ผ่านมาได้ครบอาทิตย์แล้วสำหรับการเริ่มงานใหม่ของมาตา นับว่าเป็โชคดีของเธอที่บุรินทร์ติดธุระที่ต่างจังหวัดั้แ่วันที่สองที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่แล้ว ทำให้เธอทำงานอย่างอย่างมีความสุข ไม่ต้องคอยหลบหน้าเขาอย่างที่คิดเอาไว้ เพื่อนร่วมงานก็เข้ากันได้ดีพี่ไผ่ผู้ที่อุทิศตนเป็พี่สาวคนโต สอนงานให้อย่างไม่หวงวิชา พี่นารถ พี่สาวคนสวยผู้พูดจาไพเราะยิ้มก็สวย และแสนจะใจดี กับพี่ฝนสาวเปรี้ยวผมสั้นแสนก๋ากั่น แต่เป็คนที่คุยสนุก มีเื่มาเม้าท์มอยกันได้ทั้งวัน พอถึง่ต่อเวร จึงเป็เวลาที่พวกเธอมีความสุขกันมากแม้จะได้อยู่คุยกันวันละไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม
แต่ที่หน้าแปลกใจก็คือ วันสองวันแรกยังมีหนุ่ม ๆ ต่างแผนก มาคุยหยอกล้อกับเธออยู่เลยแต่พอบุรินทร์ไม่อยู่กลับเงียบหายไปเหมือนกันสงสัยคงเห็นว่าเธอมีเพื่อนคุยด้วยแล้ว เลยไม่มาทักทายเหมือนวันแรก ๆ
สิ่งที่มาตาไม่รู้ก็คือวันที่สองที่มาตามาทำงาน บุรินทร์ได้เรียกตัวผู้จัดการฝ่าย FB เข้ามาพบ เพื่อบอกแนวทางในการให้บริการของพนักงานเขาขอสลับเอาพนักงานที่ยืนคุยกับมาตาสองสามคนให้ไปทำในกะดึกแทน โดยให้เหตุผลว่า ่นี้มีแขกเข้ามาพักเยอะควรจัดให้ผู้ชายไปทำกะดึกสลับกับพนักงานหญิงแทน โดยที่ผู้จัดการผู้ไม่รู้เื่เบื้องหน้าเื้ัก็เห็นดีเห็นงามไปกับบุรินทร์ด้วย
วันนี้เป็วันหยุดของมาตาเธอกะว่าจะเข้าไปซื้อหนังสือที่ตัวเมืองแล้วกลับไปนอนอ่านที่บ้านให้สบายใจ
วันนี้มาตาตื่นสายกว่าปกติมากยายมาลัยรู้ว่าหลานสาวทำงานมาหลายวัน คงเหนื่อยล้า วันนี้คง้าพักผ่อนจึงไม่ปลุกเธอเหมือนทุกวัน
มาตาอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็หยิบกุญแจรถเดินลงมาจากตัวบ้านเธอมองหายายแต่หาไม่เจอ เลยคิดว่ายายน่าจะเข้าไปในสวนหลังบ้าน
ขณะที่กำลังหมุนตัวจะเดินไปหลังบ้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของยายแว่วมาพร้อมกับเสียงอีกเสียงหนึ่ง
“เสียงใครนะ...คุ้น ๆแหะ” ว่าแล้วก็เดินไปทางต้นมะขามหน้าบ้านที่มีเสียงดังมาจากทางนั้น
“มาตามาปอดีเลยป้อเลี้ยงเปิ้นมารอมาตาตะกี้ละ ยายว่าจะขึ้นไปฮ้องปอดี เฮามาก่อดีแล้วนั่งอู้กับป้อเลี้ยงเปิ้นนี่ก่อน ยายจะไปเยี๊ยะกับข้าวมะตอนฮื้อลุงตั๋วก่อนต๋ามสบายเน้อเ้าป้อเลี้ยง” ยายสั่งมาตาเสร็จก็เดินจากไปเลย
“สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยงวันนี้พ่อเลี้ยงมารับของหรือคะ แต่ว่าคิวส่งให้รีสอร์ทมันวันพรุ่งนี้นี่นา”
“เปล่าหรอกจ้า พี่เอาของฝากมาให้ลิตาน่ะมีขนมสายไหมที่ลิตาชอบกินด้วยนะ”
อ้อ...ที่แท้พี่ท่านก็เอาของมาฝากนี่เอง
“ขอบคุณค่ะ นี่พ่อเลี้ยงกลับมาเมื่อไหรคะ แล้ว”มาตาพูดยังไม่จบก็ถูกสายตาคมดุจ้องตอบกลับมา
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลางานแล้วนะทำไมยังเรียกพ่อเลี้ยงอยู่อีก” แนะ ยังมาทำเสียงดุใส่เธออีก นี่เธอก้าวขาลงบันไดบ้านมาผิดข้างหรืออย่างไร
“เอ่อ...ค่ะพี่เมืองมาตายอมพี่แค่นอกเวลางานเท่านั้นนะคะ” มาตาี้เีต่อรองกับเขาอีก เพราะอย่างไรคนอย่างบุรินทร์ก็ต้องไม่ยอมทำตามแน่ ๆ พ่อจอมเผด็จการ
“พี่พึ่งลงเครื่องเมื่อเช้านี้ แวะเข้ารีสอร์ทมาแล้วด้วยเห็นคุณฝนบอกว่าวันนี้วันหยุดของเรา พี่กลัวขนมจะเสียเลยรีบเอามาให้น่ะ” บุรินทร์บอกยิ้ม ๆนี่เขาคงคิดถึงเธอมากไปหน่อย พอลงเครื่องมาก็รีบตรงไปหาเธอทันที โดยลืมไปว่า วันนี้เป็วันหยุดของเธอเพราะกะว่าจะมาเซอไพร์ซเลยรีบบึ่งรถมาบ้านสวนคุณยาย คิดไปคิดมาแล้วก็ให้รู้สึกอายก็เลยหันหน้าหนีไป จึงไม่ทันเห็นรอยยิ้มล้อเลียนของมาตา
“อ้อ...ค่ะ มาตาจะรีบกินทันที ก่อนที่มันจะเสียนะคะ”มาตาอมยิ้มตอบ เธอไม่เคยเห็นบุรินทร์ในมุมนี้มาก่อนดูแล้วช่าง น่ารักดี
“แล้วนี่ลิตาจะไปไหนเหรอเห็นหยิบกุญแจรถมาด้วย”
“คือว่าวันนี้วันหยุด มาตาเลยกะว่าจะเข้าในเมืองไปซื้อของหน่อยค่ะแล้วพี่เมืองจะกลับเลยไหมคะ เราจะได้ออกไปพร้อมกันเลย”
ไปพร้อมกันในความคิดของมาตาคือ ออกไปเวลาเดียวกันแต่คนละคันแล้วแยกย้ายกันไป
“ไปสิจ๊ะ” ว่าแล้วบุรินทร์ก็ออกเดินนำมาตาไปที่รถของเธอ
“มาเร็วสิลิตาเดี๋ยวสายกว่านี้แดดจะแรงนะ”
อึ้งเลยจ้า นี่อิพี่เมืองเข้าใจความหมายของเธอยังไงนะถึงเดินตามมาที่รถของเธอ คงไม่ใช่ว่าจะไปกับเธอหรอกนะ
“พี่ก็ว่าจะเข้าไปในเมืองเหมือนกันไปกับลิตาเลยก็ดี นี่พี่ก็รู้สึกเพลียอยู่เลย งั้นลิตาขับรถให้พี่ละกันเนาะไปกันเถอะค่ะ”
