ทั่วทั้งโพรงใต้ดินเงียบงันราวสุสาน
ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่
หลังเห็นสิ่งที่อยู่หลังประตูหิน บรรยากาศรอบด้านก็หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
กระดิ่งที่เอวของชายถือดาบยังคงสั่นเบา ๆ
กริ๊ง…
กริ๊ง…
เสียงนั้นแ่มาก
แต่ยิ่งดัง กลับยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวเย็น
คนของหอเฝ้าราตรีอีกสองคนเริ่มถอยห่างจากประตูโดยไม่รู้ตัว
ไม่มีใครกล้าแตะมัน
แม้แต่อักขระบนพื้นก็ไม่มีผู้ใดกล้าเหยียบผ่าน
ชายถือกระดิ่งกลืนน้ำลายช้า ๆ ก่อนกล่าวเสียงต่ำ
“ข้าไม่เคยเห็นกระดิ่งตอบสนองเช่นนี้มาก่อน…”
อีกคนพึมพำทันที
“หรือว่าข้างในนั้น…”
แต่ไม่มีใครพูดต่อ
เพราะทุกคนรู้ดีว่า—
สิ่งที่ถูกผนึกไว้ใตู้เาแห่งนี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่พวกตนรับมือได้อีกแล้ว
ชายถือดาบยืนเงียบอยู่หน้าประตูหินพักใหญ่
สายตาของเขากวาดผ่านอักขระโบราณและโซ่ั์ที่พันรอบประตู
ก่อนกล่าวขึ้นช้า ๆ
“นี่ไม่ใช่ภารกิจระดับหมู่บ้านแล้ว”
เสียงของเขาหนักแน่น
แต่แฝงความตึงเครียดที่ปิดไม่มิด
นี่เป็ครั้งแรกั้แ่หลินเซวียนพบคนของหอเฝ้าราตรี ที่เขาเห็นอีกฝ่ายยอมรับว่า—
พวกตนเริ่มควบคุมสถานการณ์ไม่ได้
และในขณะที่ทุกคนกำลังเคร่งเครียดอยู่นั้น
หลินเซวียนกลับได้ยินอีกเสียงหนึ่ง
แ่เบา…
คล้ายดังมาจากใต้พื้นดิน
“กลับมา…”
ร่างของเขาชะงักทันที
หลินเซวียนรีบหันมองรอบด้าน
แต่ไม่มีใครมีท่าทีผิดปกติ
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
“ผู้ถือโคม…”
หัวของเขาเริ่มปวดหนึบ
โคมิญญาที่เอวพลันร้อนขึ้นเล็กน้อย
“เปิด…”
เสียงกระซิบแทรกเข้ามาในหัวราวกับมีใครกำลังก้มมากระซิบข้างหู
หลินเซวียนกำมือแน่น
เขาเริ่มรู้แล้วว่า—
เสียงนั้น มีเพียงเขาที่ได้ยิน
ชายถือดาบสังเกตเห็นสีหน้าของเขา จึงหรี่ตาลงเล็กน้อย
“เ้ารู้สึกอะไรหรือ”
หลินเซวียนลังเลอยู่ชั่วครู่
ก่อนตอบเพียงเบา ๆ
“ข้ารู้สึก… เหมือนมีบางอย่างกำลังมองพวกเราอยู่”
คนของหอเฝ้าราตรีสองคนสีหน้าเปลี่ยนทันที
แต่ชายถือดาบกลับนิ่งเงียบ
ราวกับเขาคาดเดาเื่นี้ไว้แล้วบางส่วน
หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนเริ่มถอยออกจากหน้าประตูเล็กน้อย
ไม่มีใครกล้าผลีผลามอีก
ชายถือดาบยืนพิงกำแพงหิน ก่อนกล่าวขึ้นช้า ๆ
“ข้าเคยได้ยินเื่หนึ่ง…”
น้ำเสียงของเขาไม่ดังมาก
ราวกับกำลังเล่าเื่ที่แม้แต่ตนเองก็ไม่แน่ใจว่าจริงหรือเท็จ
“เมื่อหลายพันปีก่อน…”
“เคยมียุคที่สำนักเต๋าจำนวนมากล่มสลายพร้อมกัน”
หลินเซวียนเงยหน้ามองทันที
ชายผู้นั้นกล่าวต่อ
“ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“รู้เพียงว่า… หลายดินแดนหายไปจากแผนที่ในคืนเดียว”
“และหลังจากนั้น โลกก็เริ่มเปลี่ยนไป”
คนของหอเฝ้าราตรีอีกคนกล่าวเสียงแ่
