ภาพที่สีดำที่ว่างเปล่า จะหันซ้ายหันขวาก็มองไม่เห็นอะไรเลย ก่อนจะค่อยๆ เริ่มได้ยินเสียงเล็ดลอดเข้ามา
“มึงรู้จักกับน้องเขาด้วยหรอ”
“อือ บนลอย”
“ชั้นลอย? ที่ที่มึงชอบหนีไปนอนอ่ะนะ”
“อือ”
ฟังจากเสียงคนนึงคุ้นหูมาก เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน ส่วนอีกคนเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มละมุน ไม่รู้ว่าเป็ใครแต่คิดว่าน่าจะเป็เพื่อนกัน
“อืม~”
“เหมือนน้องจะตื่นแล้วนะ ไอ้ริทมึงกดปุ่มฉุกเฉินบนหัวเตียงดิ”
“ปุ่มไหน”
“ปุ่มสีแดงๆ ไง”
“นี่หรอ”
“เออ” ภาพของคนสองคนที่กำลังวุ่นวายอยู่รอบๆ เตียง ภาพตรงหน้าเริ่มชัดเจนขึ้นเล็กน้อย พี่ริทจริงๆ ด้วย ส่วนพี่อีกคนก็คงเป็เพื่อนแก๊งเดียวกับเขา ส่วนอีกคนคิดว่าน่าเป็เพื่อนเขานั่นแหละ ถ้าจำไม่ผิดแก๊งพี่แบล็คนี้รู้สึกจะมี 5 คนนะ รุ่นพี่อีกคนนี่ฉันจำไม่ได้ว่าเขาชื่ออะไร
“สะ-สวัสดีค่ะ” เสียงที่เปล่งออกไปแหบพร่าและเบาหวิว ลำคอแห้งผากจนรู้สึกเจ็บ
“ดี” พี่ริทหันมาตอบด้วยใบหน้านิ่ง
“เดี๋ยวพยาบาลก็มาแล้ว ใจเย็นๆ นะ” เพื่อนของเขาเสริมขึ้น
พยาบาล? ค่อยๆ นึกย้อนจะว่าไปก่อนหน้านี้ฉันติดลิฟต์อยู่นี่กับพี่แบล็คแล้วจากนั้นภาพก็ตัดไปเลย
ไม่นานนักประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับพยาบาลที่เดินตรงเข้ามา
“มีอะไรรึเปล่าคะ”
“น้องเขาฟื้นแล้วครับ”
“งั้นรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวไปตามคุณหมอมาตรวจให้”
“ขอบคุณครับ”
นอไม่นานคุณหมอก็เข้ามาตรวจร่างกายของฉันอย่างละเอียด “รู้สึกเจ็บตรงไหนมั้ยคะ มีอาการปวดหัว เวียนหัว หรือคลื่นไส้ไหม?”
“มึนหัวนิดหน่อยค่ะ” คุณหมอพยักหน้ารับเบาๆ พลางจดบันทึกลงในแฟ้มประวัติผู้ป่วย
“อาจจะเกิดจากภาวะขาดอากาศในลิฟต์ร่วมกับความเครียดนิดหน่อยค่ะ ร่างกายโดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง แต่ยังไงวันนี้ก็อยากให้นอนพักรอดูอาการที่นี่ก่อนนะคะ เดี๋ยวพยาบาลจะนำยาแก้ปวดหัวมาให้ ถ้าทานแล้วยังไม่ดีขึ้นหรือมีอาการคลื่นไส้เวียนหัวมากกว่าเดิม กดปุ่มเรียกได้ตลอดเลยนะคะ”
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ” ฉันตอบรับเสียงเบา
“งั้นหมอขอตัวก่อนนะคะ” คุณหมอพูดจบก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับพยาบาล ปล่อยให้บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง ฉันมองหน้ารุ่นพี่ทั้งสองคนสลับกันไปมา ไม่รู้จะเริ่มบทสนทนาอย่างไรดี จนกระทั่งเพื่อนของพี่ริทเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน
“รู้สึกดีขึ้นบ้างรึยัง”
“ค่ะ ดีขึ้นแล้ว แค่มึนๆ นิดหน่อย” ฉันตอบพลางพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง พี่ริทที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็รีบเข้ามาช่วยประคอง
“ขอบคุณค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณเขาเบาๆ
“ว่าแต่…หนูออกมาจากลิฟต์ได้ไงหรอคะ ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นเรายังติดอยู่ในลิฟต์อยู่เลย แล้วพี่แบล็คล่ะคะ เขา... เขาเป็อะไรหรือเปล่า”
“ใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟังตังแต่แรกเลย”
เขาเล่าว่าตอนที่พวกพี่เขามาถึงลิฟต์แต่กลับไม่เจอช่างเพราะพี่ริทบอกมีลิฟต์ข้างที่ตึกอื่นด้วย เลยทำให้ช่างต้องไปช่วยตึกอื่นก่อน พวกพี่ๆ เขาไม่อยากให้ฉันกับพี่แบล็คติดอยู่ในนั้นนานเลยตัดสินใจเปิดลิฟต์กันเอง
แล้วจังหวะนั้นเองพี่แบล็คก็แบกฉันขึ้นมา้าของตัวลิฟต์ก่อนจะพี่เขาจะหย่อนเชือกลงไปเพื่อให้พี่แบล็คแบกฉันปีนขึ้นมาโดยมีพวกพี่เขาคอยดึงอยู่้า
“แล้วพี่แบล็คเป็ไงบ้างคะ เขาโอเคมั้ย”
“ใจเย็นๆ ไอ้แบล็คไม่เป็ไรหรอก แค่มือถลอกเท่านั้นเอง ก่อนจะมานี่ก็ทำแผลแล้วตอนนี้มันคงไปจัดการเื่ลิฟต์กับช่างอยู่ เดี๋ยวก็คงตามมา”
ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยพี่เขาก็ไม่เป็อะไร แต่ก็แอบรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็ภาระ ถ้าฉันไม่สลบพี่แบล็คก็คงไม่ต้องลงทุนแบกฉัน ไม่ต้องมือถลอกแบบนี้
“ขอบคุณพวกพี่มากนะคะที่ช่วย” ฉันก้มหน้างุด กล่าวขอบคุณเสียงอ่อย
“ไม่เป็ไรๆ เื่เล็กน้อยน่า” เพื่อนพี่ริทโบกมือไปมา “เอ้อ พี่ชื่อธินนะ ส่วนนี่ไอ้ริท เราคงรู้จักแล้วมั้ง”
“ค่ะ รู้จักค่ะ หนูชื่อ…” ฉันกำลังจะแนะนำตัวเอง แต่พี่ธินก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
“น้องนานาใช่ไหมล่ะ ไอ้โฟลทมันบอกอยู่”
“อ่า…ค่ะ”
หลังจากพูดคุยสักพักพี่ธินก็ขอตัวไปคุยกับหมอก่อนทำให้ภายในห้องตอนนี้เหลือแค่ฉันกับพี่ริทกันแค่สองคน เหลือบพี่ริทที่กำลังนั่งงีบอยู่ที่โซฟา ดูจากสภาพที่เสื้อเชิ้ตสีขาวมีรอยเปื้อนกับเปียกเหงื่อของทั้งคู่คงจะเหนื่อยมากกันน่าดู
ความรู้สึกเกิดเริ่มเกิดขึ้นภายในอก ก็เข้าใจแหละว่ามันเป็อุบัติเหตุที่ไม่รู้ล่วงหน้าแต่ถึงอย่างนั้นฉันก็รู้สึกผิดอยู่ดี
ขณะที่กำลังนั่งจมอยู่กับความรู้สึกผิด สายตาของก็เหลือบไปเห็นร่างสูงที่กำลังงีบหลับอยู่บนโซฟาตัวยาว ใบหน้าหล่อเหลาแม้จะอยู่ในยามหลับก็ยังฉายแววอ่อนล้า เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกชื้นและมีรอยเปื้อนเป็หลักฐานชั้นดีว่าเขาและเพื่อนๆ คงเหนื่อยกันมากจริงๆ กับการช่วยเหลือพวกฉัน
แล้วทันใดนั้นเอง ศีรษะของคนที่กำลังหลับอยู่ก็ค่อยๆ เคลื่อนเอียงใกล้จะหลุดจากขอบโซฟาเต็มที
"พี่ริท!"
ด้วยสัญชาตญาณและความใทำให้ฉันรีบลงจากเตียงเพื่อไปรองรับศรีษะของรุ่นพี่เพื่อไม่ให้ร่วงจากโซฟาแต่ดันลืมไปว่าแขนข้างซ้ายของตัวเองยังคงมีเข็มและสายน้ำเกลือคาอยู่
แกร๊ก!
ยังไม่ทันจะถึงตัวโซฟาแขนซ้ายก็ถูกกระชากกลับอย่างแรงจนตัวเซ ความเจ็บแปลบแล่นปราดขึ้นมาทันที ฉันก้มมองแขนตัวเองด้วยความใ เข็มน้ำเกลือได้กระตุกหลุดออกจากเส้นเืเสียแล้ว เริ่มลือดเริ่มไหลซึมออกมาจากรอยเข็มเปื้อนแขนเสื้อชุดคนไข้เป็ดวงๆ
“โอ๊ย!”
เสียงร้องของฉันดังพอที่จะปลุกคนที่กำลังหลับให้สะดุ้งตื่น พี่ริทปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย มองภาพตรงหน้าอย่างสับสนเล็กน้อย “ทำไร”
“เอ่อ…ขอโทษที่ทำให้ตื่นค่ะ พอดีเกิดเหตุสุดวิสัยนิดหน่อย”
พี่ริทขมวดคิ้วปมพลางมองแขนฉันที่ตอนนี้เริ่มโชกไปด้วยเืก่อนจะส่ายหัวเนือยๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปกดปุ่มฉุกเฉิน “เหลือจะเชื่อเลย”
หลังจากพยาบาลเข้ามาทำแผลให้เสร็ตสรรพภายในห้องพักฟื้นก็กลับมาเต็มด้วยความเงียบอีกครั้ง แต่คราวนี้พี่ริทไม่ได้หลับแต่กลับจ้องมองฉันราวกับว่ากำลังรอดูฉันจะกลายร่างยังไงอย่างงั้นเลย
“เอ่อ…มีอะไรรึเปล่าคะ หนูเห็นพี่ริทจ้องกันนานแล้ว”
“สงสัย”
“สงสัยอะไรหรอคะ”
“เป็แฟนพ่อหรอ”
“พ่อ?” ใครคือพ่อ แล้วฉันไปเป็แฟนของพ่อใครตอนไหนก่อน
“แบล็ค”
“อะ-อ๋อ” เกือบแล้ว เกือบจะย้อนถามแล้ว ไอ้เราก็ในึกว่าตัวเองไปเป็แฟนของพ่อใครเข้า
“คือหนูไม่ได้เป็อะไรกับพี่แบล็คค่ะ”
“หรอ” ฟังจากน้ำเสียงดูจากสีหน้าก็รู้ว่าพี่ริทไม่เชื่อที่ฉันพูดแน่ๆ “ค-คือ แบบ…เราเป็แค่รุ่นพี่รุ่นน้องที่รู้จักกันนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ จริงๆ นะคะ” เหมือนยิ่งพูดพี่ริทยิ่งทำหน้าไม่เชื่อเข้าไปใหญ่จนฉันไม่รู้จะตอบยังไงแล้ว
“ช่างเถอะ พักไป จะนอน” พูดจบพี่ริทก็เอนตัวลงกับโซฟาก่อนจะหลับตาราวกับว่าเื่ไม่สนเื่เมื่อกี้แล้ว
ฉันมองตามพี่ริทที่หลับไปอีกครั้งด้วยความรู้สึกสับสนเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเอนตัวลงนอนบนเตียงตามเดิม ดวงตากลมโตยังคงเพ่งมองไปยังเพดานสีขาวอย่างเหม่อลอย เื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้มันช่างวุ่นวายและเหนือความคาดหมายเสียจริง ทั้งเื่ลิฟต์ค้าง เื่สลิงขาด และเื่ที่ฉันได้มานอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแบบนี้
พอถึงเหตุการณ์ตอนที่ติดลิฟต์ใบหน้าดุคมของพี่แบล็คก็โผล่ขึ้นมาในหัวทันที
จะว่าไปพี่แบล็คหายไปไหนนะ...ตอนนี้เขาจะเป็ไงมั่ง
ความคิดถึงและความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอีกครั้ง ฉันอยากรู้ว่าเขาเป็อย่างไรบ้าง ปลอดภัยดีไหม และเมื่อไหร่เขาจะมาเยี่ยมฉัน...
