เซียนจอมมาร ปาร์ค จินวู

    ตำรวจลับสาว

    ในโลกนี้ อำนาจ ความมั่งคั่ง และการทำลายต้องใช้ร่วมกัน และผมก็ขาดมันทั้ง 3อย่างเลย


    ผมยืนเฝ้ายามตามหน้าที่กับเจ้าคาตะ ที่ชอบม่อสาว และเก็บตังค์ค่าผ่านประตูนักเดินทาง แถมชอบข่มผมอยู่ตลอดเวลา
    ' ถ้าตรูเอาจริงแกกลายเป็นฝุ่นไปแล้ว เจ้าคาตะ ' ผมคิดและมองหน้ามันด้วยสายตาเยือกเย็น ราวน้ำแข็ง
    " เฮ้ย ถ้าแกต้องการตกงานละก็ มาไฝว้กันมั๊ยน้อง " เจ้าคาตะยังคงข่มขู่ไม่เลิก ถ้าเป็น จินวู คนเดิมคงยอมมันไปแล้ว เพราะแม่ กับน้องสาวยังต้องเพิ่งมันอยู่ แต่ไม่ใช่ผม
    ผมออกหมัดชกหน้าเจ้าคาตะในทันที แค่หมัดเดียวมันถึงกับล้มฟุบ แล้วมันก็ตะโกนด่า โคตรเหง้าผม รวมถึงแม่กับน้องสาวผมด้วย ทำให้ผมไม่พอใจอย่างมาก ผมจึงจับเจ้าคาตะมัด แล้วตบหัวมันไป 12 ที ทำให้เจ้าคาตะร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
    " ชั้นจะเอาเรื่องนี้ ไปฟ้อง พัค เฮจิน แฟนแก ว่าแกเป็นนักเลง ชอบทำร้ายชาวบ้าน " เจ้าคาตะตะโกนด่าทำให้ผมโกรธยิ่งขึ้น เลยเผลออัดมันไปหลายหมัดจนมันสลบ ครั้นจะปล่อยตัวมันไปดีๆ ผมคงต้องตกงานอยู่แล้ว และคิดถึงคำพูดของพ่อ เขาว่า งานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข แต่ตรูทุกข์ฉิบหายเลย
    เมื่อไม่มีทางออก จากการตกงานเฝ้าประตูเมือง ผมเลยต้องทำเพื่อความสะใจ โดยการประกาศว่า ใครก็ตามที่อยากได้เงินค่าผ่านประตูคืน ให้มาตบหัวเจ้า คาตะ คนละ 12 ที
    ตอนแรกก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาตบหัวเจ้าคาตะหรอก แต่เมื่อผมเริ่มตบหัวมันให้ทุกคนเห็น คนจึงมาต่อแถวกันมาตบหัวเจ้าคาตะ เพื่อต้องการเงินคืน
    ผัวะ ผัวะ ผัวะ
    ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ
    ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ
    จากตอนแรกๆแค่ไม่กี่สิบคน กลายเป็นร้อยคนในเวลาไม่นาน สงสัยโจทย์เจ้าคาตะจะเยอะ และไม่นานผมก็จ่ายเงินคืนให้กับนักเดินทางจนหมดและกลับบ้านด้วยหัวใจหม่นหมอง เพราะตกงานจากงานเป็น ยามเฝ้าประตูเมือง
    .
    .
    ผมกลับมาฝึกนั่งขัดสมาธิที่บ้านและ รวบรวมพลังจากทุกอณูในอากาศ เพื่อเรียกพลังของเซียนมารกลับคืนมา เพราะตั้งแต่มาหยั่งโลกใบนี้ผมยังไม่ได้ทดลองเลยว่า ผมมีพลังอยู่ในระดับใด
    หลังจากนั่งสมาธิอยู่ 3ชั่วโมง ความรู้สึกผมก็ฟิวส์ขาด
    ' รวบรวมพลังเซียนไม่ได้เลย ทำไมกัน' ผมรู้สึกสงสัยแต่ในไม่ช้าผมก็รุ้สาเหตุแล้ว เป็นเพราะGate ไม่เปิด ทำให้พลังงานจากต่างโลกถูกปิดกั้นจากโลกนี้ และทำให้โลกนี้สงบสุข เนื่องจากตัดขาดการสื่อสารกับโลกใบอื่น
    ' นี่มันมิติล้าหลังหรือนี่ ' แต่ในขณะที่คิดจู่ๆผมก็สัมผัสพลังบางอย่างได้ มันเป็นพลังของ จอมปราชญ์
    ' มีจอมปราชญ์ อยู่ในโลกใบนี้ ' นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมตกใจ เพราะจอมปราชญ์ เป็นตัวตนที่ไม่น่าอยู่ในโลกใบนี้ ตอนผมอยู่มิติเดิม ผมได้สังหารจอมปราชญ์คนสุดท้ายไปแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน
    ' เราคงต้องระวังตัวให้มาก เพราะครั้งสุดท้ายที่สู้กับจอมปราชญ์ เราเกือบจะตายไปแล้ว ' ผมคิดและเลิกนั่งสมาธิหันไปปิดไฟนอน โดยไม่ได้สงสัยเลยว่า ในห้องนี้ยังมีตำรวจลับสาวอีกสองคนที่ซ่อนตัวอยู่ด้วยผ้าล่องหน พวกเธอสองคนเป็นตำรวจลับสาวที่ตามผมมาตั้งแต่เมื่อบ่าย และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เลิกปฎิบัติภารกิจ
    ...ยืนยันเป้าหมายนอนหลับไปแล้ว เริ่มปฏิบัติการเก็บกู้ อสุจิได้ โก ยูรากล่าว
    ...พวกเราต้องรีบกันหน่อย เพราะอาจมีคนมาแอบเห็นได้ จอง จีฮุน แสดงความเห็นด้วยกับ โก ยูรา ตำรวจสาวอีกคน
    ในขณะที่พวกเธอใส่เครื่องดูดอสุจิ ติดกับตัวจินวู เธอก็เริ่มลงมือบีบนวดทวนมังกรของ จินวู อย่างช้าๆ เพื่อให้เป้าหมายผ่อนคลาย
    โก ยูรา ค่อยๆฉีดสารหลั่งความสุขเข้าไปในเส้นเลือดของจินวู แล้วเริ่มพูดคุย กับ จอง จีฮุน ด้วยรอยยิ้มที่เห็นภารกิจสำเร็จ
    ...เขาเป็นคนในคำทำนาย ของท่านจอมปราชญ์ เธียร์ แน่นะ ถึงขั้นต้องให้มือระดับพระกาฬอย่างพวกเราลงมือเก็บอสุจิ กลับไปหยั่งห้องทดลอง
    ...อย่าพูดมากน่า ถ้าเขาเป็นเซียนมารกลับชาติมาเกิดจริง อสุจิของเขาจะมีค่ามหาศาลในตลาดมืด จองจีฮุน กล่าว
    ...อย่าลืมทำความสะอาดหลังจากเก็บตัวอย่างด้วยนะ จีฮุน
    ...อืม
    และแล้ว ฮันเตอร์ระดับ S คลาสสายนักฆ่า อย่างพวกเธอ ก็เก็บอสุจิของจินวูได้ประมาณ 1 ลิตร จึงเลิกปฏิบัติการและกลับไปที่ฐาน เพื่อ รายงาน ลี ซุนอา หัวหน้าของพวกเธอ 
    .
    .
    เช้าวันต่อมา...ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกมีความสุข แล้วเริ่มสำรวจตัวเองว่า ผมฝันเปียกไปรึป่าว ทำไมร่างกายถึงได้เหนื่อย เหมือนกับผ่านสงครามบนเตียงกับหญิงสาวมาเมื่อคืน แต่ไม่พบอะไรแม้แต่คราบอสุจิ
    *****************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป