“์! ช่างเป็งูเหลือมที่ใหญ่โตกันเกินไปแล้ว!แท้จริงแล้วเป็อสูรงูก็เป็งูเหลือมที่เล่าขานกันตัวนั้นหรือไงกัน? ช่างน่าสะพรึงกลัวกันเกินไปแล้ว!”
ปากของฉวีชุยถึงกับอ้าค้างจนใหญ่โตจดจ่อมองไปที่งูเหลือมเือันแดงฉานสูงใหญ่ดั่งูเาลูกเล็ก ๆ จนแทบไม่อาจละสายตาพร้อมกับโพล่งออกมาด้วยอาการใ
าาหมาป่าที่ดูน่าหวาดกลัวมากพอสำหรับเขาอยู่แล้วเมื่อเทียบกับงูเหลือมเืแดงชาดแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากการเอาแมลงมาอยู่ตรงหน้าคชสารกันแล้ว
แม้แต่เขาเองก็คงจะคิดไม่ถึงว่าภายในใต้หล้าแห่งนี้ ยังถึงกับมีสัตว์ประหลาดอสูรงูที่น่ากลัวได้ถึงขนาดนี้อยู่อีก
แน่นอนว่าเขาที่ตกอยู่ในสภาพโดดเดี่ยวเดียวดาย ในหมู่มนุษย์ทางโลกแทบจะใกล้เคียงกับปีศาจได้อย่างแท้จริงถือได้ว่าเป็เื่ยากที่จะมาัักับปีศาจที่แท้จริงได้ถึงแม้จะเห็นปีศาจแล้วก็ตาม แต่ก็มีความเป็ไปได้ที่จะถูกพวกเขาใช้วิชาม่านบังตาหลอกลวงเอาได้แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะสามารถมองเห็นร่างจริงของปีศาจได้
ในเมื่อเป็เช่นนี้ทันทีที่เจวี๋ยหวู่ิปรากฏกายได้มอบประสบการณ์ของการสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่เคยพบพานมาก่อนให้ฉวีชุยได้ัักันแล้ว
แทบจะหลุดจากคำว่าปีศาจที่เขารู้สึกมาไปอย่างสิ้นเชิง
ร่างจริงของเจวี๋ยหวู่ินี้ก็เป็อะไรที่น่าใกันอย่างแน่นอนแต่กลับไม่อาจที่จะทำให้าาหมาป่าคำรน์ที่เป็เผ่าอสูรเหมือนกันใได้
ถึงอย่างไรในหมู่เผ่าอสูร ก็ใช่ว่าหากฝ่ายใดที่มีรูปร่างใหญ่โตก็จะยิ่งแข็งแกร่งไปได้ตลอดไม่ถึงยังไงก็ขึ้นอยู่กับความสามารถที่แท้จริงกันอยู่ดี
นับั้แ่แรกเริ่มยังไงาาหมาป่าคำรน์ก็ต้องใกันอยู่บ้างแน่นอนแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสามารถที่จะสงบลงมั่นคงลงได้อย่างรวดเร็ว
มันที่มีนิสัยละเอียดรอบคอบจึงไม่ได้กระโจนบุกเข้ามาในทันทีไม่ เพียงเปล่งเสียงกู่ร้องออกมาแต่กลับให้บรรดาลูกสมุนฝูงหมาป่าเข้ามาทดสอบพลังของเจวี๋ยหวู่ิกันดูก่อน
ภายในการขู่เข่นของาาหมาป่าเหล่าหมาป่าถึงแม้จะเกิดความหวาดกลัวต่อเจวี๋ยหวู่ิเป็อย่างยิ่งแต่ก็ยังฝืนตัว กระตุ้นกระบวนท่าสู่การตัดสินออกมาแล้ว
“เป็แค่อาหารชั้นต่ำ ช่างไม่รู้ประมาณตัวเองกันเลยนะ!”
เจวี๋ยหวู่ิสาดแววตาที่โเี้อำมหิตขึ้นเล็กน้อยยิ้มออกมาอย่างเ็า อ้าปากกว้างจนพอที่จะเขมือบฐานรองหินได้ทั้งชิ้นคมเขี้ยวที่คมกล้าดุจดาบง้าวถาโถมจู่โจมเข้าใส่ ทันใดนั้นพลันเกิดเป็เสียงขู่ดังฟ่อเสียงดังก้องขึ้นในพริบตา
พริบตานั้นทั่วทั้งมิติช่องพริบตานั้นพลันเกิดการสั่นะเื จากนั้นพลันเกิดเป็พลังคลื่นเสียงที่อัดแน่นโถมเข้าใส่จนะเืไปทั่วทุกแห่งหนกันในพริบตา
แม้แต่ร่างกายที่มีขนาดสูงใหญ่นับสิบหมี่แม้ว่าฉวีชุยจะไม่ได้ถูกภายใต้วงล้อมแต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากคลื่นเสียงจนสมองดังอึงอลอยู่เล็กน้อยอีกทั้งยังปวดหัวเสียจนดังอึงอล จนกระทั่งสูญเสียการได้ยินไปยิ่งไปกว่านั้นยังได้ถูกคลื่นเสียงที่กำลังพุ่งโจมตีเข้าใส่ฝูงหมาป่าได้
ภายใต้ร่องรอยความเคลื่อนไหวจากหมาป่านับร้อยที่เคลื่อนไหวอยู่อย่างกะทันหันและหมาป่าหลายสิบตนที่กำลังเข้ามาใกล้พริบตานั้นก็ราวกับว่าได้หยุดนิ่งลงจนอย่างเห็นชัดอีกทั้งคลื่นเสียยังได้กระทบเข้าผ่านร่างกายของพวกมันไป
ต่อจากนั้นพรวดพรวดพรวด……
เสียงะเิกัมปนาทที่ดังกึกก้องพลันดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพียงแต่ถึงอย่างนั้นก็ได้พบเห็นฝูงหมาป่าที่อยู่ทางด้านหน้าสุด จนแตกละเอียดจนแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากลูกแตงโมเมื่อเืเนื้อพลันแตกะเิออก ฉีกขาดออกเป็สี่ชิ้นห้าส่วน!
และภายใต้คลื่นเสียงอื่นๆ รวมไปจนถึงหมาป่าอีกนับหลายร้อยตน ก็ได้แยกย้ายกันล้มลงไปกองอยู่กกับพื้นถึงแม้ว่าดูไปแล้วจะไม่ได้เห็นว่าพวกมันมีอาการาเ็จนเห็นได้ชัดแต่ก็ยังคงมีเืไหลรินออกมาจากทวารทั้งเจ็ดจนทำให้ผู้ที่พบเห็นก็ล้วนแต่ทราบถึงอาการาเ็จากอาการบอบช้ำภายในร่างกายของพวกมันได้
เจวี๋ยหวู่ิที่ได้เห็นผลลัพธ์แม้ว่าในใจจะเกิดอาการแตกตื่นใอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังอดคิดไม่ถึงว่า ที่จู่ ๆทันใดนั้นก็ได้มีการโจมตีพุ่งเข้ามาอย่างกะทันหันจนได้ผลมากจนถึงเพียงนี้
ชั่วครู่หนึ่งถึงกับโถมการโจมตีทำร้ายหมาป่าหลายร้อยตนจนตกอยู่ในสภาพที่าเ็สาหัส!
าาหมาป่าเห่าหอนสู่ท้องฟ้าด้วยเสียงคำรามที่เกรี้ยวกราดแม้ว่าจะเกิดความหวาดกลัวขึ้นน้อย ๆ อยู่ในแววตา แต่มันกลับหาได้คิดที่จะยอมแพ้ไม่ถึงอย่างไรนอกเสียจากมันแล้ว มันยังเหลือลูกน้องหมาป่าอีกหลายพันตัว
“โบร๋ว~~”
มันได้แผดเสียงออกมาเพื่อสั่งการอีกครั้งการโจมตีของเจวี๋ยหวู่ิในระลอกนี้เห็นได้ชัดว่าได้ลดจำนวนของหมาป่าไปได้มากเลยทีเดียวโดยที่มีหมาป่าออกมาเคลื่อนไหวนับร้อยในจุดอื่นนั้นล้วนแต่อยู่ในสภาพชะงักงันไม่บุกเข้ามาต่อจนกลัวว่าจะเกิดเป็พลังทำลายที่น่าสะพรึงกลัวโถมเข้าใส่เจวี๋ยหวู่ิขึ้นอีกระลอก
ภายใต้การเผชิญหน้ากับหมาป่าที่พุ่งเข้ามาดุจคลื่นน้ำไหลหลากเจวี๋ยหวู่ิพลันจู่โจมเข้าใส่ในขณะที่ศัตรูกำลังอยู่ในอาการเผอเรอจากนั้นก็ได้พุ่งเข้าใส่บรรดาองครักษ์ที่รายล้อมาาหมาป่าคำรน์จนถูกทลายลงไปทีละชั้น
ส่วนวัตถุประสงค์ของเขาก็ถือว่าเรียกเรียบง่ายเป็อย่างยิ่งซึ่งก็คือ “จับโจรให้จับหัวหน้าก่อน”
ขอเพียงสามารถที่จะจัดการกับาาหมาป่าคำรน์ทิ้งไปได้ในส่วนหมาป่าตัวอื่นเองก็แทบจะไม่ต่างอะไรไปจากอาหารที่อยู่บนเขียงที่รอการเชือดเฉือนแม้จะไม่บุกโจมตีเข้ามาก็ต้องพลังทลายไปในท้ายที่สุดแล้ว
เห็นได้ชัดว่าาาหมาป่าคำรน์นี่ย่อมต้องเป็ช่องโหว่ที่เจวี๋ยหวู่ิมองออกจากผ่านในแผนการพลันเกิดเป็เสียงร้องหวีดดังขึ้นมาอย่างกระชั้นชิดและรุนแรงในบางครั้งบางคราวยังคงกระตุ้นให้บรรดาลูกสมุนบุกโจมตีเข้าใส่เจวี๋ยหวู่ิ
ในบรรดาลูกสมุนคนอื่นที่ได้พบเห็นเจวี๋ยหวู่ิโหมบุกทะลวงเข้ามาก็ทราบได้ว่าอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่คับขันกันแล้วจนแทบจะไม่ได้สนใจความปลอดภัยในตัวเองอีกต่อไปโดยที่แยกย้ายกันบุกโถมเข้าใส่เจวี๋ยหวู่ิไปอย่างไม่หวาดกลัวความเป็ความตาย
ถึงอย่างไราาหมาป่าคำรน์ก็ยังคงเป็าาของพวกมันต่อให้พวกมันต้องสู้จนตัวตายก็ต้องปกป้องสิ่งนี้เพียงสิ่งเดียวเอาไว้ให้ได้
“หึ เป็เพียงแมลงริอาจหาญมาขวางหน้ารถม้า ช่างไม่ประมาณตัวจริง!”
ภายในแววตาเจวี๋ยหวู่ิพลันสาดเป็ประกายจิตสังหารอันเย็นเยียบออกมาะเิพลังออกมาจากทั่วทั้งร่าง งูเหลือมขนาดใหญ่เองก็กำลังบิดร่างกลางหมุนคว้างอยู่ท่ามกลางเวหาพร้อมกับกระแทกลงจนแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากดาวตกพุ่งเข้าใส่!
“ช่างเป็สัตว์ประหลาดที่น่ากลัวจริง ๆ !”
รูม่านตาของฉวีชุยถึงกับนิ่งค้างถึงหลุดปากโพล่งออกมาด้วยอาการแตกตื่น หลังจากที่เขาได้พบเห็นโลกหล้าใบนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้พบพานล้วนแล้วแต่เป็ภาพอันน่าสะพรึงกลัวมากเลยทีเดียว……
สัตว์ประหลาดตัวโตมหึมาที่โถมเข้าใส่ผ่านกลางอากาศราวกับได้ขวางเอาไว้อยู่เบื้องหน้าสายตาของฉวีชุยเอาไว้ไปจนหมดสิ้นแล้ว
และภายใต้ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นผ่านภายในรูม่านตาของฉวีชุยด้วยแผ่นของเกล็ดสีโลหิตที่แดงฉาน กับร่างกายที่แข็งแกร่งกำยำแล้วยังดวงตาอสรพิษที่ดุร้ายคู่นั้น……
ทุกอย่างเมื่อตกอยู่ภายใต้การจับจ้องมองจากเขายิ่งมาก็มีแต่จะยิ่งขยับขยายตัวใหญ่ขึ้น……จนเหมือนกับหุบเหวที่กำลังคิดจะกลืนกินผ่านเข้าปากขนาดใหญ่ของงูั์อันละโมบอยู่ก็มิปาน
“โฮก!”
ชั่วขณะต่อมาาาหมาป่าที่ตกอยู่ภายใต้แววตาอันแข็งกร้าวสยบทุกอย่างนั้นของเขาเพียงพริบตาเดียวก็ได้ถูกงูเหลือมปีศาจขนาดใหญ่โตอย่างถึงขีดสุดพวยพุ่งกลืนกินเข้าไปในปากโดยที่แทบจะไม่หลงเหลือร่องรอยใดปรากฏให้เห็นเลยด้วยซ้ำ
ถึงแม้ว่ามันจะได้กระตุ้นใช้คาถามนตราจากพร์อันห้าวหาญแต่ก็ยังเพียงทำให้เกิดเป็ตราประทับสีขาวนวลสายหนึ่งขึ้นจากภายในจากแผ่นเกล็ดของงูเหลือมเท่านั้นโดยที่แทบจะไม่เจ็บไม่คันเลยแม้แต่น้อยแม้แต่คุณสมบัติที่พอจะทำให้งูเหลือมขมวดคิ้วก็ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ
าาหมาป่าย่อมมีหรือที่ต้านทานได้ในส่วนของหมาป่าตนอื่น ๆ โดยทั่วไปยิ่งแทบจะไม่อาจทนทานได้เลยด้วยซ้ำ
แทบจะเรียกได้ว่าเป็เพียงมดแมลงที่เข้ามาเขย่าต้นไม้แค่เท่านั้น!
ทั้งกรงเล็บเขี้ยวเล็บของพวกมันเมื่อกระทบเข้าใส่บนร่างของงูเหลือบั์แม้กระทั่งริ้วรอยที่จะทำให้เกิดอยู่บนแผ่นเกล็ดก็ยังแทบจะไม่มีอีกทั้งในทางกลับกันยังถึงกับต้องตายตกไปอย่างอเนจอนาถแม้แต่ไขกระดูกเส้นเอ็นก็ยังขาดสะบั้น
บัดนี้ในเมื่อาาหมาป่าได้ตายลงแล้วหมาป่าตัวอื่นก็แทบจะหาได้มีจิตใจที่คิดจะต่อสู้อีกต่อไปทำได้แต่เพียงเปล่งเสียงงิด ๆ จนแตกกระเจิงกันออกไป หลบหนีกันออกไปรอบด้านล้วนแต่คิดที่จะออกไปให้ห่างจากมารร้ายที่น่าสะพรึงกลัวนี้ไป
ทันใดนั้นการวิ่งหนีของพวกมันยังถึงกับรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเนื่องจากตกอยู่ภายใต้การหนีจากความตายเจวี๋ยหวู่ิก็เหมือนกับได้หายลับไปพร้อมกับหมอกควันหมาป่าที่วิ่งหนีไปนั้นก็เหมือนกับได้ทิ้งเอาไว้เพียงแค่ฝุ่นเท่านั้นเมื่อในเวลาที่เจวี๋ยหวู่ิอ้าปากออกมาหมาป่าเ่าั้แทบจะไม่ต่างจากจมหายลับไปพร้อมกับคลื่นสมุทรโดยที่ตกอยู่ภายใต้หลุมดำขนาดใหญ่ก็มิปาน
หลังผ่านไปได้เวลาครึ่งถ้วยชาเดือดนอกเสียจากหมาป่าที่โชคดีรอดชีวิตไปได้เพียงส่วนน้อย ในส่วนตัวอื่น ๆที่เหลือล้วนแล้วแต่อยู่ภายในท้องของเจวี๋ยหวู่ิไปแทบทั้งสิ้นพริบตานั้นก็ได้แปรเปลี่ยนจนกลายเป็ค่าปราณบริสุทธิ์อันมากมายมหาศาลไป
“ติ้ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้อุปถัมภ์ค่าปราณบริสุทธิ์ทะลุหลักสิบหมื่นแต้มแล้ว!”
เจวี๋ยหวู่ิได้หยุดการเข่นฆ่าโดยที่คิดนึกขึ้นในใจ แล้วพูดขึ้นว่า: “เปิดหน้าต่างระบบ!”
เพียงแค่รู้สึกว่าหน้าต่างระบบภายในหัวได้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย:
ผู้อุปถัมภ์:เจวี๋ยหวู่ิ
พิภพในปัจจุบัน:พิภพไซอิ๋ว
เผ่าพันธุ์:งูเหลือมปล้องฉนวนโลหิต
ระดับขั้น:่โอสถอสูร(95%)
มนตราคาถา:《เคล็ดเทวะเพลิงอัคคี》(ขั้นที่สอง:ะเิอัคคี) 《เคล็ดหลบหนี·เคล็ดดำดิน》(ขั้นที่ห้า)
ทักษะ:กลืนกินมิติช่องว่างกระเพาะ เขี้ยวพิษกัดกระชาก บีบรัดคร่าชีวิต เนตรเทวะเพลิงอัคคีกระดูกเหล็กผิวทองแดง
สมบัติวิเศษ:คร่าิญญา(อุปกรณ์ปราณชั้นเลิศ)
ค่าปราณบริสุทธิ์:114000แต้ม
สถานีย้อนคืน:55000แต้มสะสม
สัตว์เลี้ยง:ไป่ชือ(่วัยทารก)
หลังจากที่ได้เห็นค่าสถานะผ่านระบบเขาก็ครุ่นคิดอยู่ในใจค่าปราณบริสุทธิ์ในตอนนี้น่าจะพอที่จะทำให้เขาวิวัฒนาการต่อไปได้แล้วจนเกือบที่จะเหลือไว้แต่เพียงแต้มสะสม เช่นนั้นก็สมควรที่จะเน้นไปที่การรวบรวมสมบัติวัตถุจากธรรมชาติกันมากกว่าแล้ว
ในขณะที่เจวี๋ยหวู่ิครุ่นคิดอยู่ฉวีชุยที่เรียกได้ว่าตกอยู่ในอาการแตกตื่นใจนขวัญหนีดีฝ่อเพื่อที่ตัวเองจะไม่ต้องเป็ห่วงกังวลต่อโชคชะตาของตัวเอง
ชั่วขณะที่เขายังอยู่ในความหวาดกลัวตัวเองก็คงจะต้องอยู่ในชะตากรรมอันแสนอเนจอนาถเหมือนอย่างาาหมาป่าไปแล้วก็ได้
สีหน้าที่หวาดผวาไม่หยุดนิ่งในระหว่างที่ได้กัดเข้าไปหนึ่งคำด้วยคมเขี้ยวก็พลันพุ่งขึ้นไปเพื่อคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะเร็วระรัวดุจการสับโขกต้นกระเทียมพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยอาการวิงวอนขอร้อง:
“ท่านาาผู้ยิ่งใหญ่!โปรดไว้ชีวิตด้วย!ท่านาาผู้ยิ่งใหญ่โปรดไว้ชีวิตด้วยเถอะ……”
เจวี๋ยหวู่ิที่กำลังหันไปมองเขาด้วยอาการิญญาหลุดลอยน้อมคำนับติดกันหลายต่อหลายครา พร้อมกับหน้าผากที่มีเืสีแดงสดไหลออกมาเป็สายโดยที่แทบจะไม่ทันจะรู้ตัว
“เ้ามีนามว่าอะไร?”
เสียงที่เย็นเยียบได้ดังสะท้อนไปมาอยู่ภายในหัวของฉวีชุยเมื่อพบว่าอสูรงูไม่ได้ขยับปากกล่าววาจาแต่กลับยังสามารถสลักเสียงที่คล้ายกับดังสะท้อนอยู่ภายในหัวได้ก็มิปาน
ฉวีชุยได้เอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่สะท้อนอันเย็นเยียบที่ดังขึ้นอยู่ภายในหัวโดยที่กำลังมองไปที่อสูรงูนั้นแต่กลับไม่เอ่ยปากกล่าวอะไรเสียงนั้นคล้ายกับสลักลึกอยู่ภายในห้วงสมองก็มิปานจนพอที่จะทราบได้ว่าเสียงที่เกิดขึ้นนี้จะต้องเกิดจากคาถามนตราลึกลับแขนงหนึ่งอย่างแน่นอน
โดยที่เขายังไม่อาจกล้าที่จะละเลยเลยแม้แต่น้อยจึงได้ตอบกลับไปในทันที : “ผู้น้อยแซ่ฉวีชุย เป็ผู้มาจากหมู่บ้านสกุลหลงหวู่(ัยุทธ์) โดยที่คอยดูแลบริวารไม่มากไม่น้อยภายในพรรคและยังอยู่ในนามพรรคหมาป่าโลหิตคลั่ง……”
เจวี๋ยหวู่ิยังไม่ทันจะถามออกไปเพื่อฉวีชุยใช้ชีวิตเล็ก ๆ น้อยๆพร้อมทั้งคายข้อมูลบรรพบุรุษสำนักสกุลทั้งสิบแปดชั่วโคตรเท่าที่ในสมองพอจะจำความได้เล่าออกมาเพราะเกรงว่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจเอาได้
“ช่างเถอะ เื่พวกนี้ข้ากลับไม่้าที่จะทราบข้าเพียงอยากรู้ถึงเป้าหมายที่พวกเ้ามายังที่แห่งนี้เท่านั้น”
เจวี๋ยหวู่ิได้ตัดบทพูดของฉวีชุยลงทันควันแต่ฉวีชุยก็ไม่กล้าที่จะไม่พอใจจึงทำได้แค่เพียงปลุกปลอบจิตใจที่แฝงด้วยคำพูดที่เลื่อมใสอยู่เล็กน้อยออกมา:
“ผู้น้อยเพียงแต่ได้ทราบข่าวมาว่าได้มีการก่อเกิดของสมบัติวิเศษขึ้นภายในเทือกเขาผานเสอจึงอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความละโมบหมาย……”
รอจนกระทั่งฉวีชุยบอกกล่าวถึงเหตุและผลก่อนหลังออกมาเจวี๋ยหวู่ิจึงค่อยกระจ่างแจ้งขึ้นได้ที่แท้ก็เป็ภัยที่เกิดจากหินลึกลับก้อนใหญ่นั้นนี่เองแต่ในเมื่อได้ตกเป็สิ่งของที่อยู่ในท้องของเจวี๋ยหวู่ิไปแล้วแน่นอนว่าย่อมไม่มีทางที่จะคายกลับออกมาแล้วอย่างแน่นอน
เขาครุ่นคิดอยู่สักพักจนเมื่อวางแผนขึ้นได้ จึงค่อยได้สนทนากับฉวีชุยต่อ:
“เ้ากลับไปก่อนเถอะในระหว่างนี้ก็จงรายงานความเคลื่อนไหวของเผ่ามนุษย์มาให้ข้าด้วยแต่เ้าจงอย่าได้คิดมีใจเป็อื่นเป็อันขาดล่ะ หากคิดหนีขึ้นมาคำสาปที่ข้าได้สาปไว้ในตัวเ้า ขอเพียงบังเกิดความคิดหลบหนี หึหึ……”
เมื่อในขณะที่พูดถึงวาจาประโยคนี้อยู่ถึงกับเป็การบอกว่าฉวีชุยได้อายุสั้นไปค่อนชีวิตแล้วทันทีที่นึกถึงความโเี้ของเจวี๋ยหวู่ิจิตใจของเขาแทบจะไม่มีความคิดที่จะเป็ปรปักษ์เลยแม้แต่น้อย
ความจริงสิ่งที่เจวี๋ยหวู่ิพูดออกมาโดยส่วนใหญ่แล้วถือว่าเป็เื่ที่เกินจริงอยู่มากในส่วนของคำสาปก็ทำไปเพื่อที่จะหลอกลวงเขาก็แค่เพียงทิ้งตราสัญลักษณ์พลังมนตราชนิดหนึ่งเอาไว้เท่านั้นถ้าเกิดเขาคิดที่จะหลบหนี อย่างนั้นตัวเองก็แค่ไล่ล่าเขายังไงก็ไม่ใช่เื่ยากอะไรอยู่แล้ว
เขาที่ไม่ได้ทำการฆ่าฉวีชุยแล้วในทันทีเพียงแต่ใช้เขาเป็แค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น โดยการแทรกแซงเข้าไปในเผ่ามนุษย์ซึ่งถือได้ว่าเป็ก้าวแรกในการตัดสินใจที่ชาญฉลาด
วันข้างหน้าเผ่ามนุษย์เมื่อประสบพบพานกับเหตุเปลี่ยนแปลงอะไรเขาก็จะสามารถล่วงรู้ได้ก่อน เพื่อที่จะได้มีการเตรียมความพร้อมเอาไว้
ท่ามกลางาการชิงชัยข่าวสารล้วนแต่ถือเป็สิ่งที่ต้องมีอยู่เป็อันดับแรกมาโดยตลอดกาล
หากว่าหายนะครั้งสำคัญมาเยือนแล้วเขาเองทำได้แต่เพียงมืดบอด ไม่ล่วงรู้ต่อสิ่งใดทั้งปวง
.
.
.