"นี่ขอรับเงินส่วนต่างที่ได้หักจากค่าธรรมเนียมและค่าหยกแล้ว"พนักงานกล่าวออกมาพร้อมส่งหยกรูปหยินหยางกับนำเงินเข้าแหวนมิติให้กับเฟยหรง ส่วนทางด้านเฟยหรงนั้นเขาพลันยกยิ้มอย่างยินดีก่อนจะเดินออกไปด้วยใบหน้ายิ้มร่าเงินที่เขาได้มานั้นแน่นอนว่าเขารีบเก็บมันในทันทีก่อนที่จะยกหยกหยินหยางขึ้นมาดูพร้อมทั้งเดินจากไป
"เป็อย่างไรบ้างครับท่านหญิง"
"อืม เขาเป็คนที่น่าประหลาดใจมากทีเดียวนอกจากฝีมือกระบี่ล้ำเลิศอย่างเดียวเท่านั้นแต่ตัวตนของเขาล้วนแต่มีปริศนาอยู่เต็มไปหมด เป็ชายที่น่าสนใจมากทีเดียว"ในขณะที่เฟยหรงเดินออกไปจากหอประมูลแล้วนั้น้าหอประมูลเฟิงเสวียและเฟิงหย่งต่างคุยกันแล้วมองไปที่เื้ัของชายหนุ่ม
แม้จะไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็ใครแต่นั่นมันยิ่งทำให้เฟิงเสวียรู้สึกสนใจชายชุดดำผู้นี้มากขึ้นไปอีก นางมองมาที่แผ่นหลังของเขาด้วยความสงสัยไคร่รู้ก่อนที่จะส่ายหัวอย่างจนปัญญาและหันหลังเดินกลับเข้าไปในหอประมูล
"หึหึ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าข้าจะโชคดีถึงเพียงนี้ หยกผนึกเทพของวิเศษระดับเทพที่ใช้ผนึกวิญญานระดับสูงเอาไว้ด้านใน แม้จะไม่รู้ว่าใครถูกกักขังเอาไว้ก็เถอะแต่ระดับพลังคงไม่น่าจะต่ำกว่าราชันเทวะเป็แน่"เมื่อเดินออกมาเฟยหรงหัวเราะร่าด้วยความดีใจ ในสมัยเขาเป็เทพาในโลกก่อนเฟยหรงเองก็เคยเห็นสมบัติประเภทนี้มาบ้างแม้จะไม่ได้ใช้ก็ตามแต่ก็รู้ถึงสรรพคุณของมันไม่น้อย
ชายหนุ่มเดินไปยังชายเขาลับตาคนก่อนจะพิจารณาหยกผนึกเทพอยู่ครู่ใหญ่พร้อมทั้งใช้ออกด้วยพลังวิญญานระดับราชันเทวะที่ยังคงหลงเหลืออยู่ กัดนิ้วและประทับรอยเลือของตนวาดไปบนเส้นวิถีหยินหยางที่อยู่บนหยกในที่สุดมันก็เปร่งแสงออกมาพร้อมทั้งปรากฏร่างวิญญานของชายหนุ่มที่ดูหล่อเหลา ผมหงอกขาว และสวมอาภรณ์ที่มีสัญลักษณ์หยินหยางอยู่ตรงหน้าอกทั้งสองข้าง
เฟยหรงเหม่อมองภาพนี้อยู่สักครู่หนึ่ง เม็ดเหงื่อไหลเย็นพร้อมทั้งหายใจหอบกระชั้นการกระทำในครานี้นับว่าเกินตัวของเขายิ่งและอาจจะทำให้เขาสูญเสียพลังวิญญานทั้งหมดของราชันเทวะได้เลย โชคยังดีที่เขาพิจารณาแล้วว่าหยกนี้อยู่มานานหลายล้านปีและมีส่วนชำรุดทำให้สูญเสียพลังวิญญานไปเพียงไม่กี่ส่วนเท่านั้น
"นานแล้วที่ไม่ได้ออกมาด้านนอก เ้าหนุ่มขอบใจเ้ามากจริงๆ"วิญญานชายหนุ่มกล่าวออกมาเช่นนั้น สายตาจับจ้องไปที่เฟยหรงที่กำลังเหนื่อยหอบ
"หืม นี่ไม่ถูกต้องวิญญานของเ้ามีระดับพลังสูงกว่าร่างกายและลมปราณ เ้าหนุ่มเ้าคือผู้จุติหรือ"เขากล่าวออกมาอีกครั้ง เฟยหรงเมื่อได้ยินก็พลันดวงตาเบิกกว้างด้วยความใก่อนที่เขาจะกล่าวถามอย่างจริงจัง "ท่านรู้ได้อย่างไร!!"
