การล่าสังหารอย่างโหดเหี้ยมของเย่หยุนซียังคงดำเนินไปเรื่อยๆไม่มีติดขัด เหล่าจักรพรรดิและมหาจักรพรรดิจำนวนมากพากันร่วงหล่นเพราะคมกระบี่เพียงไม่กี่กระบวนท่า ราวกับว่าพวกมันกำลังเผชิญหน้ากับร่างจุติของเทพแห่งความตายก็ไม่ปาน
เมื่อเวลา 3 เดือนผันผ่าน แต้มการสังหารของเย่หยุนซีก็พุ่งพรวดไปถึง 3000 แต้ม ซึ่งนับว่าเยอะและเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
"เห้อ แบบนี้ใครจะไปชนะเจ้าเด็กนั่นได้กันล่ะ?" เหล่าผู้อาวุโสที่เฝ้าสังเกตุการณ์เอ่ยปากอุทานออกมาอย่างหมดหวัง บางคนถึงขนาดครุ่นคิดจัดเตรียมแผนการสกปรกๆเอาไว้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้อาวุโสของฝ่ายธรรมมะ เนื่องจากพวกมันไม่อยากให้เด็กหนุ่มเติบโตไปมากกว่านี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลมเพื่อป้องกันหายนะในวันข้างหน้า
ผิดกับทางฝั่งมหาเทพปีศาจและผู้เป็นเทพธิดาที่บัดนี้กำลังจับจ้องไปยังร่างของเย่หยุนซีอย่างไม่วางตาด้วยความสนใจ เพราะทั้งสองไม่เคยพบเห็นมนุษย์รุ่นเยาว์คนไหนแข็งแกร่งขนาดนี้มาก่อน ยิ่งในตอนที่เย่หยุนซีเบิกดวงเนตรประหลาด พวกเขายิ่งรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้พิเศษเอามากๆ ชนิดที่ไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไปได้
"เห้อ ช่างน่าเสียดายที่เขาเป็นฝ่ายอธรรม" เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ เหว่ยเสวียนจี ส่ายศีรษะพลางบ่นพึมพำ เมื่อคิดได้ถึงข้อเท็จจริงข้อนี้
"ฮ่าๆๆ เห็นทีข้าคงต้องตบรางวัลให้เผ่าเทพปีศาจผู้พิทักษ์เสียหน่อยแล้วสิ" มหาเทพปีศาจ กู่หลินเฉิน กล่าวอย่างอารมณ์ดี ในหน้าอันหล่อเหลาประดับรอยยิ้มบาง
ตัดกลับมาทางฝั่งของคนที่ถูกพูดถึงกันบ้าง หลังจากผ่านศึกหนักมาอย่างโชกโชน ในที่สุดเขาก็เลือกที่จะหยุดพัก ณ ถ้ำเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งด้านในคล้ายกับเป็นโบราณสถาน
"ว้าว ที่แดนสังสารวัฏมีอะไรแบบนี้ด้วยงั้นหรือ ข้าก็นึกว่ามันเป็นเพียงสนามรบเท่านั้น" บุรุษหนุ่มจุดเปลวเพลิงแท้จริงสีทองอร่าม ก่อนจะเดินสำรวจไปทั่วทั้งถ้ำด้วยความสนใจ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ได้พบแค่เพียงอักษรโบราณซึ่งถูกสลักไว้บนฝาผนัง
"ไหนดูสิว่ามันบันทึกอะไรเอาไว้บ้าง" ดวงเนตรปีศาจสวรรค์ถูกเรียกใช้งาน เย่หยุนซียืนนิ่งกวาดสายตาอ่านอักษรโบราณอยู่สักพัก
สรุปก็คือ แดนสังสารวัฏถูกสร้างขึ้นโดยเทพราชันเผ่ามนุษย์สมัยโบราณนามว่า ต้วนอี้ ซึ่งมีนิสัยโหดเหี้ยมอมหิตชื่นชอบการสังหารเป็นชีวิตจิตใจ
ดังนั้น! ก่อนตายเขาจึงได้เนรมิตรที่อยู่อาศัยของตนเองให้กลายเป็นดินแดนแห่งการเข่นฆ่า เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงความสนุกของการไล่ล่าสังหารศัตรูเหมือนอย่างที่เขาเคยรู้สึกในอดีตกาล
แถมยังไม่หมดเพียงเท่านั้น! หากมีผู้ใดได้แต้มสังหารครบ 5000 แต้ม คนผู้นั้นก็จะกลายเป็นจ้าวของดินแดนแห่งนี้ไปโดยปริยาย สามารถปิด-เปิด และเชื่อมต่อประตูมิติเข้ากับสถานที่ใดก็ได้อย่างอิสระ
"ว้าว ฮ่าๆๆ โชคหล่นทับ โชคหล่นทับข้าอีกแล้ว" เย่หยุนซีหัวเราะกล่าวเมื่อเข้าใจเรื่องราวทุกอย่าง ถึงแม้เขาจะรู้สึกว่าเทพราชันต้วนอี้คนนี้ดูโรคจิตไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เขาสร้างนั้นมีประโยชน์มากจริงๆ และหากได้เป็นเจ้าของมันก็คงจะดีไม่น้อยเลยเหมือนกัน
"หึหึ เหลืออีก 2000 แต้มเท่านั้น" กล่าวอย่างมุ่งมั่น บุรุษหนุ่มรีบทำการฟื้นฟูพลังของตัวเอง ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปไล่ล่าสังหารผู้ฝึกตนคนอื่นๆในทันที ส่งผลให้ทุกๆที่ๆเขาผ่านเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บปวดและเปลวเพลิงสีดำที่โหมกระหน่ำลุกไหม้
6 ชั่วยามผ่านไป ผู้ฝึกตน 100 คนก็พลันกลายเป็นแต้มสังหารของเย่หยุนซีโดยไร้หนทางต่อต้าน เพราะคนที่เขาพบเจอนั้นส่วนใหญ่เป็นระดับจักรพรรดิและมหาจักรพรรดิขั้นต้นเกือบทุกราย ซึ่งพวกมันไม่นับเป็นภัยคุกคามเลยสักนิด
"หึหึ ในที่สุดก็หาเจอแล้ว" เย่หยุนซีกล่าวหลังจากหยุดนิ่งกระจายจิตสัมผัสอยู่ครู่ใหญ่ และสิ่งที่เขาหมายถึงก็คือ แม่นางซีซวนที่อยู่ในสภาพสบักสบอมเพราะกำลังต่อกรกับผู้ฝึกตนระดับมหาจักรพรรดิขั้นปลาย 3 คนในเวลาเดียวกัน
"รุมทำลายคนของข้า ไม่ละเว้น"
ลูกบาศก์สมปรารถนาในมือกลายเป็นคันธนูอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้เย่หยุนซีง้างมันโดยใช้เปลวเพลิงหิมะจันทราเป็นลูกศร พร้อมทั้งใช้พลังวิญญาณผสานเข้ากับดวงเนตรปีศาจสวรรค์ในการล็อคเป้า
"ศรเทพพิฆาตดวงดาว"
บุรุษหนุ่มปลดปล่อยการโจมตีระยะไกลสามสายในเวลาเดียวกัน ศรเปลวเพลิงน้ำแข็งพุ่งผ่านสนามรบตรงเข้าไปยังกลางอกของเป้าหมายอย่างแม่นยำไร้ปรานี
"สวบๆๆ"
"อั่ก! อะไร!!!" สัมผัสได้ถึงความทรมานจากอุณหภูมิที่เย็นสุดขั่วร้อนสุดขีด พวกมันพากันดวงตาเบิกกว้างเซถลาราวกับนกปีกหักก็ไม่ปาน แม้แต่แม่นางซีซวนคนงามก็ยังนิ่งอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า แต่ทว่าจู่ๆเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยก็พลันดังขึ้น
"มัวทำอะไรอยู่ รีบสังหารพวกมันซะ"
"รับทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านจอมมารน้อย"
ซีซวนไม่คิดปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป จิตอสูรวิหคอัสนีแผ่กระจายอำนาจสายฟ้าสามสาย พุ่งเข้าโจมตีไปยังศีรษะของอีกฝ่ายจนระเบิดและตายตกอย่างน่าสยดสยองยิ่ง
"ฟุ๊บ"
"ไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริงๆ" เย่หยุนซีปรากฏตัวขึ้นแล้วเอ่ยปากชมเชยโฉมงาม
"ขอบคุณท่านจอมมารน้อยที่เมตตาเจ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นข้าเองก็คงรับมือพวกมันไม่ไหว" ซีซวนผสานมือคาราวะด้วยความเคารพอย่างสุดใจ
"ไม่เป็นไรๆ เจ้าไปเก็บสินสงครามเถอะ ข้าจะเริ่มออกล่าสังหารอย่างจริงจังในอีกไม่ช้า"
"รับทราบแล้วเจ้าค่ะ" คนงามรีบหันขวับไปเก็บแหวนมิติและสมบัติมีค่าของศัตรูทั้ง 3 คนตามคำสั่ง ส่วนทางด้านผู้เป็นนายนั้นบัดนี้กำลังกระจายจิตสัมผัสหากลุ่มคนซึ่งอยู่ใกล้ๆ