“เราหาอะไรกินกันก่อนค่อยเข้าห้องไปนอนเอาแรงแล้วกันนะ” ฟูเหรินชวนอาปั๋วพร้อมนั่งลงที่เก้าอี้
“เสี่ยวเอ้อเอาอาหารกับเหล้ามาให้เราหน่อย” ฟูเหรินะโเรียกสั่งเสี่ยวเอ้อ
“ได้ขอรับนายท่าน” เสี่ยวเอ้อะโรับคำกลับมา
“เรือนเล็กทั้งสองเรือนนั้นมีผู้ใดอยู่กันหรือ? เสี่ยวเอ้อ” อาปั๋วสอบถามพร้อมนั่งลงข้างฟูเหริน
“เรือนหนึ่งเป็ที่อยู่ของเถ้าแก่เนี๊ยะ ส่วนอีกเรือนคุณหนูเมื่อสักครู่เช่าไว้แล้วนางเป็ลูกเศรษฐีเห็นว่ามาต่างเมืองจะเดินทางขึ้นเหนืออะไรนี่แหละนะท่าน” เสี่ยวเอ้อชี้แจงพร้อมเช็ดถูกโต๊ะให้สะอาด
“เถ้าแก่เนี๊ยะเมื่อครู่ที่ขนตัวเป็ลายวัวน่ะหรือ?” อาปั๋วยังสงสัยต่อ ปรายตามองเห็นฟานเฉากำลังช่วยเสี่ยวเอ้อพูดคุยต้อนรับแขกโต๊ะอื่นๆ อยู่
“มิใช่หรอกท่าน นางขนลายวัวผู้นี้นี่เป็น้าของเถ้าแก่เนี๊ยะอีกที ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมท่านเรียกใช้ข้าได้นะ” เสี่ยวเอ้อวางถ้วยลงและรินน้ำชา เขาวางกาน้ำชาไว้ที่โต๊ะแล้วเดินไป
“ข้าว่านะเถ้าแก่เนี๊ยะต้องอายุพอๆ กับยายป้าลายขนวัวนี่แน่ๆ เลยเ้าคิดว่าไงล่ะ?” อาปั๋วสอดรู้กระซิบใส่เพื่อนรักเขายกชาขึ้นจิบ
“เ้าก็เดาไปเรื่อยอย่ายุ่งเื่ของผู้อื่นเลยเดี๋ยววันสองวันเราก็ไปจากที่นี่แล้วกินข้าวเถอะ” ฟูเหรินปรามเพื่อนเสี่ยวเอ้อเดินยกเหล้ากับอาหารมาให้เพิ่มพอดี
“เรามาหางานทำนะเื่ของผู้อื่นเราต้องยุ่งอยู่แล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นเราจะหางานได้จากที่ไหนกันล่ะ” อาปั๋วยิ้มหลิ่วตาให้เพื่อนแบบเ้าเล่ห์
“อ๋อข้าลืมไปยุ่งก็ยุ่ง” ฟูเหรินขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะก้มหน้ากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
“แต่เราก็ต้องไม่ไปยุ่งกับเื่ที่ไม่ควรยุ่งนะ เ้าจะเดือดร้อนได้” ฟูเหรินยังห่วง อาปั๋วหัวเราะชอบใจ
ขณะนั่งดื่มกินที่โถงโรงเตี๊ยมฟูเหรินมองเห็นหุ่นเต็มตัวยืนอยู่มุมห้องโถงใส่ชุดสีขาวขนสีขาวหน้าตาดูเ้าเล่ห์ (ตัวละครกว้าอีจากนิยายเื่ “ซานตง” ม่าวกุ้ยภาคพิเศษ) ลักษณะดูปรกติไม่ได้น่ากลัวอะไรนัก จึงได้แต่มองไม่ได้สนใจ เขาคิดในใจว่าเมื่อตอนที่เห็นหุ่นหัวทางเข้ากับใบหน้าที่คอกม้าดูน่ากลัว ที่นี่นี้แม้ว่าจะดูแปลกประหลาดอยู่สักหน่อยแต่ภายในก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเอาไว้แต่แรก

หุ่นยืนเต็มตัวของกว้าอี
“ข้าอิ่มแล้วเราไปที่ห้องพักกันดีกว่า” อาปั๋วชวนเขาลุกขึ้นพร้อมสะบัดปลายนิ้วมือที่เปียกเหล้าไปมา
“อย่าสะบัดแรงสินิ้วเ้ามันสั้นเดี๋ยวโดนข้า” ฟูเหรินรีบลุกหลบอาปั๋วยิ้มแต่ยังจะทำอยู่แบบนั้น ฟูเหรินส่ายหน้าไปมาผลักไหล่เพื่อนไปไกลตัว ฟูเหรินและอาปั๋วเดินไปตามทางเดินยาวขึ้นไปบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมเดินผ่านห้องสองสามห้อง
“เอ๊ะเ้าดูสินี่เป็ภาพเขียนอะไร?” อาปั๋วหยุดยืนมองที่ภาพเขียนหน้าห้องหนึ่งที่เป็ทางเดินผ่าน

ภาพเขียนที่ทางเดินชั้นสองของโรงเตี๊ยมเป็ภาพเหล่าหยาง
“ดูเหมือนจะยิ้มแต่ไม่มีฟันหนวดก็มีแค่สองเส้นบนโต๊ะมีแผ่นหนังสัตว์ ผู้เฒ่าขนหร็อมแหร็ม ผู้นี้เป็ใครกัน (ตัวละครเหล่าหยางจากนิยายเื่ “ซานตง” ม่าวกุ้ยภาคพิเศษ) ดูคงแก่เรียน แต่ก็ไม่เหมือนเป็บัณฑิตกลับดูเหมือนนักพเนจรมากกว่า” อาปั๋วยืนกอดอกวิจารณ์ภาพเขียน
“มีภาพแปลกๆ อีกหลายภาพเ้าจะดูทั้งคืนก็ได้นะข้าจะไปนอนก่อน” ฟูเหรินไม่สนใจเพื่อนมือจับหางตัวเองเล่นแล้วเดินไปตามทางเดินทิศเหนือ
“เดี๋ยวข้าตามไปเ้าไปก่อนเถอะ” อาปั๋วยังสนใจจ้องมองภาพเขียนภาพอื่นๆ อยู่เขายืนทำท่าทางเหมือนพวกนักดูโบราณวัตถุสมบัติเก่าอย่างผู้ตื่นรู้ยังไงอย่างงั้นแหละ
ห้องพักริมสุดทิศเหนือฟูเหรินเดินมาถึงแล้ว เขากำลังจะเอื้อมมือไปเปิดผลักประตูห้อง ด้านขวามือเป็ระเบียงหน้าโรงเตี๊ยมชั้นสอง มองออกไปเห็นเรือนแยกสองหลังทางทิศเหนืออย่างชัดเจน เขาเหลือบเห็นเงาของสตรีนางหนึ่งที่เรือนหลัก เสี่ยวเอ้อบอกว่าเป็เรือนของเถ้าแก่เนี๊ยะ เขามองเห็นแสงไฟที่หน้าต่างห้องของเถ้าแก่เนี๊ยะ นางน่าจะยังไม่ได้หลับเห็นเงาสตรีกำลังหวีขน เขาจึงยืนตรงระเบียงสักพักสังเกตดูเรือนหลังนี้ขนาดกำลังเหมาะอยู่สบายถ้าเป็สาวน้อยคงไม่กล้าพักอยู่ลำพังเป็แน่
เรือนตั้งใกล้โรงเตี๊ยมหลักแบบนี้ลูกค้าผ่านไปผ่านมามากมายจะดูแลตัวเองคงลำบาก แถมยังมีเรือนเช่าพักใกล้ๆ หากมีผู้เช่าที่ไว้ใจไม่ได้จะทำอย่างไร เถ้าแก่เนี๊ยะคงจะอายุค่อนข้างมากแล้วจึงได้มาทำโรงเตี๊ยมในหุบเขาเช่นนี้และนางคงไม่เกรงกลัวสิ่งใด
คิดแล้วข้าเข้าห้องนอนดีกว่า เขายังไม่ทันได้เดินเข้าไปในห้องของตัวเอง หน้าต่างห้องของเรือนเถ้าแก่เนี๊ยะก็เปิดกว้างออกมาทำให้เขาเห็นสตรีนางหนึ่งขนสีขาวสว่างชัดในความมืด ตอนนี้เป็เวลายามห้าย 21.00 น. ตัวของนางสว่างเหมือนยามกลางวัน ขนที่ลำตัวของนางสะท้อนแสงจันทร์ดูราวกับไข่มุขสีขาวมองดูแล้วทำให้ฟูเหรินยืนตัวแข็งทื่อจ้องมองดูอยู่อย่างนั้นไม่ละสายตา
ฟูเหรินคิดในใจว่าที่แท้เถ้าแก่เนี๊ยะไม่ได้แก่อย่างที่อาปั๋วเข้าใจแถมนางยังอายุน้อยมากๆ และงามมากๆ อีกด้วย
ในขณะที่เรือนเล็กข้างเรือนเถ้าแก่เนี๊ยะฮวาผิงก็กำลังมองจ้องออกมาเช่นกัน นางมองออกมาจากบานหน้าต่างห้องของเรือนแยกที่เช่าไว้นี้ เห็นชายหนุ่มที่นางเจอที่โถงโรงเตี๊ยมเมื่อสักครู่ใหญ่ยืนมองไปที่เรือนอีกหลัง นางจึงสงสัยว่าเขายืนจ้องอะไรอยู่นางเพ่งความสนใจไปที่่ใบหน้าของเขามากกว่าที่จะอยากรู้ว่าเขามองสิ่งใด
นางพินิจพิเคราะห์มองฟูเหริน มองจากที่ไกลๆ นางคิดว่าเขาช่างคมเข้มขนเป็สีเทาหม่นของเขาน่ามองยิ่งนัก นางถูกใจเขาเสียแล้วนางต้องจะรู้ชื่อของเขาให้ได้ ภายในห้องของฮวาผิงจูเยว่สาวรับใช้ใกล้ชิดชิงหลับใหลไปซะก่อนแล้วที่โต๊ะกลางห้องนางคงจะเหนื่อยมาทั้งวัน
อันหนานเปิดหน้าต่างมารับลมแท้จริงนางก็เห็นฟูเหรินมองมาจากระเบียงชั้นสองของโรงเตี๊ยมเช่นกันแต่นางทำเหมือนไม่เห็นนางเห็นเขาไกลๆ ยืนมองนางอยู่สักพักแล้วที่ผ่านมาไม่มีใครกล้ามองนางเช่นนี้มาก่อนทำให้นางสนใจในตัวเขาอยู่บ้าง
ในความมืดซานตง (ตัวละครจากซานตงม่าวกุ้ยภาคพิเศษผ่านเวลามาสามร้อยปีเขาก็ยังไม่เคยเปลี่ยนไป) ยืนเงียบอยู่บนหลังคาด้านทิศใต้มองเห็นฟูเหรินเห็นอันหนานและมองเห็นฮวาผิงที่มีใจให้กับฟูเหริน เขามองเห็นโอกาสอันดีมองเห็นจิตใจอันคับแคบและมีกิเลสแรงกล้าของหญิงนางนี้ที่เขาััได้บางสิ่งที่เขารอคอยกำลังจะมาถึงและมันจะต้องเกิดขึ้น ซานตงยังถือมีดดาบเล่มเดิมที่เขาเคยใช้กับจงหลี (ตัวละครจงหลีจากซานตงม่าวกุ้ยภาคพิเศษ) มันยังคมและใช้ได้ดีแม้จะผ่านมาสามร้อยปีเขาเก็บรักษามันไว้อย่างดี