"เื่นั้นไม่ยากเย็นอะไร ข้าเองก็เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาบ้างเมื่อหลายล้านปีก่อนแต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ส่วนใหญ่มักจะเกิดในร่างของบุคคลธรรมดาๆสามัญและไม่ได้มีพลังปราณพิเศษอะไรต่างจากเ้าที่เป็เหมือนสัตว์ประหลาดที่เกิดมาพร้อมจิตวิญญานระดับราชันเทวะ ร่างกายเทพัะ และเส้นลมปราณัา เ้าหนุ่มข้าบอกตามตรงเ้านี่จุติได้ท้าทาย์จริงๆ ฮ่าๆๆๆ"ร่างวิญญานกล่าวออกมาเช่นนั้น เฟยหรงที่ได้ยินถึงกับทำหน้าไม่เข้าใจในทันทีชายคนนี้เหมือนจะรู้จักเขาไปเสียทุกซอกทุกมุมหากเดาไม่ผิดน่าจะเกิดจากเืที่เขาประทับไว้ที่หยกเป็แน่แท้ มันคงจะนำเอาความทรงจำของเขาไปให้ชายคนนี้ดูด้วย
"เห็นพูดมาเสียยาวแล้วท่านเป็ใครกัน??"เฟยหรงกล่าวถามออกมาเช่นนั้น ทางด้านร่างวิญญานแทบจะหงายหลังไปในทันทีก่อนจะทำท่าทีสูงส่งพร้อมกล่าวแนะนำตัว "จำนามของเราเอาไว้ให้ดีเด็กน้อยข้าคือผู้เป็เลิศทางด้านการปรุงยาและวิชาการต่อสู้ที่สุดในหนึ่งล้านปีก่อน นามข้าคือ จักรพรรดิเทวะกู่เทียนหลง"
เฟยหรงเมื่อได้ยินการแนะนำตัวที่แสนจะตลกนี้เขาพลันหัวเราะออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจพร้อมทั้งเอามือปิดปากอย่างรวดเร็ว กู่เทียนหลงเห็นดังนั้นเขาพลันมองไปที่ชายหนุ่มด้วยแววตาเคืองเล็กน้อย "เ้าหัวเราะอะไรกับการแนะนำตัวของข้ากัน"เขาถามออกมาเช่นนั้น เฟยหรงจึงกล่าวตอบพร้อมหลุดขำไปว่า "ฮ่าๆๆก็มันตลกนี่ ท่านยกยอตนเองว่าเป็คนที่เป็เลิศที่สุดด้านเม็ดยาและการต่อสู้แล้วไหงถึงได้ตายแล้วโดนผนึกเช่นนี้ อีกอย่างไม่มีอะไรมารับประกันได้เสียหน่อยว่าท่านจะเป็ถึงจักรพรรดิเทวะ"
เฟยหรงกล่าวออกด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ เขาที่ในอดีตไปถึงระดับราชันเทวะแล้วนั้นย่อมรู้ดีว่าการเลื่อนขั้นพลังต่อไปไม่ใช่เื่ง่ายเลยสักนิด และตัวเขาในอดีตต้องใช้เวลานับแสนปีในการเลื่อนขั้น โชคยังดีที่ตบะระดับเทวะหากไม่ถูกข้าตายอายุขัยจะเป็อนันท์ไม่เช่นนั้นเขาคงตายตกไปก่อนบรรลุแล้วเป็แน่แท้ แต่ชายคนนี้กลับบอกว่าตนเป็ถึงจักรพรรดิเทวะนี่มันทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อเท่าไรนัก
"หนอย แล้วจะให้ข้าพิสูจน์อย่างไรเล่า ข้าอยู่ในร่างวิญญานเช่นนี้สำแดงพลังออกมาได้เสียที่ไหนแถมในเวลานี้เ้าหยกบ้านั้นมันก็กัดกล่อนพลังของข้าให้เหลืออยู่แค่นิพพานเท่านั้น"กู่เทียนหลงกล่าวออกมาเช่นนั้นเฟยหรงจึงไม่ได้สนใจเื่ของเขาอีกต่อไป แต่กลับคิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง
"ในเมื่อท่านใช้ออกด้วยพลังไม่ได้งั้นก็มีทางเดียวที่จะพิสูจน์ตัวตนท่านได้ ในเมื่อท่านกล่าวอ้างว่าเป็นักปรุงโอสถงั้นไม่ลองชี้แนะข้าดูบ้างละ ข้าเองก็สนใจในเื่นี้อยู่ไม่น้อย"เฟยหรงยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ตัวเขาชาติที่แล้วเองก็สนใจเื่นี้เช่นกันแต่ด้วยต้องทำาจึงไม่ได้มีเวลามากนัก ในเมื่อมีคนกล่าวอ้างว่าเป็เลิศในด้านนี้อยู่ต่อหน้าเขาจึงต้องลองใช้เล่ห์เหลี่ยมเสียหน่อย
"เหอะ ปีศาจน้อย เ้าคิดจะขโมยวิชาจากข้าไปฟรีๆ ไม่มีทางซะหรอก นอกจากเ้าจะกราบข้าเป็อาจารย์หาไม่แล้วอย่าได้หวังว่าข้าจะหลงกล หากนับกันจริงๆต่อให้เ้าเอาอายุชาติก่อนมารวมกับเ้าในเวลานี้ข้าก็ยังมีอายุมากกว่าเกือบสามเท่าด้วยกันคิดจะหลอกข้าเ้าต้องฝึกฝนมากกว่านี้อีกหน่อย"
"เฮ้ นี่ข้าช่วยท่านออกจากผนึกนะ ไม่คิดจะตอบแทนกันเลยหรือถือซะว่าของตอบแทนก็ได้ว่ายังไง"เฟยหรงกล่าวข้อเสนอออกไปอีกครั้ง กู่เทียนหลงพลันมองไปยังเฟยหรงด้วยแววตาแล้วกล่าวอย่างเด็ดขาด "อย่างไรก็ไม่ได้! หากจะให้ตอบแทนบุญคุณให้ข้าใช้พลังหลอมยาให้เ้าสักสองสามชนิดก็น่าจะเพียงพอแล้ว เ้าปีศาจน้อยอย่าคิดว่าข้าไม่รู้เ้าใช้พลังวิญญานเพียงน้อยนิดกับเืของเ้าเพียงเท่านั้นแต่กลับจะให้สอนเ้าหลอมยา ดูอย่างไรฝ่ายที่ขาดทุนก็เป็ข้าชัดๆ ข้ายังขอยืนยันคำเดิมหากเ้า้าจะเรียนก็ต้องเป้นศิษย์ข้าเท่านั้น"
"เหอะๆไม่มีทางเลือกสินะ"เฟยหรงกล่าวอย่างจนปัญญาก่อนจะคุกเข่าลงแล้วคาราวะกู่เทียนหลงในทันที"เฟยหรงคาราวะท่านอาจารย์"เฟยหรงกล่าวออกไปเช่นนั้นใบหน้าพลันยิ้มแย้ม สำหรับเขาแล้วการคาราวะในครานี้มิใช่เื่ใหญ่อันใด นั่นเพราะเขารู้สึกว่าชายคนนี้แม้จะทำตัวบ้าๆบอๆไปหน่อยแต่เขาก็คือผู้แข็งแกร่งของจริง และการที่จะถูกผนึกในหยกผนึกเทพได้แน่นอนว่าเขาคนนี้ย่อมไม่ธรรมดาและบวกกับเฟยหรงเองก็ไม่ได้มีพื้นฐานด้านการปรุงยามาก่อน การที่จะคำนับกู่เทียนหลงเป็อาจารย์นั้นถือว่าเป็โชคดีของเขาด้วยซ้ำ
"โอ้ เ้าคิดเร็วทำเร็วดีนี่ ลุกขึ้นเถิดศิษย์ข้าต่อจากนี้ไปข้าจะถ่ายทอดวิชาปรุงยาและวิชายุทรของข้าให้เอง ฮ่าๆๆ"วิญญานหนุ่มกู่เทียนหลง หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ในใจมีแต่ความปิติยินดี การได้ศิษย์ปีศาจัน้อยเช่นเฟยหรงนี้นับว่าเป็เื่ที่โชคดีโดยแท้สำหรับเขา