ในดินแดนหนึ่งที่เป็ดินแดนแห่งผู้บ่มเพาะวิชาเซียนแบ่งได้เป็โลกเบื้องล่างและโลกเบื้องบน โลกเบื้อล่างคือโลกแห่งมนุษย์โลกเบื้องบนเป็ดินแดนแห่งเซียนผู้เป็ะ มีทั้งเซียนเทพ และเซียนมารผู้บ่มเพาะต่างก็บ่มเพาะทั้งสายธรรมะและสายอธรรม มีการแย่งชิงเพื่อความแข็งแกร่งของตนเป็โลกที่ผู้แข็งแกร่งจะมีสิทธิ์ ผู้อ่อนแอได้แต่เดินตามการบ่มเพาะจึงเป็เื่แผ่หลาย มีสำนักน้อยใหญ่บนโลกมนุษย์มากมาย และมีสัตว์อสูรอยู่และสัตว์อสูรก็สามารถบ่มเพาะจนขึ้นสู้โลกเบื้องบนได้เช่นกัน
ระดับการบ่มเพาะเซียนแบ่งออกเป็ 9 ระดับใหญ่
1.เซียนฝึกหัด มี3ระดับ ขั้นต้น ขั้นกลางขั้นสูง เป็การฝึกพลังเซียนและพลังิญญา
2.ครึ่งก้าวเซียน มี3ระดับ ขั้นต้น ขั้นกลางขั้นสูง เชื่อมต่อพลังฟ้าดิน
3.กลายเป็เซียน มี3ระดับ ขั้นต้น ขั้นกลางขั้นสูง เข้าใจพลังฟ้าดิน สามารถบินในอากาศได้
4.เซียนที่แท้จริง มี3ระดับ ขั้นต้น ขั้นกลางขั้นสูง เข้าใจถึงพลังแห่งฟ้าดินอย่างท่องแท้และสามารถสร้างเขตแดนพลังของตนได้
5.เซียนะ มี3ระดับ ขั้นต้น ขั้นกลางขั้นสูง อยู่เหนือพลังแห่งฟ้าดิน มีอายุขัยไม่จำกัด สร้างกฎเกณฑ์แห่งพลังของตนได้ ในโลกมนุษย์เป็พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่สามารถอยู่ในโลกมนุษย์ได้
6.เซียนชั้นฟ้า มี3ระดับ ขั้นต้น ขั้นกลางขั้นสูง กฎเกณฑ์ของพลังยิ่งใหญ่เกินไปโลกมนุษย์ไม่สามารถรองรับได้ ต้องขึ้นสู้โลกเบื้องบนมิเช่นนั่นจะถูกสายฟ้าลงทันของกฎเกณฑ์แห่งฟ้าและดินจนกว่าจะตาย
7.เซียนเปิด์ มี 9 ระดับเปิด์ขั้นที่1-9 โลกแห่งเซียน์ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงต้องอยู่ในระดับนี้
8.จักรพรรดิเซียน มีระดับเดียวเป็ระดับที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่บนจุดสูงสุดของโลกเซียน กฎเกณฑ์แห่งพลังไม่อาจทำอะไรได้ทั้งฟ้าดินและเซียนระดับที่ต่ำกว่า
9.ดินแดนเซียนนิรันดร์ เข้าสู้ดินแดนนิรันดร์ไม่ต้องกลับมาสู้ภพใดอีกเป็ดินแดนที่เป็สุขเมื่อเข้าแล้วจะไม่ออกมาอีกเป็นิรันดร์
ณ สำนักัดำ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าพวกข้าพาผู้หญิงพวกนี้มาให้ท่านเ้าสำนักแล้ว ครั้งนี้จะต้องได้รางวัลมากเลยทีเดียว”
“จริงด้วย ถ้าท่านได้เลื่อนระดับก็อย่าลืมพวกข้าด้วยนะ”
คนของสำนักัดำได้พาผู้หญิงราว 50 คนมา ดูจากสีหน้าและท่าทางของหญิงสาวแล้วไม่เต็มใจเหมือนถูกบังคับมาที่นี้ ในกลุ่มนั่นก็มี หญิงนางหนึ่งที่ ชื่อของนางคือ หยุนชิง
“พวกเ้าเข้าไปได้แล้วที่นี้จะเป็ที่พักของพวกเ้า”
หญิงสาวทั้งหมดถูกพามาที่บ้านพักดูเป็เหมือนกับสถานที่ไว้ขังคนมากกว่า หยุนชิง และหญิงสาวทั้งหมดก็เข้าไปในบ้านหลังนั่น ในนั่นมีที่นอนไม่ดีมากนัก แล้วค่ำคืนก็มาถึง
หยุนชิงนางนั่งเศร้าในขณะที่คนอื่นก็ไม่ได้นอนเช่นเดียวกันต่างก็นั่งเงียบบ้างก็ร้องไห้ เหมือนพวกนางรู้ชะตากรรมว่า กำลังจะเผชิญสิ่งที่เลวร้าย ใช่แล้วในทุก 10 ปี สำนักัดำ จะส่งคนออกไปรับผู้หญิงแต่ละหมู่บ้าน แต่ละสำนักมาเพื่อเป็บรรณาการแก่สำนักัดำ หากที่ใดไม่ส่งตัวผู้หญิงให้ที่นั่นจะถูกฆ่าล้างทั้งหมู่บ้านและสำนักแม้จะมีสำนักเซียนต่อต้านแต่ก็ถูกความแข็งแกร่งของสำนักัดำกวาดล้างทำให้เมื่อนานเข้า ก็ไม่มีผู้ใดต่อต้าน และหากใครที่คิดหนี หรือย้ายครอบครัวก็จะถูกสังหารทั้งตระกูลผู้หญิงที่ถูกส่งมาจึงเป็สาวชาวบ้านผู้ไม่มีอำนาจหรือคนที่ตัวคนเดียวไม่มีใครให้พึ่งพิงเป็ที่รู้กันว่าคนที่ถูกส่งมาที่นี้ไม่มีใครเคยได้กลับไปหาครอบครัวอีกเลยทุกคนจึงรู้ว่ามาที่นี้คือมาตาย แล้วเหตุใด หยุนชิงผู้ซึ่งเหมือนคนตระกูลสูงถึงถูกส่งมาที่นี้
หยุนชิง หยิบหยกชิ้นหนึ่งขึ้นมาแล้วมองด้วยความเศร้าในใจก็คิด อาจาร์ยท่านมอบสิ่งนี้ให้ข้า ให้ข้าหนีออกจากสำนักแต่ใครจะคิดว่าครอบครัวของข้าจะส่งข้ามาแทน ข้าเป็เพียงแค่ลูกอนุจึงไม่สำคัญในสายตาของท่านพ่อ แต่เพราะข้าเป็ศิษย์ของสำนักเนตร์ทำให้ครอบครัวตัดขาดและจับข้าส่งมาที่นี้
ที่แท้แล้วหยุนชิงคือคนของสำนักเนตร์ สำนักเนตร์ไม่ทนต่อการกดขี่ของสำนักัดำจึงได้ต่อสู้กันมาอย่างช้านาน แต่ไม่นานเ้าสำนักัดำได้บรรลุขั้นเซียนที่แท้จริงในขณะที่เ้าสำนักเนตร์มีระดับที่ต่ำกว่าอยู่ในขั้น กลายเป็เซียนขั้นสูงทำให้การต่อต้านของสำนักเนตร์เป็อันต้องจบลงสำนักัดำได้กวาดล้างทำลายสำนักเนตร์ และตามล่าคนที่หนีรอดหากครอบครัวใดให้ที่ซ่อน จะทำลายครอบครัวนั่น พ่อของหยุนชิงคือเ้าเมืองลมหวนมีลูกอยู่หลายคน แต่เพราะหยุนชิงเป็คนไม่มีพร์ฝึกวิชาเซียนได้แค่ระดับครึ่งก้าวเซียนระดับกลาง ซึ่งต่ำกว่าลูกคนอื่นๆจึงถูกมองว่าเป็คนไม่มีประโยชน์ ครอบครัวจึงไม่คิดจะปกป้อง
“อาจาร์ยท่านบอกข้ามีพร์ แต่วิชาการต่อสู้ข้านั่นอ่อนแอยิ่งนักหยกชิ้นนี้เป็ของท่านบรรพบุรุษส่งต่อกันมา ตอนนี้ไม่มีสำนักเนตร์อยู่แล้วสิ่งนี้มันจะมีประโยชน์อะไร ข้าจะพื้นฟูสำนักได้อย่างไร”
แล้วน้ำตาก็ไหลออกในความเงียบหยุนชิงกำหยกในมือไว้แน่นมองดูและนึกถึงอาจาร์ย พี่น้องในสำนักที่ตายไปจนน้ำตาก็ไหลลงกระทบกับหยกในมือ ดัง แปะ! แปะ แปะ!
ทันใดนั่น หยกก็ส่องแสงขึ้นทำให้หยุนชิงนั่นใมาก คนที่อยู่ในบ้านด้วยกันต่างก็ใไปตามๆกัน แสงที่ออกมาแวบหนึ่งก็หายไปหยุนชิงลืมตาขึ้น มองที่หยกก็ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไร หยกกลับมาเหมือนเดิมแต่ไม่ทันได้คิดหรือมองให้ดี ฟ้าก็เริ่มร้อง เกิดสายฟ้าฟาดไปมาในอากาศเป็เสียงที่น่ากลัวยิ่งนักพื้นดินก็เริ่มสั่นะเื ในขณะที่ทุกคนใหยุนชิงก็ได้มองขึ้นและพบกับใครบ้างคนที่อยู่ตรงหน้า
ชายชราผมขาวยืนมองหลังคาบ้านอยู่ และพูดขึ้น
“ได้ ได้ ข้าไม่เอาพลังเ้าแล้วข้าจะค่อยๆสะสม ข้าไม่ทำเ้าถล่มหายไปหรอก”
ชายชราพูดขึ้นมองไปบนหลังคาบ้านพอจบคำ ฟ้าก็หยุดร้อง แผ่นดินก็เลิกสั่น และก้มลงมามอง หยุนชิงที่ในมือกำหยกอยู่
“เ้าสินะ ที่ช่วยข้าออกมา”
หยุนชิง มองชายชราด้วยความงุนงง และมองไปที่ชายชรา คนผู้นี้มีพลังแค่เซียนฝึกหัดเขามาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร ถ้าหากเ้าพวกนั่นเห็นละก็ เขาถูกฆ่าแน่
“ท่านปู่ ท่านมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไรท่านรีบซ่อนตัวและหนีไปจะดีกว่า ที่นี้อันตราย”
“ปู่หรือ นี้ข้าเป็ปู่ของเ้าหรือ”
“ก็ท่าน...” หยุนชิงมองที่ชายชาายชราจึงเริ่มมองสำรวจตัวเอง
“นี้ข้า สภาพแย่ขนาดนี้”
แล้วชายชราก็ดีดนิ้วทันใดนั่นผมสีขาวที่ปล่อยยาว ก็รวบกันสวยงามมีปิ่นปรักผมสีเงินปรักที่ม้วนผมดูเหมือนผู้ทรงภูมิ ิัที่เหี่ยวย่นก็กลับมาเหมือนหนุ่มสาวอีกครั้งหนวดเขลาก็ร่วงหมด เผยหน้าที่หล่อเหลาเกลี้ยงเกลา หยุนชิงมองด้วยความงุนงง
“เ้าชื่ออะไรแล้วหยกนั่นเ้าได้มาได้อย่างไร”
“คือว่า...ข้าชื่อหยุนชิง หยกนี้เป็ของสำนักข้าสืบทอดมาหลายพันปี เป็ของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งขึ้นค่ะ แล้วท่าน...ข้าจะเรียกท่านว่า...”
“เ้าเรียกข้าว่าปู่ไม่ใช่หรือข้าก็เป็ปู่ของเ้าไง เ้าแซ่หยุน ก็เรียกข้าว่า ปู่หยุนก็แล้วกัน”
“ไม่ได้ ไม่ได้ ท่านผู้เฒ่าท่านจะใช่แซ่เดียวกับข้าได้อย่างไร ท่านเป็ใครกันแน่ พลังท่านแค่เซียนฝึกหัดท่านอยู่ที่นี้มีแต่จะอันตราย ข้าว่าท่านไปจากที่นี้เสียเถอะดีกว่าจะต้องมารับชะชากรรมแบบข้า”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในเมื่อเ้าเรียกข้าว่าปู่งันเ้าก็ต้องเป็หลานข้าสิ ไหนหลานข้ามีเื่อะไรบอกปู่ เดี๋ยวปู่จะจัดการให้”
ในใจของชายชรา ก็คิดขึ้น ข้าติดอยู่ในดินแดนของหยกนั่นเซียน มีผู้ที่แข็งแกร่งสร้างกฎเกณฑ์และโลกภายในขึ้นเพราะตอนนั่นข้ายังเด็ก ฝึกวิชาเซียนไม่เท่าไร แค่จะไปเก็บเ้าสิ่งนี้แล้วกลับสำนักใครจะคิดว่าหยกชิ้นนี้ ที่อยู่ๆก็ล่วงลงมาจากฟ้า และดูดเอาข้าเข้าไป ข้าไม่มีพลังฟ้าดินจึงไม่สามารถออกมาจากดินแดนนั่นได้ติดอยู่ที่นั่นถึง 1ล้านปี 1ล้านปีที่ข้านั่นต้องอยู่กับพวกวิชายุทธบ้าๆบอๆพวกนั่นข้าต้องฝึกเพิ่มพลังเซียนและิญญาอยู่ในนั่นซ้ำไปซ้ำมาไม่สามารถเชื่อมต่อพลังฟ้าดินและเลื่อนระดับได้ พอออกมาข้าก็เชื่อมต่อกับพลังฟ้าดินทันทีแต่ก็เหมือนฟ้าดินจะรองรับพลังของข้าไม่ได้จึงคร่ำครวญจนข้าต้องหยุดการเลื่อนระดับ ข้าััได้จากกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินโลกนี้ไม่เพียงพอที่จะรับการเลื่อนระดับของข้าตอนนี้ข้าจึงทำได้เพียงสะสมพลังฟ้าดินไปเรื่อยๆแต่มันก็ไม่เพียงพอเหมือนเทน้ำลงในทะเล ช่างเถอะวันข้างหน้าค่อยว่ากันโลกนี้ผ่านไปเป็ล้านปี ไม่รู้ว่าเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนคงต้องอาศัยแม่หนูนี้คอยนำทางให้เราไม่รู้ว่าพวกพี่น้องจะสำเร็จเซียนแล้วไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง
“ถึงข้าบอกท่าน ท่านก็คงช่วยอะไรไม่ได้เพราะคนที่จับข้ามาเป็คนที่แข็งแกร่ง ระดับเซียนฝึกหัดอย่างท่านคงทำอะไรไม่ได้ท่านควรรีบหนีเอาชีวิตจะดีกว่า พวกผู้หญิงที่อยู่ที่นี้ ต่างก็เตรียมใจตายแล้วไม่มีใครสนใจเื่ของท่านสักคนเดียว”
“เอาเถอะ ถ้าข้าอ่อนแออย่างเ้าว่าคนที่เฝ้าอยู่ต่างก็แข็งแกร่งกันทั้งนั่น แล้วเซียนฝึกหัดอย่างข้าจะหนีได้อย่างไรไหนๆก็รอเวลา ช่วยเล่าให้ปู่ผู้นี้ฟังก็แล้วกัน”
“นั่นสิต่อให้ท่านพยายามหนีก็คงเป็ไปไม่ได้ ด้วยระดับพลังเช่นท่าน”
แล้วหยุนชิงก็เล่าเื่ทุกอย่างให้ ชายชราฟัง
“หึ จะเมื่อก่อนหรือตอนนี้พวกสายมารก็ยังคงสร้างความเลวได้ไม่หยุดจริงๆ อยู่ที่นี้ก็ไม่ได้อะไร งันข้าจะทำลายที่นี้ให้เอาไหมแล้วเ้าก็จะได้ไม่ตาย แต่เ้าต้องเป็หลานของปู่คนนี้”
“นี้ท่านพูดว่าอะไร ท่านยังสติดีอยู่หรือไม่”
“เอาน่า เอาน่า ว่าไง เ้าจะเชื่อคนแก่ไหม”
“เมื่อครู่นี้ท่านนะแก่ก็จริงแต่ตอนนี้หน้าท่านดูเด็กกว่าข้าเสียอีก หากผมท่านไม่ขาวละก็คนคงคิดว่าท่านเป็เด็กหนุ่มไปแล้ว ตกลงท่านเป็ใครกันแน่ท่านชื่ออะไรมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร”
“ข้าชื่อว่าเทียน ส่วนแซ่ไม่ได้พูดกับใครนานแล้ว ข้าแซ่อะไรนะ เดี๋ยวค่อยคิดละกัน ใช้แซ่ของเ้าเ้าเรียกข้าว่า หยุนเทียนแล้วกัน”
“นี้ท่านจะมาใช้ชื่อแซ่ของคนอื่นได้อย่างไร”
“ได้สิก็ถ้าข้าช่วยเ้าข้าก็เป็ปู่ของเ้าไง ไหนๆเ้าก็เรียกปู่แล้วว่าไงให้ปู่ทำลายที่นี้เลยไหม หรือฆ่าให้หมดทุกคน ขอแค่หลานบอกมา”
“นี้ท่านจะล้อเล่นก็ให้น้อยๆหน่อยถ้าหากเซียนฝึกหัดทำแบบนั่นได้จริง ข้าไม่เรียกท่านว่าปู่แต่จะให้ท่านเป็บรรพบุรุษของข้าเลย” หยุนชิงพูดด้วยความหงุดหงิดคิดว่าชายชราพูดล้อเล่นกับตน
“ได้ เอาเช่นนั่นก็ได้”
ทันใดนั่น หยุนเทียน ก็กระทืบเท้าเบาๆลงที่พื้นบ้านทั้งหลังถูกทำลายกระเด็นออก ทั้งกำแพง หลังคา ถูกซัดออกด้วยพลังเพียงน้อยนิดยามที่เฝ้าอยู่ 2 คน ถูกพลังกระแทกตายทันทีตอนนี้โดยรอบบ้านกลายเป็พื้นที่เปิดโล่งภายในพริบตา เสียะเิที่ดังสะนั่นพาให้ทุกคนในสำนักัดำตื่นขึ้น
แม้จะใช้พลังทำลายบ้านแต่คนที่อยู่ในบ้านก็ไม่มีใครได้รับาเ็ต่างก็ใกับสิ่งที่เห็นไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
“พวกเ้าได้โอกาสหนีแล้ว รีบไปสะ”
หยุนเทียนะโบอกหญิงสาวทุกคนและทุกคนก็รู้สึกตัวจากอาการใ แล้วก็รีบหนีเอาชีวิตรอดเพราะได้โอกาสแล้วหยุนชิงยังงุนงง ตาโต อาปากค้าง ไม่รู้ว่าตอนนี้ตนพบเจอกับอะไรอยู่
“หลานรักตามข้ามา ข้าจะทำลายสำนักมารนี้ให้เ้าดู”
หยุนชิงไม่รู้จะตอบสิ่งใด ได้แต่เดินตามด้วยความงุนงงและใหยุนเทียนค่อยๆเดินไปแบบปรกติ ไปที่ใจกลางสำนัก มีศิษย์ของสำนักัดำพุ่งเข้ามาโจมตี แต่ก็ถูกหยุนเทียนฆ่าตายเพียงแค่ฝ่ามือเดียว คนแล้วคนเล่าคนแล้วคนเล่า เมื่อศพมากขึ้น ความกลัวก็เริ่มเพิ่มพูนคนที่พบเห็นจากที่จะต่อสู้ก็เกิดกลัวขึ้นมา จึงได้หลบหนี แต่ไม่ทันจะก้าวเดินก็ถูกหยุดไว้ด้วยพลังบ้างอย่าง
หยุนเทียนเบื่อที่จะเล่นแล้วได้ปล่อยพลังสีเหลืองทองขนาดใหญ่กดทับทั้งสำนักัดำทำให้คนที่อยู่ในสำนักัดำนั่นไม่สามารถ ขยับตัวได้ ไม่นานหนักก็มีคนกลุ่มหนึ่งจำนวน 5 คน บินออกมาลอยตัวอยู่เหนือหยุนเทียน แล้วคนที่อยู่ตรงกลาง ก็ปล่อยพลังฝ่ามือขึ้นสลายพลังของหยุนเทียน
“เ้าเป็ใคร ทำไมถึงบุกสำนักข้า”
“ข้าหรือ หลานของข้าผู้นี้อยากให้ข้าทำลายสำนักของพวกเ้าข้าก็เลยจะทำลายแค่นี้แหละ”
“ช่างโอหังนัก มีพลังแค่เซียนฝึกหัดคิดว่าเก่งแล้วงันหรือ ข้าจะฆ่าเ้า จะได้รู้จักที่ต่ำที่สูง.....” ฉีก! “อา...”
หยุนเทียนปล่อยพลังด้วยนิ้วเดียวฆ่าผู้าุโของสำนักัดำที่ต่อว่าเขาอยู่ ทันทีที่ผู้าุโที่เหลือเห็นก็ใเ้าสำนักัดำก็สั่งให้เข้าโจมตีทันที
“ฆ่ามันสะ มันปิดบังพลังเอาไว้ อย่าอ้อมมือ”
ผู้าุโทั้งสามจึงเข้าโจมตีพร้อมกันแต่เมื่อพุ่งบินมาถึงตัวของหยุนเทียน ก็ต้องปะทะพลังเข้ากับเกาะสีทองของหยุนเทียนพวกเขาพยายามจะทำให้เกาะพลังนี้แตกจึงได้เพิ่มพลังโจมตีแต่ก็ไม่เป็ผล
หยุนชิงคิดในใจเขาเป็ใครกัน ผู้าุโสำนักนี้ อยู่ในขั้นกลายเป็เซียนระดับสูงสุดกันทุกคนแต่ไม่มีใครทำอะไรเขาได้ แถบยังสามารถฆ่าได้ในพริบตานี้ใช่ระดับเซียนฝึกหัดจริงๆหรือ หยุนชิงได้แต่สงสัย และมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่สามารถพูดอะไรหรือทำอะไรได้
เมื่อพลังของคนทั้งสามไม่สามารถทำอะไรได้หยุนเทียนได้ซัดพลังฝ่ามืออกไปหนึ่งครั้ง คนทั้งสามก็ ถูกะเิออกด้วยพลังทันทีดัง ตูม! สะนั่นไปทั่ว เมื่อทั้งสามตกลงถึงพื้นก็สิ้นใจตายไปแล้วตอนนี้เหลือเพียงเ้าสำนักคนเดียวเท่านั่น
เ้าสำนักัดำเห็นดังนั่นจึงหวาดกลัวขึ้นมา และคิดในใจ ถึงข้าจะแข็งแกร่งและเอาชนะคนพวกนี้ได้แต่จะให้ฆ่าในฝ่ามือเดียวข้าทำไม่ได้แน่ เขาต้องอยู่ในระดับที่สูงกว่าข้าแน่แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะข้ายังมีไพ่ตาย คือค่ายกรโลหิตัดำที่เพิ่มความแข็งแกร่งจากพลังฟ้าดินให้ข้าอีก10 เท่า ถ้ามีพลังขนาดนั่น อย่าว่าแต่ทำแบบนี้เลยแค่ฝ่ามือเดียวข้าก็ทำลายได้ทั้งเมือง
“เ้ามาจากไหนข้าไม่รู้แต่เอาเป็ว่าให้เื่เราแล้วกันไปเถอะ ท่านกลับไปเทอญ ข้าอภัยให้ถือว่าข้าตาไม่ดีไปจับหลานของท่านมา”
“อันนี้ก็แล้วแต่หลานของข้าว่านางจะยอมหรือไม่”
“ไม่ได้ ท่านปู่มันฆ่าคนของสำนักข้าวันนี้มันจะต้องตาย”
“ที่แท้เ้าก็เป็คนของสำนักเนตร์...ดี ...ให้ทางรอดแก่เ้าแล้ว เ้าไม่เอา งันวันนี้ข้าจะให้พวกเ้าตายอยู่ที่นี้ ค่ายกลัดำ”
แล้วทันใดนั่น บนฟ้าก็มีวงพลังสีดำเกิดขึ้น เป็พลังและอักขระอักษรบ้างอย่างดูน่ากลัวและมีพลังกลุ่มหนึ่งถูกส่งมาที่ตัวเ้าสำนักัดำ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตอนนี้ต่อให้พวกเ้าร้องขอชีวิตก็สายไปจงรับความตายสะ”
“ก็ยังไม่น่าสนใจ” หยุนเทียนมองขึ้นไปมองดูค่ายกลและเ้าสำนักัดำ
เ้าสำนักัดำได้รับพลังอย่างมากพลังล้นออกมาจากกาย กายปกคลุมไปด้วยพลังฟ้าดินที่แข็งแกร่งเขาพุ่งเข้าโจมตีด้วยความรวดเร็วเมื่อถึงตัวหยุนเทียบก็เกิดการปะทะอย่างรุนแรงขึ้น เสียงปะทะดังสนั่นไปทั่วฟ้าแรงปะทะ สร้างแรงลมพัดเอาดินฝุ่นลอยออกไปโดยรอบ
เมื่อฝุ่นเริ่มจางลงก็เผยให้เห็นหมัดของเ้าสำนักัดำถูกหยุดไว้ด้วยกำแพงพลังสีทองของหยุนเทียนไม่สามารถเข้าถึงตัวได้เลยแม้แต่น้อย หยุนเทียนได้ยกมือขึ้นพร้อมชี้นิ้วไปที่หน้าผากของศัตรูและในนาทีนั่นหยุนเทียนก็ปล่อยพลังออกจากปลายนิ้ว พุ่งทะลุกลางหน้าผากของเ้าสำนักัดำเป็ลำแสงยาวตรงขึ้นไปบนฟ้า เป็เหมือนแสงที่ส่องคาดแบ่งทองฟ้าในเวลานั่นศัตรูได้สิ้นใจลง สำนักัดำถูกทำลายลงแล้ว เพียงแค่คืนเดียว
“ท...ท่านผู้าุโท่านคงไม่ถือสาเื่ก่อนหน้านี้ เป็ข้าที่เสียมารยาทเอง ท่านคงไม่โกรธหรอกใช่ไหม”
“นั่นสิ ตอนนี้เ้าเป็หลานของข้าแล้วเ้าต้องเรียกข้าว่าอะไรนะ”
“ท่านปู่ ท่านคือท่านปู่ ไม่สิท่านบรรพบุรุษ”
“เรียกข้าว่าปู่หยุนก็พอเราแซ่หยุนเหมือนกันไม่ใช่หรือ”
“ท่านปู่หยุน หลานขอฝากตัวด้วย”
เหมือนว่าหยุนชิงจะดีใจที่รอดตาย แต่ไม่นานนางก็ร้องไห้ออกมา
“เ้าเป็อะไร ทำไมถึงร้องไห้”
“ข้าคิดถึงอาจาร์ยค่ะ นางปกป้องข้าและมอบหยกนี้มาให้ วันนี้ท่านช่วยแก้แค้นให้ท่านอาจาร์ยข้าจึงทั้งดีใจและเสียใจหากข้าแข็งแกร่งมากกว่านี้ อาจาร์ยและเหล่าพี่น้องคงไม่ตาย”
“เช่นนั่น จากนี้เ้าจะกลายเป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เ้าอยากได้เลยข้าจะสอนเ้าให้ ขอเพียงเ้ามอบหยกชิ้นนั่นให้ข้าได้หรือไม่”
“ท่าน้าหยกชิ้นนี้...มันเป็หยกที่อาจาร์ยข้ามอบให้ หากข้ามอบให้ท่านข้าเกรงว่าจะผิดกับอาจาร์ย”
“เราเป็ ปู่หลานกันแล้ว จากนี้ขอเพียงเ้าติดตามปู่ผู้นี้ปู่จะสอนทุกสิ่งที่เ้าอยากรู้ให้ แต่หยกชิ้นนั่นปู่จะเก็บไว้ให้เองหากเ้าคิดถึงอาจาร์ย เ้าก็มาขอดูได้ตลอด แต่ปู่จำเป็ต้องใช้หยกชิ้นนี้จริงๆเพราะปู่ถูกขังอยู่ในหยกนั่นมานาน เ้าเป็คนที่ปล่อยปู่ออกมาปู่เลยอยากได้มันมานะ”
“หรือว่าแสงตอนนั่น เป็ท่านที่ออกมา”
“ใช่แล้ว ปู่เอง”
“ถึงมันจะอยู่กับข้าก็คงไม่มีประโยชน์หากท่านรับมันไว้และสัญญาว่าจะรักษามันอย่างดี ข้าจะมอบมันให้ท่านและสิ่งนี้จะเป็สิ่งยืนยันในการที่ข้าเคารพท่าน”
หยุนชิงคุกเข่าลง และสาบานต่อฟ้า “ข้าหยุนชิง จากนี้จะขอกราบหยุนเทียนเป็ปู่ของข้าข้าจะเป็หลานของหยุนเทียนตลอดไป หากคิดทรยศขอให้ฟ้าลงโทษตัดพลังเซียนไม่อาจบ่มเพาะได้อีก” เมื่อพูดจบหยุนชิงก็คำนับสามครั้ง
“สาบานเขตบ่มเพาะ นี้เ้า”
“ถ้าหากหลานผิดคำสาบานหลานจะไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้อีกนี้คือความจริงใจและขอบคุณที่ท่านช่วยแก้แค้นให้กับสำนักเนตร์ ขอมองหยกนี้ให้แก่ท่าน”
“ดี ดีเ้าคงรู้สินะว่าที่ข้าพยามยามรับเ้าเพราะว่าข้านั่นไม่รู้จักโลกนี้หากไม่มีใครนำทางหรือบอกอะไร ข้าก็คงไม่รู้ว่าที่นี้คือที่ใด และข้าจะต้องไปที่ไหนเมื่อข้าได้หลานมา ปู่ก็ต้องมีของขวัญรับขวัญหลาน เอานี้ไป กินยานี้ ปู่ให้”
หยุนเทียนหยิบยาออกมาเม็ดหนึ่งจากแหวนมิติ ทันทีที่ยาออกมา ฟ้าดินก็เกิดฟ้าผ่าลงมาที่หยุนเทียนทันทีแต่สายฟ้านั่นก็ไม่เป็ผล ถูกเกาะพลังสีทองกันเอาไว้หยุนเทียนเริ่มมีอาการหงุดหงิดขึ้นเล็กน้อย
“หากเ้ากล้าผ่าข้าอีกครั้งข้าจะทำให้ฟ้าดินที่นี้ ไม่มีทางดำรงอยู่ ข้าจะทำลายให้สิ้นทั้งฟ้าและดิน”
เมื่อพูดจบ เมฆสายฟ้าก็สลายหายไปทันที เพียงแค่คำพูดก็สามารถสั่งฟ้าได้แล้วหยุนชิงได้รับเม็ดยา ก็รู้ได้ทันทีว่านี้เป็ยาที่ไม่ธรรมดา
“นี้มัน ยาอายุวัฒนะ ข้าเคยเห็นมาบ้างยาทั่วไปเพิ่มอายุขัยได้100ปี หรือยาชั้นดีที่สุดที่เทพโอสถปรุง ยังเพิ่มได้1000ปี แต่ยาเม็ดนี้ต่างระดับชั้นมาก แค่ััก็รู้ได้ทันที แม้ข้าจะไม่รู้เื่การปรุงยามากนักแต่นี้คือยาที่โลกนี้ก็ไม่มีทางที่ใครจะปรุงได้ท่านปู่มันเพิ่มอายุให้ได้เท่าไรค่ะ”
“หมื่นปี”
“หมื่นปี! เวลามากขนาดนั่นสามารถทำให้คนหนึ่งฝึกถึงระดับเซียนะได้สบายเลยต่อให้ไม่มีพร์มากนัก”
“อย่ามัวแต่ใ กินมันได้แล้ว”
หยุนชิงได้ยินจึงรีบกินทันที เมื่อกินลงไปก็รู้ได้ถึงพลังที่อยู่ในร่างร่างกายทุกส่วนถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น พลังในร่างกายก็ไหลเวียนดีขึ้นพลังเซียนก็บริสุทธิ์ขึ้นมาก แม้จะไม่เพิ่มระดับ แต่ก็รู้ได้ทันทีว่า อายุขัยถูกเพิ่มขึ้นมหาศาล
“ไม่เพียงแต่เพิ่มอายุขัยแต่ยังทำให้ร่างกายปรับปรุงคุณสมบัติให้ดีขึ้นด้วย ยานี้วิเศษสุดๆ”
“เอาละ เราเข้าไปดูกันว่าสำนักนี้มีอะไรอยู่บ้าง”
“เ้าค่ะ”
หยุนเทียนและหยุนชิงได้เข้าไปในตัวสำนัก และสำรวจทุกซอกมุมจนมาถึงห้องหลักของเ้าสำนักที่เป็เขตหวงห้าม เมื่อเข้ามาก็พบกับต้นไม้สีแดงชนิดหนึ่งดูงดงามแต่แฝงไปด้วยพลังมาร
“นี้มัน ต้นเบญจพฤกษ์โลหิต”
“มันคือต้นอะไร”
“มันคือต้นไม้เซียนที่ต้องใช้เืในการเพาะเลี้ยงทุก 10 ปีมันจะออกผลครั้งหนึ่ง ผู้ที่ได้กินผลของมันจะเพิ่มพลังเซียนให้อย่างมากผลของมันช่างล้ำค่า” หยุนชิงเหมือนโดนยั่วยวนด้วยผลของต้นไม้นางทำท่าเอื้อมมือไปเด็ดอย่างช้าๆ”
“หยุนชิง” หยุนเทียนเรียกเพื่อเตือนสติของหยุนชิง หยุนชิงเมื่อได้ยินก็คืนสติ
“ท่านปู่ข้าขอโทษ ข้าแค่เห็นมันเป็สมบัติข้าก็เลย”
“คนเรานั่นสามารถฝึกเป็เซียนได้ด้วยความพยายามแต่วิธีลัดที่ใช้ชีวิตผู้อื่นมาเป็ฐานการฝึก แม้จะเป็พลังที่แข็งแกร่ง ที่นั่นก็แลกมาด้วยชีวิตคนไม่รู้เท่าไรเ้าอยากได้พลังแบบนั่นอย่างนั่นหรือ”
“ไม่เ้าค่ะ คนที่ถูกจับมา ต่างก็เป็อาหารของต้นไม้นี้ข้าลืมตัวไป ข้าไม่้าเ้าค่ะ”
“ดี” แล้วหยุนเทียนก็ใช้พลังทำลายต้นไม้จนกลายเป็ฝุ่นไปและด้านหลังก็เปิดเผยประตูคลังลับให้ได้เห็น
ในคลังสมบัติมีหินสีทองและสีขาวอยู่มากมาย สีขาวจะมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด และมีพวกอาวุธวิชายุทธต่างๆอีกมากมาย
“ทำไมเ้าหินพวกนี้เยอะจริงไม่เห็นจะมีเงินหรือทองเลย”
“ท่านปู่ นี้แหละค่ะคือเงินของพวกเรา”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”
“คุณปู่คงไม่ได้ออกมาเสียนานนานมาแล้วที่ระบบเงินตราถูกเปลี่ยนมาเป็หินิญญาพวกนี้หินสีทองคือหินที่มีพลังิญญาอยู่เต็ม แต่หินสีขาวคือหินิญญาที่ใช้แล้วหินพวกนี้มีคุณสมบัติสะสมพลังฟ้าดิน เมื่อผู้บ่มเพาะดูดซับพลังพวกนี้เข้าไปก็จะเพิ่มความแข็งแกร่งและเลื่อนระดับได้”
“เมื่อสมัยก่อนมนุษย์ยังให้ค่ากับวัตถุที่สวยงาม เช่นทองคำนำมาแลกเปลี่ยนเป็เงินตราใช้กันตามแคว้นทั่วไป ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้เ้านี้แล้วทุกที่ใช้แบบนี้เหมือนกันในทุกเมืองเลยหรือไม่”
