เห็นนางแม้ว่าหน้าตางดงามทว่าดูไปแล้วกลับไม่มีลักษณะที่ภูมิฐานสง่างามเห็นได้ชัดว่าไม่ได้เกิดจากมารดาที่มีฐานะสูงส่ง
ซ่งิหลานไม่ได้สนใจสตรีผู้นี้จึงทำให้ตัวเองไม่ได้ใส่ใจและให้ความสำคัญแก่นางกวาดสายตามองผ่านนาง เพียงแค่ยื่นมือออกไปหาซ่งิอี
“น่ายนาย?” สตรีผู้นั้นถูกซ่งิหลานมองข้ามอย่างหยิ่งยโสก้นบึ้งั์ตาปรากฏความไม่พอใจอยู่หลายส่วน ฝืนใจยิ้มมองไปที่ซ่งิอี
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของซ่งิอีฉับพลันสั่นเทาปรากฏความหวั่นกลัวอยู่หลายส่วน
ฮูหยินผู้เฒ่าจงจิ้งโหวนั่งมองอยู่ข้างๆเห็นซ่งิอีอ่อนแอดังนี้ั์ตาปรากฏร่องรอยอารมณ์ที่ซับซ้อนและไม่ชัดเจนขึ้นหลายส่วน
“พี่หญิงใหญ่?” สีหน้าของซ่งิหลานกดลึก
“น้อง น้องสาม...” ใบหน้าของซ่งิอีเดิมทีก็ซีดขาวแทบจะไร้สีเือยู่แล้วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนมีความหวั่นกลัวต่อสตรีผู้นั้นแต่ยังคงไม่มากไปกว่าความคิดถึงต่อซ่งิหลานแม้ว่าดูเหมือนทั่วทั้งร่างอ่อนแอเปราะบางทว่าปลุกใจตัวเองให้ก้าวเดินไปอยู่ตรงหน้าซ่งิหลานและเอื้อมมือไปจับมือทั้งคู่ของนาง
มือที่เย็นเฉียบและเต็มไปด้วยกระดูกเก้งก้างทำให้สายตาของซ่งิหลานสั่นสะท้านขึ้นมาทันที นางกุมมือพี่สาวของตัวเองไว้และไม่ได้ถามว่าทำไมนางถึงเปลี่ยนเป็อย่างนี้ไปได้มองไปยังจ้าวถงที่อยู่อีกด้านอย่างมีมารยาท อมยิ้มพูดขึ้นว่า “พี่สาวน้องสาวหลายปีไม่ได้พบหน้า ยากที่จะลบเลือนความรู้สึกหากทำอะไรที่เสียมารยาทออกไป ใต้เท้าโปรดอภัย”
อภัย?
สามารถไม่ให้อภัยได้หรือ?
หากไม่ให้อภัย? ถูกหญิงงามหยาดเยิ้มผู้นี้โมโหขึ้นมาหยิบดาบแทงเขาตายจะทำยังไง?