“ข้าเคยได้ยินว่า… มีบางสิ่งถูกผนึกไว้ใต้ดิน”
ชายถือดาบเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“เื่เล่าบางสายกล่าวว่า…”
“ผู้ฝึกตนในยุคนั้น ไม่ได้ต่อสู้กับมาร”
“แต่กำลังผนึก ‘สิ่งต้องห้าม’ บางอย่าง”
อากาศรอบด้านเงียบลงอีกครั้ง
หลินเซวียนมองประตูหินตรงหน้า ก่อนถามออกไปช้า ๆ
“เหตุใดต้องผนึกมัน”
ชายถือดาบนิ่งไปครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงตอบด้วยน้ำเสียงต่ำหนัก
“บางสิ่ง… ไม่ควรถูกฆ่า”
ประโยคนั้นทำให้ทุกคนเงียบงันทันที
ไม่มีใครถามต่อ
เพราะเพียงคิดว่า “สิ่งใดกันที่แม้แต่ฆ่าก็ยังไม่ได้”
ก็เพียงพอให้รู้สึกหนาวเย็นแล้ว
เวลาผ่านไปพักใหญ่
ชายถือดาบเริ่มกล่าวว่า
“พวกเราควรถอยก่อน”
แต่ในวินาทีนั้นเอง—
หลินเซวียนกลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่าง
ราวกับมีใครกำลังเรียกเขาจากอีกด้านของประตู
“มา…”
หัวของเขาพลันหนักอึ้ง
ขาทั้งสองเริ่มเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ โดยไม่รู้ตัว
“หลินเซวียน?”
เสียงคนด้านหลังดังขึ้น
แต่เขาแทบไม่ได้ยินแล้ว
โคมิญญาที่เอวเริ่มสว่างขึ้นเอง
เปลวไฟสีทองดำลุกไหวรุนแรงกว่าเดิม
ฟู่…
แสงสีทองดำรั่วออกจากรอยสลักบนโคม
และในชั่วขณะนั้นเอง—
อักขระทั้งหมดบนประตูหินพลันเรืองแสงขึ้นทีละตัว
ครืด…
โซ่ตรวนั์เริ่มสั่นเบา ๆ
สีหน้าของคนจากหอเฝ้าราตรีเปลี่ยนทันที
ชายถือกระดิ่งถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
“ประตู… ตอบสนอง?”
ชายถือดาบหรี่ตาลงทันที
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่หลินเซวียน
ไม่สิ…
มันกำลังตอบสนองต่อ “โคม” ต่างหาก
ทันใดนั้น โลกตรงหน้าหลินเซวียนพลันแตกสลาย
เขาเห็นภาพอีกครั้ง
ฟ้ากำลังแตกร้าว
แผ่นดินพังทลาย
เซียนนับพันยืนอยู่เหนือค่ายกลขนาดมหึมา
ทั่วร่างเต็มไปด้วยเื
บางคนกำลังกรีดร้อง
บางคนกำลังเผาิญญาตนเองเพื่อรักษาผนึก
โซ่ั์จำนวนมหาศาลกำลังตรึงบางสิ่งไว้ใต้ความมืด
แต่โซ่เ่าั้…
เริ่มขาดทีละเส้น
เปรี๊ยะ…
เปรี๊ยะ…
เสียงโซ่แตกดังะเืฟ้าดิน
จากนั้น—
ในความมืดลึกสุดหยั่ง
ดวงตาขนาดมหึมาคู่หนึ่ง
พลันลืมขึ้น
และมองตรงมาที่เขา
หลินเซวียนรู้สึกเหมือนทั้งิญญาถูกแช่แข็ง
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวอย่างชัดเจน
“ในที่สุด…”
“เ้าก็กลับมา…”
“อั่ก—!”
หลินเซวียนสะดุ้งตื่นจากภาพหลอนทันที
เืสายหนึ่งไหลออกจากหางตา
ร่างของเขาเกือบล้มลง
ชายถือดาบรีบคว้าตัวเขาถอยกลับทันที
“ถอย!”
ทุกคนรีบถอยห่างจากประตูโดยสัญชาตญาณ
และในวินาทีนั้นเอง—
ครืด…
ประตูหินมหึมาพลันสั่นเบา ๆ
เพียงครั้งเดียว
แต่เพียงพอให้สีหน้าของทุกคนซีดลงทันที
ทั่วทั้งโพรงตกอยู่ในความเงียบอันน่าสะพรึง
ชายถือดาบจ้องประตูนิ่ง
ก่อนกล่าวเสียงต่ำราวกระซิบ
“มัน… กำลังตื่นขึ้น”