2
ปักหมุดคนลงจอดฉุกเฉิน(2)
ผมพึมพำชื่อ‘จองเยซอ’ ของตัวเองในใจครั้งหนึ่ง
“เ้าชาย?”
สายตาของแบ็งฌาแม็งและเหล่าผู้ช่วยส่วนตัวจับจ้องมาผมพูดอะไรไม่ออกได้แต่นิ่งขรึม
ตัวละครในเื่ที่มีชื่อคล้ายผมชนิดที่หากออกเสียงตามแบบภาษาเกาหลีจะเหมือนกันเป๊ะและผมพอจะรู้จัก...
ก็มีแค่ ‘เยเซอ เฟเนชาน’คนเดียวเท่านั้น
“อ่า...”
จู่ ๆเบื้องหน้าก็ขาวโพลน อาการวิงเวียนศีรษะพลันจู่โจม
รู้สึกชาวูบราวกับเืในสมองแห้งเหือดหมดสิ้น
“เ้าชาย!”
“ทรงเป็อะไรไปพ่ะย่ะค่ะ”
ถัดจากเสียงตระหนกของแบ็งฌาแม็งก็เป็เสียงเด็กหนุ่มผู้ช่วยทั้งหลายวิ่งกรูกันเข้ามา
ผมซวนเซขยับตัวไปพิงที่รองแขนของโซฟาอย่างยากลำบาก
แล้วค่อย ๆนั่งลงตรงที่นั่งพลางเงยหน้า อาการวิงเวียนจึงค่อยทุเลาทัศนวิสัยซึ่งแจ่มชัดกว่าเมื่อครู่พลันปรากฏสู่สายตา
ก่อนอื่น ผม้าเวลามาเรียบเรียงสถานการณ์
ผมมองใบหน้าของแต่ละคนที่ฉาบความกังวลและความไม่สบายใจแล้วจึงหัวเราะออกมาราวกับว่าไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรนัก
“สภาพร่างกายของข้าคงยังฟื้นฟูได้ไม่เพียงพอน่ะขออยู่คนเดียวสักครู่ได้หรือเปล่า”
*****
“มิน่าล่ะ”
เมื่อได้นั่งเงียบ ๆผมก็หลุดพูดกับตัวเองโดยอัตโนมัติ มิน่าถึงได้ดูคุ้นหน้านัก
ผมไม่ได้เพิ่งเจอหน้าเยเซอเฟเนชานเป็ครั้งแรก แต่อึนซอน้องสาวผมเคยเอารูปแฟนอาร์ตมาโชว์ให้ดูเพียบ
“อะไรนะพ่ะย่ะค่ะ”
เด็กหนุ่มผู้ช่วยซึ่งนำกระเป๋ามาให้ตามคำขอกำลังจ้องผมด้วยดวงตากลมโต
มันคือสัมภาระที่เยเซอเฟเนชานผู้เป็เ้าของร่างนำมาจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
ผมรู้สึกผิดขึ้นมาเพราะดูท่าจะทำให้หนุ่มน้อยตื่นตูมโดยใช่เหตุจึงกล่าวอย่างนุ่มนวลที่สุดว่าไม่มีอะไร กลับไปพักผ่อนเถอะ
หลังจากมองเด็กชายปิดประตูเดินหายไปจากสายตาผมก็นั่งลงบนพื้นและเปิดสัมภาระ
“...มามือเปล่าแบบนี้จริงๆ เหรอเนี่ย”
จริงอยู่ว่าการซื้อของขวัญติดไม้ติดมือทั้งที่มาอยู่ในฐานะเชลยนั้นเป็เื่แปลกมิหนำซ้ำยังไม่มีเหตุผลให้ต้องพกของมามากมายเพราะทางราชวงศ์ช่วยดูแลให้หมดยันเครื่องแต่งกายอยู่แล้วแต่ที่ผมจะสื่อคือ จำเป็ต้องมาตัวเปล่าขนาดนี้เลยเหรอ
ผมยังลองสะบัดกระเป๋าย่อยที่ติดด้านในกระเป๋าดูอีกทีแต่สิ่งที่ค้นเจอจากสัมภาระของเ้าชายมีแค่สมุดบันทึกหนึ่งเล่มและเสื้อผ้าเรียบ ๆไม่กี่ชุดซึ่งคงจะเคยสวมมาแล้วระหว่างเดินทาง
จะอาวุธก็ดีทรัพย์สมบัติก็ดี หรือแม้แต่เงินตรา ไม่เห็นมีอะไรเลยสักอย่าง
อาจจะถูกทางราชวงศ์ยึดไปหมดแล้วหรือเปล่านะ
“ฮึบ”
ผมขยับตัวลุกจากท่านั่งขัดสมาธิแล้วเปิดสมุดบันทึก
แม้ผมจะหวังว่าเขาอาจจดบันทึกประจำวันสั้นๆ ไว้บ้างระหว่างเดินทาง แต่ในสมุดบันทึกกลับไม่พบน้ำหมึกเลยสักหยดไอ้ี้เีเอ๊ย
ผมเดินเข้าไปใกล้เตาผิงแล้วลองเอาสมุดอังไฟเผื่อว่ามันจะร่ายมนตร์ที่ผมไม่รู้จักเอาไว้
ทว่าไม่มีอะไรโผล่ออกมาให้เห็นเลย
“เ้าหมอนี่เป็คนง่ายๆ ชะมัด”
หลังจากประเมินเ้าชายอย่างรวบรัดผมก็พลิกกลับไปหน้าแรกของสมุดบันทึก
อย่างไรเสียผมก็จำเป็ต้องมีกระดาษเอาไว้เขียนเรียบเรียงสิ่งที่รู้มาดังนั้นเขียนไว้ในนี้แล้วเก็บเป็ของส่วนตัวคงได้มั้ง
ผมนั่งลงตรงโต๊ะทำงานหยิบปากกาขนนกที่วางอยู่อีกฟากโต๊ะขึ้นมาอย่างไม่คุ้นชิน
ทันทีที่จดปลายปากกาลงบนสมุดบันทึกของเหลวสีดำก็ซึมเป็วงกลม
้าสุด ผมเขียนชื่อเื่ของนิยายที่หลุดเข้ามา
[ลาออกจากงานไปเป็บุตรีดยุกในต่างโลก]
รู้สึกได้เลยว่ามือสั่นผมถอนหายใจดัง ๆ เฮือกหนึ่ง
“จองอึนซอนี่เธอทำอะไรลงไปกันแน่นะ...”
ผมพึมพำชื่อของน้องสาวขณะเริ่มเค้นทุกอย่างที่จำได้ออกมา
ลาออกจากงานไปเป็บุตรีดยุกในต่างโลกหรือชื่อย่อคือ ‘ลาออกไปเป็บุตรีดยุก’เป็นิยายโรแมนติกแฟนตาซีที่ขายดีที่สุดและสั่นะเืทั้งสาธารณรัฐเกาหลี
หมวดโรแมนติกแฟนตาซีตามปกติจะเรียกกันย่อๆ ว่า ‘โรพัน’ ซึ่งนิยายเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุกนับเป็ผลงานเมกะฮิตที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่บนหมวดโรพันเร็วที่สุดแถมยอดขายยังทำลายสถิติใหม่ทุกวันอีกด้วย
ขอแค่เป็แพลตฟอร์มที่อ่านนิยายออนไลน์ได้ไม่ว่าจะที่ไหน ๆเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุกย่อมยึดครองอันดับหนึ่งในหมวดโรพันได้เสมออีกทั้งในหมวดเรียลไทม์ รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รวมถึงหมวดขายได้เรื่อย ๆก็มีชื่อนี้ปรากฏอยู่ตลอดเช่นกัน
แม้แต่คนไม่อ่านนิยายหมวดโรพันยังรู้จักชื่อเื่และหน้าปกของเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุกเลย
หลังจากสร้างปรากฏการณ์ยอดขายเกินล้านฉบับอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกของโรพันได้ความสำเร็จบนสื่ออื่น ๆ เองก็ไม่น้อยหน้า
เว็บตูนถือเป็จุดเริ่มต้นมันได้รับความนิยมล้นหลามจนถึงกับทำให้เซิร์ฟเวอร์ของแพล็ตฟอร์มเว็บตูนที่ดีที่สุดของสาธารณรัฐเกาหลีล่มก่อนเปิดตัวตอนแรกเลยทีเดียว
และยังมีข่าวว่าจะถูกนำไปผลิตเป็แอนิเมชันทุนสร้างมหาศาลด้วย
ดราม่าซีดีลาออกไปเป็บุตรีดยุกซึ่งใช้นักพากย์ชื่อดังทั้งหมดก็ขายเกลี้ยงในสองนาทีหลังเปิดจองจนต้องเปิดรับเพิ่มถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์เนื่องจากแรงสนับสนุนและแรงด่าของแฟน ๆ
ไม่นานมานี้ยังขนทัพนักแสดงชั้นนำมาบันทึกเสียงทำหนังสือเสียงแถมมีเพลงประกอบอย่างเป็ทางการของนิยายเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุกรวมไว้อีกต่างหาก
เพลงธีมประจำตัวละครเอกซึ่งขับร้องโดยไอดอลยอดนิยมที่สุดใน่นี้ก็พุ่งขึ้นอับดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประหนึ่งเตี๊ยมกันมาก่อน
ถ้าถามว่าผมรู้เื่ทั้งหมดนี้ได้ยังไง
“ไม่รู้เป็โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่แฮะ”
ขอตอบว่าน้องของผมคุณจองอึนซอ (นักศึกษามหาวิทยาลัยวัยยี่สิบปี) เป็แฟนตัวยงของนิยายเื่นี้ยังไงล่ะ
ขนาดคำว่าตัวยงยังเอามาใช้จำกัดความได้ไม่หมดเลยด้วยซ้ำเอาเป็ว่าก็นั่นแหละ
นิยายเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุกเริ่มลงให้อ่านในปีที่อึนซออายุสิบเก้าหรือก็คือประมาณเดือนมกราคมเมื่อปีกลาย
ถัดมาตอนเดือนมีนาคมซึ่งเป็่หัวเลี้ยวหัวต่อสำหรับอึนซอที่กำลังขึ้นชั้นมัธยมหกลาออกไปเป็บุตรีดยุกเื่นี้จึงถือเป็หลุมหลบภัยอันล้ำค่าของเธอ
เธอบอกว่าตอนล้มเหลวในการสอบเสมือนจริงรอบเดือนมิถุนายนก็มีลาออกไปเป็บุตรีดยุกนี่แหละที่ช่วยปลอบโยนเธอ และเหตุที่ต่อมาทำข้อสอบเสมือนจริงรอบเดือนกันยายนได้ดีก็เป็เพราะลาออกไปเป็บุตรีดยุกอีกเช่นกันที่ทำให้เธอมีแรงฮึดสู้เธอจึงชอบนิยายเื่นี้สุด ๆ
และเมื่อผลคะแนนสอบซูนึง[1]ออกมาดีเยี่ยม อืม ทีนี้ผมคงไม่ต้องพูดอะไรแล้วนะ
‘นิยายเื่นี้เป็ทั้งชีวิตของหนูเลยเอาจริงนะ ถ้าเื่นี้จบแล้วหนูจะอยู่ต่อไปยังไงดี’
อึนซออายุน้อยกว่าผมเก้าปีและอายุห่างกับพี่ชายคนโตถึงสิบสองปี
ผมกับพี่ชายคนโตเลี้ยงและตามใจน้องคนสุดท้องไม่ต่างจากลูกไม่นานพวกเราก็ถูกความรักที่อึนซอมีต่อนิยายเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุกพัดพาไปราวกับใบปลิวฟิตเนสที่เจอพายุไต้ฝุ่น
หลังลงทะเบียนเรียนรายวิชาของมหาวิทยาลัยเสร็จผมก็มานั่งเปิดหน้าไทม์เซิร์ฟเวอร์ที่ไม่เคยสนใจมาก่อนและรอพรีออร์เดอร์ดราม่าซีดีส่วนเพลงที่พี่ชายซึ่งทำงานอยู่บ้านฟังเป็กระจำก็คือเพลงประกอบของลาออกไปเป็บุตรีดยุก
เพราะอึนซอยืนกรานอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องทำให้เพลงนี้ขึ้นชาร์ตให้ได้
พอถึงเวลาที่พวกเราสามพี่น้องล้อมวงกินข้าวลาออกไปเป็บุตรีดยุกก็จะถูกยกมาเป็หัวข้อสนทนาเสมอ
อึนซอจะวิเคราะห์เนื้อหาของตอนที่ลงวันนั้นให้ฟังแล้วยังสาธยายอีกว่าทำไมพระรองอย่าง ‘เยเซอ เฟเนชาน’ ถึงสมควรเป็พระเอก
‘นายเซ็งเคร็งนั่นไม่ผ่านจริงๆ ทำผิดกับคริสแตลของพวกเราอีกแล้ว เธอสมควรได้ลงเอยกับเยเซออ้ะ’
ตอนแรกผมรู้สึกพิลึกสุดๆ ที่ได้ยินตัวละครชื่อเหมือนตัวเองออกมาจากปากอึนซอ
แต่เื่ทุกอย่างก็ชินไปเองตามธรรมชาติเพราะถึงยังไงก็เป็แค่ตัวละครในนิยาย
‘พระเอกชื่อเซ็งเคร็งเหรอ’
‘อ๋า พี่คราวก่อนก็ถามไปแล้วนี่นา’
‘เพราะเขาชอบทำตัวเส็งเคร็งแฟน ๆ เลยเรียกเขาว่าเซ็งเคร็งไง’
อึนซอรบเร้าหลายต่อหลายครั้งให้ผมและพี่ชายอ่านเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุก
แต่สุดท้ายพี่ชายผู้ตั้งใจอ่านไปจนถึงกลางเื่ก็ประกาศว่าจะเลิกอ่านเพราะรู้สึกว่าไม่ใช่แนวตัวเองจริงๆ อึนซอจึงไม่บังคับอีกแม้จะรู้สึกเสียดายก็ตาม
ส่วนผมน่ะเหรอต้นปีก่อนผมทั้งเหนื่อยกายเหนื่อยใจจากการลาออกและเตรียมตัวเปลี่ยนงาน
หลังจากได้งานใหม่ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับที่ทำงานอีก
ตอนนั้นยังมีนิยายออนไลน์ที่อ่านค้างไว้อยู่ประมาณสามสี่เื่แต่ผมหาเวลามาเปิดอ่านไม่ได้ด้วยซ้ำ
เพราะรู้สถานการณ์ดีอึนซอเลยไม่รบเร้าผมต่อ และใน่ที่เ้าตัวได้พักหายใจหายคอหลังสอบติดมหาวิทยาลัยการโฆษณานิยายลาออกไปเป็บุตรีดยุกก็ลดน้อยไปเองโดยปริยาย
พี่ชายเคยบอกไว้ด้วยว่าลาออกไปเป็บุตรีดยุกที่อึนซอเล่าให้ฟังยังสนุกกว่าตัวเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุกเองซะอีก
ถึงผมจะไม่เคยอ่านลาออกไปเป็บุตรีดยุกแต่ก็แอบเห็นด้วยกับคำพูดดังกล่าวเช่นกัน
ผมไม่ใช่ผู้ติดตามอ่านนิยายลาออกไปเป็บุตรีดยุกสักหน่อย
“อ่านก็ไม่เคยอ่านทำไมดันทะลุมิติมาล่ะเนี่ย”
ผมหัวเราะฝืด ๆอย่างหมดคำจะพูด
อย่างไรก็ตามพอรู้ว่าตัวเองคือเยเซอ เฟเนชาน ผมก็พอจะคาดเดาสาเหตุที่ทะลุมิติมาได้
นั่นเพราะอึนซอร้องไห้โฮหลังจากได้อ่านตอนใหม่ที่ลงเมื่อเย็นวานนี้
ยัยน้องโวยใหญ่ว่าตัวเองโดนหักหลังจนเจ็บแสบบ้างละจะส่งข้อความหานักเขียนบ้างละ ก่อนประกาศกร้าวว่า ‘นอนก่อนค่อยตื่นมาคิดอีกที’ จากนั้นก็เข้าห้องนอนไปั้แ่ยังไม่สี่ทุ่มด้วยซ้ำ
เยเซอ เฟเนชานตายในตอนล่าสุด
“ทะลุมิติมาสิงร่างแล้วยังย้อนเวลาด้วยเหรอ”
ในเมื่อคนที่ควรตายไปแล้วยังมีชีวิตเป็ปกติดีแสดงว่าคงมีใครบางคนส่งผมมายังอดีตเพื่อพยายามช่วยเ้าหมอนี่แหง ๆ
บางทีการที่คนซึ่งไม่ใช่นักอ่านด้วยซ้ำอย่างผมทะลุมิติมาคงมีสาเหตุมาจากยัยน้องอึนซอนี่แหละ
ไม่สิน่าจะให้อึนซอที่อ่านเนื้อเื่ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแถมยังรู้ทุกอย่างยันรายละเอียดเล็กๆ ทะลุมิติมาเองไม่ดีกว่าหรือไง ทำไมถึงส่งผมมาล่ะ
อึนซอเป็เด็กที่พลังงานเต็มเปี่ยมแถมยังยืนหยัดด้วยลำแข้งตัวเองได้เชียวนะ
ถ้ามีเื่แบบนี้เกิดขึ้นละก็เธอต้องก้าวออกมาแก้ไขปัญหาแน่ เพราะเธอไม่ได้มีนิสัยพึ่งพาผมหรือพี่คนโตเลย
สรุปคือความเศร้าของอึนซออาจเป็สาเหตุที่ทำให้ผมทะลุมิติและย้อนเวลาแต่จะมีบุคคลอื่นอีกหรือเปล่านะที่ส่งผมมา
“...ไม่มีคำตอบเลยให้ตายเถอะ”
ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนกว่าเดิม
เอาเป็ว่าผมตัดสินใจเริ่มทำสิ่งที่ตนทำได้ตอนนี้อย่างค่อยเป็ค่อยไปและสืบค้นจากสิ่งที่ตัวเองเข้าใจไปทีละอย่าง ๆ ก่อนแล้วกัน
ผมเขียนชื่อของตัวเองชื่อซึ่งถูกเรียกในที่แห่งนี้ลงบนสมุด
จดบันทึกความจริงที่ผมรู้ถึงแม้จะมีเพียงสั้น ๆว่า
- เยเซอ เฟเนชาน
ตัวละครซึ่งผมเข้ามาอยู่ในร่างพระรองของเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุก เ้าชายแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
แม้จะไม่รู้เหตุผลแต่เขาถูกจับมากักบริเวณในพระราชวังฌูลีแย็ตในฐานะเชลย
อนาคตจะเสียชีวิตเพราะปกป้องมกุฎราชกุมารในา
จากนั้นก็เขียนชื่อของตัวละครเอกไว้ด้านล่าง‘คริสแตล’ ...
“นามสกุลอะไรนะ ซาร์โคจ?”
ไม่ใช่เหมือนจะไม่ใช่อันนี้แฮะ
การจะนึกนามสกุลเธอให้ออกนั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลยเพราะปกติอึนซอมักจะเรียกเธอว่า ‘สาวน้อยของฉัน’ หรือไม่ก็ ‘คริสแตลของฉัน’
- คริสแตล
ตัวเอกของเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุกผมสีชมพูเป็ลอนยาว ั์ตาสีฟ้า นิสัยรอบคอบ
เป็พนักงานคนหนึ่งที่ลาออกจากงานแล้วทะลุมิติไปอยู่ในร่างของตัวละครต่างโลก
ดูจากการที่ถูกเรียกว่าบุตรีดยุกแสดงว่าเธอน่าจะเป็บุตรสาวของตระกูลซึ่งมีฐานะทางสังคมสูงส่ง
เหตุที่ผมจำสีผมและสีตาได้เพราะเคยเห็นหน้าปกของเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุกอยู่บ่อยๆ นั่นเอง
ในรูปนั้นผมยังจำหน้าตาของผู้ชายที่โอบเอวปกป้องเธออยู่ด้านข้างได้ด้วยเช่นกัน
“ชื่อจริงของเซ็งเคร็งคืออะไรแล้วนะ”
พระเอกชื่ออะไรหว่า
มันเป็ชื่อที่เท่สมกับเป็พระเอกแท้ๆ แต่ผมนึกยังไงก็นึกไม่ออกเพราะน้องสาวเอาแต่เรียกเขาว่าเซ็งเคร็ง
แต่มั่นใจว่ามันเริ่มด้วย‘เซ’
- เซ็งเคร็ง
พระเอกของเื่ลาออกไปเป็บุตรีดยุกมกุฎราชกุมารของจักรวรรดิ ผมสีดำ ั์ตาสีแดง
ตัวสูงกว่าคริสแตลมาก
ดูเหมือนจะเป็ซอร์ดมาสเตอร์
แต่นิสัยเสีย
ต้องขอบคุณอึนซอที่มักจะเริ่มต้นฉอดด้วยคำว่า‘ไอ้งั่งมกุฎราชกุมารนั่น...’ ตลอด ผมจึงจำได้ว่าพระเอกเป็มกุฎราชกุมาร
ถึงจะเสียดายที่ไม่เคยอ่านเนื้อเื่แต่ยังโชคดีที่ผมตั้งใจฟังน้องเล่านิยายบ่อย ๆ นับว่าคุ้มค่าอยู่แหละ
จากนี้ไปถ้าไอ้นั่นไอ้นี่ที่เคยฟังแวบมาในหัวเยอะหน่อยก็คงดี
หลังจากนั้นผมก็จดข้อเท็จจริงต่างๆ ที่กระจัดกระจายมั่วซั่วในสมองลงไปด้วย
สิ่งที่น้องวิงวอนขณะร้องไห้เมื่อคืนสิ่งที่เธอพูดถึงสัปดาห์ก่อนและสิ่งที่ได้ยินหลังกลับมาจากกินข้าวนอกบ้านเดือนก่อน
พอเวลาผ่านไปอาจจะลืมหรือสับสนได้ดังนั้นจดบันทึกเอาไว้ตอนยังนึกออกนับเป็การกระทำที่เฉลียวฉลาด
อีกทั้งระหว่างเขียนยังถือว่าได้ทบทวนดีต่อการจดจำ
ครั้นเขียนจนเต็มหน้ากระดาษดวงอาทิตย์ก็ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าั้แ่เมื่อไรไม่รู้
ผมเขียนหัวข้อสุดท้ายลงไป
- เป้าหมายของผม
หากการคาดเดาของผมถูกต้องตัวผมคงทะลุมิติมาเพื่อช่วยชีวิตร่างนี้ซึ่งวันหนึ่งต้องตายในสนามรบ
วิธีทำให้คนที่เสียชีวิตในารอดมาได้มีแค่วิธีเดียวนั่นคือไม่เข้าร่วมาซะั้แ่แรก
วิธีจะทำให้คนที่สละชีพแทนมกุฎราชกุมารรอดมาได้ก็มีวิธีเดียวเช่นกันนั่นคือไม่เข้าไปพัวพันกับมกุฎราชกุมาร
แม้การไม่เข้าไปพัวพันกับมกุฎราชกุมารจะมีหลายวิธีแต่ประเด็นสำคัญของเื่นี้คือมกุฎราชกุมารกับผมเป็ศัตรูหัวใจกันเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง
อึนซอบอกว่า เยเซอเฟเนชานเลือกช่วยชีวิตมกุฎราชกุมารและเสียสละตัวเองเพื่อความสุขของคริสแตล
ดังนั้นการไม่เข้าไปพัวพันกับคริสแตลผู้เป็ตัวเอกก็จะเพิ่มโอกาสรอดได้ด้วย
ผมเลิกกังวลจากนั้นจึงเขียนประโยคสุดท้าย
- เป้าหมายของผม
ไม่เข้าไปพัวพันกับพวกตัวละครเอกอยู่รอดให้ถึงตอนสิ้นสุดา แล้วกลับบ้านอย่างปลอดภัยกันเถอะ!
ไม่ทำตัวโดดเด่นเกินจำเป็กินข้าวเงียบ ๆ รักษาชีวิตเอาไว้
ปฏิบัติตัวอย่างมีมโนธรรมแต่ถ้าเื่ไหนคนอื่นจัดการแทนได้ก็ไม่ต้องแกว่งเท้าหาเสี้ยน
ไม่ว่าจะเป็ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใต้บังคับบัญชาผมจะพยายามทำตัวดีด้วยสุดความสามารถ
“ว่าไปแล้วสำหรับคนที่ตัวคนเดียวมาตลอดมันก็ไม่ได้ยากอะไรนะ”
ถ้าต้องเข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ว่าไปอย่างแต่หากให้ทำตัวเป็คนนอกโดยสิ้นเชิง ผมมั่นใจมากกว่าใครทั้งสิ้น
ความเชื่อมั่นที่คนโสดสนิทมาั้แ่เกิดเท่านั้นจะมีได้พลันเต็มตื้นจนล้นหัวใจ
[1]ซูนึง คือการสอบเข้าระดับอุดมศึกษาของสาธารณรัฐเกาหลีจัดสอบปีละหนึ่งครั้งพร้อมกันทั่วประเทศ