คิดถึงฝ่าาของตัวเองที่อยู่ในพระตำหนักวันๆเอาแต่ฟังข่าวลือที่ออกจากจวนจงจิ้งโหวให้ความสนใจต่อคุณหนูสามขนาดนี้ ใบหน้าของจ้าวถงยิ่งลุ่มลึกขึ้นหลายส่วน
เขากล้ารับประกันหากคุณหนูสามส่งเขาไปตาย ฝ่าาของตัวเองย่อมยินยอมโดยที่หนังตาไม่กระตุกแม้เพียงสักนิดไม่แน่อาจจะส่งดาบมาให้คนงามเลือกเพื่อลงมือด้วยตนเอง
เพราะว่าครุ่นคิดมาเป็อย่างดีแล้วว่าหญิงงามหยาดเยิ้มผู้นี้อยู่ในใจของจิ้นอ๋องมีตำแหน่งอะไรด้วยเหตุนี้รอยยิ้มของจ้าวถงจึงทั้งกระตือรือร้นและเปิดเผย นอบน้อมและยินดีหากให้คนที่รู้จักเขาเห็นจะต้องเข้าใจว่านี่คือจ้าวถงตัวปลอมเป็แน่เขาไหนเลยจะกล้าตอบรับการขออภัยของซ่งิหลาน รีบร้อนยิ้มและพูดขึ้นต่อหน้านางว่า“ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของคุณหนูสามลึกซึ้งข้ามองดูแล้วยังแทบจะทอดถอนใจไม่ทัน ท่านเองก็ไม่ได้ทำสิ่งใดที่เสียมารยาทอีกอย่าง ท่านคงลืมแล้ว ฝ่าาของข้าเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตของท่านมีที่มาอย่างหนักแน่นเช่นกัน” เขากระซิบกระซาบถ้อยคำครุมเครือสองประโยคหลังเห็นั์ตาดำขลับของซ่งิหลานมองมาที่ตัวเอง พลันหนาวะเืขึ้นมาทันทีรีบร้อนยิ้มและพูดออกไปว่า “ฝ่าาเกรงว่าคุณหนูสามจะอยู่ในจวนโหวอย่างไม่สบายใจด้วยเหตุนี้จึงให้ข้านำสิ่งของเหล่านี้มาเยี่ยมเยียน ฝ่าายังบัญชาว่า...”
คุณหนูสามอาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองจิ้นอ๋องยังต้องให้หมาจับหนู*จ้าวถงคิดว่าการกระทำของจิ้นอ๋องค่อนข้างจะตีแสกหน้าจงจิ้งโหวอยู่มาก
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้าเองก็มาเพราะบัญชาของฝ่าาบัญชามาว่าใครทำให้คุณหนูสามไม่สบายใจ หรือว่าท่านมองใครแล้วขวางหูขวางตาขอเพียงบอกข้า ข้าย่อมต้องเป็ธุระจัดการให้ ไม่ต้องให้คุณหนูสามลำบากใจ”
พูดจนจบแม่ทัพจ้าวกลับรู้สึกเพียงว่าค่อนข้างเหลวไหลไร้สาระไปบ้าง
นี่ไม่ใช่ลักษณะของผู้มีพระคุณช่วยชีวิตพึงกระทำต่อหญิงงามที่ตัวเองช่วยเอาไว้แล้วทว่ากลับเหมือนลักษณะของสุนัขรับใช้ประจบเอาใจนายของตัวเองมากกว่า?
อาจเป็เพราะสีหน้าของเขาค่อนข้างลำบากใจั์ตาแฝงความนัยของซ่งิหลานจึงแผ่ขยายออกบางเบา
“เช่นนั้นก็ต้องขอบพระทัยแล้ว” นางไม่เกรงใจรับของจากจิ้นอ๋องทั้งยังไม่ได้สั่งให้บ่าวยกไปเก็บ ให้ฮุ่ยซินเปิดหีบเ่าั้ขึ้นเห็นว่าข้างในเต็มไปด้วยสิ่งของสวยงาม แพรต่วนผ้าซาตินหลากหลายสีส่องประกายเห็นเพียงว่าแพรต่วนหรือไหมเ่าั้เรียบลื่นดุจสายน้ำ ลวดลายประณีตและละเอียดอ่อนแม่นยำของแพรปักก็รู้ว่านี่ล้วนเป็สิ่งทอที่หาได้ยากยิ่ง สิ่งทอที่เปิดออกครั้งนี้เทียบกับบรรดาเพชรพลอยหลากสีแทบจะไม่ได้แตกต่างกันทุกๆหีบที่เปิดออกล้วนส่องประกายระยิบระยับต่อสายตาของซ่งิหลานนางเห็นว่าหีบผ้าทอเหล่านี้มากกว่าครึ่งล้วนเป็สีเรียบง่ายทว่าใส่แล้วสง่างามตัวเองชื่นชอบเป็อย่างมาก