“ใช่เ้าค่ะพวกแร่เงินแร่ทองยังพอมีค่าอยู่สามารถไปทำเครื่องใช้ หรือเครื่องประดับได้แต่หินิญญานี้เป็สิ่งที่มีค่ามากกว่า หินิญญาที่เป็สีทองเมื่อถูกดูดพลังไปแล้วมันจะกลายเป็หินสีขาวหินิญญาสีขาวก็ยังมีค่าอยู่ เพราะเมื่อปล่อยไว้อีก 100ปีมันจะกลับมาเป็หินิญญาสีทองอีกครั้ง ค่าของมันตอนนี้คือ หินิญญาสีทอง 1 ก้อนเท่ากับ หินิญญาสีขาว 10 ก้อน และหินสีขาว 1 ก้อน เท่ากับ ทองคำ 10 กิโล”
“อะไรนะหินพวกนี้มีค่ามากขนาดนั่น”
“ก็อย่างที่บอกท่านว่ามนุษย์เรามีการบ่มเพาะเซียนอย่างแผ่หลายทำให้สิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือสิ่งที่เพิ่มพลังเซียนให้แก่ผู้นั่น”
“แล้วถ้าข้ามีก้อนหินแบบนี้ที่ใหญ่กว่านี้มากจะมีค่าเท่าไร”
“อัตราแลกเปลี่ยนของหินสีขาวและทองอยู่ที่10 เท่าเ้าค่ะ ถ้าท่านมีหินิญญาขนาดใหญ่ถ้าก้อนละ 1 กิโล ท่านก็สามารถแลกหินสีขาวได้10กิโล หินที่ทางการทำออกมา 1ก้อนจะมีน้ำหนัก 1กรัมเ้าค่ะ”
แล้วหยุนเทียนก็นำหินิญญาออกมาจากแหวน 1 ก้อน
“ท่านปู่! นี้มันจะใหญ่ไปแล้วนะเ้าค่ะก้อนนี้ต้องหนักอย่างน้อย 100กิโลเลยนะเ้าค่ะเกิดมาข้าไม่เคยเห็นก้อนที่ใหญ่เท่านี้มาก่อน และมันก็สว่างมากด้วย”
แล้วหยุนเทียนก็เก็บหินิญญาก้อนใหญ่ และคิดในใจ ในแดนลับนั่นมีหินพวกนี้อยู่มากมายมหาศาลข้าก็ไม่เคยดูดซับมันเลย มิน่าพลังฟ้าหินในนั่นถึงไม่มีให้ข้าได้ฝึกฝนเพราะมีเ้าหินพวกนี้ค่อยกักเก็บพลังฟ้าดินเอาไว้และข้าก็ไม่มีใครที่จะบอกว่าเ้านี้ใช้ทำอะไร โลกเมื่อล้านปีที่แล้วกับตอนนี้ช่างต่างกันเมื่อก่อนแม้จะมีผู้ฝึกเซียนอยู่ไม่น้อยแต่ก็ยังไม่ได้มากมายเท่ากับตอนนี้มิน่าละแม้แต่คนธรรมดา ก็อยู่ในระดับเซียนฝึกหัดขั้นแรกแล้วโลกตอนนี้ไม่เหมือนที่ข้ารู้จักเลยสักนิด”
“เอาละงันเ้าเอาแหวนนี้ไปเก็บพวกนี้เข้าแหวนให้หมด”
“เ้าค่ะ แล้ววิชายุทธการบ่มเพาะพวกนี้”
“เก็บไว้แล้วข้าจะค่อยๆดูพวกมัน”
หยุนชิงได้เก็บของทั้งหมดลงแหวน ในขณะที่หยุนเทียนก็เดินออกมา
“เด็กน้อยออกมาได้แล้ว เ้าจะหลบไปถึงไหน”
ในเสาต้นหนึ่งด้านนอก ก็มีเด็กสาวตัวเล็กคนหนึ่งอายุประมาน 10 ปี แอบอยู่ เมื่อได้ยินหยุนเทียนเรียกก็รู้ตัวและค่อยๆก้าวออกมา ตัวนางสั่นเล็กน้อย บ่งบอกถึงความกลัว
“นี้เ้าเป็เด็กที่ถูกจับมาข้าให้เ้าหนีไป ทำไมเ้ายังอยู่ที่นี้”
“ท...ท่านเป็เซียนใช่หรือไม่” เด็กสาวพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“ข้าเป็เซียนหรือเปล่านะ และถ้าข้าเป็ เ้ามีอะไรอย่างนั่นหรือเด็กน้อย”
“ได้โปรด! ช่วยแม่ข้าด้วยแม่ข้าป่วยหนัก พวกนั่นบอกถ้าข้ามาจะช่วยรักษานางแต่ตอนนี้ข้าไม่รู้ว่าท่านแม่เป็เช่นไรท่านเป็เซียนผู้เข็งแกร่งจะต้องช่วยท่านแม่ได้แน่ ได้โปรดช่วยท่านแม่ด้วย”เด็กสาวคุกเข่าอ้อนวอน และร้องไห้ขอร้องอย่างสุดชีวิต
“เ้าลุกขึ้นก่อนเด็กน้อย เ้าชื่ออะไร”
เด็กน้อยลุกขึ้น “ข้าชื่อ ตงเหมย”
ในขณะนั่นหยุนเทียนก็ได้ใช้เนตรตัวเองตรวจสอบแล้วเห็นร่างกายของเด็กสาวที่ไม่เหมือนคนทั่วไป ในใจก็คิดร่างกายของนางไม่เหมือนคนทั่วไป ข้าพอจำได้ เหมือนจะเคยอ่านเจอร่างกายแบบนี้มันอะไรน่า หยุนเทียนคิดไปคิดมา และก็นึกขึ้นได้ร่ายกายเซียนแต่กำเนิด จะมีแค่หนึ่งในล้านคนเท่านั่นที่จะมีร่างกายแบบนี้ทำไมไม่มีคนเห็นนางกัน ข้านี้โชคดีจริงๆ ถ้าฝึกนางดีๆละก็นางจะกลายเป็เซียนที่แข็งแกร่งไม่แพ้ผู้ใด
“ตงเหมย แม่ของเ้าอยู่ที่ใด”
“ข้าถูกจับมาพร้อมกับพี่สาวลูกเ้าเมือง”
“นี้เ้ารู้จักนางด้วยหรือ” ตงเหมยพยักหน้า
ไม่นานหยุนชิงก็เดินออกมา
“ท่านปู่ ข้าเก็บเสร็จหมดแล้วเ้าค่ะ เอ๋!ตงเหมยทำไมเ้ายังไม่หนีไป”
“พี่สาว ข้าขอร้องให้ท่านปู่ไปช่วยแม่ของข้า”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แก่แล้วสินะ ใครๆก็เรียกท่านปู่”
“ข้าเห็นท่านตอนที่ออกมาจากแสง ท่านแก่ชราแต่ตอนนี้หน้าท่านไม่แก่แล้ว แต่ผมยังขาวอยู่”
“นั่นสินะ อายุข้ามากขนาดนั่นแล้วนะ ในเมื่อเ้าเรียกว่าปู่งันเ้าก็เป็หลานปู่อีกคนดีไหม”
“ข้าคารวะท่านปู่”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอานี้ ยาเม็ดนี้ปู่ให้” ตงเหมยได้เม็ดยา ก็รีบกินทันที หยุนชิงเห็นก็คิดนี้เขาเอายาระดับนั่นแจกให้คนกินโดยไม่สนใจอะไรเลยได้ยังไงกัน ยาแบบนั่นน่าจะมีค่าเป็ล้านหินิญญาเลยนะ เพิ่มอายุตั้ง หมื่นปี
“ท่านปู่ ท่านไปช่วยแม่ข้าเลยได้หรือไม่ข้าคิดถึงท่านแม่”
“ว่าไง หยุนชิง เราหมดธุระที่นี้แล้วไปช่วยแม่ของตงเหมยกัน”
“ค่ะท่านปู่ข้าเองก็อยากกลับไปสะสางเื่ของตระกูลด้วยเช่นกัน เราบินกันไปเลยไหมเดี๋ยวข้าให้ตงเหมยขี่หลัง”
“บินงันหรือ!”
“ค่ะ ท่านปู่มีปัญหาอะไรหรือค่ะ”
“คือ...ข้าบินไม่ได้”
“ว่ายังไงนา...! ทำไมท่านถึงบินไม่ได้ท่านแข็งแกร่งขนาดนั่น ท่านปกปิดการบมเพาะไว้ไม่ใช่หรือค่ะ”
“ไม่ ข้าไม่ได้ปกปิดข้าอยู่ในระดับเซียนฝึกหัดจริงๆ”
“จริงหรือค่ะ ในโลกนี้ไม่มีเซียนฝึกหัดคนใดฆ่าเซียนที่แท้จริงได้หรอกนะเ้าค่ะ”
“เอาเป็ว่าตอนนี้ข้าหาวิธีเลื่อนระดับอยู่และเราคงต้องเดินทางด้วยการเดินไป”
“นี้มันอะไรกัน...ไม่ต้องก็ได้ค่ะขอแค่หลานมีอาวุธและสามารถอาวุธระดับเซียนขึ้นไปหลานก็สามารถใช้พลังพาพวกท่านบินไปได้แล้ว ข้าจะเลือกอาวุธที่ได้มาแล้วหลอมมันนะเ้าค่ะ”
“อาวุธไร้ค่าพวกนั่น ไม่คู่ควรกับหลานหรอกนะเ้าฝึกอาวุธแบบใด เดี๋ยวปู่มอบอาวุธให้”
“จริงหรือเ้าค่ะ หลานฝึกเพลงกระบี่เ้าค่ะไม่รู้ว่าเป็อาวุธระดับใด”
“กระบี่หรือ...อืม...เดี๋ยวให้ข้าดูก่อนว่ามีอะไรบ้าง”แล้วหยุนเทียนก็ดูอาวุธในแหวนของตนด้วยพลังจิต
“มีหลายเล่ม...อืม...อันนี้ไม่ได้แรงอาฆาตรุนแรงไม่เหมาะ อันนี้ก็แข็งกร้าวเกินไป อันนี้ก็ดูใหญ่ไป อันนี้...อืมดูเด่นไป ไม่เหมาะกับบุคลิกของนาง”
หยุนเทียนเลือกอยู่พักหนึ่ง พูดพึมพำคนเดียว จนหยุนชิงและตงเหมยมองด้วยความประหลาดใจ เหมือนมองคนเสียสติ
“อ่ะ! ใช่ๆอันนี้แหละเหมาะกับเ้าที่สุด”
แล้วหยุนเทียนก็เลือกกระบี่ และเอาออกมา แต่เมื่อกระบี่ได้ออกมาจากแหวนทันใดนั่น เมฆสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! หยุนเทียนมองขึ้นฟ้าทันที และร้อง ฮือออ!ขึ้นมาหนึ่งครั้ง เมฆสายฟ้านั่นก็จางหายไปทันทีกระบี่ที่หยุนเทียนนำออกมาต้องไม่ใช่ธรรมดาแน่นอนถึงขนาดที่ฟ้าดินก็ไม่อาจจะยอมรับ แต่ก็ต้องหลบไปด้วยเสียงของหยุนเทียนเพียงคำเดียว
“กระบี่นี้น่ากลัวเกินไปแล้วพลังของมันรุนแรงเกินไปแล้วท่านปู่”
“อืม นั่นสินะหากให้เ้าทั้งแบบนี้มันคงทำให้เ้าสลายกลายเป็ฝุ่นพอดี”
แล้วหยุนเทียนก็ได้ใช้นิ้วปล่อยพลังไปที่กระบี่เล่มนั่นจนกระบี่เริ่มที่จะหยุดแปล่งแสง เผยรูปลักษณ์ ให้หยุนชิงได้เห็น
“ท่านปู่งดงามมากข้าไม่เคยเห็นอาวุธที่งดงามและทรงพลังขนาดนี้มาก่อน อาวุธระดับเซียนที่แท้จริงไม่สิแม้แต่ระดับเซียนะที่สูงที่สุดบนโลกนี้ยังเทียบไม่ได้ท่านปู่มันคืออาวุธระดับใด”
“อืม จักรพรรดินะน่ะ”
“อารายยนาาาาา!....ท่านปู่ข้าไม่คู่ควรข้ารับมันไว้ไม่ได้ มันสูงส่งเกินไป”
“ทำไม ก็แค่ระดับจักรพรรดิหรือเ้าอยากได้สูงกว่านี้”
“มีสูงกว่านี้อีกหรือเ้าค่ะ”
“ไม่รู้สินะ กระบี่นี้ข้าหลอมมันแก้เบื่อเมื่อนานมาแล้ว ่หลังๆข้ามั่นใจว่าข้าหลอมได้คุณภาพสูงกว่านี้นะ แต่ข้าก็ไม่รู้จะเรียกมันว่าระดับอะไร แต่ก็ช่างเถอะกระบี่เล่มนี้ปู่สะกดพลังให้เหมาะกับเ้าไว้แล้วต่อไปเมื่อเ้าพัฒนาเลื่อนระดับขึ้น มันก็จะเลื่อนระดับตามเ้าเอง อ่ะ รับไป”
แล้วหยุนเทียนก็โยนกระบี่ให้หยุนชิง หยุนชิงรีบรับไว้ด้วยความใแต่เมื่อจับกับกระบี่ก็รู้สึกถึงพลังและอำนาจของกระบี่ ช่างน่ากลัวยิ่งหากถือกระบี่นี้ ความรู้สึกเหมือนว่าจะสามารถเอาชนะได้ทุกสิ่ง
“กระบี่ช่างงามนักสีเงินอมฟ้าอ่อนของตัวกระบี่ ความคมกริบที่ตัดได้ทุกสิ่ง ด้ามจับสีเงินที่บริสุทธิ์ลายคลื่นลมที่พริวไหว กระบี่ทั้งอ่อนนุ่นและแข็งกร้าวได้ดังใจผู้ใช้เพียงหนึ่งกระบี่สามารถเปิดฟ้า ตัดปฐีได้ ท่านปู่มันชื่อว่ากระบี่อะไรเ้าค่ะ”
“ไม่มีชื่อหรอกข้าก็บอกแล้วหลอมมันแก้เบื่อนะเ้าเป็เ้าของมันแล้วก็ตั้งชื่อให้มันสิ”
“กระบี่ที่ยังไม่เคยมีเ้าของ ข้าเป็คนแรกถ้างันข้าจะตั้งมันตามบ้านเกิดของข้า กระบี่ลมหวน”
“ดี...แล้วเ้าก็รีบหลอมมันสะ”
“ท่านปู่ท่านไม่มีอะไรให้ข้าบ้างหรือ” ตงเหมยพูดขึ้นเหมือนว่าอยากได้ของเหมือนหยุนชิง
“เ้ายังเด็กไป ยังไม่เหมาะแต่ปู่มีวิชาให้เ้าฝึก มานี้สิ”
ในขณะที่รอหยุนชิงหลอมกระบี่เพื่อเป็ของตน หยุนเทียนก็ได้คิดที่จะถ่ายทอดวิชาการบ่มเพาะให้แก่ตงเหมยในใจก็คิด ตงเหมยมีกายเซียนแต่กำเนิดวิชาที่ข้าเคยอ่านในแดนลับในหยกนี้เป็วิชาใดกันนะ ลองหาดูสักหน่อย อ่า...เจอแล้ววิชาปราณเซียนไร้ขีดจำกัดด้วยพลังเซียนหยินและหยางที่เกื้อหนุนกันชุดนี้จะทำให้นางมีพลังเซียนไม่มีวันหมดประกอบกับกายเซียนแต่กำเนิดของนาง จะทำให้นางยิ่งแข็งแกร่งขึ้น เหมือนกับจักรพรรดิเซียนกายนิรันดร์ผู้นั่นแล้วหยุนเทียนก็ได้ใช้มือจับไปที่หน้าผากของตงเหมยและถ่ายทอดวิชาประทับสู่ิญญา
เมื่อผ่านไปสักพักใหญ่ทางหยุนชิงก็กำลังหลอมกระบี่ ทางตงเหมยเมื่อได้เรียนรู้ก็เริ่มฝึกบ่มเพาะทันทีทิ้งให้หยุนเทียนยืนมองอย่างเงียบสงบ ในใจของหยุนเทียนก็นึกถึงเื่ในอดีตที่ทำให้เขามาอยู่ในจุดนี้
เมื่อล้านกว่าปีก่อนหยุนเทียนเป็เพียงแค่ขอทาน ไร้ญาติ วันหนึ่งเขาก็ได้เจอกับเซียนแก่ผู้หนึ่ง
“เด็กน้อย เ้าลำบากมามาก มากับปู่แล้วปู่จะสอนวิชาเซียนให้เ้าดีไหม” เสียงของชายชราในอดีตได้หวนคืนมาแต่กลับนึกใบหน้าผู้นั่นไม่ออก ผ่านมาเป็ล้านปี เื่เล็กน้อยย่อมลืมเลือนแต่ใจความสำคัญยังพอจำได้
ข้านั่นตามท่านปู่ขึ้นเขาไปฝึกบำเพ็ญเพียรในตอนนั่น เขาเรียกพวกเราว่านักพรต วิชาเซียนเป็สิ่งที่ผู้คนไม่ค่อยรู้จักและวิชาต่างๆก็มีไม่มาก ข้าได้ท่านปู่เก็บมาเลี้ยงจนเติบใหญ่ พออายุ 20ก็ลงเขาไปหาแสงสีตามวัยคึกคะนอง วิชาที่ฝึกก็มีแค่ระดับฝึกหัดพอท่องยุทธจักรก็เจอทั้งคนเลว คนดี เกือบเอาชีวิตไม่รอดก็หลายครั้ง พออายุ 25ข้าก็คิดถึงท่านปู่ ข้าจึงกลับไปที่หา แต่ระหว่างทาง ใครจะคิดว่าเ้าหยกนี้จะตกมาจากฟ้าข้าก็คิดว่ามันต้องเป็ของวิเศษ จึงได้ลงน้ำจะไปเก็บมันใครจะคิดว่ามันจะดูดข้าเข้าไปในแดนลับนั่น
ในแดนลับข้าไม่รู้ว่าใครเป็คนสร้างขึ้นแต่ทำให้ข้าได้เรียนรู้เื่ราวของเซียนเบื้องบนมากมาย และมีประวัติพร้อมวิชาของจักรพรรดิเซียนมากมายหลายคนอยู่ในนั่นแต่ข้านั่นไม่สามารถซึมซับและเข้าใจในพลังฟ้าดินได้ เพราะเ้าูเาหินนั่นแท้ๆถ้าหากข้ารู้วิชาดูดกลืนมันง่ายๆเหมือนตอนนี้ข้าก็คงออกมาได้นานแล้วไม่ต้องรอให้นางมาช่วยปล่อยข้าออกมาแบบนี้ สิ่งที่น่าสนใจก็คือวิชาเซียนจากเบื้องบนทำไมถึงถูกส่งมายังเบื้องล่างให้ผู้คนได้บ่มเพาะกันในขณะที่สมัยที่ข้าอยู่ คนยังไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำแค่ฝึกวิชาปราณและิญญาก็ยากพอแล้ว สมัยนั่นไม่มีใครล่วงรู้ถึงระดับการบ่มเพาะเลยใครจะคิดว่าวิชายุทธของโลกมนุษย์ที่ว่าร้ายกาจที่สุดก็แค่ขยะในสายตาพวกเซียนอย่างมากก็ทำได้แค่ เซียนฝึกหัดระดับสูงสุด ตลอดล้านปีที่ข้าอยู่ในนั่นก็ได้แต่ฝึกพลังปราณกับพลังิญญาอยู่เสมอจนพลังขยายออกไปดังทะเลที่ไม่มีวันสิ้นสุด บ้างครั้งก็เอาวิชาของพวกจักรพรรดิมาศึกษาข้าก็ใช้พลังที่มากกว่าพลังฟ้าดินมาแทนสิ่งที่ขาดจนสามารถเรียนรู้และใช้วิชาของพวกเขาได้ หลังหลายแสนปี ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ข้าสามารถพัฒนาจนเหนือกว่าวิชาของพวกเขา ทั้งปรุงยา หลอมอาวุธ วิชาต่อสู้วิชาค่ายกล แต่มีวิชาหนึ่งที่ไม่ว่ายังไงข้าก็ไม่อาจเรียนรู้ได้คือวิชาของจักรพรรดิกาลเวลา วิชาของเขานั่นน่าสนใจที่สุดสามารถสร้างมิติเวลาที่ต่างกันได้ และดูท่าว่าเขาน่าจะเป็คนสร้างมิติหยกนี้ขึ้นมาข้าคงต้องหาทางขึ้นไปยังโลกเบื้องบน เพื่อไปหาเขา ตอนนี้ผ่านมานานมากคนที่รู้จักข้าก็จำไม่ได้แล้ว โลกก็เปลี่ยนไปเหมือนเป็คนละโลกที่ข้าเคยอยู่ท่านปู่ท่านช่วยเหลือและใจดีกับข้า ข้าก็แก่มากแล้ว อายุตั้งล้านปีเด็กพวกนี้เรียกว่าปู่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ในเมื่อท่านช่วยเหลือข้าข้าก็จะเอาอย่างท่าน ช่วยเหลือเด็กที่กำลังลำบาก และเป็ที่พึ่งพิงให้แก่พวกเขาและข้าจะหาทางเลื่อนระดับของตัวเอง เพื่อขึ้นไปยังโลกเบื้องบนให้ได้จักรพรรดิกาลเวลา อย่างน้อยข้าต้องขอต่อยท่านสักหมัด ให้คุ้มกับล้านปีที่เสียไปถ้าหากเป็เ้าที่ส่งหยกนี้ลงมา
“ท่านปู่ข้าหลอมมันเสร็จแล้วมันหลอมง่ายมากเลย นี้คงเป็เพราะท่านที่สะกดพลังมันไว้”
“ดี...ดีแล้ว เท่านี้เราก็เดินทางกันได้แล้วไปช่วยแม่ของตงเหมยกัน”
“เ้าค่ะ... กระบี่ไป”
หยุนชิง ใช่นิ้ววาดในอากาศ สั่งกระบี่ลมหวน กระบี่ลมหวนก็มาอยู่เบื้องหน้าพร้อมขยายขึ้น แล้วทั้งสามก็ขึ้นนั่งบนกระบี่ แล้วออกเดินทาง บินไปยังเมืองลมหวนเมื่อกระบี่บินขึ้นเหนือสำนักัดำ หยุนเทียนก็ได้สะบัดมือเล็กน้อย พลังมหาศาลก็ถูกซัดลงมาสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดของสำนักัดำถูกพังทลายลงในทันทีไม่เหลือแม้แต่เสาสักต้นเดียว สิ้นชื่อไปในวันนั่น