บทที่7 หลุมพราง
เฉินหนานเป็สุขที่ได้รับการตกลงจากทั้งสองหากเขาชนะจะได้เขาจะได้เงินสูงถึงเจ็ดร้อยล้านในคืนเดียวอย่างไรก็ตามเฉินหนานก็ไม่ได้ประมาทกับเ้าสำนักเว่ยแต่อย่างใด
“คุณตกลงอะไรกับเขาหรือหยุนน้อย”ฟู่เทียนถามภรรยาเขาอย่าอ่อนโยน
“เดี๋ยวคุณก็รู้เอง”ฟู่เทียนไม่ได้ใสใจเงินสี่ร้อยร้านเท่าไรเขาหาเงินได้วันละสิบๆล้านอยู่แล้วเงินจำนวนนี้เขาใช้เวลาสิบวันก็หาได้แล้วอย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าสนใจมากๆแม้แต่ภรรยาและลูกๆยังให้ความยอมรับในตัวเขาจะเป็การดีมากหากเขารักษาความสัมพันธ์อันดีเอาไว้ ไม่นานฟู่หลงก็เดินกลับมานั่งข้างๆพี่สาวเขา
“นายไปไหนมาอาหลง”ฟู่หลงยิ้ม ผมไปลงพนันข้างเฉินหนานมาน่ะ ฟู่รินมองแบบงงๆ
“น่าสนใจแม่เอาด้วย”ไม่นานไป๊หยุนซวงก็ลงพนันไปถึงหกสิบล้านโดยใช้ชื่อสามีและฟู่ริน
เฉินหนานมองไปรอบๆสายตาของคนรอบสนามงุนงงไม่เข้าใจการกระทำของเขาที่เหมือนฆ่าตัวตายการกราะทำนี้ทำให้เ้าสำนักเว่ยต้องเอาจริงในการต่อสู้นั่นทำให้อัตราต่อรองของเขาเพิ่มขึ้นไปอีกทุกคนต่างเทไปที่ข้างของเ้าสำนักหวังให้เขาจัดการเฉินหนานอย่าไร้ทางตอบโต้ ไม่นานกรรมการก็ประการให้เริ่มการประลอง
“เริ่มได้”เ้าสำนักเว่ยกระทึบพื้นจนเป็รอยแตกที่พื้นส่งตัวเขาไปหาเฉินหนานพลังฉีทั่วร่างประทุออกมาอย่างบ้าคลั่งจากนั้นเขาโคจรพลังมาไว้ที่หมัดทั้งสอง เขาออกหมัดกว่าสิบหกหมัดอย่างรวดเร็วมีเสียงของสิงโตร้องออกมาจากหมัดของเขา
“หมัดสิงโตคลั่ง” หมัดที่ต่อยอย่างบ้าคลั่งพุ่งตรงไปยังร่างเฉินหนานทว่าไม่มีหมัดใดได้ััแม้แต่ชายเสื้อของเขาเลยเขาหลบได้อย่างสบายๆการหลบของเฉินหนานมันราวกัวว่ากำลังหยอกล้อกับเ้าสำนักเว่ย
“หึ ไม่เลวนี่ที่หลบหมัดข้าได้”จากนั้นเขาเปลี่ยนมาใช้การโจมตีด้วยเท้าอันรวดเร็ว
ปังๆๆๆ!!! เฉินหนานรู้สึกแปลกใจที่เขาสามารถเปลี่ยนกระบวนท่าได้รวดเร็วเช่นนี้เขาเอาแขนทั้งสองไขว้เป็กากบาทเพื่อป้องกันจนเขาถอยหลังไปหลายก้าวเฉินหนานยิ้มออกมา การเปลี่ยนแปลงจากมือเป็เท้าระหว่างการโจมตีไม่ใช่เื่ง่ายหากยังไม่ถึงขึ้นสูงไม่มีทางทำได้และทุกกระบวนท่าเต็มไปด้วยการอัดแน่นของพลังฉี
“ฝีมือผู้าุโดีมากจริงๆข้านับถือ”
“เ้าเองก็ไม่แล้วสามารถป้องกันัสะบัดหางข้าได้”ผู้คนต่างโห่ร้องด้วยความสะใจทั้งสองต่อสู้กันอย่างสูสีไม่มีใครได้เปรียบ ทั้งสองปะมือกันอย่างดุเดือดอย่างไรก็ตามเฉินหนานแค่อุ่นเครื่องเท่านั้น
