แม่ทัพเหนือสังเกตเห็นว่าหลายวันมานี้จอมมารอารมณ์ดีเป็พิเศษพอทราบถึงเหตุผลเขารู้สึกโล่งใจเป็อย่างมากเดือนที่ผ่านมาเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาต่างหายใจไม่ทั่วท้องกันเป็แถว ๆ
“ท่านจอมมารเกิดเื่แล้วขอรับ”
“เกิดอะไรขึ้น”แม่ทัพเหนือหันไปถามผู้ใต้บังคับบัญชา
“คุณชายจ้าวขอรับ...”ยังไม่ทันที่เขาจะได้รายงานจบ จอมมารก็ถึงชั้นที่ 73 ชั่วพริบตา
“เกิดอะไรขึ้น” เขารีบวิ่งมาทันรับร่างจ้าวยูร์ก่อนร่วงลงพื้น
“ทำไมร่างกายของเ้าจึงร้อนแบบนี้เกิดอะไรขึ้นกับเขา” จอมมารหันมาถามลูกน้องตนเอง
“ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ หลังจากดูดซับแก่นอสูรของผู้ดูแลเสร็จร่างกายคุณชายก็กลายเป็แบบนี้ขอรับ....” แม่ทัพเหนือกับจอมมารมองหน้ากัน
“เลื่อนขั้น!” ทั้งสองะโออกมาพร้อมกันการเลื่อนขั้นจากระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสู่ระดับครึ่งเซียนขั้นต้นนั้นเป็สิ่งที่อันตรายมากทีเดียว
“ทำไมจู่ ๆ คุณชายจ้าวถึงได้เลื่อนขั้นรวดเร็วเช่นนี้ขอรับ”จอมมารครุ่นคิด จู่ ๆ เ้าตัวก็นึกถึงบางอย่าง เวลาที่จ้าวยูร์หลับเป็เขาที่แอบมอบพลังลมปราณให้กับอีกฝ่ายโดยที่เ้าตัวไม่รู้
“ข้าจะพาเขาขึ้นไปชั้นบน ห้ามคนอื่นรบกวนข้าเด็ดขาด”
“รับบัญชาท่านจอมมาร!”
จอมมารร้อนรน เป็เขาที่ทำให้จ้าวยูร์เลื่อนขั้นเร็วขนาดนี้ยิ่งเ้าตัวนั้นดูดซับแก่นอสูรจากหอคอย ยิ่งเป็ตัวเร่งความเร็วในการเลื่อนขั้นขึ้นไปอีกนั้นคือเหตุผลหนึ่งที่เหล่าผู้ฝึกยุทธทั้งหลายอยากเข้ามาที่หอคอยผู้พิชิตทั้งความเสี่ยงและผลตอบแทนสูงพอ ๆ กัน
“อายูร์ได้ยินข้าหรือไม่...เ้าต้องตั้งสติเอาไว้ให้ได้นะ”จอมมารนั่งสมาธิประคองลมปราณที่ปั่นป่วนของจ้าวยูร์ให้อยู่ในจุดที่เ้าตัวสามารถดึงสติกลับมาได้
‘ยูร์ได้ยินข้าไหม...เ้าต้องตั้งสติให้ได้ไม่อย่างนั้นแล้วลมปราณของเ้าจะตีกลับ ธาตุไฟเข้าแทรก’
‘...ข้ายังไหว...’
‘ข้าอยู่ตรงนี้...ข้าไม่ยอมให้เ้าเป็อะไร’
‘อือ...’
จิตสนทนาเงียบลง จอมมารปล่อยมือจากด้านหลังของจ้าวยูร์หลังจากที่รับรู้ว่าเขากำลังควบคุมมันได้ด้วยตนเอง
ร่างกายของจ้าวยูร์กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเส้นลมปราณกำลังปั่นป่วน ความร้อนไหลวนทุกเส้นประสาท ลมปราณแตกกระจายไปทั่วร่างกายจุดตันเถียนร้อนรุ่ม บางทีก็เย็นจนร่างกายเขาหนาวสั่นเกิดเกร็ดน้ำแข็งบนผิวกาย บางครั้งความร้อนทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มเขาต้องต่อสู้กับสภาพที่ไม่คงทนของลมปราณจนหลงลืมเวลาไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรร่างกายเขากำลังก่อร่างใหม่อย่างช้า ๆ
ตึง!!!
