หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วทั้งสองก็เดินทางไปดูคอนโด เข้ามาด้านในก็พบลูกแมวน้อยกำลังวิ่งเล่นกับลูกบอลอยู่ “เมี๊ยว” เ้าแมวน้อยขนสีส้มเข้มสลับอ่อนทั่วทั้งตัว อ้วนตุ๊บตั๊บ อุดมสมบูรณ์อย่างมาก
“เขาปล่อยแมวไว้ในห้องแบบนี้เลยเหรอ”
“ไม่ๆ ปกติแล้วเขาจะเลี้ยงไว้ที่ด้านล่าง พอดีก่อนมาฉันแจ้งนิติไว้ว่าเ้าของห้องจะเข้ามา เลยเอาเ้าส้มน้อยเข้ามารอนายไง”
“อ่อ”
ทั้งสองเดินดูห้องกันสักพักก็พากันกลับออกไป อสังหาทั้งหมดที่หลินตงซื้อไว้ส่วนใหญ่แล้วเขาตั้งใจซื้อเก็บไว้เกร็งกำไรและปล่อยเช่า เดิมทีแล้วห้องนี้เขาตั้งใจจะเอาไปปล่อยเช่าแต่เมื่อเจอเ้าแมวน้อยแล้วเขาก็เปลี่ยนใจ วันพรุ่งนี้เขาจะย้ายมาอยู่ที่นี่เลย เมื่อแยกทางกับเมิ่งลู่แล้วหลินตงก็จะกลับห้องพักเช่นกัน ในตอนที่กำลังรอรถอยู่นั้นเสียงมือถือก็ดังขึ้น
“ฮัลโหลครับ”
“ฮัลโหลๆ หลินตงนี่ซูลี่นะ”
“อ่อ ว่าไง”
“โทรมาแจ้งเื่รถนะ”
ซูลี่แจ้งกับหลินตงว่ารถที่ซื้อไว้ได้แล้วจะนัดวันเพื่อส่งรถให้ เห็นว่ายังพอเหลือเวลาหลินตงจึงบอกกลับไปว่าเขาจะเข้าไปรับรถด้วยตัวเองเย็นนี้เลย หลังวางสายแล้วหลินตงก็เปลี่ยนจุดหมายเดินทางไปโชว์รูมรถก่อน
ดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวลับขอบฟ้าไปอย่างช้าๆ หลินตงก็เดินทางมาถึงจุดหมายพอดี ลงมาจากรถเข้าไปในโชว์รูมก็พบกับซูลี่ที่กำลังนั่งรอยู่พอดี ในนั้นนอกจากรปภ.แล้ว ก็มีเพียงซูลี่เพียงคนเดียวที่ยังอยู่ หลังจบการทักทายเธอก็พาหลินตงเดินไปด้านหลังพร้อมกับส่งกุญแจไปให้ เปิดประตูออกมาก็เห็นรถกระบะยกสูงสีดำจอดอยู่พอดี ทั่วทั้งคันถูกแต่งเพิ่มขึ้นทำให้ตัวรถดูดุดันมากขึ้นไปอีก หลินตงรู้สึกชอบรถคันนี้เอามากๆ ไม่รอช้ารีบเดินไปเปิดประตูกระโจนขึ้นไปนั่งทันที
“เป็ไงบ้างหลินตง ชอบหรือเปล่า”
“ชอบมาก ซูลี่จะกลับบ้านเลยไหม”
“ก็ว่าจะกลับเลยนะ”
“ขึ้นมาสิ เดี่ยวไปส่ง”
รถสีดำค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปยังถนน หลินตงขับรถไปตามทางที่ซูลี่บอก ซูลี่พักอยู่คอนโดที่ซื้อไว้เพียงคนเดียว ห่างจากที่ทำงานราวๆหนึ่งชั่วโมง ระหว่างที่กำลังนั่งรถอยู่นั้นเสียงท้องร้องก็ดังขึ้น
“แวะกินข้าวกันก่อนไหม”
“อือ”
เธอตอบกลับด้วยท่าทีเขินอาย ขับตรงไปอีกหน่อยก็เจอกับร้านอาหารพอดีจึงเลี้ยวรถเข้าไป “MAKINKUN” เป็ร้านอาหารสองชั้น มีดนตรีสดเล่นให้ฟังระหว่างทานอาหาร ทั้งสองเดินเข้าไปในร้านก็เห็นว่ามีลูกค้าอยู่ราว 20-30 คนได้ พนักงานเห็นลูกค้าเข้ามาใหม่ก็รีบเข้าไปให้บริการพาไปนั่งยังโต๊ะว่างพร้อมกับรับออเดอร์ในทีเดียว
นั่งรออาหารไม่นานพนักงานก็นำอาหารมาเสิร์ฟ จานสเต็กพร้อมกับเครื่องเคียงหน้าตาน่าทาน ควันจางๆที่ลอยออกมาจากเนื้อยิ่งชวนให้น้ำลายไหล จากนั้นทั้งสองจึงเริ่มทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ในตอนที่กำลังจะอิ่มจากอาหาร ทั้งสองก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจาก้า สอบถามพนักงานจึงได้รู้ว่า้านั้นเป็ไนท์คลับ จะเปิดให้บริการเวลา 2ทุ่มตรง ตอนนี้ 19.35 เสียงที่ได้ยินเป็การเทสเสียงและระบบก่อนเปิด ได้ยินแบบนั้นซูลี่ก็ทำหน้าตาเหมือนอยากที่จะไป
“ถ้าไม่รีบกลับ ขึ้นไปลองดู้ากันไหม”
“ไม่รีบๆ ไปข้างบนกัน”
ทั้งสองทานอาหารกันต่อจนเสร็จก็เป็เวลาสองทุ่มกว่าๆพอดี มีคนขึ้นไป้ากันก่อนบ้างแล้ว ขึ้นมาด้านหลินตงก็เปิดเหล้าไป 1 ขวด ราคาประมาณ 1,500 หยวน ซูลี่ก็รีบยื่นบัตรเครดิตไปให้พนักงาน
“ฉันขอเลี้ยงเหล้าเองนะ ถือว่าเป็คำขอบคุณ”
เวลายิ่งดึกคนก็ยิ่งเยอะมากขึ้นยืนเต้นกันแบบถึงเนื้อถึงตัว สองคนชายหญิงก็ดื่มกันไปมากทำให้เริ่มมีอาการเมาโดยเฉพาะกับซูลี่ เธอมีอาการเมามากสติเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หลินตงเห็นว่าซูลี่เมามากแล้วจึงพาลงไปขึ้นรถแล้วขับออกไป ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงคอนโดของซูลี่ แต่ซูลี่นั้นมีอาการเมามากไม่สามารถเดินกลับขึ้นห้องด้วยตัวเอง หลินตงจึงต้องประคองพาขึ้นไปส่ง
หลินตงประคองซูลี่ขึ้นห้องด้วยความทุลักทุเล เมื่อเข้ามาภายในห้องแล้วก็ทิ้งกระเป๋าลงตรงหน้าประตู เดินพาซูลี่ไปเข้าไปยังห้องนอน แต่ในจังหวะนั้นเองฝ่ายหญิงก็อ้วกออกมาโดนหลินตงเต็มๆรวมไปถึงตัวของหญิงสาวด้วย หลินตงก้มลงมองเสื้อผ้าที่เลอะเศษอาหารด้วยสีหน้าเหยเก เบนเปลี่ยนจากห้องนอนไปยังห้องน้ำก่อนเพื่อล้างทำความสะอาด
ซูลี่เองก็เหมือนจะรับรู้ถึงกลิ่นอันไม่พึ่งประสงค์ เธอรีบถอดเสื้อผ้าออกทันที ตอนนั้นหลินตงก็มัวแต่ดูเสื้อของตัวเองจึงห้ามไม่ทัน จนซูลี่ถอดชุดออกหมดเหลือเพียงแค่ชุดชั้นในลายลูกไม้ มือของเธอก็แสนซนเคลื่อนไปเปิดฝักบัวเข้าพอดี น้ำไหลออกมาเหมือนสายฝนตงลงกระทบร่างของทั้งสอง ชายหญิงเปียกปอนไปทั่วทั้งตัวบวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ความ้าภายในจิตใจของทั้งสองก็ถูกกระตุ้น
ฝ่ายชายโน้มตัวลงก้มศีรษะให้พอดีกับฝ่ายหญิง เข้าแลกัักันอย่างร้อนแรง จากนั้นบทเพลงรักก็เริ่มขึ้น จบท่อนแรกในห้องน้ำฝ่ายชายก็อุ้มอีกฝ่ายไปยังห้องนอนและเริ่มบรรเลงเพลงรักต่ออีกครั้ง คืนนั้นหลินตงแทบไม่ได้นอน
แสงตะวันสาดส่องผ่านหน้าต่างบานกระจกลอดผ่านผ้าม่านมากระทบกับดวงตา หลินตงค่อยๆได้สติตื่นขึ้นมา เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นหน้าของซูลี่อยู่ตรงหน้า เป็จังหวะเดียวกับที่ซูลี่ตื่นขึ้นมาพอดีทั้งสองจึงสบตาให้กัน เมื่อคืนเขาไม่ได้ตั้งใจในสิ่งที่ทำลงไป เป็เพราะอารมณ์มันพาไป ซูลี่จ้องมองอีกฝ่ายพร้อมกับส่งยิ้มกลับไปให้
“ซูลี่ เื่เมื่อคืน”
“ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันโอเคไม่เป็ไร”
“ผมขอโทษนะ”
“บอกว่าไม่เป็ไรไง ไม่ต้องคิดมาก”
“กริ๊ง กริ๊ง”
เสียงมือถือของหลินตงดังขึ้นขัดจังหวะ มองดูเบอร์ที่โทรเข้ามาเห็นว่าเป็เบอร์ที่ไม่รู้จักจึงกดรับ
“คุณว่าอะไรนะครับ ได้ๆ เดี๋ยวผมจะรีบไป”
“ซูลี่ผมมีธุระด่วน ส่วนเื่ของเราไว้ค่อยคุยกันนะ”
“โอเค ขับรถระวังๆด้วย”
บอกลากันแล้วหลินตงก็รีบใส่เสื้อผ้าวิ่งลงมาขึ้นรถ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ใหญ่ดังกระหึ่มก่อนที่มันจะพุ่งออกไป รถสีดำคันใหญ่แล่นไปด้วยความเร็วก่อนที่จะหยุดลงด้านหน้าทางเข้าสวนผักของเขา ด้านหน้ามีคนอยู่ก่อนแล้วราวๆ 10 กว่าคน มีคนในชุดราชการอยู่หลายคน กวาดตามองดูก็เห็นคุณยายเ้าของที่อยู่ด้วย หลินตงจีงรีบลงรถเดินเข้าไปหา
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ”
“มาแล้วเหรอ คนนี้ใช่ไหมแม่ที่มาใช้ที่ของเรา”
“เดี๋ยวก่อน ทุกคนใจเย็นๆค่อยๆคุยกัน”
“คืออย่างนี้นะหนุ่ม”
คุณยายค่อยๆเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หลินตงฟัง ได้ความว่าลูกชายของคุณยายที่ไปทำงานในเมืองกลับมาบ้าน พูดคุยกันหลายเื่คุณยายก็เล่าเื่ที่หลินตงมาเช่าที่ให้ฟัง จากนั้นไม่นานฝั่งลูกชายก็บอกกับคุณยายว่าจะเอาที่คืน
“จุนเฟิงพอได้แล้ว”
“แม่เงียบไปเลย ผมจัดการเอง”
“ผมจะเอาที่คืน คุณออกไปได้แล้ว”
“คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ คุณยายทำสัญญาเช่ากับผมไว้แล้ว”
“สัญญา? ไหนล่ะสัญญา เอาออกมาให้ผมดูหน่อย”
หลินตงต้องหยุดคำพูดทันทีเมื่ออีกฝ่ายถามถึงสัญญา ในตอนแรกที่คุยกับคุณยายเขาไม่ได้ทำสัญญาเป็ลายลักษณ์อักษรเพียงแค่เป็สัญญาใจกันเท่านั้น หลินตงรู้ตัวดีหากสู้กันตามกฎหมายคงสู้ไม่ได้ จึงจะตัดใจยอมแพ้ไปแล้วค่อยไปหาที่ใหม่
“ก็ได้ งั้นผมขอเข้าไปเก็บของข้างในก่อน”
“ไม่ได้ คุณไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ของผมได้แล้ว ออกไปซะั้แ่ตอนนี้เดี๋ยวนี้เลย”
“คุณจะทำแบบนี้จริงๆใช่ไหม”
“ก็ใช่นะสิ”
“จุดเฟิงให้เขาไปเก็บของก่อน”
“ไม่ได้ เขาต้องออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่มีสิทธิ์เข้าไปด้านใน”
หลินตงตัดใจยอมและหันหลังเดินไปขึ้นรถก่อนที่จะขับออกไป คุณยายรีบเดินเข้ามากล่าวขอโทษซ้ำๆ หลินตงเข้าใจดีแยกแยะออกว่าใครเป็ยังไงเขาไม่ได้ถือโทษโกรธคุณยาย แต่เขาจะจำความอัปยศครั้งนี้ไว้ในใจและจำเหตุการณ์ครั้งนี้เป็บทเรียน ไม่ว่าคุณจะทำอะไรกับใคร ต่อให้สนิทกันมากแค่ไหนหากมีเื่ของผลประโยนช์เข้ามาเกี่ยวข้อง คุณต้องทำสัญญาเป็ลายลักษณ์อักษรให้ถูกต้องชัดเจนตามกระบวนการ
“จุนเฟิงแกทำเกินไปแล้วนะ”
“แม่ไม่รู้อะไร เดี๋ยวผมจัดการเรียบร้อยแล้วแม่จะเข้าใจเองและขอบคุณผมเอง”