“คุณหนูเ้าคะ!” ฮุ่ยซินเปิดหีบขึ้นมาอีกใบใบหน้าพลันปรากฏความประหลาดใจ อดใจไว้ไม่ได้หันไปมองหีบมากมายที่วางกองอยู่ในเรือนฮูหยินผู้เฒ่า
หีบใบนี้ยังเป็แพรต่วนซาตินทว่ากลับเป็สีที่งดงามเฉิดฉาย ที่มากที่สุดในหีบนั้น คือสีแดงเพลิง
สีที่ส่องประกายต่อสายตาทำให้ผู้อื่นจิตใจชื่นมื่น แม้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าได้พบเห็นสิ่งของดีๆมามากมายยังทนไม่ได้ต้องพูดด้วยเสียงอบอุ่นออกไปว่า “ฝ่าาจ่ายให้ฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว”
“ในเมื่อมอบให้แก่คุณหนูสาม ย่อมต้องเป็สิ่งที่ดีที่สุด” จ้าวถงตอบรับด้วยความยินดีอยู่ข้างๆ
ซ่งิหลานรู้สึกว่าชายหนุ่มผู้นี้รู้จักพูดอยู่มากเมื่อเทียบกับจิ้นอ๋องผู้เคร่งขรึมพูดน้อยคำพูดและการกระทำของจ้าวถงทำให้ผู้อื่นเบิกบานใจอยู่หลายส่วนนางยิ้มและพยักหน้าขอบคุณ “ใต้เท้าโปรดขอบพระทัยฝ่าาแทนข้าด้วย”
“คุณหนูสามชอบก็ดีแล้ว” จ้าวถงถอนหายใจอย่างโล่งอก
ในเมื่อคุณหนูซ่งสามรับสิ่งทอเหล่านี้เช่นนั้นเขาก็สามารถกลับไปรายงานผลได้
“ผ้าไม่กี่พับเหล่านี้เหมาะที่จะสวมใส่ในฤดูกาลนี้ ทว่าเสื้อผ้าที่พี่หญิงใหญ่สวมอยู่บนร่างกายไม่พอดีตัวก็ควรเปลี่ยนชุดใหม่เสียเถอะเ้าค่ะ” เมื่อก่อนซ่งิอีเพียบพร้อมสง่างามซ่งิหลานจำได้ว่านางทั้งอ่อนโยนทั้งมีกิริยาท่าทางสมกับเป็พี่สาวคนโตปกป้องคุ้มครองน้องสาวในตอนนั้นก็ทำด้วยความใส่ใจ ทว่าเมื่อกลับมาพบกันอีกครั้งซ่งิอีผู้เพียบพร้อมสง่างามก็สลายหายไป เหลือเพียงร่างที่ผอมแห้งเซื่องซึมเช่นเดียวกับไม้แห้งผุพัง นางหลุบสายตาตัวเองลงเลือกหยิบผ้าหลายแบบที่มีสีสันเรียบงามทว่าใส่แล้วไม่เชยและดูแก่จากในหีบพูดขึ้นว่า“ตอนนั้นพี่หญิงใหญ่ออกเรือน ข้าอยู่ในหุบเขาห่างไกลไม่สามารถกลับมาได้ผ้าทอไม่กี่พับเหล่านี้พี่หญิงใหญ่นำกลับไปด้วยคิดเสียว่าข้าในฐานะน้องสาวชดเชยของขวัญแต่งกายในปีนั้น”
“ไม่ ข้าจะเอาสิ่งของของน้องสามได้อย่างไร?” ซ่งิหลานอยู่ในจวนโหวยิ่งลำบากมากกว่าซ่งิอีบอกปัดปฏิเสธด้วยั์ตาแดงระเรื่อ
“ต่อให้ลำบากก็ยังมีแพรต่วนซาตินสวมใส่มิได้ขาด ไม่เหมือนพี่หญิงใหญ่เสื้อผ้าชุดนี้มีแต่จะทำให้ผู้อื่นดูแคลน”
“คุณหนูสามมีใจหวังดีต่อน่ายนายของเราเป็เื่ที่ดีเพียงแต่จวนของพวกเราไม่ได้ขาดแคลนเสื้อผ้าอาภรณ์ ถ้าหากว่าน่ายนายนำกลับไปจวนด้วยจะมิทำให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะว่าจวนของเราใจร้ายต่อน่ายนายหรอกหรือเ้าคะให้บอกว่า้าชดเชยเพิ่มสินเดิมเ้าสาว? อย่างนี้จะไม่ยิ่งขายหน้านายท่านของพวกเราหรือเ้าคะอนุคิดว่า ทำอย่างนี้ไม่ใคร่จะดี น่ายนายว่าอย่างไรเ้าคะ?” สตรีงดงามผู้นี้เห็นว่าซ่งิหลานยกสิ่งทอสวยสดงดงามหลายพับเ่าั้ให้แก่พี่สาวั์ตาก็ปรากฏร่องรอยความริษยาพาดผ่านหลุบศีรษะก้มลงมองเสื้อผ้าอาภรณ์บนเรือนร่างตัวเองแม้ว่าจะเป็เสื้อผ้าอาภรณ์ที่หรูหราตระการตาทว่าเมื่อเทียบกับแพรต่วนซาตินเ่าั้กลับเปลี่ยนเป็สินค้าคุณภาพแย่กว่าอยู่หลายเท่า
นางรู้ว่านี่ล้วนเป็ผ้าซาตินเนื้อดีที่สุดที่ประทานมายิ่งรู้สึกอิจฉาขึ้นมาหลายส่วน
ซ่งิหลานกำมือเข้าหากันแน่นเคร่งขรึมขึ้นมา
“นางเป็ใคร?” นางไม่ได้หันไปมองสตรีเลินเล่อผู้งดงามเพียงแค่มองสบั์ตาของซ่งิอีถามขึ้น
“บ่าวคือสาวใช้ข้างกายน่ายนายเ้าค่ะน่ายนายและนายท่านรองให้เกียรติยกย่อง ตอนนี้ก็คอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายนายท่านรอง” สตรีผู้นั้นลูบไข่มุกและพลอยที่อยู่บนศีรษะพร้อมทั้งแย้มยิ้มอย่างน่ารัก
“เป็สาวใช้ที่ติดตามข้าไปอยู่บ้านสามี” ซ่งิอีพูดมาถึงตรงนี้กระบอกตาพลันแดงเรื่อขึ้นมา
นางเป็นายสตรีผู้นี้เดิมทีเป็แค่สาวใช้ที่ติดตามนางไปอยู่บ้านสามี ทว่าตอนนี้ล่ะหรือ? นางยังเป็นายทว่ากลับปล่อยให้สาวใช้ผู้นี้เหยียบจมดิน กระทั่งกลับมาเยี่ยมบ้านแล้วยังทำให้ผู้อื่นเห็นเื่น่าหัวเราะ
“ตบปากนางให้ข้า” ซ่งิหลานสั่งอย่างสงบ
“คุณหนูสาม?” ซ่งิอีเงยหน้าขึ้นทันควันใบหน้าตื่นตะลึงเมื่อมองไปยังน้องสาวของตัวเอง
“อยู่ต่อหน้านาย จะมีบ่าวคำไหนกล้าสอดคำพูด? นังบ่าวสารเลว!” ซ่งิหลานดึงซ่งิอีมาอยู่ข้างหลังตัวเอง ครู่เดียวบนศีรษะที่มีปิ่นปักผมรูปหงส์ประดับด้วยพลอยสีแดงสุกใสก็ส่ายไหวอย่างรุนแรงส่องประกายระยิบระยับบาดตา มือชี้ไปที่ใบหน้างงงวยสงสัยของสาวใช้ผู้นั้นตวาดว่า “เ้านายไม่ได้เรียกให้เ้าพูด เ้ายังกล้าสอดปากไร้มารยาท?! ท่ามกลางจวนโหวแห่งนี้ เ้ายังจะนับเป็ตัวอะไรได้อีกยังกล้าทำเหมือนเป็นายของเ้านายตัวเอง? ในเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็บ่าวก็ควรจะทึ่มๆซื่อๆรอฟังคำสั่ง! ก็แค่สาวใช้คนหนึ่งเ้ายังกล้าใส่เสื้อผ้าอย่างนี้ ยังมีเครื่องประดับอย่างนี้? เ้าเป็คนของบ้านใดกันแน่? หากข้ารู้ละก็อย่างน้อยก็จะต้องให้เลื่องลือกันไปทั่ว ให้ทั้งเมืองหลวงได้รู้ใต้เบื้องพระยุคลบาทของฝ่าา ยังมีคนประเภทไม่รู้สูงรู้ต่ำไม่มีกฎระเบียบอย่างบ้านของพวกเ้า!”
“ตบ!” นางสั่งอย่างเข้มงวด
จากสตรีที่สงบเยือกเย็นผู้หนึ่งกลับเปลี่ยนสีหน้าทันควัน ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่คาดคิดมาก่อนจ้าวถงประหลาดใจจนอึ้งไป
นี่คงจะเป็อย่างที่เคยได้ยินมาว่าเปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือเสียอีก!
“คำพูดของคุณหนูข้า เ้าไม่ได้ยินหรือ? หน้าด้านได้รับความโปรดปรานเพียงกระผีกเดียวกลับไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ บ่าวใจกล้า จวนของพวกเ้าไม่มีกฎระเบียบไม่รู้จักอบรมสั่งสอนบ่าวพวกเราจวนโหวจะอบรมเ้าให้เอง!”
ฮุ่ยซินเป็คนอ่อนโยนทว่าเจินจูสาวใช้ข้างกายซ่งิหลานอีกคนเป็คนสวยหยาดเยิ้มทว่ากล้าหาญดุดันไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พับแขนเสื้อของตัวเองขึ้นตบลงไปบนใบหน้าขาวราวหิมะของสตรีผู้นั้นอีกหนึ่งฉาด
“อา!”
สตรีผู้นี้คิดไม่ถึงอย่างเด็ดขาดว่าตัวเองจะมีวันที่ถูกตบหน้าท่ามกลางฝูงชนอย่างนี้กุมใบหน้าตกตะลึงอยู่กับที่
“ครั้งหน้าหากยังกล้าอีก จะไม่จบลงแค่เพียงการตบหน้า” ซ่งิหลานพูดด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นชำเลืองมองซ่งิอีที่ใจนแข้งขาอ่อนถามว่า “พี่หญิงใหญ่แต่งให้แก่ใครเ้าคะ? บ้านไหนถึงได้ไร้กฎไร้ระเบียบอย่างนี้?!”
พูดถึงท่ามกลางตระกูลผู้ดีมีศักดิ์ยังจะมีไม่รู้จักแยกแยะความสำคัญของฮูหยินใหญ่และอนุภรรยาและประเภทเอ็นดูอนุภรรยาละเลยฮูหยินใหญ่อยู่อีกหรือนั่นไม่ใช่ชื่อเสียงที่ดีเลย มีแต่จะถูกผู้อื่นด่าว่าเละเทะ เห็นได้ชัดว่าซ่งิอีไม่ได้รับความเอ็นดูจากสามีตรงกันข้ามกลับไปเอ็นดูสาวใช้แทน นี่ย่อมนับเป็เื่ขาดอำนาจในการดูแลจวนหลังเรียกได้ว่าเอ็นดูอนุภรรยาละเลยฮูหยินใหญ่แล้ว ซ่งิหลานหรี่ั์ตาตัวเองลง
นางควรจะคิดได้ตั้งนานแล้วซ่งิอีตอนนั้นสนิทชิดใกล้กับตัวเองเพียงใดทั้งยังเติบโตขึ้นมาข้างกายท่านแม่ของนาง หลี่ซื่อจะสามารถเลือกคนดีๆให้แต่งกับนางได้อยู่หรือ
เพียงแต่แม้ว่านางจะเข้าใจเหตุผลนี้ก็ไม่มีทางให้อภัยจงจิ้งโหวที่ปฏิบัติต่อซ่งิอีโดยไม่ถามไถ่สนใจไยดีและปล่อยทิ้งให้เคว้งคว้างอย่างนี้ได้ยังมี...
สายตาเยียบเย็นของฮูหยินผู้เฒ่ากำลังมองมา
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นซ่งิหลานอยู่ๆก็โมโหขึ้นมาทันทีดูเหมือนได้รับความรู้สึกที่แปลกใหม่ ฉากเมื่อกี้ยังมีการตบหน้าอนุภรรยาผู้โอหังอวดดีแม้ว่านั่งตัวตรงไม่ได้ขยับเขยื้อน ทว่าั์ตากลับปรากฏความนัยขึ้นหลายส่วน
“เ้ากล้าตบข้าได้ยังไง? ข้าเป็คนของนายท่านรองนะ!” สตรีผู้นั้นถูกตบจนโง่งมไปแล้ว เพิ่งจะรู้สึกถึงความแสบร้อนบนใบหน้าจึงได้กรีดร้องออกไป
นางดูเหมือนจะถูกนายท่านรองอะไรนั่นรักใคร่เอ็นดูอยู่มากกระทั่งกล้าร้องคำรามด้วยความโกรธขึ้นต่อหน้าซ่งิหลาน
“เ้าก็แค่บ่าวของพี่หญิงใหญ่!” ซ่งิหลานพูดอย่างเฉียบขาด“แค่บ่าวคนหนึ่ง คิดจะพลิกฟ้า*หรือ! เข้าใจว่าตัวเองสูงส่งจริงๆแล้วล่ะหรือ?”
“นายท่านรองจะต้อง...” สาวใช้ผู้นั้นยังคิดจะพูดอะไรอยู่บ้างกลับรู้สึกว่ามีลมพัดผ่านขึ้นตรงหน้า ใบหน้าพลันแสบร้อน หน้าเบี้ยว จากนั้นซวนเซเข้าไปชนโต๊ะเล็กๆที่อยู่ข้างๆ
นางมองอย่างตื่นตระหนกไปยังเจินจูผู้ซึ่งตบหน้าตัวเองอย่างกะทันหัน
สาวใช้ผู้งดงามหยาดเยิ้มทว่าดุดันยิ้มให้นางอย่างเหยียดหยามหนึ่งครั้งร้องฮึขึ้นมา “กล้าไร้มารยาทต่อคุณหนูสามของพวกเราเชื่อหรือไม่ว่าข้ายังกล้าตบเ้าอีก?”
“อย่าไปพูดให้มากความกับนังแพศยานี่” ั์ตาดำขลับของซ่งิหลานมีประกายเย็นะเืพาดผ่านชำเลืองมอง พูดกับซ่งิอีที่ก้มหน้าต่ำซ่อนน้ำตาไว้กับบ่าของตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นว่า“นางเป็สาวใช้ของพี่หญิงใหญ่ ตอนนั้นย่อมต้องมีสัญญาขายทาสเป็แน่สัญญาอยู่ในมือของท่านหรือไม่?”
“อยู่”ซ่งิอีตอบออกไปอย่างเลื่อนลอย
“เอามาให้ข้า กล้าอกตัญญูต่อนายหญิง แผดร้องในจวนโหว บ่าวต่ำต้อยที่เนรคุณข้าว่าขายนางไปซีหมานให้คนเถื่อนแถวนั้นเอาไปเป็ทาสเถอะ!”
*狗拿耗子หมาจับหนู หมายความว่า การทำงานนอกเหนือหน้าที่ของตน
*翻了天พลิกฟ้าหมายความว่า เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ยิ่งใหญ่
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/cbd7c044802f07a826abd2eff68d73da
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ยอดพธูแห่งยุคที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ยอดพธูแห่งยุค #readAwriteด้วยน้า