‘เนียนเกินไปแล้วไหมพี่เมืองถ้าพี่เหนื่อยก็ไม่น่าจะมาที่นี่ั้แ่แรกหรือเปล่า’มาตาคิดอย่างปลงตก ถึงอย่างไรแพลนวันนี้ก็ถูกผู้ชายตรงหน้าทำลายไปแล้วหมดกันวันหยุดของฉัน ขอโอทีเพิ่มในฐานะที่ต้องดูแลเ้านายอย่างนี้ พี่เมืองจะอนุมัติให้ไหมเนี่ย
และแล้วคนขับรถจำเป็และผู้โดยสารกิตติมศักดิ์ก็เข้ามาในตัวเมืองเชียงใหม่ เดิมทีมาตาตั้งใจจะเข้าไปในเมืองลำพูนแต่บุรินทร์บอกว่าร้านหนังสือในเมืองเชียงใหม่มีให้เลือกเยอะกว่า และที่พิเศษกว่านั้นคือเขารู้จักร้านหนังสือชื่อดังที่มาตาคิดอยากจะไปสมัครเป็สมาชิกอยู่อีกด้วย
พอรถเคลื่อนออกไปได้สักระยะมาตาก็รู้สึกได้ว่าบุรินทร์เงียบไป จึงค่อย ๆหันมามอง ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอามาตาไปไม่เป็เลย คนบ้า เหนื่อยก็น่าจะพักผ่อนอยู่ที่บ้านจะออกมาเตร็ดเตร่อีกทำไม
มาตาค่อย ๆลดเสียงเพลงลงอีกนิดปรับแอร์ให้พอดี คนตัวโตจะได้นอนหลับพักผ่อนให้เย็นสบายสงสัยพี่เมืองคงจะเหนื่อยจริง ๆ สินะ เอาเป็ว่า เห็นแก่ของฝาก เธอจะบริการขับรถให้นิ่มที่สุดเลยละกัน
พอเข้ามาในตัวเมืองมาตาจำเป็ต้องปลุกบุรินทร์เพื่อถามทางไปร้านหนังสือ เธอลองเรียกพี่เมืองสองสามทีแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เลยตัดสินใจจอดรถเข้าข้างทาง แล้วค่อย ๆ เขย่าแขนบุรินทร์เบาๆ
“พี่เมืองคะ พี่เมือง พ่อเลี้ยงคุณบุรินทร์” นี่ถ้ายังไม่ตื่นอีกเธอจะตีแรง ๆ แล้วนะ คิดแล้วก็เตรียมง้างมือจะตีจริงๆ ทันใดนั้น บุรินทร์ก็ลืมตาขึ้นมา
“อุ้ย!...พี่เมืองใหมดเลยค่ะ”
“ลิตาทำอะไรคะ แล้วนี่เราจะตีพี่จริงๆ เลยเหรอ” แน่ะ ตื่นมาก็สายตาดีเชียวนะ มาตารีบชักมือกลับแล้วทำทีเป็ปรับกระจกมองหลังแทน
“เข้าในเมืองแล้วเหรอนี่ นี่พี่หลับยาวเลยนะ มา ..เดี๋ยวเปลี่ยนพี่ขับแทน” บุรินทร์ลงจากรถแล้วมาเปิดประตูให้มาตาลงมา สลับตำแหน่งกัน
“ดีเลยค่ะ มาตาไม่ได้ในเมืองนานแล้วไม่ค่อยชินทางเลย”
“แล้วเราจะไปร้านหนังสือก่อนไหมหรือจะไปหาอะไรกินก่อนดี” บุรินทร์เริ่มเคลื่อนรถออกแล้วถามหญิงสาวด้านข้าง ที่จริงแล้ว เขายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนี่ก็เริ่มสายแล้ว ไม่รู้ว่ามาลิตาจะกินมาแล้วหรือยัง
“เอ่อพี่เมืองกินอะไรมาหรือยังคะ มาตาว่าเราแวะเติมพลังกันก่อนก็ดีค่ะเดี๋ยวมาตาคงใช้เวลากับหนังสือเพลินแน่ ๆ เลย พี่เมืองจะหิวเอาได้”
บุรินทร์จึงเลี้ยวรถเข้าข้างทางเมื่อเจอร้านที่หมายตาไว้แล้ว
ทันทีที่เข้ามาในร้านอาหารบุรินทร์ก็ได้รับการต้อนรับเป็พิเศษ พวกเราถูกเชิญเข้ามาในโซนวีไอพีของร้านซึ่งเป็ห้องกระจกติดแอร์ มาตาค่อนข้างใที่เห็นว่าข้างในห้องนี้มีคนอยู่ก่อนแล้วหลายคน
“อ้าวไอ้พ่อเลี้ยงเมือง ไหนมึงว่าจะรีบไปทำธุระไงแล้วทำไมมาโผล่ที่นี่ได้วะ” อยู่ ๆ ผู้ชายร่างสูงผิวเข้ม ที่ดูดีอย่างกับนายแบบซึ่งนั่งอยู่ในโต๊ะริมสุดก็ลุกขึ้น แล้วเดินมาทักบุรินทร์
“ก็ไปทำธุระมานั่นแหล่ะ เสร็จแล้วไงวะเลยแวะมากินข้าวนะสิ แล้วนี่มึงอิ่มยัง ถ้าอิ่มแล้วก็รีบไปเถอะ ไม่ต้องห่วงกูหรอก”ในความหมายของบุรินทร์คือ มึงไม่ต้องมายุ่งกับกู กินเสร็จก็ออกไปเลยนะไอ้เพื่อนบ้า
“ใจคอมึงจะไม่แนะนำสาวน้อยคนนี้เลยหรือไงวะสวัสดีครับผมชื่อ พสิณ เรียกเสี่ยโต้งก็ได้ครับ ผมเป็เพื่อนกับพ่อเลี้ยงบุรินทร์ถ้ายังไงเชิญร่วมโต๊ะด้วยกันนะครับ” เสี่ยโต้งเ้าของปางช้างที่แม่แตงซึ่งเป็เพื่อนสนิทอีกคนของบุรินทร์กล่าวแนะนำตัวกับหญิงสาวตรงหน้าเขา
“เอ่อ...สวัสดีค่ะ มาตาค่ะ”มาตาพูดยังไม่ทันเสร็จบุรินทร์ก็รีบพูดแทรกมาทันที
“เอาไว้คราวหน้านะไอ้โต้งวันนี้กูหิวแล้วขอตัวก่อนนะโว้ย” บุรินทร์รีบจูงแขนพามาตาไปนั่งโต๊ะอีกฝั่งของห้อง
“พี่เมืองทำไมเสียมารยาทอย่างนั้นละคะ แล้วเสี่ยโต้งเขาจะไม่ว่าเราหรือคะ” บุรินทร์ทำเป็ไม่สนใจเขาจัดให้มาลิตานั่งหันหลังให้เสี่ยโต้ง ส่วนเขาอ้อมมาอีกฝั่งแล้วนั่งลงตรงข้ามกัน
“ที่นี่ร้านมันเองเมื่อเช้ามันโทรหาพี่แล้วชวนมาสังสรรค์กันที่นี่ พี่ปฏิเสธมันไปแล้ว นึกว่ามันจะไม่เข้าร้านแล้วเสียอีก ที่ไหนได้ ดันมาเจอกันได้ซะนี่”เขาพูดพร้อมส่งเมนูอาหารให้มาลิตาเลือก
ขณะที่รออาหารมานั้นเสี่ยโต้งที่เห็นอาการหวงของบุรินทร์ก็นึกสนุก อยากแกล้งเพื่อนขึ้นมาบ้างในกลุ่มของพวกเขา บุรินทร์เป็คนเดียวที่ไม่เคยควงสาวมาให้เห็นแม้จะมีบ้างเวลาไปเที่ยวด้วยกัน แต่ก็ไม่เคยมีรายไหนจะมัดใจเพื่อนเขาได้เกินสองวันวันนี้เห็นเพื่อนควงสาวมา ทั้งยังทำเป็หวงนักหวงหนามันน่าเรียกไอ้หมอกับไอ้ปั้นมารุมจริง ๆ
“ขออนุญาตนั่งด้วยนะครับพอดีเพื่อนผม่นี้มันยุ่ง ๆ ไม่ค่อยได้คุยกันเลยผมรู้สึกเหมือนถูกทิ้งอย่างไรก็ไม่รู้ ถ้าอย่างไรมื้อนี้ผมขอเป็เ้ามือเองนะครับ”เสี่ยโต้งไม่รอให้ใครอนุญาต เขาสั่งให้เด็กย้ายจานมารวมกับโต๊ะนี้แล้วเขาจะนั่งนี่ซะอย่าง ดูสิว่าพ่อเลี้ยงเมืองจะทำอะไรได้ อย่างน้อยต่อหน้าสาวมันคงไม่ไล่เขากลับจริงๆ หรอกนะ
“แล้วแกก็ตอบฉันมาด้วยไอ้เมืองไหนแกว่าวันนี้ไม่ว่างไงวะ” พูดไปตาเหล่มองหญิงสาเพียงหนึ่งเดียวในโต๊ะไปด้วย
“เออๆ ยอมแล้วโว้ย นี่มาลิตาน้องรหัสไอ้ปั้นมันไง ที่เคยเล่าให้ฟังหน่ะ แล้วไม่ต้องเสือกถามมากนะมึงแล้วกูก็ทำธุระเสร็จแล้วเลยพาน้องเขามากินข้าวเท่านั้นแหล่ะ มีอะไรสงสัยอีกไหมถ้าถามอีกข้อกูจะเปลี่ยนร้านแล้วนะเว้ย” บุรินทร์ส่งสายตาข่มขู่ให้กับเสี่ยโต้งเชื่อได้เลยว่าคืนนี้ แชทไลน์กลุ่มหนุ่มมหาปะลัยของเขาต้องมีเื่นี้เข้ามาเกี่ยวข้องแน่ๆ
มาตาหันขวับไปทางบุรินทร์ทันทีที่เขาพูดเสร็จ อะไรคือที่เคยเล่าให้กันฟังเห็นทีวันนี้เขาคงต้องหาคำตอบดี ๆ ไว้รอแล้วนี่คงแอบนินทาเธอกับจีจี้ไว้มากเลยสินะ
“น้องมาตานี่เองพี่เคยได้ยินชื่อมานานแล้ว พึ่งเคยเจอตัวจริงสวยกว่าที่คิดไว้นะนี่ ไม่เลวเลยนะไอ้เสือ”พูดเสร็จหันไปยักคิ้วส่งให้กับบุรินทร์ที่มองมาอย่างไม่ไว้ใจ
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะอาหารน่ากินมากเลย มาตาว่าพี่เมืองคงจะหิวแล้ว ทานเยอะ ๆ เลยนะคะ”มาตาที่เห็นว่าระหว่างพี่ที่เมืองกับเสี่ยโต้ง กำลังเล่นาทางสายตากันอยู่เลยรีบเอาคืนชายหนุ่มตักกับข้าวทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะใส่จานของบุรินทร์จนพูนนี่คือโทษของการแอบเอาเธอกับเพื่อนไปพูดลับหลังถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่าไม่มีใครพูดถึงพวกเธอในทางที่ไม่ดีก็เถอะ ขอเอาคืนเล็ก ๆน้อยให้ตัวเองก็แล้วกัน แล้วจึงค่อย ๆ ตักกับข้าวใส่จานตัวเอง แล้วลงมือกินอย่างสบายอารมณ์ขึ้นมาบ้าง
บุรินทร์ที่เห็นการเอาคืนแบบเด็ก ๆของคนตรงหน้า ก็ยิ้มขำให้เธอ แล้วก็ลงมือกินโดยไม่สนใจว่ามีใครที่บังอาจมานั่งเป็สักขีพยานอีกหรือไม่
“ฮึ ๆ “ เสี่ยโต้งผู้ถูกเมินเห็นภาพตรงหน้าก็รู้สึกดีใจกับเพื่อนสักที เห็นทีคราวนี้มันคงจะมีคนที่ถูกใจแล้วจริงๆสินะ เื่นี้ต้องขยายไม่งั้นเสียชื่อเ้าของฉายา โต้งรู้...เพื่อนรู้