เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 หนานกง

            หนานกงอี้จือหัวเราะแห้งๆ ขยับเคลื่อนไปด้านข้างสองสามก้าว “ญาติผู้พี่ ญาติผู้น้องที่รักของท่านมาจากที่ที่ห่างไกล นี่เป็นเพราะห่วงใยท่าน ท่านจะไร้ความเมตตาเช่นนี้จริงๆ หรือ? ”

            ซั่งกวนเซ่าเฉินชำเลืองมองเขาหนึ่งที และเอ่ยอย่างราบเรียบ "ได้ยินมาว่าท่านป้าต้องการหาเรื่องหมั้นหมายให้กับเจ้า อีกฝ่ายเป็นหญิงสูงวัยที่แต่งออกไปไม่ได้ และมีรูปโฉมที่อัปลักษณ์อย่างถึงที่สุด เจ้าทำเช่นนี้เพราะต้องการที่จะหนีการแต่งงานมา ดังนั้นจึงใช้ข้าเป็นฉากบังหน้า ข้าไม่ได้กล่าวผิดไปใช่หรือไม่? ถ้าข้ามัดเจ้าไว้แล้วส่งกลับไป ท่านป้าคงจะอารมณ์ดีเป็นแน่ ไม่แน่ว่าอาจจะหายโกรธเคืองที่เมื่อปีนั้นข้าจากไปโดยไม่บอกลา มิใช่ว่าเจ้าเป็นห่วงข้าหรือ? เช่นนั้นหากข้าใช้เจ้าเป็นเครื่องบรรณาการชดเชยความผิดให้แก่ท่านป้า เจ้าคงไม่ถือสากระมัง”

            “ญาติผู้พี่โปรดระงับโทสะด้วย ญาติผู้พี่โปรดไว้ชีวิต ญาติผู้พี่โปรดให้อภัย” หนานกงอี้จือรีบร้อนขอความเมตตา “ท่านก็รู้ว่าหญิงผู้นั้นน่ากลัวเพียงใด ข้าจะไม่เล่าเรื่องราวสุดแสนเวทนาที่ประสบพบเจอของข้าให้ท่านฟังซ้ำแล้ว ท่านคงจินตนาการไม่ออกว่าข้าผ่านช่วงสองเดือนนี้มาได้อย่างไร ความอัปลักษณ์ของหญิงผู้นั้นช่างสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ผีสางและเทพเซียนต่างต้องร่ำไห้ ข้า… ยอมเป็นพระดีกว่า แต่ไม่ยอมแต่งกับหญิงผู้นั้นจริงๆ นะขอรับ ข้านึกไม่ออกเลยว่าท่านแม่ที่เฉลียวฉลาดกล้าหาญชาญชัยดั่งบุรุษถูกใจนางได้อย่างไร หรือว่าข้าแต่งกับหญิงแบบนี้เข้ามา นางไม่รู้สึกอับอายบ้างหรือไร? ”

            “พี่ใหญ่ ท่านยังไม่ได้ทานข้าวใช่หรือไม่เจ้าคะ? ที่เรือนท่านยังมีแป้งหมี่เหลืออยู่ ข้าจะทำบะหมี่ให้ท่านสักหน่อย” หลิงมู่เอ๋อร์รู้สึกว่าชายผู้นั้นเอะอะโวยวายเสียงดังยิ่งนัก จึงไม่อยากจะให้ความสนใจชายผู้นั้นอีก

            ดูเหมือนว่าลูกผู้พี่ลูกผู้น้องคู่นี้จะไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ดังนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาแลกเปลี่ยนความรู้สึกของตนเองไปเถิด! นางเป็นเพียงคนนอกก็แค่ทำในสิ่งที่สามารถทำได้ก็พอแล้ว

            “น้องสาว ข้าก็ยังไม่ได้ทาน อย่าลืมทำเพิ่มอีกสักหน่อย ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว”หนานกงอี้จือตะโกนไปที่ทิศทางของห้องครัว

            “ท่านชายคนโตของตระกูลหนานกงผู้สง่างามผ่าเผย นึกไม่ถึงว่าจะหนีมาสถานที่ที่ชนบทเช่นนี้เพื่อมาเกาะผู้อื่นกินดื่ม เจ้ามียางอายหรือไม่? ” ซั่งกวนเซ่าเฉินนำดาบล้ำค่าในมือวางลง แล้วเดินไปที่ห้องนอน

            ในช่วงระยะนี้เขาล้วนวิ่งเต้นอยู่ข้างนอก เสื้อผ้าบนร่างกายล้วนใส่มาแล้วหลายวันไม่ได้ผลัดเปลี่ยน เมื่อสักครู่น้องสาวยืนอยู่ข้างกายเขา นี่ก็ไม่ทราบว่านางจะได้กลิ่นเหม็นบนร่างกายของเขาหรือไม่

            หนานกงอี้จือเดินตามเขาไปที่ห้องนอน ซั่งกวนเซ่าเฉินกำลังถอดเสื้อผ้า ครั้นหนานกงอี้จือเห็นรอยแผลเป็นบนร่างกายของซั่งกวนเซ่าเฉินแล้ว รอยยิ้มทะเล้นบนใบหน้าของเขาพลันจางหายไป ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยแววของความเสียใจอย่างสุดซึ้ง “ญาติผู้พี่ ไอ้แก่นั่นนานวันยิ่งได้รับความไว้วางใจจากองค์ฮ่องเต้มากขึ้นเรื่อยๆ หากท่านต้องการแก้แค้น เกรงว่ามันจะไม่ง่ายเลย เมื่อตอนที่ข้ามา ไอ้แก่นั่นกำลังสืบหาร่องรอยของท่านอยู่ เกรงว่าเขาจะค้นพบตัวตนของท่านที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ถ้าหากเขาค้นพบตัวตนที่แท้จริงของท่าน เขาจะจัดการกับท่านอย่างแน่นอน ด้วยความสามารถของพวกเราในตอนนี้ ไม่มีทางที่จะสั่นคลอนเขาได้”

            “นั่นเป็นเหตุผลที่ท่านป้าให้เจ้าแต่งงาน ทั้งหมดนี้ล้วนทำเพราะข้า เจ้าควรจะเกลียดข้า” ซั่งกวนเซ่าเฉินหยุดการเคลื่อนไหวในมืออยู่ครู่หนึ่ง และกล่าวอย่างเศร้าสร้อยอยู่ในใจ

            “ระหว่างพวกเราพี่น้องกล่าวเรื่องเช่นนั้นไปเพื่ออันใด? อันที่จริงถึงแม้ว่าท่านแม่จะให้ข้าแต่ง ข้ายอมแต่งก็จบแล้ว คราวนี้ใช้ข้ออ้างเรื่องการหนีการแต่งงานมาหาท่านก็เพียงเท่านั้น ในมือของท่านแม่มีคนตั้งมากมายย่อมต้องมีสักคนที่จะสามารถตามข้ากลับไปได้ ดังนั้นการที่ข้าหนีนางมาหาท่านจนรอดปลอดภัยได้ถึงที่นี่ย่อมไม่มีทางเป็นเรื่องปกติ!  นางจงใจปล่อยให้ข้ามาหาท่านต่างหาก" หนานกงอี้จือหัวเราะอย่างเบิกบานใจ

            ซั่งกวนเซ่าเฉินเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขาตบไปที่ไหล่ของหนานกงอี้จือ "ขอบใจเจ้าแล้ว"

            “ญาติผู้พี่ แม่นางน้อยผู้นั้น ท่านล่อลวงมาจากที่ใด? ด้วยนิสัยของท่าน เป็นคนที่ไม่แม้แต่จะสนใจน้องสาวแท้ๆ ของตนเอง นึกไม่ถึงเลยว่าจะรับน้องสาวร่วมสาบานมาผู้หนึ่ง เรื่องนี้ต้องมีความเป็นมา! ” หนานกงอี้จือยิ้มอย่างชั่วร้ายพลางกล่าว “แม่นางน้อยรูปโฉมธรรมดา แต่ว่ามีนิสัยที่น่าสนใจยิ่ง เหมือนกับเปลวไฟดวงเล็กๆ ที่ทั้งสามารถให้ความอบอุ่นแก่ญาติพี่น้อง ทั้งสามารถเผาศัตรูได้ ช่างน่าสนใจจริงๆ”

            ซั่งกวนเซ่าเฉินใช้สายตาที่แปลกประหลาดมากมองไปที่หนานกงอี้จือ เขาจ้องมาที่ชายหนุ่มอยู่อย่างนั้น อีกทั้งยังไม่เอ่ยอันใดสักคำ เห็นแล้วในใจของหนานกงอี้จือก็ขนลุกชูชัน

            “ข้าไม่ได้หมายความถึงอย่างอื่น เพียงแค่รู้สึกว่าแม่นางน้อยน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านอย่าได้เข้าใจผิด ข้าไม่คิดจะแย่งคนกับท่าน” หนานกงอี้จือรับรู้ถึงกลิ่นอายอันตราย ก้าวถอยไปด้านหลังสองสามก้าว

            “พี่ใหญ่...” เสียงของหลิงมู่เอ๋อร์ดังออกมาจากในห้องครัว "เตรียมตัวทานข้าวได้แล้วเจ้าค่ะ"

            “ช่างมีความสุขเหลือเกิน” หนานกงอี้จือแสดงท่าทีอิจฉาออกมา “ไม่น่าแปลกใจที่คุณชายเช่นท่านจะอยู่ที่นี่และไม่ต้องการกลับไปที่เมืองหลวง ถ้าข้ามีบุปผารู้ภาษา [1] หนึ่งดอกเช่นนี้ ข้าก็ไม่อยากกลับไปเช่นกัน! ”

            “ถ้าเจ้ายังพูดจาไร้สาระอีกหนึ่งคำ…” คำพูดของซั่งกวนเซ่าเฉินยังเอ่ยไม่จบ หนานกงอี้จือก็ชิงพูดขึ้นก่อน