“แปลกจริงมันหน้าจะอ่อนแรงแล้วทำไมมันเร็วขึ้นเรื่อยๆ”เ้าสำนักเว่ยเริ่มกังวลเวลายิ่งผ่านไปกำลังของเฉินหนานกลับมีมากขึ้นกลับกันเ้าสำหนักเว่ยมีอาการหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าเอาจริงบ้างแล้วนะผู้าุโ”เมื่อพูดจบเฉินหนานหายไปจากสายตา ปังๆๆๆๆๆๆ เสียงดังต่อเนื่องร่างของเว่ยโม่ถงเหมือนกระสอบทราย เฉินหนานต่อยเขาหมัดแล้วหมัดเล่าจนเขาหมดสติไปในที่สุดแน่นอนเขาไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดในการต่อสู้นี้ร่างเว่ยโม่ถงเต็มไปด้วยเืแต่ไม่มีจุดสำคัญเสียหายเขาไม่อยากใช้พลังมากนักเพื่อไม่ให้เป็จุดสนใจอย่างไรก็ตามตอนนี้รอบๆเวทีเงียบกริบ
“โอ้เหตุใดไม่ประกาศผู้ชนะกันเล่า”เสียงเฉินหนานได้เรียกสติของทุกคนทันทีเสียงโห่ร้องดังขึ้น ฟู่หลงะโดีใจตัวลอยเหมือนเด็กๆ และแล้วการเซ็นสัญญาก็ดำเนินกลางเวทีจูเป่ยถึงกับโกรธจัดทุบไปที่โต๊ะดังลั่น
“หวังว่าจะไม่ลืมข้องตกลงของเรานะาุโเป่ย””เฉินหนานยิ้ม
“แกวางหลุมพราง”เฉินหนานทำตาปริบราวกับจะบอกว่าเป็ผู้บริสุทธิ์
“โอ้โทษฉันไม่ได้นะท่านรับคำท้าพนันเองฉันไม่ได้บังคับ”เฉินหนานไม่สนใจท่าทีของจูเป่ยอีกแล้วเดินไปที่เว่ยโม่ถงที่ลูกศิษย์ต่างมาดูอาการพร้อมหมอเฉินหนานใช้นิ้วกดไปที่หว่างคิ้ว เฮือก!!!เว่ยโม่ถงก็ฟื้นขึ้นมาทันที สายตาทุกคนมองไปที่เฉินหนาน
“เขาปลอดภัยแล้วอย่าลืมเอาเงินมาให้ผมล่ะ”อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้มีความแค้นต่อกันเฉินหนานไม่มีความจำเป็ต้องสร้างศัตรูเพิ่มระหว่างที่เข้าจะจากไป
“ท่านเป็ใครกันแน่”เฉินหนานยิ้ม
“ผมแค่นักเรียนคนหนึ่งเท่านั้น”เฉินหนานก็กลับออกไปพร้อมเสียงโห่ร้องราวกับว่าเขาเป็ดารา
พวกเขาไปยังห้องอาหารวินเทอร์ทั้งสี่ฉลองการชนะครับนี้พวกเขาพูดคุยถึงเื่การพัฒนาที่ดินพื้นนี้กันต่อจากันเฉินหนานก็หยิบกล่องทรงกระบอกให้กับไป๊หยุนซวง
“นี่คืออะไรงั้นหรือ”
“ป้าครับนี้คือแบบเมืองใหม่ที่ผมออกแบบป้าช่วยดูว่าจะแก้ตรงไหนไหม”เธอรีบเปิดออกดูทั้งสามมองหน้ากัน
“นี่มัน”พวกเขาถึงกับพูดไม่ออกมันสวยงามมากและพวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนบนโลกนี้สามารถสร้างสิ่งนี้ออกมาได้มันเป็เมืองที่ทันสมัยมากและสวยงามตามแบบเมืองในฝันเลยก็ว่าได้
“นายจะเกินไปแล้วเฉินหนาน”ฟู่รินอดไม่ได้ที่จะชมเขาดวงตาเป็เธอเป็ประกายแน่นอนการออกแบบของเขาคำนึงถึงฮวงจุ้ยเป็สำคัญมั่นใจได้เลยว่าจะสร้างกำไรได้หลายหมื่นล้านแน่นอน
“งดงามมาก”ฟู่เทียนเห็นงานออกแบบมามากแต่ว่าไม่มีอันไหนเลยจะเทียบได้ถึงครึ่งของเฉินหนาน ติ๊ดๆๆเสียงการโอนเงินก็เข้ามาในโทรศัพท์ของเขา เจ็ดร้อยล้านได้เข้ามาในบัญชีของเขาทำให้เฉินหนานเป็สุขมากในแดนเซียนความแข็งแกร่งคือที่สุดแต่ว่าบนโลกนี้เงินและอำนาจต่างหากที่แข็งแกร่ง
“คุณคะฉันได้กำไรมาหกร้อยล้านเราซื้ออะไรอีกดี”เฉินหนานมองตาปริบๆคนพวกนี้รวยเกินไปแล้ว
“ฟู่หลงฉันฝากเื่บริษัทด้วยนะ”
“แน่นอน”ฟู่หลงรีบตอบ
“จริงสิวันเสาร์นี้ฉันอยากไปดูที่สักหน่อยนายว่างหรือเปล่า”ขณะที่ฟู่หลงกำลังจะตอบ
“ฉันพาไปเอง”ฟู่รินรีบตอบเฉินหนานทำตาปริบๆ
“เธอว่างหรือไง”ฟู่รินกลอกตาไปมา
“แน่นอนฉันว่างมาก”เฉินหนานถอนใจเธอคอยตามเขามาหลายวันแล้วอย่างไรก็ตามในเมื่อเธอมีเจตนาดีเขาก็ไม่ปฏิเสธ
“หลานชายลุงมีเพื่อนที่อยากแนะนำให้รู้จักเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับสมุนไพรได้ยินว่าหลายชอบซื้อสมุนไพรทีละมากๆหากรู้จักกันไว้คงมีประโยชน์มาก”เฉินหนานตาเป็ประกายนี่คือช่องทางในการหาสมุนไพรหายากในตอนนี้เขายังไม่สามารถออกไปหาสมุนไพรด้วยตัวเองได้
“ขอบคุณมากครับนี่มีประโยชน์ต่อผมมาก”
หลังจากนั้นเฉินหนานก็ไปห้องสมุดและเข้าอินเตอร์เน็ตตลอดเพื่อแผนการในอนาคตเขาอยากรู้ทุกอย่างที่ทำเงินได้เขามองเห็นโอกาสมากมายเขาเสียดายที่ยังเรียนอยู่ไม่งั้นเขาจะทำอะไรได้คล่องตัวกว่านี้ เย็นวันศุกร์เหยาหลันมารับเขาไปงานเกี่ยวกับศิลปะ เธอแต่งตัวด้วยชุดที่งดงามมันทำให้เธอดูสง่างามมากๆเฉินหนานเองยังอดไม่ได้ที่ชื่นชมเธอ
“โอ้วันนี้เธอสวยจริงๆ”
“คุณพูดจริงงั้นหรือ”
“ไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องโกหกเธอเลย”เหยาหลันหน้าแดงเล็กน้อย
“แล้วงานวันนี้มีจุดประสงค์อะไรงั้นหรือ”
“มันเป็งานจัดแสดงงานศิลปะน่ะ”
“น่าสนใจฉันอยากรู้เหมือนกันว่ามันจะมีงานศิลป์ที่หน้าสนใจบ้างไหม”
“นายต้องแปลกใจแน่”ไม่นานรถหรูก็มาจอดที่หอศิลป์ใจกลางเมืองบรรยากาศเต็มไปด้วยความหรูหรามีคนดังๆหลายคนในวงการรวมไปถึงดาราดังๆที่ชอบงานศิลป์หลายคนด้วยเฉินหนานไม่รู้จักดาราแม้แต่คนเดียว
“โอ้. หลานมาแล้ว”เหยาหลางเดินออกมาพร้อมภรรยาของเขา
“สวัสดีครับลุงหลางคุณป้า”หลี่ชิงเหม่ยดึงมือเฉินหนานไปกับเธอทันทีเฉินหนานทำตัวไม่ถูกอย่างไรก็ตามเขาเดินตามเธออย่างเงียบๆทิ่งสองพ่อลูกไว้อย่างงงๆ
“พ่อคะแม่ไปสนิทกับเขาตอนไหน”
“พ่อเล่าเรื่อที่เขาเป็ผู้เชี่ยวชาญให้แม่ฟังลูกน่าจะรู้นะแม่ชอบหนักกำลังภายในขนาดไหน”ทั้งสองหัวเราะ
“มาๆป้าจะเนะนำให้รู้จักเพื่อนป้า”เฉินหนานถูกพาไปอย่างไม่เต็มใจเธอพาเขาไปแนะนำให้คนดังๆหลายคนความตั้งใจเธอจะบอกเป็ในๆว่านี่คือลูกเขยในอนาคตเฉินหนานทำต่ปริบๆยังไงก็รู้จักคนเยอะๆไว้น่าจะดีกว่าเขาเลยไม่ขัดขืน
“แล้วพี่ชายลูกมาหรือยัง”
“พ่อคะพี่บอกว่าเขาติดธุระต้องเลื่อนเป็อาทิตย์หน้าค่ะ”เหยาหลางผิดหวัง
“พ่อกะว่าจะแนะนำให้รู้จักเฉินหนานเสียหน่อยน่าเสียดาย”
“ไว้เราค่อยเชิญเขามาอีกก็ได้ค่ะพ่อ” หลังจากนั้นงานก็ดำเนินต่อไปมีงานศิลป์มากมายจัดแสดงเฉินหนานสนใจรูปแกะสลักของปลาตัวหนึ่งที่แผ่พลังิญญาออกมา
“ใช้หยกที่มีพลังิญญาหนาแน่นขนาดนี้มาแกะสลักน่าเสียดาย”
“คุณกำลังดูอะไรอยู่”เหยาหลันเดินมากอดแขนของเขาหน้าอกของเธอถูกับแขนของเขาไปมาเขาคิดในใจผู้หญิงโลกนี้ใจกล้าเหลือเกินเฉินหนานได้แต่ถอนใจ
“ฉันก็ดูไปเรื่อยๆได้ความคิดมากมายเลย”เฉินหนานได้เห็นหินและแร่หายากจำนวนมากถูกนำมาแกะสลักเอาไว้และมันเป็แร่ที่เขาคิดตามหามันในอนาคตอยู่แล้วบางส่วนต่อให้เป็แดนเซียนยังหาไม่ได้เลยแต่ดูตอนนี้พวกมันถูกนำมาทำราวกับว่าเป็ของสะสมเฉินหนานร้องไห้ในใจ
“หินพวกนี้เราจะหาซื้อได้ที่ไหนหรือ”
“ก็หลายที่นะมีเกาะหนึ่งที่มีแร่แปลกๆจำนวนมากและเป็เกาะที่มีเศรษฐกิจการแข่งขั้นสูงมากด้วย”
“ที่ไหนหรือ”
“เกาะจินเหมิน”เฉินหนานตาเป็ประกายเขาจดจำชื่อไว้ในใจ ทั้งสองเดินออกมานั่นด้านนอกเนื่องจากงานนี้หลักๆแล้วคือการพบปะกันของคนรักงานศิลปะเฉินหนานจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก ทั้งสองคุยกันสักพักก็มีรถเข็นที่มีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขานั่งมาโดยมีชายอายุประมาณสามสิบปีเข็นมาเขามีใบหน้าหล่อเหลาแต่ก็ดูน่าแลเกรงขามเช่นกันและร่างกายของเขาเหมือนกับนักรบและมีชายอายุประมาณสี่สิบปีดูทรงอำนาจมากับเขาด้วยข้างๆหญิงคนนั้นมีอายุที่ดูอ่อนกว่านิดหน่อยเธอสวมชุดดูดีเฉินหนานรับรู้ทันทีว่าชายทั้งสองนั้นต้องทำงานเกี่ยวกับกองทัพแน่นอนทว่าเฉินหนานมองไปที่หญิงสาวที่หน้ามีใบหน้าสวยงามทว่าขาดอ่อร่าผิดกับคนอื่นๆแล้วมองไปที่ขาเขาก็อดทีแปลกใจไม่ได้ข้าทั้งสองของเธอดูปกติมากแต่ทำไมถึงนั่งรถเข็นกัน เหยาหลันเห็นท่าทางแปลกๆก็อดไม่ได้ที่จะถามเขา
“คุณมีอะไรงั้นหรือ”
“เธอรู้จักพวกเขาไหม”เหยาหลันมองไปที่กลุ่มคนที่เฉินกลหนานมองอยู่
“โอ้ นั่นตระกูลหม่าเป็คนที่มีอิทธิพลในเมืองหลวงมากเขาหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง”
“โอ้ ใหญ่โตจริงๆ”
“ใช่แล้วเส้นสายของพวกเขาครอบคลุมไปทั้งประเทศเลยล่ะ”
“แล้วเด็กคนนั้นเป็อะไรงั้นหรือ”
“อ่อเธอชื่อหม่าปิงชิงตอนอายุสิบปีเธอาเ็จากอุบัติเหตุทำให้ข้าทั้งสองใช้การไม่ได้”
“แล้วเธอมาทำอะไรที่นี้ล่ะ”
“หม่าปิงชิงเธอชอบงานศิลป์มากๆหลังจากเธอเสียขาก็มุ่งมั่นเกี่ยวกับงานศิลป์เพื่อเยียวยาจิตใจ”
“งั้นหรือหน้าสนใจ”เฉินหนานจมไปในความคิดว่าจะช่วยเธอดีหรือไม่อย่างไรก็ตามเขาตระหนักได้ว่าเขาเป็คนดี
“เห้อช่วยไม่ได้ฉันเป็คนดีนี่นา”เฉินหนานเดินไปที่พวกเขาทันทีแล้วไปยืนขวางทางพวกเขา คนทั้งสี่ก็ขมวดคิ้ว
“น้องชายนายเป็ใครถึงมาขวาง”เฉินหนานไม่ได้สนใจคนที่ถามแต่มองไปที่หญิงสาวแล้วยิ้มให้อย่างอบอุ่น
“เธอชื่ออะไรหรือ”หม่าปิงชิงมองไปที่ตาของเฉินหนานเพื่อค้นหาอะไรบางอย่างแต่เธอรู้สึกว่าชายตรงหน้าลึกล้ำเกินเขาใจอย่างไรก็ตามเขาไม่ได้มาร้ายเธอจึงยิ้มตอบ
“ฉันชื่อหม่าปิงชิงคุณเรียกฉันว่าปิงชิงก็ได้”เฉินหนานนั่งลง
“ฉันขอดูขาเธอได้ไหม”
“นายจะทำอะไรน้องสาวฉัน”!!!หม่าจื่อซุนถามด้วยความโกรธกำลังจะพูดต่อแต่ปิงชิงห้ามไว้
“ไม่เป็ค่ะพี่”เธอเจอสถานการณ์แบบนี้มามากมายเธอจึงไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากส่วนพ่อกับแม่ของเธอก็ยังนิ่งอย่าเพราะพวกเขาผ่านอะไรมามาก
“คุณดูได้เลยค่ะ”เฉินหนานพยักหน้าเธอยกกระโปรงสีขาวขึ้นเล็กน้อยเฉินหนานสำรวจข้าทั้งสองของเธอ
“ฉันขอตรวจขาเธอได้ไหม”เธองุนงงเล็กน้อย
“คุณเป็หมอ”เฉินหนานยิ้ม
“ได้สิ”เฉินหนานจับไปที่ขาเนียนขาวของเธออย่างละเอียดแล้วเผยยิ้ม
“ฉันรักษาเธอได้เธอยอมให้ฉันรักษาไหมแน่นอนว่าเธอปฏิเสธได้ฉันจะไม่ว่าอะไร”
“คุณ”ทันใดนั้นทั้งสี่ก็ไม่ไม่อาจรักษาความท่าทีที่สงบได้อีกจื่อซุนถามอย่างตื่นเต้น
“คุณพูดจริง”เธอต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นมาหลายปีตลอดเวลาหาหมอมาทุกที่แต่ไม่เคยได้รับข่าวดีเลยเธออยู่อย่างทรมานมาตลอดหมดหนทางเธอจึงเลิกหวังแล้วทำใจใช้ชีวิตให้มีความสุขไปกับการวาดภาพคำพูของเฉินหนานทำให้เธอมีความหวังอีกครั้ง
“ใช่ผมพูดจริง”
“หลานชายเธอไม่ได้โกหกเรา”หญิงที่ยืนด้านหลังเธอมีน้ำซึมที่หางตา เหยาหลันเดินเข้ามา
“คุณอาชิงเชิงเราเข้าไปในห้องก่อนไหมคะจะได้ให้เพื่อนหนูรักษาดู”
“หนูหลันรู้จักเด็กคนนี้ด้วยหรือ”
“ค่ะเขาเป็เพื่อนหนูเอง”หลังจากนั้นเหยาหลันก็จัดห้องให้พวกเขาพ่อแม่เธอก็เข้ามาดูเช่นกัน…