ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่197 ความเดือดดาลของชายชรา

    อี้เฉินที่เดินอยู่ริมระเบียงโรงอาบน้ำยามค่ำคืนอันเงียบสงัด รอบๆ บริเวณไร้ทหารเฝ้ายาม ครุ่นคิดระหว่างเดินอยู่ตลอดเวลา เหตุใดชายชราถึงอยากพูดคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว ทำให้เขาไม่เข้าใจข้อนี้เป็นอย่างมาก "ชายชราคงไม่คิดทำร้ายตัวเขาหรอกมั้ง" ก่อนอี้เฉินจะเดินตรงไปภายในที่พักของชายชราเยว่เทียนเพื่อพูดคุยเป็นการส่วนตัว


    ...หน้าทางเข้าไปที่พักของ ชายชราเต็มไปด้วยเหล่าจอมยุทธขั้นพลังกษัตริย์ ยืนคุ้มกันเฝ้าอารักขานับสิบนาย เมื่อเห็นใบหน้าเด็กหนุ่มผมขาวเดินเข้ามา ภายในจวนที่พักส่วนตัวของชายชราผู้นำแคว้นเยว่ พวกเขามีท่าทีไม่พอใจในทันที หลายคนจำใบหน้าของเด็กหนุ่มผมขาวได้ คนที่เกือบก่อสงครามของสองแคว้นใหญ่ขึ้นมา หากไม่มีสงคราม พวกเขาสองแคว้นได้เปิดฉากต่อสู้กันไปแล้วเป็นแน่
    ก่อนที่ทหารเฝ้าอารักขาจะเอ่ยเสียงเรียบออกมา "เจ้าหยุดเดียวนี้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ ที่เจ้าจะผ่านเข้าไปได้" รอบบริเวณถูกอารักขาไว้อย่างแน่นหนา แม้แต่แมลงยังยากที่จะย่างกลายผ่าน


    อี้เฉินที่ได้ยินเขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจ ชายชราไม่ได้บอกกล่าวผู้ติดตามงั้นหรือ เขาเตรียมที่จะเอ่ยปากพูดออกไป
    แต่กลับถูกทหาร นำกระบี่ขึ้นมาจ่อที่คอหอย "เจ้าถอยไปเสียหากยังไม่อยากตายอยู่ที่นี่"


    อี้เฉินไม่คิดชายชราจะไม่บอกกล่าว ผู้ติดตามของเขาแม้แต่น้อย ก่อนเขาจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา "คิดให้ข้า เข้าไปหาแน่งั้นหรือ เหตุใดถึงต้อนรับกันแบบนี้"


    อี้เฉินขยับมืออย่างรวดเร็ว ก่อนดีดกระบี่ที่ชี้คอ ของเขาออกอย่างฉับพลัน


    "เจ้า เจ้า อยากตายงั้นหรือ พวกเราฆ่ามันเสีย มันจะโอหังเกินไปแล้ว ถึงกับกล้ามาก่อเรื่องถึงที่นี่" พวกเขามองมาที่อี้เฉินด้วยดวงตาบ้าคลั่ง ราวกับจะดื่มเลือดกินเนื้อ ปราณพลังแพร่กระจายออกมาในพริบตา ตั้งท่าเตรียมที่จะบุกโจมตีอี้เฉินให้ตายลงที่นี่โดยไว


    อี้เฉินที่เห็นภาพเบื้องหน้า เขาถึงกับหน้ามืดทะมึน ตัวเขาไม่ได้ทำอะไรแม้แต่น้อย เพียงแค่ปัดกระบี่ที่จ่อคอของเขา ทิ้งเท่านั้น ก่อนเขาจะตะโกนก้องเข้าไปภายในจวนทันที"ท่านจะให้ตัวข้ามาหา หรือท่านคิดจะฆ่าตัว ข้ากันแน่"


    ทันใดเสียงแหบพร่าของชายชราก็ดังขึ้นมา "เข้ามา"


      เหล่าทหารอารักขาที่ได้ยินถึงกับหน้าถอดสี ก่อนถอยกลับไปประจำการยังตำแหน่งเดิมโดยไว ไม่เอ่ยพูดคำใดกับอี้เฉินอีกต่อไป ทางเดินยาว ไร้คนขัดขวางอี้เฉินในทันที เขาเดินไปอย่างเรียบนิ่งไม่มีท่าทีหวั่นเกรง เส้นทางด้านหน้านี้เหมือนมันจะตรงไปทางสวนดอกไม้ด้านนอกที่พัก มีศาลาสีแดงเก่าตั้งอยู่ใจกลางสวนดอกไม้ ไม่คิดชายชราจะมาอาศัยอยู่ในที่แบบนี้ บนโต๊ะหินอ่อนมีจอกเหล้า กับบทกวี คัมภีร์ต่างๆ วางเรียงราย ดอกไม้ภายในสวนบางชนิดถึงกับส่องแสงพร่างพราวยามค่ำคืนจนภาพเบื้องหน้าดูแปลกตาขึ้นมาไม่น้อย


    ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ "เจ้ามานั่งก่อน ข้าไม่คิดเจ้าจะมาไวถึงเพียงนี้ มันผิดกับที่ข้าคาดการณ์ไว้"


    อี้เฉินได้ยินคำพูดของชายชราเขามีสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก หากชายชรา เอ่ยพูดช้ากว่านี้อีกเพียงนิดเดียว ตัวเขาได้สู้กับเหล่าจอมยุทธหน่วยอารักขาเป็นแน่ "ท่านพูดเข้าเรื่องเลยดีกว่า ข้าไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น"


    เยว่เทียนยกยิ้ม แต่แฝงด้วยความแข็งกร้าว "เจ้าอย่าได้กังวลหากข้าคิดฆ่าเจ้า ตัวเจ้าคงไม่ได้มายืนสบาย อยู่ตรงนี้เป็นแน่ เห็นแก่ที่เจ้ามอบดวงตาให้หลานสาวข้า ข้าจะบอกบางอย่างให้เจ้ารับรู้แล้วเตรียมพร้อมมันไว้ เจ้ารู้สึกหรือไม่ ตอนนี้ปราณพลังฟ้าดินภายในดินแดนแห่งนี้ เหมือนมันลดน้อยลงไปทุกที"


    อี้เฉินขมวดคิ้วมุ่นในทันที ก่อนเขาจะจับสัมผัสปราณพลังฟ้าดินที่อยู่รอบๆ ตัว มันเบาบางลงไปจริงๆ "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ท่านจะถามข้า"


    ชายชรารินเหล้าให้อี้เฉินก่อนดันจอกเหล้ามาให้อี้เฉินดื่ม ตัวอี้เฉินไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด ยกจอกเหล้าขึ้นดื่มในทันที บรรยากาศกระอักกระอ่วนอยู่นาน ทั้งสองไม่เอ่ยพูดคำใดออกมา ตัวอี้เฉินเองก็รอฟังคำถามของชายชราเยว่เทียนอย่างใจเย็น

    "เจ้าสามารถฟื้นฟูดวงตาของเจ้ากลับมาได้งั้นหรือ ตัวข้าประหลาดใจไม่น้อยหากไม่มีโอสถสร้างร่างเนื้อเป็นไปไม่ได้ ที่จะสร้างอวัยวะขึ้นมาได้"


    อี้เฉินได้ยินเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย "ใช่ ข้าสามารถฟื้นฟูดวงตาของข้าให้กลับมามองเห็นได้แต่ มันผิดแปลกไปจากเดิมมากข้าไม่อาจควบคุมมันได้ ต้องใช้ผ้าขาวปิดบังดวงตาไว้"


    เยว่เทียนยกยิ้มหัวเราะออกมา "ช่างเป็นเรื่องประหลาดเสียจริง ข้าจะพูดเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ตัวข้าไม่อาจฝากหลานสาวให้กับคนตาบอดดูแลได้ หากเจ้าได้ดวงตากลับคืนมา ข้าก็ไม่คิดกีดกันพวกเจ้าสองคนอีกต่อไป หวังว่าเจ้าจะช่วยเหลือนางเมื่อยามที่นางมีภัย ข้าเกรงว่าโลกของเรากำลังจะเปลี่ยนไป"


    อี้เฉินหยุดนิ่งไปพักหนึ่งไม่คิดชายชราจะฝากฝังเยว่ฉานกับเขา"ท่านคิดมากเกินไปหรือเปล่า แล้วอีกอย่าง หากเยว่ฉานมีภัยข้าจะช่วยนางอย่างสุดความสามารถ"


    ชายชราถอนหายใจยาวออกมา "ข้าเหลือเพียงหลานสาวเท่านั้นที่ข้ายังเป็นห่วง บุตรชายของข้าตายตกภายในสงคราม แม้แต่แม่ของนางก็ยังมาจากไปด้วยโรคร้าย หากเจ้าทำให้หลานสาวข้าเสียใจฆ่าจะ ตามไล่ฆ่าเจ้าอย่างแน่นอน"

    ทันทีที่ชายชราพูดจบก็ปล่อยจิตสังหารมาหาอี้เฉิน เพื่อข่มขู่อี้เฉินในทันที หากอี้เฉินทำผิดคำสัญญา จะต้องรับโทสะของขั้นพลังเทวะแบบในตอนนี้


    อี้เฉินที่อยู่ต่อหน้าชายชรา ร่างของเขาสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง รู้สึกหวั่นใจไม่น้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าชายชราที่ปล่อยจิตสังหารออกมา แต่เขาก็มีท่าทีนิ่งสงบไม่ได้แสดงกิริยาอันใดออกมา


    อี้เฉินที่ได้รู้ความหลังของเยว่ฉาน ทำให้เขารู้สึกเศร้าสร้อยไม่น้อย นางเหมือนมีชายชราเป็นญาติมิตรเพียงคนเดียว ไม่ต่างอะไรกับตัวเขามากนัก ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่ของเขาเป็นใครเช่นกัน พวกท่านจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ไม่อาจรู้ได้ ตัวเขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกปู่หัวหน้าหมู่บ้านเลี้ยงดูขึ้นมาเท่านั้น

