บทที่ 1ชิปพันธุกรรม
แม้จะเป็ฤดูร้อนแต่ยามค่ำคืนในหุบเขาดูร์กลับยังคงหนาวเหน็บเสมอลมหนาวพัดลอดผ่านรูรั่วตามผนังกระท่อมไม้หลังเล็กที่เฮรัคอาศัยอยู่เสียงลมหวีดหวิวที่พยายามจะฝ่าเข้ามาด้านในไม่ลดละทำให้เด็กหนุ่มไม่อาจข่มตาหลับลงได้
เฮรัคลุกขึ้นท่ามกลางความมืดมิดเขาเอื้อมมือไปดึงฟางจากที่นอนมายัดอุดรูเ่าั้อย่างทุลักทุเลจนกระทั่งแรงลมที่ปะทะผิวเริ่มเบาบางลง เขาจึงเอนกายกลับลงบนเตียงอีกครั้งทว่าความสงบก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อท้องของเขาส่งเสียงร้องประท้วงออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร
“ข้ามาลงเอยในสถานที่เฮงซวยแบบนี้ได้ยังไงกัน...”
เขาสบถออกมาอย่างหมดแรงพลางลูบท้องที่กิ่วแห้งในเวลาแบบนี้เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงโลกเก่า วันเวลาที่มีน้ำประปา ไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตยามหิวก็แค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งอาหาร
ไม่นานของอร่อยร้อน ๆก็จะมาส่งถึงหน้าประตู แต่ที่นี่... ในหนึ่งวันเขามีอาหารเพียงมื้อเดียวคือขนมปังสีดำหนึ่งก้อนกับซุปมันฝรั่งอีกหนึ่งชามที่แจกตอนเที่ยงวันเท่านั้น
ขนมปังสีดำพวกนั้นทั้งแข็งและกระด้างการจะกินมันแต่ละคำแทบไม่ต่างจากการแทะก้อนหินมีเพียงเหล่าขุนนางผู้สูงศักดิ์เท่านั้นที่จะมีวาสนาได้ลิ้มรสขนมปังสีขาวที่นุ่มนวล
เฒ่าเฮนรี ผู้ดูแลสวนดอกไม้เคยสอนเขาว่าหากนำขนมปังสีดำไปแช่ในซุปมันฝรั่งให้นิ่มลงก่อนจะช่วยให้กินง่ายขึ้นซึ่งมันก็พอจะช่วยให้เขาประทังชีวิตไปได้โดยไม่ทรมานฟันจนเกินไป
แต่สำหรับเด็กวัยสิบสามปีที่ร่างกายกำลังเติบโตอาหารเพียงแค่นั้นย่อมไม่พอเพียง ทั้งในแง่ของความอิ่มและสารอาหาร
อย่างไรก็ตามสภาพของเขาก็ยังถือว่าดีกว่าคนข้างนอกกำแพงปราสาทมากนักอย่างน้อยการได้ทำงานดูแลม้าในปราสาทของบารอนบัคก็ทำให้เขามีข้าวกินไม่อดตายในขณะที่โลกภายนอกยังมีผู้คนไร้บ้านอีกมากมายที่ต้องยืนอยู่บนขอบเหวของความตาย
แต่เฮรัคผู้เคยผ่านการศึกษาระดับสูงจากโลกเดิมมาแล้วไม่อาจทำใจยอมรับชะตากรรมที่ต้องเป็เพียงคนดูแลม้าไปจนแก่ตายได้
“การซ่อมแซมตนเองของชิปพันธุกรรมเชนหลาน...เสร็จสมบูรณ์”
เฮรัคสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวเขานึกสงสัยว่าหูฝาดไปเพราะความหิวหรือไม่ เพราะ เชนหลาน คือชิปพันธุกรรม จากชาติก่อนที่มนุษย์ทุกคนในยุคนั้นต้องมีติดตัวมันคือสุดยอดผู้ช่วยที่ใช้สำหรับวิเคราะห์ ประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลที่เขารู้จักดีที่สุด
“ตรวจพบสภาพแวดล้อมผิดปกติกำลังดำเนินการปรับความเข้ากันของพื้นที่...”
“การปรับความเข้ากันเสร็จสมบูรณ์เชนหลานพร้อมทำงานตามปกติ”
คราวนี้เฮรัคมั่นใจแล้วว่าเขาไม่ได้หูฝาดไปเอง
“เชนหลานตรวจสอบสภาพร่างกายปัจจุบันของข้าเดี๋ยวนี้”
“เฮรัค เมอร์ลิน:
พละกำลัง 0.4
ความว่องไว 0.5
ความทนทาน 0.4
พลังจิต 1.2”
เมื่อเห็นค่าสถานะที่ปรากฏขึ้นเฮรัคถึงกับพูดไม่ออก ตัวเลขพวกนี้บ่งบอกถึงอาการขาดสารอาหารอย่างรุนแรงแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เริ่มยิ้มออก เมื่อมีชิปพันธุกรรมกลับมาอยู่ข้างกายแผนการสำหรับอนาคตก็เริ่มก่อตัวขึ้นในหัว
เช้าตรู่วันถัดมา
เฮรัคตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สางเขาถือตะเกียงเดินตรงไปยังคอกม้าเพื่อเริ่มงาน ม้าแต่ละตัวตื่นรอเขาอยู่ก่อนแล้วพวกมันพ่นลมหายใจร้อนจนเป็ไอออกมามองเขาอย่างคาดหวัง
เฮรัคเทอาหารม้าลงในรางทีละตัวอาหารของพวกมันซึ่งประกอบด้วยหญ้าแห้งและถั่วชั้นดีดูจะน่ากินกว่าขนมปังของเขาเสียอีก
แต่เขาไม่คิดจะขโมยอาหารม้ากินเด็ดขาดเพราะจำได้แม่นว่าเ้าของร่างคนเก่าถูกปะาเพียงเพราะแอบขโมยอาหารพวกนี้บ่อยเกินไปหลังจัดการงานเสร็จ เขามุ่งหน้าไปยังสวนหลังปราสาทที่เต็มไปด้วยพืชพรรณแปลกตา
“เชนหลาน ั้แ่นี้ไปให้บันทึกข้อมูลพืชและสัตว์ที่ไม่รู้จักทั้งหมดเอาไว้”
“รับทราบเริ่มดำเนินการบันทึกข้อมูล”
เชนหลาน ชิปพันธุกรรม ตอบรับอย่างรวดเร็ว
สำหรับเฮรัคข้อมูลคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด และเขามั่นใจว่ามันจะได้ใช้งานในเร็วๆ นี้
ที่นั่นเขาพบเฒ่าเฮนรีกำลังรดน้ำดอกไม้อย่างตั้งใจชายชราใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่กับสวนแห่งนี้ เขาไม่มีลูกหลานจึงมักจะเอ็นดูเฮรัคเหมือนหลานแท้ ๆ เสมอ
“ไอ้หนู มาหาข้าแต่เช้าแบบนี้มีเื่อะไรในใจล่ะสิ”
เฮนรีเหลือบมองพลางแค่นเสียง
เฮรัคหัวเราะเบา ๆ อย่างเ้าเล่ห์
“เฒ่าเฮนรี ท่านยังมีคันธนูอยู่ใช่ไหมข้าอยากจะขอยืมไปล่าสัตว์ซะหน่อย ถ้าได้อะไรมา ข้าจะเอาเนื้อมาแบ่งท่านด้วย”
“คันธนูงั้นเรอะ?”
เฮนรีมองร่างผอมแห้งของเด็กหนุ่มอย่างดูแคลน
“แรงเท่ามดอย่างเ้าจะดึงสายไหวหรือไง?อย่าเอาลูกธนูของข้าไปทิ้งขว้างเปล่า ๆ เลย”
“ขอนะท่าน... แค่ให้ข้ายืมก็พอ”
เฮรัคพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าสัญญาว่าวันไหนที่ท่านต้องไปพบทวยเทพ ข้าจะเลือกชัยภูมิสวย ๆ บนเนินเขาฝังศพให้ท่านอย่างดีพร้อมตั้งศิลาจารึกให้ด้วยเลยเอ้า!”
คำพูดแก่นแก้วนั้นทำให้เฮนรีลังเลปกติคนรับใช้ที่ตายในปราสาทมักถูกฝังอย่างลวก ๆ ไร้ป้ายชื่อชายชราจึงถอนหายใจออกมา
“คันธนูแขวนอยู่ในบ้าน เอาไปสิแต่อย่าทำพังเชียวล่ะ”
เฮรัคร้องดีใจและรีบวิ่งไปคว้าคันธนูยาวบนผนังทันทีมันถูกรักษาไว้อย่างดีจนไร้ฝุ่นแม้เฮรัคจะตัวเล็กกว่าคันธนูและมีลูกธนูติดไปเพียงเจ็ดดอกแต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา
“เฮรัค จะไปไหนน่ะ!”
ยามเฝ้าประตูะโถามเมื่อเห็นเด็กหนุ่มแบกธนูยาวดูแปลกตา
“ไปล่าสัตว์!” เขาตอบกลับอย่างมั่นใจ
พวกยามหัวเราะร่วน
“ระวังยิงโดนเท้าตัวเองนะโว้ย!แต่ถ้าเ้าล่านกปรอดหัวโขนแดงมาได้ เอามาขายข้าตัวละสิบเหรียญทองแดงนะรสชาติมันยอดเยี่ยมสุด ๆ ไปเลยล่ะ”
“เตรียมเงินไว้ได้เลย!”
เฮรัคทิ้งท้ายก่อนจะเดินลงเนินผ่านแม่น้ำกรีนกราสที่คดเคี้ยวเขาเห็นรถม้าของบารอนบัคแล่นผ่านสะพานชักไปไกล ๆ แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่ที่นั่นเขาเบือนหน้าไปยังป่าทึบฝั่งตรงข้ามที่ว่ากันว่ามีอสูรร้ายอาศัยอยู่แม้แต่อัศวินยังต้องระวัง แต่สำหรับเฮรัค เขาขอแค่เพียงวนเวียนอยู่แถวขอบป่าก็พอ
เมื่อก้าวเข้าสู่เขตป่าเฮรัคออกคำสั่งในใจทันที
“เชนหลาน เปิดโหมดตรวจจับเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวรอบตัวและแจ้งเตือนอันตราย!”
“โหมดตรวจจับสภาพแวดล้อมเริ่มทำงาน”
เชนหลาน ชิปพันธุกรรม ตอบสนอง
พริบตานั้น โลกในสายตาของเขาก็เปลี่ยนไปมีแสงสีเขียววูบผ่านทัศนวิสัย พืชพรรณต่าง ๆ เริ่มเรืองแสงสัตว์น้อยใหญ่เปล่งประกายสีแดงจางๆแผนที่วงกลมขนาดเล็กปรากฏขึ้นตรงมุมสายตาพร้อมจุดแจ้งเตือนตำแหน่งของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
เฮรัคกระชับคันธนูในมือแน่นแววตาเปลี่ยนเป็มุ่งมั่น
“เริ่มการล่าได้แล้ว”