เสียงดังกึกก้องจนหอคอยสั่นไหว ทำให้ผู้คนที่อยู่ด้านในต่างใรวมไปถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ด้านนอกด้วยเช่นกัน
ผู้าุโดาบพลันลืมตาตื่นขึ้นจากการบำเพ็ญตบะผู้าุโพิษและผู้าุโหมัดวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“พี่ใหญ่ท่านรู้สึกใช่หรือไม่เมื่อกี้ท่านรู้สึกใช่หรือไม่” ผู้าุโหมัดะโเสียงดัง
“ฮ่า ๆ เ้าหนูนั้น เ้าหนูนั้นบรรลุครึ่งเซียนแล้วฮ่า ๆ” ทั้งที่หัวเราะใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยน้ำตาไหลอาบแก้ม
“เ้าหนูนั้นทำได้แล้ว!! จ้าวยูร์ของเราทำได้แล้วพี่ใหญ่พี่รอง!” ผู้าุโพิษและผู้าุโหมัดกอดกันแน่นผู้าุโดาบลุกขึ้นมองไปยังจุดหมายปลายทาง เผยรอยยิ้มอับอบอุ่นออกมาดวงตารื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความยินดี
“ความพยายามของพวกเราไม่สิ้นเปล่าแล้ว”
แสงสว่างเหนือหอคอยสามารถพบเห็นแม้อยู่ไกลนับพันลี้ ผู้าุโเหล็กเงยหน้าขึ้นมองััที่รับรู้ทำให้เขายิ้มออกมา
“ข้าต้องมอบของขวัญให้เ้าหนูนั้นแล้วสิ”เ้าตัวหันกายกลับไปในเรือนพักเลือกหาสิ่งที่้าออกมาจากคลังสมบัติที่สะสมมาหลายปีของตนเอง
“นี่อาจไม่ดีเท่าดาบคู่กิเลนแต่มันจะเป็กระบี่ที่ไม่มีใครเทียบได้” ผู้าุโเหล็กค้นหาบางอย่างเพิ่มเติมหลังจากพบมันแล้วเขาเดินเข้าไปยังโรงหลอมอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดี
ย่างเข้าวันที่ 10 หลังจากที่จ้าวยูร์บรรลุระดับครึ่งเซียนขั้นต้น
[จ้าวยูร์กำลังเดินวนในความมืดเขาเดินตามเสียงพูดคุยที่ได้ยิน ในที่สุดเขาก็หาคนที่้าเจอ คนกลุ่มนั้นเขาจำมันได้ดีที่เดียว“ครอบครัว” ของตนเอง เขาไม่ได้ยินสิ่งที่คนกลุ่มนั้นพูด สีหน้าชื่นมื่นของพวกเขาทำให้จ้าวยูร์รู้สึกรังเกียจ
หลงซืออี้นั่งก้มหน้ารับฟังข่าวการเสียชีวิตของเพื่อนตนเองข้างๆคือหลงซงอี้น้องสาวของเขา ทั้งสองมีกันเพียงแค่สองคนและเป็สองคนที่หวังดีกับจ้าวยูร์มาโดยตลอด
จ้าวยูร์หันไปมองคนที่มาส่งข่าวใบหน้านั้นเขาจำได้ไม่มีวันลืมความเสียใจที่คิดว่าลืมไปแล้ววิ่งกลับเข้ามาอีกครั้ง
ร่างของจ้าวยูร์หยุดอยู่ตรงด้านหลังของหลุมศพแห่งหนึ่งที่นี้..คือป้ายหลุมศพของเขา จ้าวยูร์ยิ้มเยาะให้กับโชคชะตาของตนเองผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือหลงซืออี้
‘อ่า...นี้คือวันครบรบวันตายหนึ่งปีของเขาสินะ’ดอกไม้ช่อเดียวถูกวางเอาไว้ ยิ่งตอกย้ำว่าใครคือคนที่ห่วงเขามากที่สุด
‘ถ้าวันนั้นฉันฟังคำเตือนของนายเื่มันคงไม่เป็แบบนี้...’]
จ้าวยูร์ลืมตาขึ้น เขาหันไปมองข้าง ๆรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอ...
“จอมมาร...” จอมมารได้ยินเสียงเรียกเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
“ในที่สุดเ้าก็ตื่นแล้ว” เขารวบร่างจ้าวยูร์มากอดแน่นจนคนโดนกอดประท้วงออกมา
“ข้าหลับไปนานแค่ไหน”
“เ้าหลับไปนานครึ่งเดือนแล้ว”
“นานขนาดนั้นเลยหรือ ทำไมข้ารู้สึกว่าข้าเพิ่งหลับไปไม่นานเท่านั้น”
“เ้าทำให้ข้ากลัว......เป็เพราะข้าทำให้เ้าเลื่อนระดับเร็วขนาดนี้ข้าขอโทษ...”
“ท่านหมายความว่ายังไง...”
“ข้า..ถ่ายพลังลมปราณให้เ้า..ตอนเ้าหลับ”เท่านั้นจ้าวยูร์ก็เข้าใจในทันที
“อย่าโทษตัวเองเลย ท่านทำไปเพราะหวังดีไม่ใช่หรือถ้าไม่นับรวมครั้งแรกที่เรียกว่า “ค่าตอบแทน” นั้นเข้าไปด้วย”
“ไม่โทษข้า?”
“อือ...ตอนนี้ข้าหิวมากมีอะไรให้ข้ากินหรือเปล่า”
“..ข้าไง”
“..หน้าท่านจะหนาไปไหน” จอมมารยิ้มกว้างเขาเดินออกไปชั่วครู่ก็กลับเข้ามาพร้อมอาหารในมือ จ้าวยูร์ลุกขึ้นโดยได้รับช่วยเหลือจากจอมมารเป็อย่างดี
“ดูเหมือนร่างกายข้ายังไม่ชินกับพลังใหม่นี้สักเท่าไหร่”
“คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่่นี้เ้าอย่าเพิ่งลงไปชั้นล่างเลย รอให้ร่างกายเ้าปรับตัวให้ดีก่อนดีกว่าหลังจากประลองแล้วเ้ายังมีเวลาที่จะกลับมาที่นี้อีกครั้ง”ความเงียบปกคลุมทั้งห้องทันที
“เ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่...”
“...ข้าจำเป็ต้องชนะการประลองในครั้งนี้”
“...เ้าต้องกลับไปจริง ๆ ใช่หรือไม่”
“บางอย่างข้าต้องกลับไปจัดการให้เรียบร้อย”ความเ็ปแล่นเข้ามาอีกครั้ง เจ็บจนจอมมารรู้สึกว่ามันทรมานจนเกือบหายใจไม่ออก
“มีคนกำลังรอข้าอยู่”
“คน ๆ นั้นสำคัญกับเ้ามากว่าที่นี้หรือ” จ้าวยูร์รู้สึกได้ถึงความน้อยใจในน้ำเสียงนั้น
“มันไม่เหมือนกัน”
“.........ข้าเข้าใจแล้ว” ทำไมจ้าวยูร์รู้สึกว่ามันไม่ใช่เหมือนที่เขาพูดสักนิด
“ข้าจะให้คนไปสอบถามเื่อาวุธของเ้าหากเสร็จแล้ว พวกเราก็จัดการประลองทันที เ้าจะได้ไม่เสียเวลาอยู่ที่นี้อีก” จอมมารลุกออกไปทันทีที่พูดจบจ้าวยูร์มองตามหลังไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาพูดเท่าไหร่คิดว่าหลังจากจบการประลองค่อยคุยกับเขาอีกที จ้าวยูร์ไม่รู้เลยว่าหลังจากคืนนั้นแล้วจอมมารไม่กลับมาที่ชั้นบนอีกแม้ว่าจะถามกลับแม่ทัพเหนือแล้วก็ตาม สิ่งที่เขาได้รับคำสั่งมาคือการดูแลจ้าวยูร์อย่างเต็มที่
จ้าวยูร์ใช้เวลาพักใหญ่ๆเพื่อให้ร่างกายคุ้นชินกับพลังใหม่หลังจากเสร็จสิ้นการสังหารผู้ดูแลหอคอยชั้นที่ 75 แม่ทัพเหนือได้เดินเข้ามา
“ท่านจอมมารให้มาแจ้งคุณชาย ท่านสามารถเดินไปรับอาวุธได้แล้วขอรับ”
“แล้วเขาล่ะ”
“เอ่อ...”
“เขากำลังหลบหน้าข้าใช่ไหม”
“ไม่ใช่ขอรับ ท่านจอมมารกำลังยุ่งอยู่กับหอคอยแดนใต้ขอรับ”จ้าวยูร์มองสีหน้าของแม่ทัพเหนือ เขาคงไม่อยากทำผิดคำสั่งของผู้เป็นายอย่างแน่นอน
“ข้าได้ยินมาว่าแม่ทัพใต้ที่หอคอยแห่งนั้นงดงามยิ่งนัก”แม่ทัพเหนือไม่ปฏิเสธ แม่ทัพใต้นั้นงดงาม แต่เป็ความงดงามที่ดาดเดื่อไร้เสน่ห์ในสายตาเขา
“ข้ายังได้ยินเื่ราวระหว่างท่านจอมมารของท่านกับนางด้วยเหมือนกัน”จ้าวยูร์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ท่านจอมมารไม่เคยคิดกับนางในแง่นั้นขอรับ” แม่ทัพเหนือรีบแก้ต่างให้เ้านายของตนและมันคือความจริงแม้ว่าแม่ทัพใต้ผู้นั้นไม่ได้คิดเช่นนั้นก็ตาม
“แต่มันเป็เื่จริงที่นางกับท่านจอมมารมีอะไรมากกว่าเ้านายกับลูกน้องใช่หรือไม่”จ้าวยูร์จ้องมองแม่ทัพเหนือ เขาได้แต่ร้องในใจ
...แย่แล้ว!
“ท่านจอมมารไม่เคยยุ่งกับนางอีกเลยั้แ่พบท่าน.....”
“ช่างเถอะ...เขาอยากทำอะไรมันไม่เกี่ยวกับข้าความ้าของเขาไม่ใช่ของข้า เขาอยากทำอะไรมันเป็สิทธิ์ของเขาอยู่แล้ว” จ้าวยูร์พูดตัดบทแม่ทัพเหนือทันทีเขาได้แต่กลืนน้ำลายฟังคำพูดของจ้าวยูร์
“....ฝากคำพูดของข้าไปบอกเขาได้หรือไม่...”
“ขอรับ”
“สิบวันหลังจากนี้คือวันประลองของพวกเราขอให้เขารักษาสัญญากับคำพูดของเขาด้วย”
“รับทราบขอรับ ข้าจะเรียนท่านจอมมารให้ทราบตามคำสั่งของท่านขอรับ”จ้าวยูร์เดินออกจากชั้นที่ 75
“คุณชายจ้าว ท่านจะไปไหนขอรับ!” แม่ทัพเหนือวิ่งตามหลังเมื่อเห็นว่าจ้าวยูร์กำลังเดินลงสู่ชั้นล่าง ไม่ได้มุ่งหน้าสู่ชั้นบนเหมือนเช่นเคย
“ในเมื่อเขาอยากให้ข้าออกจากที่นี้ไปโดยเร็วข้าจะทำตามที่เขา้า ข้าไม่อยากอยู่ในสถานที่ ๆ เ้าของไม่อยากต้อนรับเช่นกัน”
“..ไม่ใช่อย่างนั้นนะขอรับ ท่านจอมมารยุ่งอยู่จริงๆ” อันนี้แม่ทัพเหนือไม่ได้โกหก แต่เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าจอมมารนั้นอยู่ที่หอคอยแดนใต้
“รักษาตัวด้วย พวกเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว”
“.....แล้วข้าต้องทำยังไงละเนี่ย” แม่ทัพเหนือยกมือเกาหัวไร้สิ้นหนทางจะรั้งอีกฝ่ายเอาไว้
ทางด้านจอมมารได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา จ้าวยูร์ได้เดินทางออกจากหอคอยแดนเหนือในบ่ายวันเดียวกัน
“แม่ทัพใต้ อีกสิบวันเตรียมตัวทำการประลองที่หุบเขา”
“รับบัญชาท่านจอมมาร” อีกฝ่ายยิ้มกว้างเมื่อได้รับโอกาสนางอยากเห็นคนที่ท่านจอมมารให้ความสำคัญจนนางไม่มีโอกาสได้ปรนนิบัติ กระทั่งจอมมารกลับมายังหอคอยแดนใต้นี้นางยังไม่ถูกเรียกหาเหมือนเช่นเคยความอิจฉาฉายชัดในแววตาของนาง
สีหน้าแววตาของแม่ทัพใต้ไม่รอดพ้นสายตาของแม่ทัพเงาแม้เพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏกบนใบหน้าของแม่ทัพเงา
.....ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย