บทที่ 11 ทดสอบพลัง
หอดาราตั้งอยู่ในเขตของศิษย์นอก ห่างไกลจากเขตในที่ตั้งของยอดเขาตี้มาก
แม้ว่าลุงฝูจะพาเซียวอวิ๋นและหลินเสี่ยวหย่าบินไป ก็ต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วยามจึงจะไปถึง
ทว่าตลอดเส้นทางนี้ เซียวอวิ๋นและหลินเสี่ยวหย่าไม่รู้สึกเบื่อหน่ายแม้แต่น้อย
เพราะทิวทัศน์ภายในสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นช่างงดงามเหลือเกิน ยอดเขาเบื้องล่างแต่ละลูกล้วนมีเมฆหมอกลอยล่อง ปราณเซียนล้อมรอบ ทัศนียภาพตระการตา รวมเอาความงามของฟ้าดินไว้
"ว้าว~ ที่นี่งดงามจริง ๆ เมื่อข้าสามารถบินได้ ข้าจะต้องเที่ยวชมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเราให้ทั่ว" หลินเสี่ยวหย่ากล่าวเจื้อยแจ้วอยู่ข้าง ๆ ประหนึ่งวิหคน้อยขับขานทำนองเพลงอย่างแสนสุข
ลุงฝูยิ้มพลางกล่าวว่า "เมื่อเ้าก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่สามของการฝึกฝน ‘สะพานเทพ’ เ้าก็จะสามารถรวมพลังจิต ควบคุมกระบี่บินได้แล้ว"
ขณะที่พูดคุยกัน พวกเขาก็ได้เข้าสู่เขตนอกของสำนักแล้ว ที่นี่มีผู้ฝึกตนน้อยมาก พวกเขาไม่ได้ลอยตัวบนเมฆหมอกได้เหมือนลุงฝู แต่ใช้วิธีควบคุมกระบี่บินอย่างที่ลุงฝูกล่าว แล่นผ่านห้วงเวหา
แสงกระบี่สายแล้วสายเล่าพุ่งผ่านฟ้าดินอย่างอิสระเสรี ช่างงดงามยิ่งนัก
หลินเสี่ยวหย่ามองด้วยสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความอิจฉา ดวงตากลมโตสีดำสนิทเต็มไปด้วยแววตาแห่งความปรารถนา เซียวอวิ๋นก็เช่นกัน
ต้องยอมรับว่า การได้เห็นศิษย์แห่งสำนักฮุ่นตุ้นเ่าั้ยืนกอดอกเหยียบกระบี่บินล่องลอยอย่างอิสระบนท้องฟ้า ช่างเป็ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจเหลือเกิน
ทันใดนั้น เมฆหมอกเบื้องหน้าก็สลายตัวไป ลานกว้างมหึมาปรากฏขึ้นในสายตาของทั้งสามคน
เซียวอวิ๋นยังเห็นหอคอยขนาดใหญ่บนลานกว้างนี้ด้วย หอคอยสูงเสียดฟ้า รัศมีเซียนแผ่ซ่านไปทั่ว ทั้งยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม บรรยากาศช่างไม่ธรรมดาเลย
"นี่คือหอดารา!" ลุงฝูหัวเราะเสียงดัง พาเซียวอวิ๋นและหลินเสี่ยวหย่าทะยานลงบนลานกว้าง
บนลานกว้างมีผู้คนมากมาย นับได้หลายพันคน ทั้งหมดกำลังต่อแถวรอเข้าหอดารา
ลุงฝูขมวดคิ้ว ส่ายหน้าพลางกล่าวว่า "ปกติแล้วหอดารามักจะมีคนมาน้อย ครั้งนี้เป็เพราะเมื่อวานรับศิษย์ใหม่เข้ามามาก จึงมีคนมากมายมาที่หอดาราเพื่อเลือกทักษะยุทธ์"
"เข้าแถวก่อนเถอะ ข้าไม่รีบ" เซียวอวิ๋นกล่าวพลางยิ้ม
ลุงฝูพยักหน้า
ทว่าในขณะนั้นเอง เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังมาจากด้านหน้า
"ขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุด เป็พลังห้าหมื่นจิน เด็กคนนี้เพิ่งเข้ามาเป็ศิษย์ใหม่เมื่อวานนี้เอง แต่กลับบรรลุถึงขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดได้ในเวลาเพียงวันเดียว พร์เช่นนี้ ภายหน้ามีโอกาสที่จะได้เป็ศิษย์เอกเลยทีเดียว"
เสียงชื่นชมดังมาจากด้านหน้า
ดวงตาของหลินเสี่ยวหย่าเปล่งประกายขึ้นทันที นางซึ่งชอบชมความคึกคักจึงเอ่ยด้วยความตื่นเต้นว่า "ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่ พวกเราไปดูกันเถอะเ้าค่ะ ดูเหมือนว่าจะมีคนกำลังทดสอบพละกำลังของตัวเองอยู่"
ลุงฝูยิ้มบาง ๆ พลางกล่าวว่า "หน้าหอดารามีแท่นศิลาสำหรับทดสอบพละกำลัง ใช้สำหรับศิษย์ใหม่ขอบเขตหลอมกายาโดยเฉพาะ แต่ด้วยพลังของนายน้อย ไม่จำเป็ต้องไปทดสอบหรอก"
"ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่ไม่จำเป็ต้องทดสอบ แต่ข้าสามารถไปทดสอบได้นะเ้าคะ!" หลินเสี่ยวหย่าเอ่ยพลางเบ้ปาก จากนั้นก็ลากเซียวอวิ๋นวิ่งไปด้านหน้า
ลุงฝูส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ได้แต่ตามไป
ไม่นานทั้งสามก็เห็นแท่นศิลาขนาดมหึมา บนนั้นมีแสงสว่างแผ่ซ่าน อักขระโบราณไหลเวียน ดูราวกับสัตว์ร้ายยุคโบราณ ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหอดารา
ใต้แท่นศิลามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ ท่าทางหยิ่งผยอง
เพราะบนแท่นศิลานั้น ปรากฏตัวเลข ‘50001’
ผู้คนรอบข้างต่างพากันชื่นชมไม่หยุดหย่อน ยกย่องเด็กหนุ่มที่อยู่ใต้แท่นศิลานั้นไม่ขาดปาก ทำให้เขายิ่งรู้สึกลำพอง
หลินเสี่ยวหย่าเบ้ปาก เผยสีหน้าไม่เห็นด้วย นางพึมพำว่า "แค่ห้าหมื่นจินเท่านั้นเอง มีอะไรยอดเยี่ยมนักหนา ข้าก็ทำได้!"
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินวาทะนั้น จึงอดมิได้ที่จะมองหลินเสี่ยวหย่าแวบหนึ่ง แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "เด็กน้อย อย่าได้คุยโวไปหน่อยเลย พละกำลังห้าหมื่นจินนั้น ถือว่าบรรลุขอบเขตหลอมกายาระดับสูงสุดแล้ว มีเพียงอัจฉริยะบางคนเท่านั้นที่จะมีพละกำลังเช่นนี้หลังจากสร้างรากฐาน"
"ใช่แล้ว หนูน้อยไม่รู้อะไรก็อย่าพูดจาไร้สาระ!"
"เด็กหญิงที่ไหนกัน ไม่มีความรู้อะไรเลย"
"ผมยาวแต่ความรู้ตื้นเขินจริง ๆ!"
ผู้คนรอบข้างต่างพากันตำหนิ
หลินเสี่ยวหย่าโกรธจนใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำ นางแยกเขี้ยวใส่ผู้คนรอบข้าง เผยให้เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ น่ารักทั้งสองซี่ แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่น่ารักของนาง จึงดูไม่น่าเกรงกลัวแต่อย่างใด
เด็กหนุ่มใต้แท่นศิลาในขณะนี้ก็ถูกรบกวนเช่นกัน เขามองไปที่หลินเสี่ยวหย่า แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าเยาะหยันว่า "หลินเสี่ยวหย่า ข้าจำเ้าได้ เมื่อวานเ้าตีระฆังฮุ่นตุ้นดังสามครั้ง แต่ข้าตีได้สี่ครั้ง พร์ของเ้าสู้ข้าไม่ได้ ยังกล้ามาคุยโวต่อหน้าข้า ช่างไม่รู้ประสาอะไรเลย ทะนงตนเกินไปแล้ว"
หลินเสี่ยวหย่ามิใช่ผู้ที่จะยอมอดกลั้น นางจึงเดินไปหาเด็กหนุ่มผู้นั้นทันที แล้วตวาดด้วยความโกรธว่า "แค่ห้าหมื่นจินเท่านั้นเอง มีอะไรยิ่งใหญ่นักหนา? ข้าจะทดสอบให้เ้าดู!"
"เชิญ!" เด็กหนุ่มยื่นมือออกมา ผายมือให้ทางอย่างสุภาพบุรุษ ทว่าบนใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยแววเยาะหยัน เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อว่าหลินเสี่ยวหย่าจะทำได้เกินห้าหมื่นจิน
"ฮึ! เ้าจงเบิกตาสุนัขของเ้าให้กว้างแล้วดูให้ดี!" หลินเสี่ยวหย่าคำรามด้วยความโกรธ จากนั้นก็เดินไปยังแท่นศิลา ชูกำปั้นน้อย ๆ ของนาง แล้วทุ่มหมัดใส่แท่นศิลาตรงหน้าอย่างแรง
ทุกคนต่างจ้องมองแท่นศิลาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อหมัดของหลินเสี่ยวหย่าซัดลงไป ทันใดนั้นแสงสีเงินก็แผ่ซ่านออกมา ห่อหุ้มศิลาทั้งแท่น
"เป็แสงสีเงิน!"
