ตอนที่ 1 ยึดอำนาจ
“ เื่ตลกร้ายทางการทูตมักกลายเป็ความขัดแย้งที่ไม่มีวันหยุด ”
ปี พ.ศ. 2571 เกิดคามขัดแย้งใหญ่ที่ชายแดนระหว่างลิเบียและตูนิเซีย เพราะลิเบีย้าดินแดนทางตอนใต้ของตูนีเซียเพื่อเชื่อมต่อไปแอลจีเรียได้ง่ายแต่ทางตูนีเซียไม่ยอมจึงเกิดการปะทะเล็กน้อยที่ชายแดนและชาติตะวันตกเข้ามาไกล่เกลี่ยจนทางลิเบียยอมเลิกลาและตูนีเซียก็อยู่อย่างสงบจนกระทั่งมีเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในแอลจีเรียแต่ไม่สามารถทำให้เกิดเื่ใหญ่ได้จนกระทั่ง
วันที่ 9 เมษายน 2571
มีกลุ่มคนหัวรุนแรงคาดว่าน่าจะเป็กลุ่มก่อการร้ายบุกแบบอุกอาจถล่มค่ายทหารกองทัพแอลจีเรียและรัฐสภาในเมืองหลวงยังรวมไปถึงที่อยู๋พลเรือนที่ใกล้แถวๆสนามบินนานาชาติกับที่อยู่พลเรือนตรงแถวริมชายฝั่งทะเล
ทางหน่วยงานความมั่นคงแอลจีเรียเข้ามาจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่มีการสูญเสียเ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานไป 1,400 คน พลเรือน 20,000คน ทหาร 5,250 คน เพราะพวกเขาเจอการต่อสู้ในเมืองจากมุมตึกเล็กๆ ไปยังพื้นที่ถนนที่มีมือปืนยิงได้ตลอดเวลาและคาร์บอมบ์พลีชีพ จนคนร้ายจำต้องหนีเข้ามาในตูนิเซียเพื่อทะลุกลับไปลิเบียได้ง่าย โดยที่ทางตูนิเซียไม่ทราบถึงการเคลื่อนไหวแต่จับตามอง สถานการ์ในแอลจีเรียอย่างใกล้ชิดส่วนคนร้ายที่ยังอยู่ในแอลจีเรียโดนจับกุมโดยเ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงหรือพูดง่ายๆ ก็หน่วยข่าวกรองของแอลจีเรียจนควบคุมสถานการณ์ได้เป็ปกติ เมื่อทางรัฐบาลแอลจีเรียประกาศว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้หมดแล้วและได้เอ่ยขึ้นมาว่า มีประเทศที่ให้การสั่งการเื้ัในการเปิดปฏิบัติการอยู่ทางตะวันออกของประเทศและเราจะดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับพลเรือนและเ้าหน้าที่ที่ล้มตาย เพราะเหตุการณ์นี้แล้วคนร้ายก็หนีไปประเทศเพื่อนบ้านของเราทางตะวันออกแต่เพื่อนบ้านเรากลับทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวเราจะหามาตรการเด็ดขาดเพื่อบีบพวกเขาให้ส่งตัวคืนมาให้พวกเรามิเช่นนั้นเราจะบุกไปถามถึงตูนิสด้วยกองทัพ เมื่อข่าวเื่นี้ถูกถ่ายทอดสอดออกไปทำให้ทางตูนิเซียได้ทราบเื่นี้ดังกล่าวรู้สึกใอย่างมาก
เพราะมีปัญหาทางข่าวกรองกับทางแอลจีเรียเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว และเมื่อทราบว่าเกิดสถานการณ์แบบนี้อีกมันทำให้พวกเขาช็อคแล้วรีบทำการติดต่ออีกฝ่ายเพื่อขอเจรจา แต่ทางรัฐบาลแอลจีเรียไม่ได้้าเจรจาเพราะการที่รัฐบาลตูนิเซียไม่ทำอะไรเลยแต่กลับปล่อยให้ผู้ก่อการร้ายหนีเข้าบ้านตัวเองไปเฉย ๆ มันเปรียบเสมือนกับการสมคบคิดกับศัตรูของประเทศ
มันเป็ข่าวใหญ่ซึ่งทำให้ทางรัฐบาลฝรั่งเศสออกมาเคลื่อนไหวรวมถึงทางอเมริกาและสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้พูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันอย่ามีปัญหาความขัดแย้งแล้วขอให้มีการสืบสวนว่าเป็ฝีมือก่อการร้ายกลุ่มใด และทางรัสเซียกับจีนพวกเขาได้กล่าวแสดงความเสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้นแล้วพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่โดยที่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศทั้ง 2 ประเทศเอ่ยร่วมกันในใจความว่าที่ว่า เราจะทวงความยุติธรรมให้กับแอลจีเรียแม้ว่าจะต้องแลกอะไรก็ตาม
รัฐบาลของตูนิเซีย ได้ส่งโฆษกตัวเองออกข่าวปฏิเสธเื่นี้สุดฤทธิ์เพื่อสร้างความชอบทำให้กับตัวเองและกดดันให้แอลจีเรียให้จัดตั้งหน่วยสืบสวนในการสืบสวนร่วม
โฆษก: ทางรัฐบาลตูนิเซียรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งในการสูญเสียของทางแอลจีเรียแต่การที่จะเอ่ยอะไรที่เกี่ยวกับเพื่อนบ้านที่ดีสักอย่างควรมีหลักฐานให้ชัดเจนที่แสดงให้ถึงความ้าและการกระทำเ่าั้ หวังว่าเพื่อนบ้านที่สูญเสียของเราจะพิจารณาก่อนที่จะใช้อารมณ์
ปฏิกิริยาของนานาชาติ
ประธานาธิบดีสหรัฐเอ่ย เราขอให้ทั้ง 2 พยายามยับยั้งช่างใจอย่าได้วู่วามอันใดและเราเห็นด้วยกับทางตูนิเซียที่ให้สืบสวนเื่นี้ร่วมกับอาจจะเป็ฝีมือพวกก่อการร้ายที่จงใจสร้างสถานการณ์ที่ขัดแย้งก็เป็ได้อย่าพึ่งวู่วามแต่อย่างใด
ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเอ่ย ทางรัฐบาลฝรั่งเศสรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งกับการสูญเสียของแอลจีเรียแต่อย่างน้อยงควรได้พูดคุยกันก่อนโดยที่ไม่จำเป็ต้องมีความสูญเสียเพิ่มแต่อย่างใด
ประธานาธิบดีรัสเซีย เอ่ย เรามั่นใจว่าเพื่อนพันธมิตรของเรามีความรู้สึกโกรธแค้นและตัวผมกับชาวรัสเซียทั้งปวงจะช่วยเหลือเขาสุดกำลังเพื่อความยุติธรรม
ประธานาธิบดีจีนเอ่ย ทางการจีนเราก็รู้สึกเสียใจเช่นเดียวกันและเราหวังว่าทุกฝ่ายจะใช้ความยับยั้งช่างใจในการแก้ไขปัญหาและสถานการณ์ให้ไม่มีอะไรที่บาปลายไปมากกว่านี้แล้ว
นายกรัฐมนตรีสเปนเอ่ย ทางสเปนก็รู้สึกเสียใจกับเพื่อนบ้านเราเช่นเดียวกันที่เกิดเื่ร้ายเช่นนี้แต่ทางเราก็หวังไว้เช่นกันถึงวันที่ทั้ง 2 ฝั่ง ร่วมมือแก้ไขปัญหาแบบทวิภาคีเพื่อความมั่นคงในภูมิภาคนี้ต่อไป
ส่วนนายกรัฐมนตรีอิตาลีเอ่ย ทางเราก็เสียใจเช่นเดียวกันแต่อย่าได้ให้บานปลายไปมากกว่านี้เลย
ซึ่งทางรัฐบาลแอลจีเรียทราบข่าวถึงกับปวดจิตปวดใจแบบแปลกๆ
ทำเนียบประธานาธิบดี
ข่าวของชาติตะวันตกและตูนิเซียที่้าให้ทางแอลจีเรียเจรจากับตูนิเซียถึงหูประธานาธิบดี ในขณะที่ประธานาธิบดีเรียกประชุมด่วนฉุกเฉิน
ประธานาธิบดีแอลจีเรีย สะบดด่า : ไอ้เวรพวกนี้คิดว่าตัวเองดีเลิศมากขนาดนั้นเลยรึไง ที่เห็นเป็เพียงแค่การก่อการร้าย
เลขาประธานาธิบดี : ไม่แน่ มันอาจจะเป็ฝีมือของพวกนี้ที่ร่วมมือกับทางตูนิเซียมาบ่นทำลายความมั่นคงทางชายแดน
ผบ.หน่วยข่าวกรอง : ไม่น่าใช่หรอก อาจเป็ฝีมือของคนที่ไม่หวังดีกับเราก็ได้เพราะทางตูนิเซียในตอนนี้ไม่แข็งแกร่งในด้านการข่าวกรองและมีปัญหาภายในอีก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ : แต่ก่อนหน้านั้นเราควรส่งคนไปคุยกับรัฐบาลตูนีเซียก่อนดีไหมเพื่อหาหนทางที่ไม่ต้องใช้ความรุ่นแรง
รองประธานาธิบดี : นี้แกคิดว่า เราจะยกทัพบุกมันอย่างนั้นหรอ
ผบ.กองทัพบก : ถ้าเราบุกโจมตีเราก็สามารถชนะได้โดยง่ายเลยเพราะกองทัพตูนีเซียอ่อนแอเราจะได้ล้างแค้นด้วย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ : ใช่ครับ ท่านรองประธานาธิบดี
ประธานาธิบดีแอลจีเรีย : ผบ.หน่วยข่าวกรอง ทำไมคุณถึงไม่ยอมเจรจากับทางตูนีเซียเพื่อทราบข้อมูลก่อนละ
ผบ.หน่วยข่าวกรอง : มันไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกันหรอก ท่านประธานาธิบดี เท่าที่ผมทราบมานั้นในตูนีเซียมีการแย่งชิงอำนาจกันไม่หยุดเฉกเช่นเดียวกันกับเราแต่ทางฝั่งนั้นจะหนักกว่าซึ่งพวกเขาจะทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถกลับมาเล่นในสนามได้อีกเลย ส่วนสภาพประชาชนก็ตามมีตามเกิด
ประธานาธิบดีแอลจีเรียตอบกลับ นี่แกจะบอกว่า ฉันบริหารไม่ดีหรอ อยากตายมากนักหรือไง
ผบ.หน่วยข่าวกรอง :ไม่กล้าหรอกท่านประธานาธิบดี
รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม : หลังจากที่ทางเราไม่เจรจากับทางรัฐบาลตูนิเซียดูเหมือนว่า พวกชาติตะวันตกโดยเฉพาะสเปนกับอิตาลีเหมือนมีความเคลื่อนไหวทางทหารแปลกๆ นะ
ผบ.หน่วยข่าวกรอง : ใช่ เพราะพวกเขากังวลไงว่าพวกเราจะยกทัพบุก
ประธานาธิบดีแอลจีเรีย ตอบกลับด้วยอารมณ์โกรธ ใช่ ผม้าทำให้ตูนิเซียมันรู้ ถ้ามาแหย่มกับเราๆ ก็พร้อมตอบโต้กลับได้เช่นเดียวกันสั่งการให้กองทัพเตรียมความพร้อมแล้วเคลื่อนทัพไปทางตะวันออกเตรียมบุกตูนิเซีย เอาเมืองหลวงมาให้ผม
ผบ.สูงสุด : ท่านประธานาธิบดี ท่านแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะประกาศาต่อตูนิเซีย
ประธานาธิบดีแอลจีเรีย : ใช่ในเมื่อหนีเข้าไปในตูนิเซียมันจะต้องโดนดีแล้วทางตูนิเซียไม่ทำอะไรสักอย่างกับเื่นี้มันหมายความว่าอะไรกัน
รองประธานาธิบดี : เอาจริงหรอ คุณอยากได้ตูนิเซียเป็ท่าเรือเชื่อมต่อกับซิซิลีใช่ไหม
ประธานาธิบดีแอลจีเรีย : ไม่ ผม้าสั่งสอนตูนิเซียถึงในเมืองหลวงเท่านั้น ที่อื่นผมไม่สนถ้ากองทัพถึงเมืองหลวงตูนิเซียเอาข้อมูลทั้งหมดบริษัทของตูนิเซียและปล้นเงินในเมืองหลวงกลับมา
รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง : ท่านไม่ควร เอาแค่เมืองหลวงแค่ที่เดียวนะครับเพราะการใช้กองกำลังทหารต้องใช้งบประมาณจำนวนมากถ้าเราเอาแต่ข้อมูลและปล้นเงินในเมืองหลวงมันไม่เพียงพอหรอกอย่างน้อยต้องได้อะไรที่มากกว่านั้น
นายกรัฐมนตรี : ใช่อย่างน้อยที่สุดต้องมีรางวัลให้ประเทศสักหน่อย
ประธานาธิบดีแอลจีเรีย : ไม่ ที่ผม้าคือทำไงก็ได้ไปให้ถึงตูนิสให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้เข้าใจ!! และที่สำคัญเราต้องเตรียมความพร้อมให้กับกองทัพให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่เราจะเปิดศึกเพราะถ้าเราเปิดศึกได้เร็วามันก็จะจบไวแต่ถ้านานไปกองทัพเรืออเมริกา,สเปน,ฝรั่งเศส จะมาถึงหน้าบ้านเราแล้วเราจะโดนบึ้มทางอากาศผมไม่อยากให้เกิดาที่นานเข้าใจไหม ทุกคนในห้องก็มองหน้าและพยัคฆ์หน้าตกลงแล้วตอบกลับ ตกลงครับท่าน ( ตอบแบบไม่จริงใจ )
หลังจากนั้นทุกคนก็กลับไปทำงานประสานงานเพื่อเตรียมความพร้อมเคลื่อนพลทางทหารโดยที่ก่อนรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและผบ.ทหารบกจะออกจากห้องประธานาธิบดีแอลจีเรียได้เรียกให้พวกเขาอยู่ต่อก่อนเพื่อมอบหมายภารกิจลับให้ทั้งคู่ หลังจากนั้นประธานาธิบดีแอลจีเรียก็ติดต่อแบบลับๆ กับรัฐบาลที่เป็พันธมิตรกับตัวเองและโมร็อคโค รวมถึงบุคคลลึกลับกลุ่มหนึ่งแบบลับๆ
หลังจากนั้นประธานาธิบดีแอลจีเรียแถลงข่าวบอกกับนักข่าวและคนในประเทศว่า
เื่ราวทั้งหมดนี้เป็ฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่คิดสร้างความแตกแยกให้กับคนในชาติไม่เกี่ยวข้องกับตูนีเซียแต่อย่างใด
ใน 12 เดือนก่อนการบุกตูนีเซีย
ทางรัฐบาลแอลจีเรียได้ประกาศสนับสนุนการค้ากับเอเชียเพิ่มมากขึ้นจนกระทั่งเปิดโรงเรียนนานาชาติที่สอนหลักสูตรเอเชียมากขึ้นจนกระทั่งมีความร่วมมือตกลงทางการค้าซึ่งมันจะช่วยเพิ่มมูลค่าเงินที่เข้ามาในเศรษฐกิจที่มากขึ้นพร้อมพ่วงมาด้วยนโยบายปราบปรามอาชญากรและปรามปราบทุจริตแบบจริงจังจนเอาเงินที่ถูกยักยอกไปนั้นกลับคืนมาได้เยอะหลังจากนั้นทางรัฐบาลก็ยังได้มีการเริ่มต้นเกณฑ์ทหารมาฝึกพร้อมรบโดยที่จะให้ผลตอบแทน
ค่ายหน่วยปฏิบัติการพิเศษของแอลจีเรีย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบกได้เดินทางมาที่นี่
ผบ.หน่วยปฏิบัติการพิเศษได้มาต้อนรับด้วยตัวเอง
ผบ.หน่วยรบพิเศษ ได้ถาม ลมอะไรหอบพวกคุณมาที่นี่กันในเมื่อใกล้จะถึงวันที่พวกเราจะลงมือกันแล้วนะ
รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม : เรามีคำสั่งลับของท่านประธานาธิบดีมามอบหมายให้คุณ
ผบ.หน่วยรบพิเศษ : โอ้ว นี้ท่านประธานาธิบดีเขา้าอะไรกันหรอ
ผบ.ทหารบก ตอบกลับ พูดตรงนี้คงไม่สะดวกมากเท่าไหร่นักหรอก
ผบ.หน่วยรบพิเศษตอบกลับ ได้เชิญมาทางนี้
ทั้ง 2 คนเข้าห้องของผบ.หน่วยรบพิเศษเพื่อคุยงานแล้วไล่คนที่อยู่รอบๆ ออกไปแล้วปิดประตูเงียบมิดชิด
รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและผบ.ทหารบกได้คุยงานกันกับผบ.หน่วยรบพิเศษซึ่งหลังจากที่คุยทำเอาผบ.หน่วยรบพิเศษมีท่าทีที่ไม่พอใจเท่าไหร่แต่ก็ยอมรับในความคิดของรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและผบ.ทหารบก จึงได้บอกกลับไป ถ้าพลาดงานนี้เราโดนพวกหน่วยตำรวจล่าเราแน่
รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมตอบกลับ นายนะไม่เคยพลาดหรอกผมเชื่อคุณมากกว่าคนอื่น
ผบ.หน่วยรบพิเศษ ทำหน้านิ่งแต่ในใจ “ โธ่เอ้ย !! กูอีกแล้ว ”
สนามบินในแอลจีเรีย
มีเครื่องบินสายการบินจากเอเชียบินลงมาที่สนามบินแอลจีเรียและมีนักท่องเที่ยวจากเอเชียจำนวนมากได้มาท่องเที่ยวในประเทศและพ่อค้า,นักธุรกิจ,นักศึกษาเดินทางมาศึกษาต่อ,แรงงานจำนวนมากมาเพื่อหาชีวิตที่ดีขึ้นทำให้เศรษฐกิจของแอลจีเรียมีมูลค่าและมีการสั่งซื้ออาวุธมากจนผิดปกติโดยเฉพาะรถถังจากรัสเซียและจากจีน กับอาวุธทั่วๆไป จนมีคนในรัฐบาลบางคนไม่ทราบตำแหน่งได้แอบไปเจรจากับทางตะวันตก
จนเื่นี้เข้าหูหน่วยสืบราชการลับDGSE,CIA,DSN,MI6 พวกเขาต้องออกมาสืบเื่นี้แบบลับๆ
เพราะการที่มีการสั่งซื้ออาวุธจำนวนมากและข้อมูลที่รั่วไหลไปถึงหูของทางตะวันตกและการขยายฐานทัพอากาศจำนวนมากในการรองรับทหาร
ผู้นำฝรั่งเศสที่ทราบข่าวถึงการมีการออกคำเตือนเงียบให้สถานทูตของตัวเองให้มีการวางแผนอพยพกลับประเทศและคอยแอบส่งข่าวให้พลเรือนของตัวเองแบบลับๆ รวมถึงมีคำสั่งให้ Dgso แอบจับตาดูชาวแอลจีเรียในประเทศ และหน่วย Dgse จับตามองสถานการณ์ของแอลจีเรียและตูนิเซียจาก 2 สถานทูตที่ตั้งอยู่ในแอลเจียร์และตูนิสเซีย
ผอ.สำหนังานหน่วยข่าวกรอง DGSE ได้มีคำสั่งลับสุดยอดถึงหน่วย Rimmer ในแอลเจียร์ ให้จับตามองสถานการณ์ในแอลจีเรีย และหน่วย Pacine ในตูนิสจับตาสถานการณ์และคณะรัฐบาลของตูนิเซียด้วย
ผู้นำสเปนยังไม่ได้ทำอะไรแต่ก็ได้มีคำสั่งลับให้ทางDsn แอบจับตาเื่นี้แบบเงียบๆ
สำนักงานใหญ่แลงลีย์ เวอร์จิเนีย
ห้องลับสุดยอดที่มีเ้าหน้าที่ระดับสูงมาประชุมเื่แอลจีเรีย
ผอ.สำนักงานข่าวกรอง CIA เอ่ย ผมได้รับรายงานเื่ แอลจีเรียที่พวกคุรส่งมาให้แล้วเห็นได้ชัดว่านี่คืออันตรายเงียบสำหรับสหรัฐอเมริกาและกองเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนยังรวมไปถึงฐานทัพของเราในยุโรปที่กำลังถอนคนที่มีความสามารถไปรับภารกิจใหม่ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าปล่อยไว้ไม่ใช่เื่ดี
เ้าหน้าที่จิมมี่ เวกเตอร์ Sac เอ่ย ที่ผมได้รับรายงานมาพวกรัสเซียมันเคลื่อนย้ายกำลังรบส่วนหนึ่งที่พอมีประสบการณ์และพวกเด็กใหม่ผ่านเครือข่ายสายการบินของจีนโดยใช้นายหน้าชาวจีนที่ชื่อ
เติ้ง หวอ ชุน เ้าของสายการบินขนส่งระดับ 3 ที่มีเส้นสายในกองทัพภาคเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็ตั๋วเบิกทางส่งคนไปแอลจีเรีย
รองผอ.สำนักงานข่าวกรอง CIA เอ่ย แบบนั้นมันโจ่งแจ้งเกินไปผมคิดว่าไม่น่าจะมีเพียงแค่เส้นทางเดียวแน่
เ้าหน้าที่Ground Branch ลอร่า เพียร์ เอ่ย ใช่ค่ะ จากดาวเทียม KS-01 ถึง KS-40 ตรวจพบการเคลื่อนไหวสายการบินจำนวนมากอย่างผิดปกติของสายการบินพลเรือนในรัสเซียและจีนยังรวมไปถึงข่าวกรองที่ฉันได้รับจากเพื่อนของฉันใน มอสสาด แจ้งมาว่าคลองสุเอซและที่จีบูติมีจำนวนเรือจำนวนมากที่มันมีจุดหมายไปที่แอลจีเรีย
ที่ปรึกษาผอ.CIA เอ่ย น่าจะเรือส่งสินค้ามากกว่ามั้งจะไปซีเรียสอะไรกับข้อมูลเพียงแค่นี้
ผอ.สำนักงานข่าวกรอง CIA เอ่ย ควรซีเรียสมากกว่าสิ
เ้าหน้าที่จิมมี่ เวกเตอร์ กล่าวเสริม แอลจีเรียมันเป็มุสลิมและในสเปนก็มีมุสลิมและฝรั่งเศส เยอรมณี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดมีคนนับถือมุสลิมเยอะจากการที่อพยพจากพื้นที่าในตะวันออกกลางไง
ผอ.สำนักงานข่าวกรอง CIA กล่าวปิดจบท้าย ตอนนี้ให้6 หน่วยหยุดภารกิจที่กำลังจะทำหรือเริ่มทำลงแล้วมาโฟกัสที่แอลจีเรียแทนทั้งหมด ส่วนงานที่จะทำนั้นโยกให้ไปเป็หน้าที่ของ Section 1 รับ่ต่อเข้าใจนะ ถ้าเข้าใจก็เลิกประชุม แล้วทำการติดต่อไปยังทำเนียบขาวเพื่อแจ้งสถานการณ์ อ้อ คุณลืมอังกฤษไปได้ไงที่นั้นก็มุสลิมมากกว่าชาวอังกฤษจนชาวอังกฤษเกือบสูญพันธุ์โชคดีนะที่มีกลุ่มต่อต้านไล่จัดการไม่งั้นฐานทัพเราแย่แน่
ทางทำเนียบขาวตอบกลับสั้น ๆ สืบสวนและปล่อยข่าว่ที่เหมาะสม
ส่วนทางด้านหน่วยข่าวกรองแห่งชาติแอลจีเรียได้รับภารกิจรับสุดยอดเข้าดินแดนศัตรูหาข่าวให้มากที่สุดก่อนการโจมตี
2เดือนต่อมา
หลังจากที่ทางCIA หาข่าวเป็เวลานานจนสามารถได้ข้อมูลที่สำคัญจึงหาทางแอบปล่อยข่าวโดยที่ใช้วิธีแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มนักข่าวของแอลจีเรียผ่านสายลับฝรั่งเศสและตูนิเวียที่มี Codename M1 จนเข้ามาภายในสำนักข่าวได้และเริ่มทำการแฉผ่านการให้นักข่าวในสำนักข่าวออกข่าวโดยปลอมตัวเป็
เ้าหน้าที่ระดับสูงของแอลจีเรียที่ให้ข้อมูล และออกจากพื้นที่ก่อนที่ทางหน่วยความมั่นคงแอลจีเรียจะปรากฏ
ชีวิตประจำวันผู้คนทั่วไป
มีข่าวกำลังจะออกประกาศแฉเื่กองกำลังของจีนและรัสเซียที่เข้ามาแทรกซึมในแอลจีเรีย
ประธานาธิบดีแอลจีเรียที่ได้ทราบข่าวเื่มีสำนักข่าวแฉจึงรีบออกข่าวโต้ “ พวกเขาเป็เพียงนักลงทุนและนักท่องเที่ยวเท่านั้นเอง ” หลังจากนั้นมีคำสั่งลับให้เอกอัคราชทูตและเ้าหน้าที่รวมถึงพลเรือนทั้งหมดในตูนิเซียกลับประเทศโดยทางรัฐบาลจะเป็คนจัดการเื่เอกสารข้อมูลรวมถึงการจัดหาที่อยู๋ทั้งหมดให้ผ่านการปลอมแปลงจัดตั้งบริษัทซอมบี้ เื่นี้ไม่ถึงหูของสมาชิกรัฐสภาแม้แต่คนเดียวเพราะทางFSB กับ หน่วยข่าวกรองแห่งชาติปกปิดข้อมูลแบบมิดชิดและปิดสื่อที่จะแฉข้อมูลนี้ออกมา
แต่มีข่าวท้องถิ่นออกมาประกาศ
ทางรัฐบาลกลางในการตอบโต้เอาคืนตูนีเซียอย่างสาสมแล้วอ่านข้อมูลลับขิงทางรัฐบาลแอลจีเรียที่มีการสมคบคิดกับรัสเซียและจีนเื่การเอาคืนตูนิเซียอย่างสาสม
ทำให้พลเรือนเกิดการประท้วงให้มีการเปิดการค้าขายเช่นเดิมแล้วเื่ที่มีความขัดแย้งอะไรให้มาคุย
หรือเจรจาต่อกันหาทางออกร่วมกัน
บางส่วนออกมาสมัครเข้าร่วมกับกองทัพเป็กองกำลังสำรองแนวหลังร่วมกับทหารประจำการส่วนหนึ่ง
และทางกองทัพก็ได้ระดมพลทหารทั้งทหารประจำการและทหารสำรองจัดตั้งเป็กองทัพจู่โจม
โดยมีกองกำลัง1,380,000 นาย
หน่วยรถถัง 1,000 คัน เป็รุ่น T-90SA 600 คัน รุ่น T-72M1 400 คัน
หน่วยยานเกราะ BMP-1M ( บรรทุก 8 นาย ) 350 คัน
BMP-2 ( บรรทุก 6 นาย ) 70 คัน
หน่วยยานเกราะขนส่งกำลังพล
หน่วยปืนใหญ่อัตราจร
หน่วยปืนใหญ่
หน่วยโจมตีระยะไกล
หน่วยต่อต้านอากาศยาน
หน่วยอื่นๆ Unindenitfication squad
ฐานทัพอากาศที่ใช้เป็จุดรวมพลและกองบัญชาการทางยุทธวิธี
ทั้งทหารบกแะทหารอากาศ
เครื่องบินรบ
เฮลิคอปเตอร์
เครื่องบินรบ
เครื่องบินขนส่งกำลังพลทางอากาศ
เฮลิคอปเตอร์
เครื่องบินรบ
เฮลิคอปเตอร์
เครื่องบินรบ
เฮลิคอปเตอร์
ซึ่งแน่นอนเมื่อทางรัฐบาลแอลจีเรียเห็นข่าวถึงกับควันหูขึ้นรีบส่งเ้าหน้าที่ความมั่นคงไปจับตัว และทางรัฐบาลตูนีเซียรู้เื่นี้จากหน่วยข่าวกรองของกองทัพ,หน่วยข่าวกรองสหรัฐอเมริกา,หน่วยข่าวกรองอิตาลี,หน่วยข่าวกรองของฝรั่งเศส ทำให้ทางรัฐบาลตูนิเซียหัวร้อนจนต้องรีบให้ทางกระทรวงกลาโหมตัวเองเพิ่มกองกำลังทหารและโควต้าให้คนที่้าสมัครทหารเพิ่มเติมและส่งทูตพิเศษจากตูนิสมาเพื่อประท้วงและ้าให้กองทัพแอลจีเรียถอนทัพออกจากชายแดนโดยแจ้งกับที่ปรึกษาของประธานาธิบดี และตัวเขาก็ได้แจ้งประธานาธิบดีแอลจีเรียเื่ทูตพิเศษตูนิสเข้ามาเพื่อพูดคุย ประธานาธิบดีแอลจีเรียตอบกลับ สั่งการไปให้หน่วยปฏิบัติการลับไปลับตัวพามาที่นี่
โดยที่มีการต้อนรับอย่างดีและการคุ้มครองความปลอดภัยจากหน่วยรบพิเศษและหน่วยสวาทเพื่อไปยังทำเนียบของประธานาธิบดีที่เป็สถานที่พูดคุยกัน
เมื่อถึงสถานที่ทางประธานาธิบดีแอลจีเรียออกมาต้อนรับด้วยตัวเองและเชิญท่านทูตพิเศษคนนี้เข้าไปข้างใน
เข้าห้องพูดคุยโดยที่ไม่มีนักข่าวทราบเื่
ประธานาธิบดีแอลจีเรียเอ่ย เชิญนั่งก่อน
ทูตพิเศษก็เอ่ยกลับ ขอบคุณ
ทั้งคู่ได้นั่งบนเก้าอี้ และเริ่มเจรจากัน
ทูตพิเศษเอ่ย ขอบคุณสำหรับการคุ้มกันนะครับท่านประธานาธิบดี
ประธานาธิบดีแอลจีเรียเอ่ย วันนี้ที่คุณมาหาพวกเราแบบเร่งด่วนนั้นมิทราบเป็เื่ใด
ทูตพิเศษเอ่ย เราไม่้าความขัดแย้งที่ชายแดนที่พร้อมรบด้วยกำลังทางทหารขอให้คุยเจรจาสันติภาพกันดีกว่า ดีกว่าที่จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องสูญเสีย
ปรธานาธิบดีแอลจีเรียตอบแยยนิ่งเฉย คุณจะประกาศากับเราหรอหรือว่ายังไงช่วยรบกวนแถลงคลายข้อสงสัยให้หน่อยสิท่านทูต
ทูตพิเศษเอ่ย คุณย่อมรู้ดีแก่ใจ ถอนทหารออกจากชายแดนเถอะแล้วกลับมาคุยตามวิถีของสุภาพบุรุษกันดีกว่าท่านประธานาธิบดี
แต่ประธานาธิบดีแอลจีเรียตอบกลับ เดี๋ยวขอคุยกับคณะรัฐบาลก่อนนะเชิญคุณกลับไปรอคำตอบที่ตูนิสเถอะ พร้อมทำมือเชิญออกแบบสุภาพทูตพิเศษจากตูนิสถึงกับเดือดขึ้นหน้าพร้อมด่า คุณไม่ได้้าเจรจาอะไรอยู่แล้วคุณมันชั่วช้าสารเลวประเทศคุณจะต้องโดนประนามจากต่างชาติ แล้วลุกเดินออกไปขึ้นรถเพื่อกลับขึ้นเครื่องบินที่สนามบิน
ประธานาธิบดีแอลจีเรียก็ไม่ได้ตอบอะไรพร้อมมองทูตพิเศษกลับไปแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นไปโทรหาทัพอากาศให้หาเื่เครื่องบินทูตพิเศษแต่ห้ามเอาถึงตาย
ผู้บัญชาการทัพอากาศก็รับทราบจึงส่งเครื่องบิน mig-29 1 ลำบินขึ้นไปตามประกบแล้วขับไปข้างหน้าด้วยการใช้ท่าสุดอันตรายทำให้นักบินตูนิเซียที่พาท่านทูตพิเศษจากตูนิสไปเจรจาเกือบเสียสมาธิแต่ก็สามารถทรงตัวเคลื่อนบินได้ แล้วสะบดด่าเรียบง่าย ไอ้พวกหลงตัวเองเอ้ย
ส่วนนักบินแอลจีเรีย ตอบกลับ อะไรไอ้เตี้ย รีบๆบินไปเลยไป
นักบินที่พาท่านทูตพิเศษตูนิสมาก็เอ่ยสั้นๆ ไปตายเหอะ แล้วปิดสายขับเครื่องบินออกจากน่านฟ้าแอลจีเรียเข้าน่านฟ้าตูนิสแล้วลงจอดที่สนามบินนานาชาติ
เมื่อมาถึงที่สนามบินนานาชาติก็มีคนมารับเป็คนของทางรัฐบาลซึ่งทูตพิเศษคนนี้ก็ขึ้นรถกลับไปที่ทำเนียบรัฐบาล
เมื่อรถถึงหน้าทำเนียบมีนักข่าวจำนวนมากมาเพื่อถ่ายทอดสด
ปรธานาธิบดีตูนิเซียได้ออกมาต้อนรับท่านทูตพร้อมเอ่ย เป็ยังไงบ้างที่แอลจีเรีย
นักข่าวถามท่านทูตว่า ท่านทูตตอนที่คุณไปถึงที่แอลจีเรียพวกเขาให้การต้อนรับคุณดีไหมและพวกเขา้าอะไรจากเรา
ทูตพิเศษได้หันไปหานักข่าวแล้วได้บอก พวกเขา้าาจากเื่ที่ควรจบไปแล้วั้แ่หลายปีก่อนแต่ตอนนี้พวกเขาจะทำากับเรา
ทำให้นักข่าวอึ้งกับคำตอบของทูตพิเศารวมถึงประธานาธิบดีตูนิเซียทำให้เกืดการประชุมฉุกเฉินขึ้นมาทันที และการถ่ายทอดสดนี้
เอกอัครราชทูตประเทศต่างๆได้ทราบและก็ได้ขอให้แอลจีเรียคุยเจรจากับทางตูนีเซียเพื่อจบเื่ราวที่ค้างคาใจมานานดีกว่าที่ต้องทำาใส่กัน
โดยที่ทางแอลจีเรียก็ยอมไปเจรจาแต่ส่งได้ตัวแทนเป็นายทหารหัวรุนแรงที่ไม่เก่งด้านการทูตไปเจรจาที่ตูนิส จนการเจรจาล่มไม่เป็ท่า
ในขณะเดียวกัน
เวลาต่อมา
ข่าวในประเทศฝรั่งเศส ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสเปนออกข่าวแฉว่า มีกองกำลังทหารจำนวนมากประจำการที่ค่ายทหารใกล้ๆ ชายแดนพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์มหาศาลได้มาประจำการที่ชายแดนเป็เหตุให้เกิดการตั้งคำถามมากในยุโรป และนั้นมันทำให้ทางตูนีเซียถึงกับต้องมีคำสั่งระดมกองทหารไปเสริมทัพที่ชายแดนดูสถานการณ์ แล้วมีสายปริศนาอยู่สายหนึ่งได้เข้ามาที่ห้องๆ และทำการออกคำสั่งเคลื่อนทัพ ส่วนเหล่าสมาชิกรัฐสภาที่ได้รับการเลือกหัวร้อนกันเป็แถวๆ ที่ทางประธานาธิบดีเลือกข้ามหน้าข้ามตาพวกเขาจึงได้เรียกประชุมรัฐสภากับทางรัฐบาลถึงเื่ที่เกิดขึ้น
ในเวลาไม่นานเกิดการประชุมครั้งใหญ่ขึ้น
มีสำนักข่าวหลายช่องเข้ามาทำรายการข่าวอย่างพร้อมหน้า
สมาชิกสภาในเข้าร่วมในการประชุมอย่างพร้อมหน้าเพื่อมาอธิปรายถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับแอลจีเรีย
สมาชิกรัฐสภา ได้ถาม ทำไมท่านประธานาธิบดีถึงสั่งการเคลื่อนพลทางทหารในเมื่อท่านไม่ได้มีอำนาจจากพวกเราทำแบบนี้มันเท่ากับข้ามหัวกัน
ประธานาธิบดีแอลจีเรียตอบกลับ เพราะเราต้องควบคุมชายแดนให้เข้มแข็งขึ้นและตรวจสอบคนที่เข้ามาไม่แน่เราอาจจะได้ตัวผู้ก่อการในพื้นที่
สมาชิกรัฐสภาถามกลับ ควบคุมชายแดนเพื่อสอบสวนนี้ถึงกับใช้ทหารหลายหมื่นนายเลยหรอท่านประธานาธิบดี แบบนี้ไม่สมเหตุสมผลเลยใช้แค่พวกตรวจกับหน่วยข่าวกรองก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรอ แล้วขอให้ทางตูนีเซียช่วยในการสืบสวนครั้งนี้ด้วยไม่ดีกว่าไหมทำแบบนี้มันเข้าขั้นมาตรการทางทหารบุกโจมตีแล้ว
ประธานาธิบดีแอลจีเรีย : เนื่องจากเราไม่รู้ว่าพวกมันจะมาในรูปแบบไหนเพื่อการที่ไม่ประมาทเกินไปเราควรใช้จำนวนที่เยอะๆ ทำครั้งเดียวให้มันจบไปเลยไม่ดีกว่าหรอ
สมาชิกรัฐสภา ตอบกลับ ใช้เครื่องบินและเรือรบในสืบสวนครั้งนี้ด้วยมันมากเกินไปมั้งถอนกำลังออกมาซะท่านประธานาธิบดีอย่าให้มีเหตุการณ์เกินเลยไปมากว่านี้จนหยุดไม่ได้
ประธานสภา : ผมก็เห็นด้วย เราควรยกเลิกกับสิ่งที่เราทำทั้งหมดซะแล้วหันหน้ามาคุยเจรจากันไม่ดีกว่าหรอ
สมาชิกรัฐสภา : ตูนีเซียก็เป็เพื่อบ้านที่ดีต่อเราๆ จะทำกับเขาแบบนี้ไม่ได้นะ
ในขณะที่คุยกันในรัฐสภาข้างนอกเกิดการประท้วงใหญ่
ประชาชนกลุ่มต่อต้านา : ทำแบบนี้ได้ไง!!! ทำไมทำแบบนี้!! เราไม่รู้เื่อะไรด้วยทำไมเราต้องเข้าร่วมกองทัพเพื่อรบกับตูนีเซียมันไม่เห็นมีเหตุผลเลย!!
ประชาชนกลุ่มสนับสนุนประธานาธิบดี : ท่านประธานาธิบดีทำถูกต้องแล้วปลดปล่อยตูนีเซียจากอำนาจของพวกตะวันตกและคงความมุสลิมที่ดีงานต่อไป
ประชาชนกลุ่มต่อต้านตอบลับ มุสลิมที่ดีงามอะไรฟะไปบุกพี่น้องชาวมุสลิมเช่นเดียวกัน!! วิ่งเข้าตะลุมบอน
ประชาชนกลุ่มสนับสนุนประธานาธิบดี เห้ยยยยยย!! พวกแกใช้ความรุนแรงเราไม่ยอมหรอก บุกเลยพวก
ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตะลุมบอนยับทำเอาร้านค้าพังไปเป็แถบๆ จนหน่วยตำรวจเข้ามาเพื่อสลายการจลาจลในเมืองหลวง
ตำรวจได้ตั้งแถวถือโล่พร้อมไม้กระบองแล้วรถฉีดน้ำก็เข้ามาฉีดใส่กลุ่มประท้วงและกองกำลังตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาลใส่ พร้ะโกนให้ผู้ชุมนุมสลายการชุมนุมไปซะ
แต่ผู้ชุมนุมก็ไม่ได้ฟังทำให้เ้าหน้าที่ตำรวจต้องฉีดน้ำใส่และกองกำลังตำรวจได้เข้าชาร์ตใส่เพื่อสลายการชุมนุมครั้งนี้
และทันใดนั้นมีกองทัพ 20,000 นาย ภายใต้การนำของผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ ได้เคลื่อนทัพเข้ามาในเมืองหลวง
ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ เอ่ย กระจายกำลังควบคุมสถานการณ์ในเมืองหลวงทุกจุดและผมขอประกาศมาตรการฉุกเฉินระดับ 5
ทหารแอลจีเรียที่เคลื่อนทัพมาได้ทำการกระจายตัวไปยังพื้นที่ต่างๆ ในเมืองหลวง
ขณะเดียวกันนั้น
ประธานาธิบดีแอลจีเรียได้พูดต่อสภาด้วยสีหน้าที่โมโหจัด ในขณะที่เรากำลังโดนเพื่อนบ้านที่ไม่หวังดีต่อเราทางตะวันออกในการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของแอลจีเรียทำอย่างกับแอลจีเรียเป็เพียงแค่สนามเด็กเล่นที่วิ่งเข้าวิ่งออกได้ตามใจชอบแล้วสิ่งนี้เองเราไม่สามารถทนได้อีกต่อไปเราจะไปหาท่านประธานาธิบดีตูนิเซียพร้อมกองทัพที่ตูนีเซียขอให้รอรับการลงทัณฑ์จากเราได้เลย นับแต่บัดนี้เป็ต้นไปแอลจีเรียประกาศากับตูนีเซียให้กองทัพเคลื่อนทัพได้ทันที!! และในตอนนี้
หน่วยรักษาความปลอดภัยเข้ามาแล้วบอก “ ท่านครับ มีกองกำลังจำนวนมากบุกเข้าเมืองหลวงครับ ”
เมื่อคำกล่าวนั้นกล่าวไป
สมาชิกสภาพรรครัฐบาล : เดี๋ยวก่อน!!! นี่จะมาสั่งการเคลื่อนพลเองตามใจชอบได้ไงกัน!!! ถึงเราจะโดนโจมตีแต่ต้องมีการสอบสวนก่อนดิเห้ย!!!! ทำแบบนี้มันเผด็จการ!!! เราไม่ยอมรับหรอก!!!
สมาชิกรัฐสภาพรรคฝ่ายค้าน : ทำไมมีกองกำลังจำนวนมากอยู่ในเมืองหลวงแบบนี้คุณต้องมีคำอธิบายให้ชัดเจนนะท่านประธานาธิบดี
นายกรัฐมนตรี : มันหนีเข้าไปในตูนีเซียดังนั้นตูนีเซียต้องรับผิดชอบ!!! และคนที่อยู่ในนี้เป็พวกของตูนีเซียใช่ไหม!! ถึงกล้าประกาศคัดค้าน!!! ผมไม่แปลกใจหรอกว่าทหารจะเข้าเมืองมา
ประธานสภา : เห้ยยยยยย!! ใส่ร้ายพวกเราแบบนี้เรายอมรับไม่ได้ไม่มีการอภิปราย!!! ทำแบบนี้มัน
รัฐปะาชัดๆ!! และที่นายกรัฐมนตรีพูดเมื่อกี้มันหมายความว่ายังไง
ระหว่างที่คุยกันนั้น ทหารจากกองร้อยที่ 787 จากกองทัพบุกยึดเมืองหลวงได้เข้ามาข้างในและยิงหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ป้องกันรัฐสภา
หัวหน้ากองร้อยเอ่ยขึ้น ใครถือปืนฆ่าให้หมด และไปสมทบกันกับท่านประธานาธิบดี กระจายกำลัง
ทหารในกองร้อยเริ่มกระจายกำลังและฆ่าพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยที่คิดจะยิงต่อสู้
หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยเอ่ย รีบพาคนข้างในออกมาเร็วเข้า
หน่วยรักษาความปลอดภัยที่อยู่ตรงประตูกำลังรีบเข้าไป
ทหารหน่วยที่ 4 และ 10 จากกองร้อย 787 ดันมาถึงก่อนและฆ่าหน่วยรักษาความปลอดภัยตรงนั้นหมด
สมาชิกรัฐสภาบางคนเริ่มเอะใจแปลกๆ ว่าทำไมมีเสียงปืน ได้ถามคนข้างๆเื่เสียงปืนซึ่งมีบางคนได้ยินและไม่ได้ยินเพราะเสียงดัง
ประธานาธิบดีแอลจีเรีย : ไม่ใช่!! นี่คือการปฏิบัติการพิเศษต่อต้านการขยายอำนาจการข่าวของประเทศเพื่อนบ้านต่างหาก!! ทหารเข้ามาข้างใน!! แล้วพาคนที่อยู่ในนี้ทั้งหมดเอาไปขังซะ!!!
สมาชิกรัฐสภากับประธานสภา ได้ยินถึงกับปรี๊ดแตก ได้พยายามมาถอดถอนประธานาธิบดีคนนี้ลงออกจากตำแหน่ง
สมาชิกรัฐสภา เอ่ย ที่นี่ไม่มีทหารสักหน่อยพูดแบบนี้คิดจะข่มขู่หรือไงวะ!!!!
ประธานรัฐสภา เอ่ย ขอให้ท่านประธานาธิบดีถอนคำพูกของท่านด้วนมิเช่นนั้นผมจะเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยลากท่านไปส่งตำรวจ
ประธานาธิบดีเอ่ย ทหารรีบเข้ามาจับกุมคนเหล่านี้ซะ!!!!!!!!!!!!!!! พวกมันเป็พวกตูนิเซียที่แฝงตัวมาเราต้องต่อต้านการข่าวให้เร็วที่สุด!!!!!!!!!!
ประธานรัฐสภารีบปิดไมค์ประธานาธิบดี
สมาชิกแต่ละพรรคถึงกับะโด่ากราด “ ต่อต้านการคงการข่าวอะไร!!! นี่มันรัฐปะาชัดๆ และขายชาติให้พวกชาติมหาอำนาจ!!! เราไม่ยอมรับ!!!
ประธานาธิบดีแอลจีเรียตอบกลับ ก็เหมือนที่พวกแกรับเงินใต้โต๊ะจากพวกตูนีเซียไง รีบเข้ามาได้แล้ว!!!!!!
ทหารจำนวนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 200 นาย ได้เข้ามาในรัฐสภาเพื่อควบคุมสมาชิกรัฐสภาแล้วพาไปคุมตัวที่เรือนจำ
สมาชิกรัฐสภา : เห้ยยยยยย!!! ทหารมาได้ไงวะพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยมันหายหัวไปอยู่ที่ไหน ทำไมปล่อยให้ทหารทำแบบนี้ได้ไง คุณไม่เห็นหัวประชาชน ไม่มีการสืบสวนสอบสวน!!! คุณมันเผด็จการ!!
ประธานรัฐสภาโดนทหารควบคุมตัว
ทหารชี้ปืนขึ้นฟ้าและยิงทำให้บรรยายกาศในห้องเงียบลง
หัวหน้าหน่วยที่ 4 กับ 10 เข้ามาหาประธานาธิบดีพร้อมเอ่ย ขอโทษครับท่านประธานาธิบดีที่มาช้าเราเจอพวกคนมาเกะกะ
ประธานาธิบดีเอ่ย รถติดเสมอเลยนะ หันไปตอบกลับสมาชิกรัฐสภา พวกคุณมันไอ้พวกขายชาติเอาตัวออกไปจากห้องนี้ซะ
ด้านในตัวเมือง
ทหารจากกองทัพบก 20,000 นาย รวมรถถังT-62 100 คัน รถBMV-1P 100 คัน ได้เข้ามาในเมืองหลวงเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของกองกำลังตำรวจและฝั่งอัยการที่มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการกระทำของประธานาธิบดีคนนี้แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะว่า ประธานาธิบดีคนนี้มีทหารหนุนหลังและมีชาติมหาอำนาจคอยให้การสนับสนุน
ในห้องบัญชาการทางทหาร
ทางหน่วยข่าวกรองได้มาแจ้งต่อผู้บัญาชาการทหารสูงสุดแอลจีเรียกองกำลังข้าศึกได้มีวางกำลังพลตามจุดพิกัดในแผนที่นี้และผมทราบว่าในตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาพวกเขาพยายามรับสมัครและเกณฑ์ทหารมาฝึกรวมกับทหารประจำการก็ได้ราวๆ 300000 นาย
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแอลจีเรียเอ่ยปาก งั้นก็แปลว่ากำลังจริงๆที่สามารถพร้อมรบได้ก็จะมีประมาณ 50000 - 70000 นาย ก่อนที่กำลังเสริมจะสามารถมาแทนที่ทัพประจำการได้สินะ
ทางหน่วยข่าวกรองแจ้งกลับ ใช่ ตอนนี้คือโอกาสการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเอ่ยถาม แล้วทัพฟ้าจะเป็ภัยคุกคามต่อเราหรือไม่
ทางหน่วยข่าวกรองแจ้งกลับ เล็กน้อยถึงปานกลางเพราะทัพฟ้ามันมีเครื่องบินที่พร้อมรบเพียง 10 ลำเท่านั้นและฐานบินอยู่ตรงพิกัด แนวรบของกองทัพที่ 3 ของเราถ้าทัพฟ้าจะเป็ภัยเป็ภัยเพียงแนวรบนั้นแค่ที่เดียวครับ
เมื่อผู้บัญชาการทหารสูงสุดแอลจีเรียทราบข้อมูลดังกล่าวประกอบกับประธานาธิบดีแอลจีเรียออกคำสั่งจู่โจม จึงหยิบรีโมทเปิดหน้าจอทำให้ทราบว่า
ผู้บัญชาการทหารแต่ละที่รอฟังคำสั่ง
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแอลจีเรียเอ่ย เริ่มการโจมตี
ทางด้านชายแดน
เมื่อผบ.กองทัพอากาศได้รับคำสั่งจึงเอ่ยกับทุกคน ทุกหน่วยเคลื่อนทัพฟ้าะเิตามจุดยุทธศาสตร์ที่เคยวางแผนไว้ได้คำสั่งคือ ะเิให้ราบ
เสียงตามลำโพงเอ่ย
ทุกฝูงบินประจำสถานีรบ ทุกฝูงบินประจำสถานีรบเคลื่อนกองกำลัง ย้ำเคลื่อนกองกำลัง หัวหน้าฝูงบินจะแจ้งภารกิจให้พวกคุณทราบระหว่างการบิน ขอให้โชคดี
นักบินทุกคนเตรียมอุปกรณ์และหน่วยสนับสนุนภาคพื้นเข้าสแตนบาย นักบินทุกหน่วยได้เข้าเครื่องบินและขับเคลื่อนบินเทคออฟออกจากฐานบินนำโดยฝูงบินจากฐานทัพ Oum el Bouaghi Airport ได้เข้าทำการปูพรมอย่างรวดเร็วใส่ระบบสาธารณสุขและสาธารณูปโภครวมถึงสถานีตำรวจที่อยู่ในรัศมีเส้นทางเดินทัพแต่นั้นมันยังไม่พอในการหยุดการเคลื่อนไหวของกองทัพตูนิเซีย
กองทัพอากาศของแอลจีเรียได้เริ่มทำการโจมตีแบบปูพรมใส่ค่ายทหารและหน่วยตรวจตราที่ชายแดนและระบบเครือข่ายการป้องกันการโจมตีทางอากาศทิ้งตามแนวชายแดนทั้งหมดหลังจากนั้น
เครื่องบินที่ใช้ลำเลียงพลพวกพลร่มของแอลจีเรีย จีนและรัสเซียได้บินขึ้นจาก 4 ฐานทัพกำลังพลรวม 120,000 นาย ระหว่างนั้นมีหน่วยปฏิบัติการลับรหัส SHOCK TROOPER เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วยมีจำนวน 5000 นาย ที่เข้าร่วม ได้บินหลังจากที่กองทัพอากาศนำเครื่องบินโจมตีก่อน
นักบินที่นำเครื่องบินขึ้นเพื่อส่งพวกพลร่มได้บินมาถึงจุดปล่อยตัว นักบินได้เอ่ย เตรียมโดดร่มเลย
กองกำลังพลร่มที่อยู่ในเครื่องบินแต่ละเครื่องบินได้ลุกขึ้นและเตรียมความพร้อมที่จะโดดหลังจากนั้น
นักบินได้เปิดประตูท้ายเครื่องและเปลี่ยนเป็ไฟสีเขียว
ทหารพลร่มทั้งหมดได้วิ่งและะโออกจากเครื่องบินไปลงในจุดที่เป็เป้าหมายในการปฏิบัติการ
ข่าวนี้สร้างความช็อคให้กับกองทัพตูนีเซียและประเทศตะวันตกถึงกับต้องมีความเคลื่อนไหวออกมาเพื่อหยุดยั้งการกระทำของแอลจีเรียที่จะส่งผลกระทบต่อตูนีเซียและอิตาลี
ในขณะที่กองทัพตูนิเซียก็รู้นะว่าสักวันกองทัพแอลจเรียต้องบุกมาแน่นอนจึงขอให้ทางกระทรวงกลาโหมประกาศการเกณฑ์ทหารซึ่งนั้นจะทำให้กองกำลังของตูนิเซียจากเดิมที่มี 60000 - 90000 นาย มีกองกำลังเพิ่มเป็ 300000 นายซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านอาวุธและยานพาหนะทางทหารจากอิตาลีและฝรั่งเศสจำนวนมาก แต่ยังไม่พร้อมรบแล้วโดนกองทัพแอลจีเรียโจมตีก่อน
ในตอนนี้กองทัพที่ซ่อนตัวที่มีกองกำลัง 2,500,000 นายที่ประกอบด้วย
กองทหารแอลจีเรีย 1,380,000 นายและระดมกำลังไปเรื่อยฝึกไปเรื่อยๆ
กองกำลังสาธารณรัฐประชาขนจีน 540,000 นาย และ กองกำลังรัสเซีย 580,000 นาย ได้แบ่งแยกเป็ 4 กองทัพใหญ่บุกเข้าดินแดนตูนีเซีย เพียงแต่นี่แค่ชุดแรกเท่านั้น และมีทหารจากโครงการลับระหว่างแอลจีเรีย,รัสเซีย,จีน จำนวน 20000 นายรวมในนั้นภายใต้รหัส SHOCK TROOPER
กองทัพที่ 1 ฐานทัพ Raml souk
หน่วยรถถัง
T-90SA 150 คัน
T-72m1 100 คัน
T-62 60 คัน
T-55amv 20 คัน
หน่วยยานพาหนะต่อสู้ทหารราบ
BMP-2m 190 คัน
BMP-2 55 คัน
หน่วยยานเกราะต่อสู้
Bmpt-72 terminator 75 คัน
หน่วยยานเกราะขนบุคคล
Tpzfuchs2 200 คัน
Nimr ll 750 คัน
Btr-80 30 คัน
Btr-60 50 คัน
กองทหารแอลจีเรีย 345,000
กองทหารจีน 60,000
กองทหารรัสเซีย 45,000
สายแรกจะนำโดย พลเอกอิมรา เยวาริน ผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 ที่มี
ฐานทัพแนวหน้าที่ ain el assel พร้อมทหาร 345,000 นาย
แบ่งเป็ 5 กองกำลัง
กองกำลังกลุ่มแรก กองพลที่ 12,26 จากฐานทัพ Raml souk
กองกำลังกลุ่มสอง กองพลที่ 50,56 จากฐานทัพ El aioun
กองกำลังกลุ่มสาม กองทัพน้อยที่ 1 จากฐานทัพ Souarekh
กองกำลังกลุ่มสี่ กองทัพที่ 1 ฐานทัพ ain el assel
กองกำลังกลุ่มห้า หน่วยจู่โจมทหารอากาศที่ 21,99,75,67 กับ หน่วยจู่โจมที่ 1,7,9,34 จะประจำที่ฐานทัพBoutella Abdellah
กลับมาเมื่อ่ก่อนการยกทัพบุกตูนิเซีย 2 ชม.
กองบัญชาการกองทัพที่เบจา ค่ายทหารตูนิเซีย
ผู้บัญชาการทหารเขตทางชายฝั่งทะเลจนถึงตูนิส พลเอกคาวิน ชารัม และเหล่าเสนาธิการทหารในค่ายทหารเบจา ได้วางแผนในกองบัญชาการ
ทหารหน่วยสื่อสารเอ่ย ท่านครับมีสายมาจากทางหน่วยข่าวกรองของเรา
พลเอกคาวิน ชารัม ตอบกลับ ว่ามาเลย
ผอ.หน่วยสืบราชการลับเอ่ย ท่านนายพลข่าวกรองยืนยัน กองทัพแอลจีเรียจะบุกในวันพรุ่งนี้ตอนนี้ทางคุณเตรียมพร้อมในระดับไหนแล้ว
พลเอกคาวิน ชารัม ตอบกลับ กองกำลังที่สามารถพร้อมรบได้ในเขตเบจาของผมก็มีราวๆ 10000 ถึง 20000 คน จากกองกำลังที่มีมาสมทบอีก 50000 คน ผมได้วางกำลังตามจุดต่างๆรอการมาของกองทัพแอลจีเรียไว้หมดละ
ผอ.หน่วยสืบราชการลับเอ่ย นี่คุณคิดว่าผมโง่มากหรือไง คุณวางกำลังพลที่ชายแดนตรงแถวๆ hammam Bourguiba 1 กรมทหารราบซึ่งมีกำลังรวมกันแค่ 1000 คน และที่babouch 2 กรมทหารราบ 2000 คน กับที่ Maloula 2 กรมทหารราบ 2000 คน คุณจะปล่อยให้มันเข้ามาในประเทศของเราก่อนใช่ไหมถึงจะเริ่มตอบโต้กันเนี่ย
พลเอกคาวิน ชารัม เอ่ยกลับ เรามีกำลังไม่พร้อมรบแถวอาวุธที่มีก็ของเก่าและไม่มีกำลังสนับสนุนจากฟากฟ้าอีกถ้าคุณบ่นกับผมมากนักก็มาบัญชาการทหารในเขตนี้เองไหมละ จะได้รู้
ผอ.หน่วยสืบราชการลับเอ่ย ผมก็แค่เป็ห่วงประเ่ทศเท่านั้นเพราะกำลังที่คุณส่งไปเฝ้ารักษามันน้อยเกินไปอยากให้คุณเพิ่มกำลังอีกหน่อยได้ไหมละ
พลเอกคาวิน ชารัม ตอบกลับง่ายๆ ไม่ จบนะ
ผอ.หน่วยสืบราชการลับเอ่ยเสียงสั่นแบบโกรธ ก็ได้ท่านนายพลก็ได้ ปิดสายไป
เสนาธิการทหารเอ่ย ท่านจะไปมีปัญหาแบบนี้กับพวกหน่วยข่าวกรองไม่ได้นะท่าน ถ้าพวกมันไม่ส่งข่าวแล้วเราจะตั้งรับข้าศึกได้ยังไง
พลเอกคาวิน ชารัม ตอบกลับ มันขึ้นอยู๋กับทักษะและประสบการณ์ที่เคยทำ
เสนาธิการเอ่ย ก็จริงของท่านๆ้าให้แผนการเป็แบบนี้ใช่ไหม
พลเอกคาวิน ชารัม ตอบกลับ ใช่ เป็แบบนั้นแหละ เราไม่มีทางเลือก
ทหารหน่วยสื่อสารเอ่ย ท่านครับมีสายมาจากทางทำเนียบประธานาธิบดีครับ
พลเอกคาวิน ชารัม เอ่ย ต่อสายมาเลย
ทหารหน่วยสื่อสารได้ทำการต่อสายจากทำเนียบประธานาธิบดีไปยังค่ายทหารที่เบจา
ประธานาธิบดีตูนิเซียเอ่ย สถานการณ์พวกคุณตอนนี้เตรียมพร้อมในระดับไหน
พลเอกคาวิน ชารัม เอ่ย เตรียมพร้อมไว้ในระดับหนึ่งเสริมกำลังที่ชายแดนและย้ายกำลังที่ดีที่สุดครึ่งหนึ่งไว้แนวหลัง และให้ทหารที่ระดมพลมาใหม่ไว้ที่แนวหน้า
ประธานาธิบดีตูนิเซียถึงกับอึ้งพร้อมเอ่ย นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าจะเอาทหารใหม่ไปตายโดยที่มีทหารประจำการที่มีประสบการณ์เพียงแค่ครึ่งเดียวเนี่ยนะ ค่ายทหารที่อื่นเอาทหารที่ดีที่สุดไว้แนวหน้าส่วนทหารใหม่ไว้แนวหลังในการเสริมกำลัง นี่คุณเอาอะไรคิดเนี่ยถ้าพวกมันบุกทะลวงมาจะว่ายังไง
พลเอกคาวิน ชารัม ตอบกลับแบบเจ็บแสบก็นายพลค่ายอื่นมันโง่ ไงคิดได้ไงเอาทหารที่ดีที่สุดไว้แนวหน้าและทหารใหม่ไว้แนวหลังไม่โง่ก็บ้าละ
ประธานาธิบดีตุนิเซียเอ่ย คุณนั้นละที่บ้า แต่ก็เอาเถอะสกัดการบุกของทัพแอลจีเรียให้ได้ละกันนะท่านนายพลถ้าท่าน้าทรัพยากรอะไรเพิ่มเติมบอกผมได้ เดี๋ยวผมส่งให้
พลเอกคาวิน ชารัม ตอบกลับ ส่งให้ไวละกัน แค่นี้นะท่าน ปิดการติดต่อ
ทหารหน่วยสื่อสารทำการตัดสัญญาณออก
ทหารหน่วยสื่อสารอีกคนเข้ามารายงาน “ ท่านครับพวกแอลจีเรียเคลื่อนทัพมาละ ”
พลเอกคาวิน ชารัม ตอบกลับ ติดต่อทุกหน่วยให้เตรียมพร้อมป้องกันและปฏิบัติตามแผนที่เคยวางไว้
ทหารหน่วยสื่อสารรับทราบคำสั่งจึงติดต่อให้พร้อมปะทะ แม่งไหนบอกว่าวันพรุ่งนี้ไงวะ
พลเอกคาวิน ชารัม ติดต่อไปยังแนวหน้าที่ Ghardimaou และ babouch ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดอ้อใช่ที่ฐานทัพ frinanch ด้วย
ทหารหน่วยสื่อสารตอบกลับ ได้ครับ
( อยากฝากบอกอะไรถึงผมก็คอมเม้นท์เข้ามาได้เลยนะครับ )