    "ข้าไม่สามารถรับปากอะไรท่านได้ แต่ข้าหวังเพียงอยากเห็นรอยยิ้มของนางทุกๆ วัน"


    เยว่เทียน หัวเราะออกมาอย่างไม่ปิดบัง ก่อนรินเหล้าให้อี้เฉิน ดื่ม เขาไม่ได้บอกเรื่องสำคัญของคนตระกูลเยว่ให้อี้เฉินรับรู้ หากเยว่ฉานมีสายเลือดของบรรพบุรุษหวนกลับคืนมาจริงละก็ ชะตาของเยว่ฉานได้จบไม่สวยเป็นแน่ นางต้องฝืนชะตาเพื่อคนที่นางรักในสักวัน ตัวเขาไม่กล้าคาดเดามาก แต่ก็ไม่กล้าขัดขวางโชคชะตาที่จะเกิดขึ้น


    พวกเขาทั้งสองนั่งดื่มกินอยู่นานหลายลมหายใจ



     ..เยว่ฉานที่แอบดูอยู่ห่างๆ รู้สึกหวั่นใจไม่น้อยเมื่อเห็น ท่านปู่ของนางปล่อยจิตสังหารออกมาราวกับจะฆ่าอี้เฉินอย่างไรอย่างนั้น แต่อยู่ๆ พวกเขาสองคนก็ลดโทสะลง เหมือนพวกเขาสองคนจะตกลงกันได้เป็นแน่


    เยว่ฉาน เดินเข้ามาภายในศาลาอย่างฉับพลัน ที่ที่พวกเขาสองคนดื่มเหล้าอยู่กันในทันที "เจ้ามาอยู่ที่นี่เองอี้เฉิน ข้าก็นึกว่าเจ้าไปไหนเสียอีก ..เหมือนว่าท่านปู่จะรู้จักอี้เฉินเป็นการส่วนตัวใช่หรือไม่"


    เยว่เทียน กระแอมไอออกมาดัง ก่อนปฏิเสธคำพูดของนางไป แล้วกลับมาท่าทีสงบนิ่งเย็นชาดั้งเดิม แต่เมื่อชายชราเห็นทั้งสองนั่งแนบชิดสนิทกันเป็นอย่างมาก รินสุราให้กันอย่างไม่เขินอาย เยว่เทียนถึงกับหนังตากระตุกไม่หยุด ก่อนเอ่ยพูดออกมาอย่างลืมตัว "เจ้าสองคนคงไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่ากันไปแล้วหรอกนะ"


    เยว่ฉานได้ยินหน้าแดงขึ้นมาในทันที อี้เฉินถึงกับพ่นเหล้าในปากออกมา ก่อนเช็ดเหล้าที่เปรอะเปื้อนมุมปากออก มองดูชายชราเดือดดาลอยู่ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง ยื่นมือเข้าหาตัวเขาอย่างรวดเร็ว

    "ท่านปู่ลดโทสะลงก่อน มันไม่ใช่อย่างที่ท่านปู่คิด คือว่า"


    เยว่ฉานเอ่ยพูดขึ้นมาอีกครั้ง "อี้เฉินเจ้ากลับที่พักไปก่อน เร็วเข้า" เยว่เทียน ตอนนี้เดือดดาลเป็นอย่างมากดวงตาฉายแววคิดฆ่าอี้เฉิน หากเยว่ฉานไม่เข้ามาขวางไว้ละก็ ตัวเขาได้ถูกชายชราบีบคอจนตายเป็นแน่


    อี้เฉินที่หลุดจากมือของชายชรามาได้ เขาไอออกมาหลายทีส่ายหัวออกมา ก่อนจะเดินจากไปด้วยความจำยอม ตอนนี้ชายชราเดือดดาลอย่างมาก หากตัวเขาอยู่ต่อคงกลายเป็นเรื่องใหญ่เป็นแน่ มีเพียงเยว่ฉานที่จะทำให้ชายชราลดโทสะลงได้



    ...ปู่หลานนั่งพูดคุยกันอยู่ภายในศาลาเก่าอยู่นานสองนาน หมายปรับความเข้าใจกัน ทั้งสองไม่ได้พูดคุยแบบนี้กันมานาน ใบหน้าทั้งสองเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม


    เยว่เทียน เอ่ยพูดขึ้นมา"หากเจ้าคิดดีแล้ว ก็ทำตามสิ่งที่เจ้าคิดเสีย อย่าได้นึกเสียใจในภายหลังเป็นอันขาด"


    เยว่ฉานเข้าไปกอดท่านปู่ของนางไว้แน่น มีเพียงชายชราเท่านั้นที่ตามใจนางทุกครั้ง ถึงจะมีบางครั้งจะบังคับตัวนางก็ตาม แต่ก็ทำเพื่อความสุขของนาง



    ...เยว่เทียนรู้สึกกังวลใจอยู่ไม่น้อย ถอนหายใจยาวออกมา ก่อนเขาจะเอ่ยพึมพำอยู่คนเดียวภายในสวนแห่งนั้น "หวังว่าเส้นทางที่เจ้าเลือก มันจะถูกต้อง"

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน