“เฮือกก..” ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
“อ่าว..ฝันไปหรอกหรอ” ผมพูดพลางยกมือจับที่หน้าผาก และเดินไปทำกิจวัตรยามเช้าตามปกติ เห้อ่นี้ฝันถึง่เวลาในอดีตบ่อยจัง แต่อดีตก็คืออดีตนั่นแหละ เพราะตอนนี้ผมหนีออกมาจากที่แห่งนั้น แล้วใช้ชีวิตด้วยลำแข็งของตัวเองในที่แห่งนี้แล้วไงล่ะ (มั้งนะ)
“อ่าว..เรเวลตื่นแล้วหรอ” เสียงทักทายอันไพเราะของหญิงสาวอายุ20 ผู้หนึ่ง หน้าตาโดยรวมว่าถือว่าใช้ได้ เอ่อผมไม่ได้คิดกับเธอแบบนั้นหรอกนะฮ่าๆ เธอชื่อว่าเอร่าน่ะ
“ครับ”
“ก่อนจะออกไป อย่าลืมกินข้าวก่อนสิ” ชายวัยชราผู้หนึ่งกล่าวกับผมแบบนี้
“วันนี้คงเป็วันสุดท้ายแล้วสินะ” หญิงชราที่อยู่ข้างชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“อย่าทำเสียงเศร้าแบบนั้นสิครับ แค่วันนี้เป็พิธีรับมอบอาร์ติเฟกซ์วันแรกเท่านั้นเอง เพราะปีนี้ผมอายุครบ15 แล้ว”
“ป่าวหรอก ป้าหมายถึงถ้าเธอได้รับเลือกจากอาร์ติเฟกซ์พวกนั้น เธอจะสอบเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์ใช่มั้ยล่ะ นั่นเท่ากับว่าพวกเราจะไม่ได้เจอเธออีกแล้วน่ะสิ”
ผมเดินออกไปมองข้างนอกหน้าต่างพลางไขว้มือไว้ด้านหลัง ทิวทัศน์ที่เห็น มีทั้งูเา แม่น้ำ และทุ่งหญ้าเรียบโล่งอันงดงาม ััได้ถึงกลิ่นไออันสดชื่นของสายลม ที่พัดพากลิ่นหอมของดอกไม้และข้าวสาลีโชยเข้ามา เมื่อมองไปไกลๆจะยังคงเห็นหอคอยแห่งเทพธิดาสูงตระหง่ายตั้งอยู่ไกลลิบ นั่นคือสถานที่ๆผมจะไปรับอาร์ติเฟกในวันนี้นั่นเอง ใช่แล้วล่ะที่นี่ คือ 'เนอัน' ดินแดงชนบทที่ถูกทิ้งร้าง ไร้การเหลียวแลจากเมืองหลวง แต่ถึงอย่างนั้นคนที่นี้ก็ยังใช้ชีวิตกันอย่างปกติสุขดี ถึงจะเกิดเหตุการวุ่นวายบ้างเป็บ้างครั้งก็เถอะ
“ไม่หรอกครับ เพราะต่อให้ผมเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์ได้ เมื่อถึงเวลาว่างๆผมก็จะกลับมาเยี่ยมคุณลุงคุณป้า และพี่เอร่าอยู่ดี ถึงแม้ว่าผมจะไม่ใช่ลูกแท้ๆของพวกคุณทั้งสอง แต่พวกคุณก็ช่วยดูแลผมมาตลอดสิบปีนี้ บุญคุณนี้ยังไงผมก็ไม่ลืมแน่ครับ ”
ที่จริงหลังผมหนีออกจากคฤหาสน์และเดินทางมาไกล เพื่อมายังดินแดงแห่งนี้ ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าจะใช้ชีวิตยังไง แต่ว่าระหว่างเดินเข้าไปในป่าก็พบกับหมีที่กำลังโจมตีหญิงสาวผู้หนึ่งอยู่ ผมเลยใช้เวทย์มนต์ช่วยเธอเอาไว้ แล้วหลังจากนั้นก็มาอยู่ที่บ้านหลังนี้นี่แหละ ซึ่งหญิงสาวที่ผมช่วยไว้ตอนนั้น ก็คือพี่เอร่านั่นเอง
“บุญคุณอะไรกัน พูดเป็คนอื่นๆคนไกลไปได้ สำหรับพวกเราแล้วเธอก็เสมือนเป็ครอบครัวนะ ไม่ว่าเธอจะได้รับเลือกจากอาร์ติเฟกหรือไม่ หรือเธอจะเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์ได้หรือป่าว เธอจะกลับมาที่นี่เมื่อไรก็ได้เสมอ เพราะที่นี่คือบ้านของเธอไง”
ความรู้สึกอบอุ่นและซาบซึ้งได้ปรากฎขึ้นในใจผม ผมปาดน้ำตาที่คลอเบ้าเล็กน้อย
“ครับ ><”
ผมรีบกินข้าว เสร็จแล้วเก็บของเพื่อเตรียมเดินทาง ตอนนี้เวลา 9:00 น. ตอนนี้เริ่มสายแล้วแหะ พิธีมอบอาร์ติเฟกซ์จะเริ่มประมาณ 11 โมง คงต้องรีบหน่อยละ ผมเดินออกไปหน้าประตูบ้าน ซึ่งเป็บ้านเรือนไม้ที่มีสวนเล็กๆอยู่ด้านหน้า เอาล่ะ
“งั้นผมไปก่อนนะครับ”
“โชคดีนะ เรเวล” ทั้งสามคนเดินเข้ามากอดผมก่อนจากลา ผมเองก็ยกมือทั้ง2ข้างโอบกอดกลับไป จากนั้นผมถอยออกห่าง แล้วโบกมือลาอีกครั้ง พร้อมกับร่ายเวทย์
‘ไฟเยอร์แอเรียล’ เกิดเปลวเพลิงร้อนแรงและดุดันห่อหุ้มที่ปลายขา ผมถีบพื้นแล้วลอยตัวขึ้นไปในอากาศ
“โชคดีนะครับ ผมจะเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์ให้ได้เลยคอยดู”
“อย่าลืมแวะมาเยี่ยมหรือเขียนจดหมายมาหาบ้างน้าา”
หลังจากร่ำลาเสร็จ ผมพุ่งตัวแล้วเหาะไปในอากาศจากนั้นมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อไปยังหอคอยเทพธิดา
“เวทย์มนต์นี่มันสะดวกจริงๆแหะ” เวทย์มนต์ประเภทเอเรียล เวทย์มนต์ที่ใช้ควบคุมสายลม สามารถพาผู้ร่ายแหวกว่ายไปตามอากาศได้ดั่งใจนึก ่สิบปีมานี้ผมฝึกฝนพลังเวทย์อย่างหนักทุกวันก็เพื่อวันนี้นี่แหละ
“เอาล่ะ..รอก่อนนะ อาร์ติเฟกซ์เอ่ย”
ผมพุ่งไปในอากาศด้วยความเร็วสูงพร้อมกับสีหน้าอันเต็มเปี่ยม ตื่นเต้นด้วยความมั่นใจ