด
ในวันนั้น ที่เจอตรงหอเกียรติยศ มันดูหิวโซและไม่ได้สติ
ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนั้น บางทีฉันกับพรุนอาจลงไปนอนเล่นอยู่ในท้องมันไปแล้ว
ปีศาจที่เก่งกาจเช่นนี้มาซ่อนตัวอยู่ในรั้วโรงเรียนแห่งนี้นานแค่ไหนแล้วนะ?
ข่าวลือของมันเริ่มมีั้แ่ปีที่แล้ว
ปีศาจที่ไม่ตรงกับสิ่งมีชีวิตตัวไหนของทวีปนี้
รู้สึกมันจะเริ่มขึ้นั้แ่่ที่จบการบุกเบิกครั้งที่เก้าพอดี
อาจตีความได้ว่ามันติดมาพร้อมกับเรือข้ามทวีปอย่างงั้นหรือเปล่า?
ฉันไม่อาจรู้ได้
แต่บางที… ท่านพ่อกับท่านแม่อาจรู้อะไรบางอย่าง
เพราะว่าพวกท่านมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้อำนวยการบานา และยังคอยสนับสนุนด้านวิทยาการในการบุกเบิกทวีปใหม่ด้วย
"อืม… อือ…? "
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงใสน่ารักครางออกมา
"ดิวซ์! "
ฉันกระแทกเ้าผู้ชายลามกสองคนที่กำลังเนียนแต๊ะอั๋งดิวซ์ออกไปพ้นทาง
ตอนนี้คงต้องพักเื่ของเ้าปีศาจตัวนั้นไปก่อน
เพราะว่าชีวิตของเพื่อนฉันนั้นสำคัญมากกว่า
เอาละ รีบออกไปจากป่าอันตรายนี้กันเถอะดอง