บทที่ 180 ให้บทบาทแก่เจ้า
ชายร่างสูงรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างกับคำขอนี้ เขาไม่คิดเลยว่าสตรีตรงหน้าจะเอ่ยคำขอที่แปลกประหลาดเช่นนี้ กล่าวคือ...เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน และมันก็ยิ่งทำให้เขาสนใจสตรีของสหายผู้นี้มากยิ่งขึ้นไปอีก
ดวงตาของนางกระจ่างชัด ช่างดูซื่อตรงและน่าค้นหาอย่างมาก ตอนนี้เมื่อนางเปิดเผยว่าตนเองมีความสามารถในการเพาะปลูกสมุนไพร เขาก็ยิ่งสนใจมากขึ้นไปอีก ด้วยความสามารถนี้...สมควรจะช่วยเหลือองค์รัชทายาทได้มากไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นทำไมนางจึงยังกลายเป็นสตรีที่ไม่สำคัญในจวนองค์รัชทายาทได้อยู่เล่า
ต่อให้พื้นเพของนางไม่น่าสนใจ ทว่าพระองค์ก็ไม่ควรจะจัดนางไปกองอยู่กับกลุ่มสตรีไร้ค่าพวกนั้นไม่ใช่หรือ? ให้นางได้มีตำแหน่งเล็กๆสักหนึ่งตำแหน่ง มีตำหนักของตนเอง มีพื้นที่ที่จะเพาะปลูกบ้าง ไม่ใช่ว่าต้องมาร้องขอเมล็ดสมุนไพรจากผู้อื่นเช่นนี้ เขาเห็นแล้วยังคิดว่าเสียเปล่าเลย
ถ้าแต่งเข้าจวนสกุลตู้ นางย่อมต้องกลายเป็นฮูหยินรอง หรือไม่ก็ฮูหยินสามของเขา เขาจะดูแลนางให้ดีสนับสนุนให้นางใช้ความสามารถของตนเอง กระทั่งอาจจะเปิดร้านสมุนไพรให้ด้วยซ้ำ ถึงอย่างไร...ความร่ำรวยของนางก็ส่งต่อให้ลูกหลานในตระกูลได้อยู่แล้ว
ต่อไป ถ้านางมีองค์ชาย นางย่อมต้องทำหน้าที่มารดาอย่างดี และคนที่จะได้ประโยชน์ก็คืออาณาจักรเซินนี่แหละ!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็มองไปยังหญิงสาวที่หัวเราะให้กับความอาภัพของตนเอง เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็วแล้วว่าจะช่วยเหลือนาง ทำให้นางได้กลายเป็นสตรีคนสำคัญของสหายให้ได้
“ความสามารถของพระสนม ปลูกสมุนไพรระดับไหนได้บ้างหรือ?”
“ข้า...ข้าไม่เคยทดลองเหมือนกัน สมุนไพรที่ข้าเคยเพาะปลูกได้สูงสุดคือสมุนไพรระดับ 3”
“โอ้ เป็นสมุนไพรระดับ 3 เชียวหรือ?”
“ใช่ หากว่าท่านมอบเมล็ดสมุนไพรระดับ 3 แก่ข้า วันข้างหน้าข้าจะมอบสมุนไพรระดับ 3 คืนแก่ท่าน 1 ต้น” ซือซือกล่าวออกมาอย่างจริงจัง นางแสดงออกว่าไม่ต้องการเอาเปรียบใคร แต่ด้วยท่าทางเช่นนี้ กลับทำให้คุณชายสกุลตู้หัวเราะออกมาแทน
“ดี ตกลง อย่างนั้นข้าจะนำเมล็ดสมุนไพรมามอบให้สนมซือซือ”
“จริงหรือเจ้าคะ? ท่านจะมอบให้จริงๆหรือเจ้าคะ” ซือซือแสร้งตกใจ นางทำราวกับว่าคำขอก่อนหน้านี้เป็นแค่คำขอที่พูดออกไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้คิดว่าจะได้รับคำว่า “ตกลง”
“ฮ่าๆ สนมซือซือ...ท่านคิดว่าข้าจะโกหกหรือ?”
“ไม่ ต้องไม่อย่างแน่นอน สหายขององค์รัชทายาทย่อมต้องเป็นบุรุษเหนือบุรุษ เช่นนั้น....ข้า....ข้าขอบคุณคุณชายตู้มากเจ้าค่ะ” ซือซือชมเขาไปหนึ่งคำก่อนจะจ้องตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว
สายตาของนางจริงใจและมั่นคง เมื่อทั้งสองสบตากันเกิน 30 วินาที ซือซือก็ถอนสายตาออกมาราวกับเพิ่งรู้ว่าตนเองทำเรื่องไม่ถูกต้องอยู่ นางกระอึกกระอักก่อนจะขอตัวรีบออกไป ในขณะที่คุณชายตู้มองตามหลังด้วยความตะลึงเช่นกัน
หัวใจของเขาสั่นไหว....ใช่แล้ว เขากำลังชื่นชอบสตรีของสหายผู้นี้!
“สตรีมีมากมาย เหตุใดต้องเป็นสตรีของสหายด้วย” เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รู้ว่าชอบแต่ไม่อาจครอบครองได้ มันรู้สึกเสียดายเช่นนี้นี่เอง
เขาเดินคอตกกลับไป สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ไปทำธุระอย่างที่กล่าวอ้าง พูดให้ถูกก็คือ...ธุระของเขาก็คือการตามมาเพื่อขอบคุณพระสนมผู้นี้นี่แหละ
หลายวันก่อน เขามาที่จวนองค์รัชทายาทเหมือนกับครั้งนี้ ดื่มกันไปมากโข และเขาก็ขอตัวออกมาทำธุระ ทว่า...ไม่รู้เพราะเมามายจนไม่ได้สติหรืออย่างไร เมื่อผ่านธารน้ำตกแต่งระหว่างทางไป เขากลับมองไม่เห็นกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา สุดท้ายจึงสะดุดล้มหน้าเกือบทิ่ม หากไม่ใช่เพราะสนมซือซือรวดเร็ว นางคงคว้าเขาไม่ได้และเขาก็ต้องร่วงลงไปในน้ำให้อับอายแล้ว
ดังนั้น เขาจึงถือว่าหญิงสาวเป็นผู้ช่วยเหลือ วันนี้ต้องการจะมาขอบคุณนาง และอาจจะมอบเงินสินน้ำใจให้เล็กๆน้อยๆ เขารู้ว่าสนมในวังนั้นไม่เหมือนกัน พวกที่มีตำแหน่ง มีบ้านเดิมสนับสนุนย่อมไม่อดอยาก แต่สนมที่เป็นเพียงชาวบ้านผู้หนึ่งนั้นกลับมีความเป็นอยู่ที่น่าสงสารยิ่ง
นอกจากอาหารครบทุกมื้อแล้ว ชีวิตก็ไม่ได้มีอะไรดีเลย ดังนั้นใจของเขาจึงต้องการตอบแทนนางด้วยเงินทองเช่นนี้ ทว่า...เขาไม่ได้คิดเลยว่าจะได้เจอนางอยู่กับพระสนมขั้นผินด้วย เมื่อเห็นว่านางเดินออกมา เขาจึงรีบเดินตามมาและได้สนทนากันเหมือนเมื่อครู่
นางไมได้ต้องการเงิน แต่นางต้องการโอกาสที่จะสร้างเงิน สิ่งนี้ทำให้เขาชื่นชมอย่างมาก
“ไปเสียนาน ข้าคิดว่าเจ้าตกบ่อเกรอะไปเสียแล้ว”
“อย่าพูดจาน่ารังเกียจเชียว” ทั้งสองคนหยอกเย้า คุณชายตู้นั่งลงตรงข้ามกับองค์รัชทายาทอีกครั้งและยกสุราขึ้นมาดื่ม ในใจของเขามีเพียงความริษยาองค์รัชทายาทเท่านั้นที่เหลืออยู่ ทั้งๆที่รู้ว่าสหายของเขาไม่ได้ผิดอะไรเลย
ทางด้านซือซือ หลังจากที่แยกออกมาจากคุณชายตู้แล้ว นางก็คลี่ยิ้มจางๆออกมา ตอนนี้นางไม่เหมือนก่อนแล้ว สามารถปลูกสมุนไพรในเรือนพักที่คับแคบของตนเองได้บ้าง นางไม่ต้องกลัวว่าจะถูกขโมยหรือถูกสั่งสอนจากคนอื่น ตอนนี้นางคือคนของพระสนมขั้นผิน หากมีใครต้องการลงมือ อย่างนั้นก็ต้องเตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับพระสนมด้วย
เท่ากับว่า โอกาสที่จะเกิดเรื่องนั้นต่ำมาก ซือซือวางแผนให้กับตนเองทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่ที่เห็นว่าองค์รัชทายาทสนิทสนมกับผู้ใดบ้าง อันที่จริง...นางเล็งเป้าหมายเอาไว้ที่อีกคน แต่จังหวะนั้นมีเพียงคุณชายตู้เท่านั้นที่เดินผ่าน
คุณชายตู้ผู้นี้ดูฉลาดมาก นางคิดว่าเขาจะไม่หลงกล ทว่า...ดีที่เวลานั้นเขาเองก็มึนเมาไม่น้อย ไม่เช่นนั้นจะต้องรู้สึกผิดแปลกที่จู่ๆก็มีกิ่งไม้งอกมาทำให้สะดุดระหว่างทางเดินหินเป็นแน่
เอาเถอะ ถือว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีก็แล้วกัน
นางในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว รู้จักว่าเล่ห์กลต้องใช้อย่างไรบ้าง ไม่อย่างนั้นจะต้องยอมรับชะตากรรมที่น่าหดหู่ใจนี้ตลอดไป ในวังหลวงไม่ได้เล่นง่ายๆเหมือนกับที่บ้านเดิมของนาง ทุกคนมีอำนาจ มีความฉลาด และมีกฏระเบียบที่ไม่อาจจะผิดพลาดได้ นางต้องระวังและเลียนแบบคนอื่นๆ ไม่สิ! จะพูดว่าเลียนแบบได้อย่างไร ในเมื่อซือซือรู้ว่าตนเองมีความสามารถเหนือกว่าคนเหล่านั้น
“สนมซือซือ พระสนมให้มานำชุดชงชาไปแล้วหรือ?”
“ใช่” เมื่อคิดเรื่อยเปื่อย ซือซือก็มาถึงห้องเครื่องเสียแล้ว นางกำนัลที่รู้จักซือซืออย่างดีเอ่ยถาม ก่อนจะส่งถาดที่จัดแจงเอาไว้อย่างดีให้ไป
“ขอบใจเจ้ามากนะ”
“อืม แค่ครั้งหน้าเจ้าช่วยพูดดีๆให้สักสองสามคำอีกก็พอแล้ว” นางกำนัลหัวเราะออกมาเบาๆ
ก่อนหน้านี้ นางเชื่อว่าซือซือเป็นคนช่วยให้นางได้รับตำแหน่งในห้องเครื่อง งานที่สุขสบายยิ่งกว่างานซักล้างเช่นนี้ นางย่อมมีความสุขมาก
แน่นอนว่าซือซือไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แค่อีกฝ่ายดวงดีจนถูกสับเปลี่ยนกับนางกำนัลคนเดิมที่ทำให้พระสนมผินไม่พอใจ ถูกไล่ไปห้องซักล้างแทน จากนั้นก็สลับตัวนางกำนัลจากห้องซักล้างมาที่นี่ ไม่มีเหตุผลอะไรอื่นซ่อนอยู่ทั้งนั้น
นางกำนัลผู้นี้กลับคิดว่าที่ตนเองถูกเลือกเป็นเพราะซือซือ ทว่าในเมื่อนางเข้าใจเช่นนั้นไปแล้ว ซือซือก็ไม่ได้คิดจะแก้ข่าวอะไร มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไรอยู่แล้วนี่...
“ข้าเข้าใจแล้ว” ซือซือพูดออกไปส่งๆเท่านั้น นางรับถาดมาก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้นางกำนัลตัวน้อยหัวเราะร่าอย่างมีความสุข คิดว่าตนเองเป็นคนของพระสนมผินไปแล้ว
ซือซือถือถาดชงน้ำชาเข้ามา คิ้วของพระสนมขมวดเข้าหากันเล็กน้อย กระซิบตำหนินางเสียงเบา
“เกิดอันใดขึ้น ทำไมเจ้าจึงมาช้านัก แม้แต่คุณชายตู้ที่ไปทำกิจส่วนตัวก็ยังกลับมาก่อนเจ้าเลย” เสียงรอดไรฟันทำให้ซือซือรู้ว่าพระสนมของนางกำลังโกรธจัดอีกแล้ว
“ขออภัยเพคะพระสนม นางกำนัลที่ห้องเครื่องเตรียมถ้วยชาไม่ครบคน จึงต้องรอนางเตรียมเพิ่ม”
“ชิ นางกำนัลคนไหนกัน เมื่อเสร็จแล้ว...เจ้าเตือนให้ข้าไปจัดการนางด้วย”
“พระสนมอย่าเพิ่งโกรธเลยเพคะ รีบคลี่ยิ้มที่งดงามก่อนเถอะเพคะ” ซือซือเปลี่ยนเรื่อง คำของนางทำให้พระสนมชะงักไป ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้มีคนมากมายนั่งอยู่ พระนางจึงเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานออกมาแทน
“ให้หม่อมฉันถวายการชงชาให้พระองค์นะเพคะ” พระสนมเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงอ่อนหวานทำให้องค์รัชทายาทคลี่ยิ้มมอบให้
“เอาสิ” เขาชอบที่สนมของตนเองรู้จักเอาอกเอาใจเช่นนี้ มันต้องทำให้สหายของเขาอิจฉาอย่างแน่นอน
สายตาของคุณชายตู้มองผ่านพระสนมไปในเสี้ยววินาที ก่อนจะลอบมองซือซือที่อยู่ไม่ไกลออกไป สีหน้าของนางค่อนข้างซีด เขาได้เห็นสายตาดุดันของพระสนมผินในครั้งแรก ย่อมเข้าใจว่านางถูกตำหนิเข้าแล้ว ในใจของเขาพลันเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมา อยากขอโทษนางที่เขารั้งนางเอาไว้จนทำให้เสียเวลาจริงๆ
“คุณชายตู้อยากดื่มเป็นชาแบบไหนดี” เสียงอ่อนหวานเอ่ยถามเขา คุณชายตู้ชะงักไปก่อนจะทำท่าคิด
“ได้ยินว่าสนมผู้นั้นเป็นคนบ้านเดียวกับฮูหยินใหญ่ของแม่ทัพหวง เช่นนั้นน่าจะรู้จักเรื่องชาอยู่บ้างหรือไม่? ฮูหยินใหญ่ของแม่ทัพหวงมีความสามารถในการชงชามาก เช่นนั้นให้สนมผู้นั้นเลือกชาที่เหมาะกับข้าได้หรือไม่?”
ชายหนุ่มหัวเราะออกมา เขาทำท่าพูดไปอย่างนั้น แต่คำพูดของเขาทำให้องค์รัชทายาทได้หันไปมองซือซือเป็นครั้งแรก อันที่จริง...ถ้าไม่ใช่เพราะนางมาอยู่ใกล้ๆสนมผิน เขาคงจะลืมนางไปเสียแล้วด้วยซ้ำ
ก่อนหน้านี้จำได้ว่าหลงเสน่ห์ความจริงใจของนางไม่น้อย เทียบกับคุณหนูจางแล้ว นางมีเสน่ห์ที่ล้นเหลือ ทว่า...หลังจากที่ผ่านคืนแรกไปและเกิดเรื่องมากมาย เขายังเริ่มกลัวว่าความสัมพันธ์ของนางต่อจวนหวงจะไม่ค่อยดีนัก จึงค่อยๆเว้นระยะต่อนาง และห่างหายไปจนลืมเลือน
“ซือซือเป็นคนมีความสามารถในการดูสมุนไพรเช่นกัน ให้นางเลือกให้ก็น่าจะเหมาะ”
“เพคะองค์รัชทายาท เช่นนั้น...ซือซือ เจ้าลองช่วยคุณชายตู้เลือกชาหน่อยเถอะ” พระสนมผินไม่ได้คิดอะไรมาก อีกอย่างซือซือก็เป็นคนของนาง หากทั้งนางและซือซือแย่งความสนใจขององค์รัชทายาทมาจากพระชายารองได้สำเร็จ อย่างนั้นก็ถือว่านางได้รับชัยชนะด้วย
“เอ่อ ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันขอบังอาจเลือกชาขาวเพคะ”
“ชาขาวหรือ?”
“เพคะ ชาขาวนี้เป็นชาที่ต้องใช้ความละเอียดก่อนในการทำผงชาเพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่าชาขาวจะทำให้แก่ช้าด้วยเพคะ”
“หืม? เจ้ากำลังตำหนิสหายตู้ของข้าว่าแก่แล้วงั้นหรือ?”
“มะ ไม่เป็นเช่นนั้นเพคะ หม่อมฉันไม่ได้จะหมายความเช่นนั้น เพียงแค่...”
“ฮ่าๆ เห็นหรือไม่สหายตู้ ข้าพูดแล้วว่าเจ้าไม่ยอมดูแลตนเอง ใบหน้าของเขามีร่องรอยเต็มไปหมด แม้ว่าเจ้าจะฉลาดและได้รับคำชมจากอาจารย์มาก แต่เจ้าจะไม่ได้รับคำชมจากสตรีแน่นอน”
“เอ่อ.........” คุณชายตู้รู้สึกอับอายอย่างมาก เขาถูกองค์รัชทายาทล้อเลียนเช่นนี้มาเสียทุกครั้ง ทว่าไม่เคยคิดเอามาใส่ใจ จนกระทั่งครั้งนี้...แม้แต่ซือซือก็ยังตำหนิเขางั้นหรือ?
“พระสนม ข้าขอชาขาวด้วยพะย่ะค่ะ” เขากล่าวออกไปอย่างไม่รู้ตัว ส่งผลให้องค์รัชทายาทหัวเราะออกมาอีกคำ
ครานี้คุณชายมองไปยังซือซือจนทำให้องค์รัชทายาทต้องตบบ่า
“ซือซือเป็นเด็กที่ซื่อตรงมาก เจ้าอยากจะถามนางเอง เรื่องนี้นางไม่ผิด”
“ข้ารู้ ข้าก็ไม่ได้จะตำหนินาง” เพียงแค่ข้ารู้สึกชื่นชอบที่นางใจกล้าก็เท่านั้น เขายังกังวลว่านางจะไม่ชอบใบหน้าที่มีร่องรอยของเขาด้วย...
เสียงหัวเราะของผู้เป็นใหญ่ในวังทำให้ทุกคนผ่อนคลายไปด้วย การแสดงออกของซือซือวันนี้ยังทำให้นางถูกเรียกตัวเพื่อไปรับใช้ในห้องบรรทมองค์รัชทายาทในค่ำวันนี้ด้วยซ้ำ....
……………………………………………..