หวอ…. หวอ… หวอ…
ซีนารี เมืองท่องเที่ยวติดทะเลทางใต้ที่ปกติจะมีหลอดไฟห้อยระย้าส่องแสงเรียงรายสว่างไสวทั่วทั้งเมืองทว่าในคืนนี้แสงไฟที่สุกสว่างตามข้างทางกลับดับมืด แสงเดียวที่สว่างจ้าคือเปลวเพลิงที่โหมไหม้ท่วมตึกและอาคาร เมืองที่ปกติเงียบเสียจนได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่ง วันนี้กลับถูกกลบด้วยเสียงเตือนภัยพิบัติจนหมดสิ้น เสียงไซเรนของรถตำรวจ รถพยาบาล และรถดับเพลิงดังสนั่นก้องไปทั่วเมือง เปลวไฟโหมไหม้ลุกลามจากตึกสูงตึกหนึ่งไปยังอาคารข้างเคียงอย่างรวดเร็วจนเ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถควบคุมได้ทัน ผู้คนต่างแตกตื่นวิ่งแตกตื่นกันเต็มถนน เด็ก ๆ ต่างร้องไห้ดังระงม พวกเขากำลังร้องเรียกหาพ่อแม่ของตนเองที่ตอนนี้ไม่ทราบความเป็ตายร้ายดี
“ประชาชนทุกคนช่วยอพยพไปที่ป่าทางเหนือด้วยครับ!” หนึ่งในเ้าหน้าที่ชุดดำะโผ่านโทรโข่งที่ลานจอดรถกว้างของห้างสรรพสินค้าใหญ่ของเมือง “ขณะนี้เ้าหน้าที่ ARPD กำลังรับมือกับเนสริงเกอร์อยู่ ขอทุกคนอย่าได้ตื่นตระหนก และเคลื่อนที่ไปยังรถบรรทุกขนส่งอย่างเป็ระเบียบด้วยครับ!”
การรายงานของเหล่าเ้าหน้าที่พอจะช่วยทำให้ผู้คนที่แตกตื่นรู้สึกโล่งอกขึ้นมาได้บ้าง แต่ความสงบนั้นก็คงอยู่ได้ไม่นานเพราะเสียงะเิจากตึกข้าง ๆ อีกทั้งเสียงดังโครมครามที่มาจากบริเวณใกล้เคียงนั้นก็ราวกับว่ามีสัตว์ร้ายกำลัง คืบคลานเข้ามาหาพวกเขาอยู่ทุกขณะจิตเสียงของความวุ่นวายที่ดังใกล้เข้ามานี้ เหมือนจะช่วยตอกย้ำความเป็จริงตรงหน้าให้พวกเขาได้รับรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่า‘ปลอดภัย’เลยแม้แต่นิดเดียว ความหวาดกลัวทำให้จิตใจของทุกคนยากที่จะสงบลงอย่างที่เ้าหน้าที่ทั้งหลายอยากให้พวกเขาเป็
“มันฝ่าเข้ามาแล้ว!” เสียงะโของเ้าหน้าที่ชุดดำคนหนึ่งดังขึ้นห่างจากฝูงชนในระยะไม่ถึงร้อยเมตร ตัวเขาเองในตอนนี้กำลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงมายังฝูงชน โดยมีความวุ่นวายเป็ฉากหลังที่น่าสะพรึงกลัว “รีบหนีเร็วเข้า!”
“รีบหนีไ-”
สวบ!
เงาสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่กว่ารถบรรทุกได้พุ่งผ่านเ้าหน้าที่คนนั้นจากทางด้านข้าง ท่อนบนของเขาหายลับไป เหลือเพียงขาสองข้างที่ยังคงแข็งค้างอยู่ ก่อนที่มันจะล้มตึงลงต่อหน้าต่อตาผู้คนนับพันที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ภาพการตายอันแสนสยดสยองนี้ทำให้ประชาชนที่เพิ่งสงบสติอารมณ์ไปได้เมื่อครู่ต่างกรีดร้อง คนหลายพันคนต่างพยายามปีนขึ้นรถบรรทุกที่มีอยู่เพียงไม่กี่คันตรงลานห้างสรรพสินค้านั้น
“ให้ฉันไปเถอะ ฉันยังไม่อยากตาย!”
“ฉันมีเงินนะ จะเอาเท่าไหร่ ขอที่นั่งนั่นให้ฉันด้วยเถอะ!”
“หลบไปไอ้แก่! อายุปูนนี้แล้วก็ไปตายแทนคนอื่นสิวะ!”
ความบ้าคลั่งของผู้คนที่ต่างอยากมีชีวิตรอดได้ปลุกสัญชาตญาณดิบของความเห็นแก่ตัวขึ้น ไม่ว่าพวกเขาจะนับถือศาสนาใด มีการศึกษาสูงขนาดไหน สิ่งดีงามเ่าั้ไม่อาจยับยั้งความรักตัวกลัวตายของพวกเขาได้ เหล่าเด็กน้อยหลายร้อยคนที่ถึงแม้จะอยู่ในตำแหน่งที่แสนปลอดภัยที่สุดบนรถบรรทุก แต่พวกเขากลับไม่ได้ตระหนักถึงความโชคดีนี้สักนิด ต่างคนต่างแหกปาก ะโร้องไห้แข่งไปกับความโกลาหลของพวกผู้ใหญ่ ถึงกระนั้น ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะพยายามทำให้ตัวเองมีชีวิตรอด ยังคงมีบางคนที่กำลังพยายามเพื่อให้คนอื่นรอดชีวิตแทนตนเองอยู่ด้วย
“ลูก รีบขึ้นไปเร็วเข้า!” ชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งกำลังช่วยกันทั้งผลักและดันลูกสาวเพียงคนเดียวของพวกเขาส่งให้กับเ้าหน้าที่ เพื่อให้เด็กสาวได้ขึ้นไปอยู่บนรถที่เนืองแน่นไปด้วยเด็กและผู้าเ็ ทันทีที่เธอขึ้นไป เ้าหน้าที่ที่รับมือกับภัยพิบัติบนรถก็ใช้ฝ่ามือทุบข้างรถอย่างแรง
“ออกรถได้เลย!”
“ด…เดี๋ยวสิคะ!?” เด็กสาวผมสีน้ำตาลสั้นเท่าติ่งหูะโห้าม “คุณพ่อกับคุณแม่ของหนูยัง…”เสียงะโบอกของเด็กสาวไหนเลยจะดังสู้เสียงของความวุ่นวายรอบตัวได้ แถมยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ รถบรรทุกผู้ประสบภัยก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป คนหลายร้อยคนต่างวิ่งไล่ตามมาอย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังมีคนบางส่วนที่เกาะกระโปงหลังรถแน่น ถ่วงให้รถที่แล่นช้าอยู่แล้วยิ่งช้าลงไปอีก
โครม!
เสียงะเิดังสนั่นจากการปะทะกันกลางอากาศดังขึ้น ตามมาด้วยแรงะเิที่กระจายออกมาเป็วงกว้าง มันรุนแรงเสียจนป้ายโฆษณาของห้างดังร่วงหล่นลงมาทับประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ พวกเขาเสียชีวิตคาที่ เืสีแดงฉานไหลรินนองทั่วพื้นถนน ถึงแม้เด็กสาวจะรู้ว่าที่ตรงนั้นไม่ใช่ที่ที่พ่อกับแม่เธอยืนอยู่ก็ตาม แต่ความรู้สึกที่ว่าถ้าพ่อแม่ของเธอยังอยู่ที่นี่ต่อไป จะต้องเกิดเื่ร้ายๆ อะไรขึ้นกับพวกเขาในอีกไม่ช้านี้แน่ ทำให้เด็กสาวรู้สึกกระวนกระวายและหวาดกลัวขึ้นมาอย่างสุดหัวใจ จนร่างกายถึงกับสั่นสะท้านขึ้นมาน้อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เธอพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองกลับไปยังจุดที่พ่อกับแม่ส่งเธอขึ้นรถ ทั้งยังไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตาเพราะกลัวว่าถ้าเธอหลับตาลงไปแม้เพียงเสี้ยววินาที มันอาจจะทำให้ตัวเธอเองต้องพลาดวินาทีสำคัญที่จะได้เห็นใบหน้าของพ่อแม่เป็ครั้งสุดท้าย และจะทำให้ตัวเธอเองต้องเสียใจไปตลอดกาล เด็กสาวมองพ่อแม่ที่กำลังวิ่งขนาบมากับรถบรรทุกพลางเรียกะโชื่อของเธอให้หันมาหาพวกเขา ะโบางอย่างท่ามกลางฝูงชนที่ร้องขอความเมตตาจากคนขับรถ
“ลูก…ต้อ…มี…วิต…อยู่…”
“พ่อกับแม่รักลูกนะ!” คู่สามีภรรยาะโจนเส้นเสียงแทบขาด
“วีโอเลต!”
ในที่สุดพวกเขาก็หยุดวิ่งอย่างอ่อนแรง ปล่อยให้รถบรรทุกค่อยๆ เคลื่อนตัวไกลออกไป ทว่ายังไม่ทันที่รถจะลับสายตา ิญญาสัตว์ร้ายกลับเบนตัวพุ่งตรงเข้ามาหาฝูงชน มันอ้าปากขนาดใหญ่ของตนจนกว้างเหมือนพร้อมที่จะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ร่างกายของเด็กสาวสั่นสะท้านอย่างรุนแรงกับภาพของยมทูตตรงหน้าที่กำลังประกบฟันของมันเข้าหากันอย่างรวดเร็วและดุดัน
งับ!
โลหิตสีแดงเข้มหลั่งรินทั่วพื้นถนน อวัยวะ แขนขา หัว ที่ไม่มีเ้าของกระเด็นเกลื่อนกลาดไปทั่ว น้ำตาของเด็กสาวร่วงหล่นลงมาโดยไม่รู้ตัว ภาพที่เกิดขึ้น แม้จะเป็เพียงชั่ววินาทีสั้นๆ แต่ในความรู้สึกของเด็กสาวมันช่างยาวนาน ภาพของคนในครอบครัวที่ถูกสัตว์ร้ายเบื้องหน้ากลืนกินได้ถูกสลักลึกลงในใจเธอ เด็กสาวได้แต่อึ้งงัน เธอไม่อยากยอมรับความจริงที่เห็น ไม่อยากจะเชื่อภาพที่เธอได้เห็นตรงหน้าเลยสักนิด เพียงแต่ภาพอวัยวะที่ถูกฉีกกระชากและร่วงหล่นกระจายลงพื้นนั้นช่วยยืนยันว่ามันเป็เื่ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งที่เธอเห็นตรงหน้ามันเป็ความจริงที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดกาล ตอนนี้ในหัวของเด็กสาวเบลอไปหมด เธอคิดอะไรไม่ออกสักอย่าง ความวุ่นวายรอบกายที่เธอเคยนึกรำคาญ ตอนนี้..ไม่มีอีกแล้ว..ไม่ว่าจะเป็เสียงด่าทอของคนที่วิ่งไล่ตาม หรือเสียงกรีดร้องของคนข้างๆ ที่ดังจนหูแทบแตก ในตอนนี้เหลือเพียงแค่ความเงียบสงบ ทุกอย่างบนโลกราวกับหยุดนิ่ง มันเงียบเสียจนเด็กสาวได้ยินเพียงแค่เสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงและถี่รัวอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น…
แม้ว่าิญญาสัตว์ร้ายที่อาละวาดอย่างคลุ้มคลั่งนั้นจะเพิ่งคร่าชีวิตคนนับร้อยไปจากการงับเพียงครั้งเดียว ทว่าดูเหมือนมันจะยังไม่พอใจ มันยังคงวิ่งไล่ตามรถบรรทุกที่กำลังวิ่งหนีจากมันอย่างคั่งแค้นราวกับว่าทุกคนที่อยู่ตรงหน้าล้วนแต่ติดหนี้มัน แล้วมันก็กำลังกลับมาไล่ทวงหนี้แค้นคืนจากทุกๆ คน ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตของมันดูดุดันและลุกโชนราวกับไฟนรกที่พร้อมจะเผาทำลายทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้ามันให้สิ้นซาก ผู้คนที่อยู่ในรถต่างเร่งสวดภาวนาในใจกันอย่างหวาดหวั่น พวกเขาได้แต่หวังว่าพระเ้าจะส่งปาฏิหาริย์อะไรสักอย่างลงมาช่วยให้พวกเขาสามารถรอดพ้นไปจากความตายที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ นี้ได้
มันกำลังแหวกว่ายอากาศเข้ามาใกล้ขึ้นทุกทีความสิ้นหวังยิ่งค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้นมาในใจของทุกคน เด็กสาวที่เพิ่งพบเจอกับเื่น่าเศร้าและยังไม่มีเวลาแม้แต่จะร่ำไห้เสียใจ ได้แต่เบิกตาโพลงมองิญญาร้ายที่กำลังรุกคืบเข้ามาใกล้ทุกขณะ
โครม!
เสียงกระแทกรุนแรงดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกวูบหวิวตัวลอยราวกับเธอได้ปลดเปลื้องทุกสิ่งอย่างออกไปจนหมด ความรู้สึกวิงเวียนและกลิ่นอันน่าคลื่นเหียนที่ไหลทะลักเข้ามาในปอดทำให้เด็กสาวรู้สึกอึดอัดทรมานในอก สติของเธอเริ่มพร่าเลือนลงทุกขณะ และสิ่งสุดท้ายที่เธอรับรู้ก็คือ ตัวเธอของเองที่กำลังลอยเคว้งกลางอากาศออกมานอกรถบรรทุกจากนั้นภาพเบื้องหน้าก็ถูกฉาบย้อมด้วยสีดำสนิท สติของเธอได้ดับวูบไป...
เด็กสาวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเสียงะเิที่ดังขึ้นในบริเวณใกล้เคียงเป็ตัวปลุกเธอ เด็กสาวอยากจะนึกว่าที่แล้วมามันเป็เพียงความฝันตื่นหนึ่ง ทว่าาแที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วร่างกายฟ้องว่านี่คือเื่จริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ฝันร้ายอย่างที่เธอนึกอยากให้เป็ มันคือคืนที่แสนโหดร้ายที่สุดในชีวิตของเธอ เมื่อคิดได้เช่นนั้น เด็กสาวตื่นตระหนก เธอเริ่มมองสำรวจรอบกาย เธอพบว่าในตอนนี้ตัวเองกำลังนอนพับอยู่ที่กลางถนน ในอากาศมีแต่กลิ่นเหม็นของเนื้อติดไฟและกลิ่นคาวเืที่โชยมาคละคลุ้งไปหมด ความรู้สึกคลื่นเหียนและสะอิดสะเอียนทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจจนต้องก้มหน้าลงเอาสองมือกอดตัวเองแน่น เธอตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง จากนั้นอีกครู่หนึ่งเธอถึงสามารถเงยหน้าขึ้นมองดูบริเวณรอบข้างอีกครั้งได้ ทุกทิศทางรายล้อมไปด้วยศพของมนุษย์ที่เพิ่งตายได้ไม่นานนัก ภาพที่ปรากฏในสายตาของเธอมีเพียงสีแดงเหลืองของเปลวไฟจากซากรถที่ลุกไหม้และสีแดงของเืเท่านั้น ทว่าเมื่อเธอลองเพ่งสายตามองดีๆ กลับพบว่าท่ามกลางโลกที่เหมือนถูกย้อมไปด้วยสีแดงของเืและเปลวเพลิงนี้ ยังคงมีจุดสีขาวบริสุทธิ์แทรกอยู่ด้วย นั่นคือผมสีขาวของสาวน้อยอีกคนที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกองศพที่เกลื่อนกลาดนั้น
“แก! ไอ้ปีศาจ!” หนึ่งในเ้าหน้าที่หนุ่มชุดขาวดำที่รอดชีวิตจากรถบรรทุกะโพร้อมกับชี้นิ้วที่เปล่งแสงไปยังสาวผมขาวคนนั้น “ตายซะเถอะ!”
ฉับ!
หัวของชายคนนั้นขาดกระเด็นในทันที โดยที่เ้าตัวยังไม่ทันได้รู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ!วีโอเลตที่จ้องมองอยู่กรีดร้องออกมาด้วยความใ ทำให้สาวผมขาวคนนั้นรู้สึกได้ถึงตัวตนของเด็กสาวและหันกลับมามอง ดวงตาสีแดงเพลิงของหญิงสาวทำให้วีโอเลตหวนนึกไปถึงภาพดวงตาของิญญาสัตว์อสูรที่วิ่งไล่ตามรถบรรทุกเมื่อก่อนหน้านี้ เด็กสาวตัวสั่น ไม่อาจขยับตัวได้ ดวงตาสีม่วงของเธอไม่อาจหลบเลี่ยงดวงตาสีแดงคู่นั้นได้เลย
“น่าเศร้าเหลือเกินนะ…เธอน่ะ” สาวผมขาวตาสีชาดพูดกับเธอเบาๆ “ที่ต้องมาเห็นภาพโสโครกอย่างนี้”
ตึก ตึก ตึก ตึก
“เ้าริงเกอร์นั่นอยู่ทางนั้น!” เสียงฝีเท้าของกลุ่มเ้าหน้าที่กำลังเสริมกำลังมุ่งหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้น “จัดการเ้าวาฬนั่นซะ!อย่าปล่อยให้เ้านั่นหนีไปได้!”
สาวผมขาวชายตามองกลุ่มเ้าหน้าที่กำลังเสริม ก่อนจะหันไปหาสาวน้อยผมสีน้ำตาลที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่ตรงนั้น หญิงสาวยกมือซ้ายขึ้นมาแล้วชี้นิ้วตรงมาที่วีโอเลต จากนั้นแหวนสีทองที่นิ้วนางของเธอก็เปล่งประกายแวววับชวนหลงใหล
“ลาก่อน…”
เพี๊ยะ!
คลอเดียตบหน้าของวีโอเลตเต็มแรงจนเธอหมอบไปกับพื้น บนแก้มด้านซ้ายของวีโอเลตปรากฏรอยฝ่ามือห้านิ้วขึ้นเป็ริ้วสีแดง บ่งบอกว่าผู้ลงมือตบไม่ได้ออมมือไว้แม้แต่น้อย การกระทำที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันของคลอเดียส่งผลให้นักเรียนเตรียมคนอื่นๆ ต่างใกับสิ่งที่เธอทำ แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่ามันเกินไปกว่าเหตุ เพราะฝ่ายที่โดนตบนั้นก็เพิ่งจะก่อเหตุที่เรียกได้ว่า‘รุนแรง’ ไปก่อนหน้านี้แล้ว
“วี!” เลเวียร์ที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการาเ็หลังจากถูกผลักกระเด็นไปกระแทกกับผนัง ใที่หันมาเห็นภาพของเธอถูกทำร้ายอยู่ เขากำหมัด ทำได้แค่พยายามดันตัวเองขึ้นมาจากพื้นเท่านั้น ขณะเดียวกันบรรยากาศในห้องเรียนที่แต่เดิมเงียบสนิทเพราะทุกคนต่างใกับความวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็ห้องเรียนที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยที่ยิ่งนานยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ
“ม…ไม่จริงน่า…” เสียงซุบซิบของนักเรียนใหม่ดังขึ้นระงมทั่วห้องเรียน ทุกคนต่างตกตะลึงกับแหวนเรืองแสงที่นิ้วก้อย‘แหวนเทวา’ของครูฝึกสาวแว่นผมทอง คลอเดีย วาคีเรีย ผู้ที่ยืนตระหง่านราวกับกำแพงคั่นกลางระหว่างแซนดี้ ลี กับ วีโอเลต สกายเรสเซอร์
“รุ่นพี่คลอเดีย…ก็เป็ริงเกอร์งั้นหรอ?”มีเสียงของใครคนหนึ่งในกลุ่มนักเรียนใหม่ที่เผลอโพล่งถามออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว
“ทั้งใช่…แล้วก็ไม่ใช่” คลอเดียตอบคำถามที่ถูกพ่นออกมาลอย ๆ นั้นอย่างไม่สบอารมณ์ “ที่นี่เขาไม่ได้เรียกพวกเราว่าริงเกอร์หรอกนะ เ้าพวกโง่… อย่าเอาฉันไปเทียบกับพวกชาติชั่วพรรค์นั้น…”
“ฉันเป็ไวท์โกล้บ [White Gloves] ต่างหากล่ะ”เธอเฉลยแล้วยิ้มเยาะให้กับความรู้น้อยของพวกนักเรียนใหม่ที่ไม่รู้จักเตรียมตัวอ่านข้อมูลมาให้ดีเสียก่อน
แบล๊คโกล้บ [Black Gloves] คือชื่อสแลงที่ไว้เรียกเ้าหน้าที่ ARPD ทั่ว ๆ ไป ซึ่งปกติจะสวมถุงมือสีดำปกปิดนิ้วที่สวมใส่ริงเกียร์ขณะปฏิบัติภารกิจ แต่ในหมู่เ้าหน้าที่ ARPD จะมีบางคนที่สวมถุงมือสีขาวอันโดดเด่นแปลกตา ไม่ใช่เพราะพวกเขาทำความดีความชอบไว้มากกว่าคนอื่นหรือยศสูงกว่า
แต่เพราะ…พวกเขาเป็ริงเกอร์
พวกไวท์โกล้บ(ถุงมือขาว)[White Gloves]
‘หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง’เป็หนึ่งในกลยุทธ์ที่ ARPDได้ใช้มากว่าหนึ่งร้อยปี โดยการเกลี้ยกล่อมริงเกอร์ที่ได้ชื่อว่าเป็บุคคลอันตรายของสังคมให้เข้าร่วมกับกองตำรวจปราบปรามริงเกอร์โดยสัญญาว่าจะมอบสิ่งมีค่าที่เหล่าริงเกอร์ทุกคนต่างปรารถนา
‘อิสรภาพ’
อิสรภาพแบบเดียวกับที่มนุษย์ปกติพึงได้ ไม่ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ หวาดระแวงจากการไล่ล่าของ ARPDทั้งยังได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานแบบเดียวกับคนทั่วไปโดยแลกกับการทำงานให้ARPD โดยพวกเขาจะถูกบังคับให้สวมถุงมือสีขาวอันแปลกแยกจากเ้าหน้าที่ริงยูสเซอร์คนอื่น ๆ เพื่อให้ทุกคนตระหนักว่า บุคคลนี้อันตรายและหากทำตัวมีพิรุธ เ้าหน้าที่ระดับสูงกว่าA ก็มีอำนาจปะาได้ทันที แต่กระนั้น ไวท์โกล้บก็เป็กองกำลังอันแสนมีค่าของกองตำรวจต่อต้านริงเกอร์ เพราะร่างกายเข้ากับริงเกียร์มากกว่าริงยูสเซอร์หลายขุม ทั้งยังแหวนมนตราแท้ที่มีพลังอำนาจเหนือกว่าริงเกียร์อีกด้วย อาจกล่าวได้ว่า การสูญเสียไวท์โกล้บหนึ่งคนเท่ากับสูญเสียแบล๊คโกล้บหนึ่งกองร้อยเลยทีเดียว จึงมีไวท์โกล้บน้อยคนในประวัติศาสตร์ตลอดสองร้อยปีที่ถูกสั่งปะา
“ก… แก…” วีโอเลตค่อย ๆ ยืนขึ้นช้า ๆ กล้ามเนื้อทุกส่วนต่างตื่นตัวเมื่อรู้ว่ามีศัตรูอีกคนปรากฏขึ้นตรงหน้า “วีจะแก้แค้นให้กับคุณพ่อคุณ…”
“หึ! น่าหัวร่อ!” คลอเดียตะคอก“แก้แค้น?... โดยการฆ่าลีเนี่ยนะ!? นั่นจะทำให้ฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของแกตัวจริงเสียใจรึไง!?มันจะช่วยชุบชีวิตพ่อแม่ของแกรึเปล่า!?”
“จะบอกให้รู้ไว้ สกายเรสเซอร์… ในโลกนี้ในดำก็ต้องมีขาว ในขาวก็ต้องมีดำ” เธอพูดเสียงดัง ท่ามกลางความตกตะลึงในหมู่นักเรียน “ริงเกอร์ชั่วร้าย คือคนที่พรากครอบครัวของเธอไป”
“แต่ริงเกอร์ที่ช่วยชีวิตคนมานับพัน … นั่นก็คือฉัน!”
“หัดรู้จักแยกแยะดีชั่วซะบ้าง!อย่าเหมารวมว่าแอปเปิลทั้งหมดในลังจะเน่าเฟะเหมือนอันที่เธอเคยกิน!” คลอเดียตะคอกใส่สาวน้อยผมน้ำตาล “สกายเรสเซอร์ …ฉันจะออกคำสั่งเธอเป็ครั้งสุดท้าย…”
“ขอโทษลีเดี๋ยวนี้…”
ดวงตาสีม่วงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของวีโอเลตไม่มีทีท่าว่าจะโอนอ่อนตามคำสั่งของคลอเดียแต่โดยดี
“หึ… แกคงเป็พวกเลี้ยงไม่เชื่องสินะ…” คลอเดียพูดออกมาอย่างสุดจะทน โทสะของเธอพุ่งสูงขึ้นตามความดื้อด้านของหญิงสาวตรงหน้า เมื่อรู้ว่าถึงพูดอะไรไปตอนนี้ก็คงไม่เข้าหัววีโอเลต สาวผมทองจึงเลือกที่จะใช้ไม้แข็งสยบอีกฝ่ายแทน แหวนที่นิ้วของคลอเดียเริ่มเปล่งแสงแปลก ๆ ออกมา ทำให้คลื่นลมรอบ ๆ ตัวปั่นป่วน เธอชี้นิ้วชี้ไปที่วีโอเลต นั่นทำให้ทุกคนในห้องต่างตกอยู่ในภาวะตึงเครียด “ตามกฎเหล็กข้อที่ 1 ของ ARPD สกายเรสเซอร์…เธอจงใจขัดคำสั่งของเ้าหน้าที่ระดับสูง..”
“ต้องถูกลงโทษ!”
ซูม!
สิ้นเสียงของคลอเดีย มวลอากาศขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่วีโอเลตอย่างรวดเร็ว
ตูม!
วีโอเลตที่หลับตาเพื่อเตรียมใจรอรับแรงกระแทกจากพลังค่อยๆ ลืมตาขึ้น หลังจากที่รอรับพลังอันหนักหน่วงจากคลอเดียอยู่นาน แต่กลับไม่รู้สึกถึงความเ็ปตามร่างกายอย่างที่คิด จากนั้นเธอก็ต้องใเพราะพบว่ามีเงาร่างใหญ่มาช่วยบดบังรัศมีของพลังอยู่ด้านหน้าเธอ คนนั้นคือพี่ชายของเธอนั่นเอง เขาใช้แผ่นหลังของตัวเองเป็โล่รับแรงกระแทกเมื่อครู่ทั้งหมดแทนเธอ ชายหนุ่มสวมริงเกียร์ไว้ที่นิ้วโป้งให้เกิดผลของ ‘แหวนกายา’ทำให้สามารถรับแรงปะทะของมวลอากาศเมื่อครู่ได้
“แก…ไอ้ผมเทา…” คลอเดียพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “แกรู้ตัวไหม…ว่ากำลังแหกกฎข้อที่ 1 อยู่”
“ผม… กำลังปฏิบัติตามกฎเหล็กข้อที่3 ต่างหากครับ รุ่นพี่…” เลเวียร์ หนุ่มผมเทาย้อนแย้งด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พยายามกัดฟันกลืนความเ็ปที่กำลังแผ่ซ่านทั่วทั้งแผ่นหลัง “กฎที่บอกว่า ให้ปกป้องชีวิตริงยูสเซอร์และเ้าหน้าที่ ARPD นั่นแหละครับ…”
คลอเดียจ้องมองเลเวียร์ที่ยืนขวางระหว่างเธอกับวีโอเลต “หลบไปซะ…แกไม่เกี่ยวข้องกับเื่นี้”
ฟึ่บ!
“ผมขอโทษที่อบรมน้องสาวตัวเองไม่ดีครับ…รุ่นพี่คลอเดีย” เลเวียร์คุกเข่าต่อหน้าครูฝึกสาว “ผมขอรับโทษแทนเธอ…จะได้ไหมครับ?”
“พ…พี่คะ!?” วีโอเลตะโค้าน “นี่มันไม่เกี่ยวกับพี่นะ!”
“เกี่ยวสิวี! เธอเป็น้องสาวของฉันนะ!” เลเวียร์ตอบ “สิ่งที่เธอทำลงไป ฉันเองก็มีส่วนรับผิดชอบด้วยเหมือนกัน!”
“ได้โปรดเถอะครับ รุ่นพี่คลอเดีย!”
ครูฝึกสาวแว่นผมทองยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
“สองวง…” คลอเดียพูดกับเลเวียร์ แล้วยื่นมือออกไปข้างหน้า “บทลงโทษ คือ เธอจะถูกยึดริงเกียร์สองวง”
“ตลอดการศึกษา”
“แกยินดีจะรับโทษนี้แทนเธองั้นหรอ?”
คลอเดียถามพลางมองดูท่าทีของเลเวียร์ที่ชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขารู้ดีว่าผลลัพธ์ของการลงโทษนี้คืออะไร
นั่นคือ การตัดโอกาสไม่ให้ได้รับยศเ้าหน้าที่ระดับ C
นักเรียนเตรียม ARPDจะต้องเรียนบทเรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งจะมีการจัดแจงคะแนนตามแต่ครูฝึก เมื่อจบการศึกษา นักเรียนทุกคนจะได้รับการแต่งตั้งยศให้เป็เ้าหน้าที่ระดับ D โดยไม่มีข้อแม้ ทว่า10อันดับแรกของนักเรียนที่ทำคะแนนได้สูงที่สุดในชั้นปี จะได้รับสิทธิพิเศษ แต่งตั้งเป็เ้าหน้าที่ระดับ C ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจจะเข้าร่วมภารกิจที่จะช่วยสร้างความก้าวหน้าของตำแหน่งได้มากกว่า หรือปฏิเสธภารกิจที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต ซึ่งเ้าหน้าที่ระดับ D ไม่มีอำนาจใด ๆ เลย นั่นทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในภารกิจต่อสู้กับริงเกอร์ของทุกปี 80% จะเป็เ้าหน้าที่ระดับ Dที่ทั้งไร้ประสบการณ์และไร้อำนาจการตัดสินใจ หาก้าก้าวหน้าและปลอดภัยใน ARPDการเป็เ้าหน้าที่ระดับ C จึงถือเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
แม้ว่าจะตระหนักถึงบทลงโทษนี้ดี ทว่าเขาก็ล้วงกระเป๋าแล้วหยิบริงเกียร์อีกสองวงที่เขายังไม่ได้สวมออกมาวางบนมือของคลอเดีย
“นี่ครับ …” เลเวียร์แข็งใจพูดเพราะเขาไม่อาจคืนคำที่ว่าจะรับโทษแทนน้องสาวได้ สำหรับนักเรียนเตรียม ARPD การสูญเสียริงเกียร์ไปวงใดวงหนึ่ง จะส่งผลต่อคะแนนสอบภาคปฏิบัติเป็อย่างมาก ทำให้การวัดผลตอนสิ้นสุดการศึกษาต่ำกว่าคนอื่น ๆ นั่นเพราะริงเกียร์น้อยกว่าย่อมหมายความว่าพลังมนตราที่มีจำกัดอยู่แล้ว ก็ยิ่งน้อยลงไปอีก เดิมทีริงเกียร์แต่ละวงนั้นเปรียบเสมือนเกราะ อาวุธเสริม และอาวุธหลัก แต่เลเวียร์ในตอนนี้ ถูกจำกัดเหลือแค่เกราะเท่านั้น
คลอเดียรับแหวนทั้งสองวงจากหนุ่มผมเทามาอย่างไม่รีบร้อน เธอค่อย ๆ พลิกดูแต่ละวงอย่างละเอียด
“ฉันไม่้าวงนี้…” สาวแว่นผมทองพูดจากนั้นก็คืนให้เขาไปวงหนึ่ง มันเป็วงที่มีขนาดเท่ากับนิ้วกลางของเลเวียร์ นั่นทำให้เขารู้สึกใจชื้นขึ้นไม่น้อยเพราะท่าทางเธอจะใจอ่อนลดโทษให้ แต่แล้วทุกอย่างก็กลับตาลปัตร เพราะหลังจากที่คืนแหวนมาแล้ว เธอกลับชี้ไปที่นิ้วโป้งของเขา “ที่ฉัน้าอีกวง คือวงที่นิ้วโป้งแกวงนั้น”
“ต..แต่ว่า!? นั่นมันเป็ริงเกียร์ที่ให้พลังแหวนกายานะครับ รุ่นพี่!?” โรมที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ ทักท้วงขึ้น “ริงยูสเซอร์ทุกคนจำเป็ต้องใช้ริงเกียร์นิ้วโป้ง… ถ้าไม่มีมัน…ก็เหมือนไร้เกราะหุ้มร่างกาย การปฏิบัติภารกิจก็จะเสี่ยงอันตรา-”
“นี่เป็บทลงโทษของฉัน” เธอยืนยันว่าจะไม่กลับคำพูด “เอ้า…จะว่ายังไง…คุณ-พี่-ชาย”
เลเวียร์รู้สึกกดดัน เพราะตลอดมาที่เขาอยู่ที่สถาบันวิจัยริงเกอร์ ถึงแม้เขาจะสามารถใช้ริงเกียร์ได้ถึง3 อันก็จริง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่หนึ่งในสามของริงเกียร์ที่สวมใส่จะไม่มีนิ้วโป้ง จึงอาจเรียกได้ว่ามันเป็ริงเกียร์นิ้วที่เขาถนัดที่สุดในทั้งหมด และที่เขาสามารถรอดชีวิตจากการทดสอบหลาย ๆ ครั้งในสถาบันวิจัยมาได้ ก็เพราะพลังมนตราจากริงเกียร์ที่นิ้วโป้งช่วยลดทอนความเสียหายที่อาจทำให้ถึงตายลงไปได้เยอะมาก แต่จากนี้ไป เขาจะต้องฝึกซ้อมภาคสนามโดยปราศจากพลังของแหวนกายา อย่าว่าแต่จบการศึกษาเลย เขาอาจเสียชีวิตระหว่างการฝึกด้วยซ้ำ
ฉึบ…
เลเวียร์ถอดริงเกียร์ออกจากนิ้วโป้งแล้วยื่นให้คลอเดียถึงแม้จะไม่เต็มใจเพียงใดก็ตาม แต่เขาจำเป็ต้องทำ
“หึ…ใจถึงดีนี่ เ้าผมเทา…” เธอรับมันไป “แกชื่ออะไร”
“เลเวียร์ครับ…” เขาตอบ “เลเวียร์ สกายเรสเซอร์”