ในที่สุด ความเหนื่อยล้าก็เริ่มเข้ามาครอบงำเปลือกตา ฉันค่อยๆ หลับตาลง ปล่อยให้ความมืดมิดเข้าปกคลุมอีกครั้ง พร้อมกับความหวังเล็กๆ ว่าเมื่อตื่นขึ้นมาฉันจะได้เจอเขานะ เพื่อที่จะได้ขอโทษและขอบคุณให้หายแคลงใจสักที
เวลา 19.00 น. เป็เวลาที่ริทควรจะกลับคอนโดไปนอนได้แล้ว แต่ ณ เวลานี้เขาดันกลับยังนอนภายในห้องพักฟื้นคนไข้อยู่ ขยับตัวลุกนั่งหันมองที่เตียงก่อนคิ้วทั้งสองข้างจะขมวดคิ้วปม
หาย? หายไปไหน
โครม!
เสียงโครมดังมาจากในห้องน้ำคงจะไปซนซุ่มซ่ามอะไรเข้าอีกแน่เลย เมื่อตอนกลางวันก็ทีนึงแล้ว
ตัดสินใจลุกเดินไปดูพอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับรุ่นน้องสาวที่นั่งอยู่กับพื้นกับฝาชักโครกที่หลุดออกจากตัวโถ อีกแล้วจริงๆ ด้วย
“อ๊ะ พี่ริท ขอโทษค่ะ หนูคงทำให้พี่ตื่นอีกแล้วสินะคะ” ทำเอาเขาพูดไม่ออกเลย คนอะไรมันจะซุ่มซ่ามได้ขนาดนี้ ทั้งทำสายน้ำเกลือหลุดทั้งทำฝาชักโครกหลุด
ได้แต่ถอนหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยใจก่อนจะหันไปอุ้มเธอแล้ววางลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าอย่างเบามือ จากนั้นเขาก็หันกลับไปหยิบฝาชักโครกที่หลุดออกมาแล้วใส่กลับเข้าไปที่ตัวโถให้เป็ดังเดิม
“หนูขอโทษนะคะ ที่ต้องทำให้พี่ริทต้องมาลำบากแบบนี้”
“อือ” ตอบออกไปขณะที่สายตายังคงโฟกัสกับการประกอบฝาชักโครก
“ขอโทษนะคะพี่ริท หนูมันซุ่มซ่ามจริงๆ เลย” นานายังคงเอ่ยคำขอโทษด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
“อือ”
“หนูขอโทษ”
“อือ”
“หนู-!!”
โดยไม่ทันตั้งตัว ริทโน้มตัวคว้าคอของคนไม่ยอมหยุดขอโทษแล้วประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากบางดูดเม้มเบาๆ ก่อนจะผละออก
“หยุดพูด รำคาญ”
เป็จูบที่ไม่ได้มีความเร่าร้อน แต่เป็การกระทำที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกบางอย่างที่ผสมปนเปกัน ทั้งความรำคาญและความรู้สึกแปลกใหม่ที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
นานาเบิกตากว้างด้วยความใกับััที่ไม่ทันตั้งตัว เธอแข็งทื่ออยู่บนเคาน์เตอร์ ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น และควรจะตอบสนองอย่างไร
ดวงตาคมกริบจ้องดวงตาสวยด้วยแววตาที่ดูง่วงจนอยากจะหลับเต็มที่ก่อนจะริทจะหันกลับไปจัดการฝาชักโครกให้เรียบร้อยต่ออย่างเงียบปล่อยทิ้งให้นานาได้แต่นั่งเงียบอยู่แบบนั้น
บรรยากาศในห้องน้ำกลับมาเงียบงันอีกครั้ง ไม่นานริทก็จัดการซ่อมฝาชักโครกเสร็จ นานาที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเคาน์เตอร์ จ้องมองแผ่นหลังกว้างที่ก้มๆ เงยๆ จนริทหันมาทำให้เธอที่แอบมองเขาสะดุ้งเฮือก
“มองไร”
“ป-ป่าวค่ะ”
ริทเหลือบมองนานาที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ เห็นเธอกำลังจ้องมองเขาอยู่ก่อนจะรีบหลบสายตาไป ความอยากรู้อยากเห็นในตัวเธอทำให้เขายิ่งขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงได้มีท่าทีที่ดูน่ารำคาญมากขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้
ริทก้าวเข้าไปหานานาทันที เขายันแขนทั้งสองข้างลงบนเคาน์เตอร์คล่อมร่างบางเอาไว้ไม่ให้ขยับ ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนานาด้วยสีหน้านิ่งสนิท ไร้อารมณ์ใดๆ
เด็กสาวรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยสายตาของเขา หัวใจเต้นรัวด้วยความประหม่าและความกลัวเล็กน้อย เธอก้มหน้าหลบสายตาเขาอีกครั้ง
“คนแปลก”
“หมายความว่าไงหรอคะ” ริทดุนลิ้นพร้อมกับเลิกคิ้วมองกัน มันกลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม
“ถ้าหนูทำให้พี่ริทรำคาญก็ขอโทษด้วยค่ะ พี่ริทจะกลับก็ได้-!”