"เป็ไปได้อย่างไร? ต้องทุ่มได้เกินห้าหมื่นจินถึงจะเกิดแสงสีเงิน!"
"หรือว่าสาวน้อยผู้นี้ก็บรรลุขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดแล้ว?"
ผู้คนเห็นแสงสีเงินบนแท่นศิลา ต่างตะลึงงันในทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
เด็กหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ ในยามนี้ก็แสดงสีหน้าใและมิอาจเชื่อเช่นกัน
เมื่อวานนี้เขาเห็นอย่างชัดเจนว่าหลินเสี่ยวหย่าผู้นี้เคาะระฆังฮุ่นตุ้นดังเพียงสามครั้งเท่านั้น พร์ย่อมไม่ด้อยกว่าเขา แล้วเหตุใดหลังจากสร้างรากฐานแล้วจึงสามารถบรรลุขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดได้?
ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังคลางแคลงใจ แสงสีเงินบนแท่นศิลาตรงหน้าก็จางหายไป ตัวเลขชุดหนึ่งปรากฏขึ้นมา
58,000!
แม้ว่ายังคงอยู่ในระดับห้าหมื่น แต่เมื่อเทียบกับเด็กหนุ่มคนก่อนหน้านี้ ก็มีพลังมากกว่าถึงเจ็ดพันจินเลยทีเดียว
ผู้คนอุทานด้วยความประหลาดใจทันที ต่างพากันชื่นชมหลินเสี่ยวหย่า ทำให้นางดีใจมาก
ส่วนเด็กหนุ่มผู้นั้น หลังจากเห็นตัวเลขบนแท่นศิลาแล้วก็หลบเข้าไปในฝูงชนอย่างอับอายแล้ว ไม่กล้าให้ผู้ใดเห็นหน้า
หลินเสี่ยวหย่ากลับมาด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ กล่าวกับลุงฝูอย่างยิ้มแย้มว่า "ท่านอาจารย์ ศิษย์มิได้ทำให้ท่านขายหน้าใช่หรือไม่เ้าคะ!"
ลุงฝูตำหนิด้วยน้ำเสียงเข้มงวดว่า "พวกเราผู้ฝึกตน จะมีจิตใจโอ้อวดได้เยี่ยงไร ไม่มีความหนักแน่นเช่นนี้ เมื่อกลับไปแล้ว เ้าต้องเขียนตัวอักษร 'หนักแน่น' หนึ่งหมื่นตัว"
"เ้าค่ะ!" หลินเสี่ยวหย่าทำหน้าบึ้งทันที
ในขณะนั้น ผู้คนทั้งหลายต่างหันไปมองหลินเสี่ยวหย่า จึงสังเกตเห็นเซียวอวิ๋นที่อยู่ข้าง ๆ เสียงอุทานดังขึ้นทันที
"บุตรเทวะ!"
"บุตรเทวะอะไรกัน นั่นคือเซียวอวิ๋น ตอนนี้เขาไม่ได้เป็บุตรเทวะแล้ว"
"เขาคือผู้ที่สละตำแหน่งบุตรเทวะใช่หรือไม่ ดูสามัญนัก ไม่แน่ว่าอาจถูกท่านประมุขสำนักค้นพบว่าเขาไร้พร์ จึงถูกขับออกจากตำแหน่งบุตรเทวะก็เป็ได้"
"เื่นี้ก็เป็ไปได้ ตำแหน่งบุตรเทวะอันสูงส่ง จะสละทิ้งง่าย ๆ ได้อย่างไร ข้าคิดว่าเขาอาจโกงในการทดสอบเมื่อวาน จึงทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังขึ้นเก้าครั้ง แต่ภายหลังถูกท่านประมุขจับได้"
"เขามาที่นี่ด้วย คงจะสร้างรากฐานได้แล้ว ไม่รู้ว่าจะมีพละกำลังมากเพียงใด"
"ข้าว่าคงยากที่จะถึงหมื่นจินด้วยซ้ำ เพราะการฝึกฝนคัมภีร์ฮุ่นตุ้นนั้นยากมาก ได้ยินมาว่าแค่ขั้นแรกก็ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือน"
...
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เซียวอวิ๋นรู้สึกถึงสายตามากมายที่จ้องมองมาที่ตน บ้างก็อยากรู้อยากเห็น บ้างก็เยาะเย้ย