ยังไม่ทันจะขอให้อีกคนกลับจู่ๆ คนตรงหน้ากดจูบลงมา แต่คราวนี้ไม่ใช่จูบแ่เบาเหมือนครั้งแรก แต่เป็จูบที่หนักหน่วงและเร่าร้อนกว่าเดิม ริมฝีปากของเขาบดเบียดกลีบปากนุ่มอย่างรุนแรง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาอย่างรวดเร็ว รสจูบที่ดูดดื่มและเรียกร้องทำให้ร่างของนานาอ่อนระทวยอยู่บนเคาน์เตอร์
มือข้างหนึ่งของริทประคองใบหน้าของเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างก็เริ่มเลื้อยเข้าไปใต้เสื้อชุดคนไข้ ััเย็นจากปลายนิ้วของเขาทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย ทำเอาอีกคนต้องถึงกับเกร็งหน้าท้องสวยพร้อมเอื้อมมือไปจิกไหล่กว้างเพื่อระบายอารมณ์ก่อนจะผละปากออกให้รุ่นน้องได้หายใจ
“รำคาญ รำคาญมากด้วย”
ประกบปากลงอีกครั้งก่อนจะไล่ลงมาที่คอพร้อมกับเม้มแรงๆ เพื่อให้เธอสะดุ้งเล่น มือหนาที่คืบคลานอยู่ในใต้เสื้อเริ่มขยับขึ้นจนมาถึงยอดอก
“อื้อ!!”
นิ้วแกร่งเขี่ยไปมากระตุ้นยอดอกให้ตั้งพร้อมกับบีบคลึงจนรุ่นน้องสาวต้องแอ่นตัวรับความเสียว “อื้อ~อึก!”
ผละริมฝีปากออกจากคอสวยใบหน้าของรุ่นน้องแดงระเรื่อลมหายใจถี่ราวกับอยากจะระบายออกมาเต็มที
จู่ๆ ความสงสัยจะเกิดผุดขึ้นมาในหัว นึกอยากจะรู้ว่าใต้ชุดคนไข้มันจะมีเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยผ่านมือมามั้ย
ปลดเสื้อคนไข้ออกเผยให้เห็นร่างกายขาวเนียนอมชมพูน่ากิน มือแกร่งไล่นิ้วไปตามผิวทำเอาคนตรงหน้าต้องเกร็งหน้าท้องพร้อมกับจิกมือแน่น ยิ่งเห็นสีหน้าที่ดูอัดอั้นของรุ่นน้องสาวก็ยิ่งอยากจะทำให้เธออึดอั้นไปมากกว่านี้ อยากจะรู้ว่าถ้าเธอถึงขีดสุดเธอจะแสดงสีหน้ายังไง
ก้มชิมยอดอกใช้ลิ้นร้อนละเมียดเชียดชิมที่ละนิดพลางบีบเค้นพร้อมกับเม้มแรงๆ จนอีกคนกระตุกเกร็ง “อื้อ!!!”
มือแกร่งสอดมือเข้าใต้กางเกงลูบไล้ไปตามต้นขาอ่อนก่อนจะไปหยุดที่กลีบร่อง ทำการใช้นิ้วกรีดไปมา
“อ๊าส์~” พอเห็นว่าอีกคนมีปฏิกิริยาตอบโต้ก่อนจะเพิ่มแรงกดลงไป ใช้นิ้วถูไถร่องกลีบกระตุ้นน้ำในตัวให้ค่อยๆ ซึมออกมาทีละนิด
“อื้อ~” ใบหน้าสวยเริ่มแดงก่ำ ไม่รู้เพราะเขินอายหรือเริ่มมีอารมณ์ แต่เขาไม่สน สิ่งที่เขาสนคือปฏิกิริยาต่อจากนี้ต่างหาก
ดึงมือออกก่อนจะดึงกางเกงออกให้พ้นตัว ใช้มือจับขาทั้งสองข้างของเธอแหวกออกก้มดูสำรวจร่องกลีบที่ตอนนี้เริ่มมีน้ำกามซึมออกมา
นิ้วแกร่งสองนิ้วสอดเข้าไปในตัวทันทีโดยไม่ส่งสัญญาณให้อีกคนได้ตั้งตัวก่อนจะเร่งความเร็วนิ้วทำให้อีกคนต้องแดดิ้นเพราะความเสียวที่แล่นวนอยู่ในท้องน้อย
“อื้อ!!”
ใบหน้าสวยแดงก่ำร่างกายบิดไปมาส่วนล่างของเธอกระตุกเป็ระยะพร้อมกับน้ำกามที่ไหลทะลักออกมาเรื่อยๆ “อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ่าส์!!”
ดึงนิ้วออกมาจากตัวพร้อมกับน้ำฉี่ที่ทะลักพุ่งออกมา รุ่นน้องสาวยังคงกระตุกส่วนล่างเบาๆ ใบหน้าของเธอแสดงออกมารางกับกำลังบอกว่าเรียกร้องให้เขาทำมันต่อ
“ทำไมทำหน้างั้น”
“ช-ช่วย หนู…อึก! ช่วยหนูหน่อย” ริทหันมองรุ่นน้องสาวที่นั่งหมดแรงอยู่บนเคาน์เตอร์ล้างมือ “ี้เี”
“ช-ช่วย…หนู…หน่อย นะคะ” ริทขมวดคิ้วปมจัดการจับนานาใส่เสื้อผ้าให้เสร็จเรียบร้อยก่อนจะสอดมือเข้าใต้ร่างจัดการอุ้มเธอแล้ววางลงบนเตียงอย่างเบามือ
“นอน พรุ่งนี้กลับ”
หยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวอีกคนพร้อมกับหันไปปิดไฟแต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่อยากจะนอนเสรยเท่าไหร่เมื่อดูจากใบหน้าที่เย้ายวนราวกับกำลังเชิญชวนให้เขาต่อจากเมื่อกี้
แต่ริทไม่สนใจ ไม่ใช่ไม่มีอารมณ์แต่ตอนนี้เธอควรพัก ถึงแม้จะดีขึ้นแล้วแต่ร่างกายเธอมันยังไม่พร้อม 100% เพราะเมื่อกี้ตอนที่กำลังชิมร่างกายส่วนนอกของเธอััได้ว่าอุณหภูมิในตัวของนานาเริ่มอุ่นๆ ถ้าทำต่อมีหวังเธอได้ไข้ขึ้นแน่เพราะฉะนั้น…
“นอน เจอกันพรุ่งนี้” พูดเสร็จริทก็นอนลงที่โซฟาพร้อมกับหลับตาลงโดยไม่สนคำขอร้องของรุ่นน้องสาวเลยแม้แต่น้อย
ภายในห้องพักฟื้นมีเพียงแค่เสียงกระทบกันของผ้าที่มาจากคนบนเตียงที่เอาแต่ขยับขยุกขยิกไม่หยุด คงช่วยตัวเองอยู่ล่ะมั้ง แต่เขาไม่สนหรอก ตอนนี้ง่วงแล้ว เป็เวลานอนของเขาต่อให้มีอารมณ์ขนาดไหนก็ไม่เอาหรอก เวลานอนเป็เวลาสำคัญไม่ว่าอะไรก็มาขัดขวางไม่ได้!