            "ท่านจะพาข้ากลับไปที่เมืองหลวง และให้ข้าแต่งงานกับคนอัปลักษณ์น่าเกลียดนั่น ข้ารู้ว่าท่านจะกล่าวเช่นนี้" หนานกงอี้จือร้องเสียงต่ำอย่างเย็นชาออกมาหนึ่งเสียง จากนั้นจึงหมุนกายเดินออกไปจากห้องนอน “ข้าไม่พูด ในใจของท่านเองก็ย่อมรู้ดีอยู่แล้วกระมัง! แต่ว่าขอเตือนท่านอีกสักประโยค จิตใจสาวงาม สุสานวีรบุรุษ [2] ท่านอย่าได้ลืมในสิ่งตนเองต้องกระทำ”

            ซั่งกวนเซ่าเฉินกำหมัดแน่น เขารู้ว่าตนเองกำลังทำสิ่งใดอยู่ และรู้ว่าเวลาใดที่สมควรจะกลับไป แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะกลับไป

            ก่อนเข้าสู่สมรภูมิอันมืดมนนั้นเขาแค่ต้องการสัมผัสถึงความอบอุ่นของครอบครัวธรรมดาๆ สักแห่ง นั่นพอจะเป็นไปได้หรือไม่?

            “น้องสาว บะหมี่ของข้าล่ะ? ” เสียงของหนานกงอี้จือดังแว่วเข้ามา

            “อยู่ในหม้อ เจ้าไปตักเอง” หลิงมู่เอ๋อร์เอ่ยนิ่งๆ “อีกประการหนึ่ง ข้ามีชื่อแซ่ เจ้าอย่าได้เรียกข้าว่าน้องสาว”

            “ประการแรก เจ้าไม่ได้บอกชื่อของเจ้ากับข้า ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าแม่นางน้อยผู้งดงามและน่ารักท่านนี้มีนามว่าอันใด ประการสอง เจ้าคือน้องสาวร่วมสาบานของญาติผู้พี่ข้า เช่นนั้นเจ้าก็คือน้องสาวของข้า ข้าเรียกเจ้าว่าน้องสาว ไม่มีอันใดที่ต้องตำหนิกัน เจ้าอย่าได้เย็นชาขนาดนี้เลยน่า! ท่านชายอย่างข้ารูปงามดั่งต้นไม้หยกเอนลู่ลม แข็งแกร่งกว่าพี่ชายร่วมสาบานที่มืดคล้ำของเจ้าผู้นั้นมาก”

            “ประการแรก พี่ใหญ่เป็นพี่ชายบุญธรรมของข้า แต่เจ้าไม่ใช่ อย่ารีบร้อนอ้างความสัมพันธ์เครือญาติ ประการที่สอง ใบหน้าของเจ้าเช่นนี้ถูกคนเรียกว่าหนุ่มหน้าขาว ผิวพรรณขาวเนียนสะอาด ราวกับดอกไม้ก็มิปาน ถ้าหากอายุน้อยกว่านี้ไม่กี่ปี ไม่แน่ว่าอาจจะมีบุรุษมาชมชอบเจ้า และรับเจ้าเป็นเด็กหนุ่มบำเรอกามก็ได้ พี่ใหญ่ของข้าสูงใหญ่และน่าเกรงขาม นั่นถึงจะทำให้สตรีรู้สึกปลอดภัย เมื่อสักครู่เจ้าเพิ่งจะบอกว่าคู่หมั้นหมายเป็นหญิงแก่ที่ไม่แต่งออกไปไม่ได้ และยังอัปลักษณ์เป็นที่สุด บุรุษที่วิจารณ์สตรีเช่นนี้ เพียงแค่นึกก็รู้แล้วว่ากิริยาท่าทางของบุรุษผู้นี้… แย่มาก! "

            "เฮ้ ญาติผู้พี่ข้าก็พูดแล้วเช่นกัน" หนานกงอี้จือถลึงตาจ้องไปที่หลิงมู่เอ๋อร์ “เจ้าช่างลำเอียงเกินไปแล้วกระมัง! ”

            “เจ้าจำเป็นต้องเป็นคนที่อยู่ในใจก่อน คนหนึ่งในใจเป็นคนสำคัญ อีกคนหนึ่งในใจไม่สำคัญ นั่นถึงเรียกว่าลำเอียง เจ้าไม่เกี่ยวอันใดกับข้า เจ้าไม่ได้อยู่แม้แต่ในใจของข้า ลำเอียงสองคำนี้ไม่สามารถใช้ได้อย่างแท้จริง อีกอย่าง นั่นคือว่าที่ภรรยาของเจ้า เจ้ายังไม่ใช่น้องชายร่วมสาบานของข้า เจ้ากล่าวเช่นนี้ เพียงแค่ใช้มุมมองของคนรอบข้างมาตัดสินเรื่องนี้ ดังนั้นจึงถูกต้องแล้ว” หลิงมู่เอ๋อร์กล่าวอย่างราบเรียบ

            ซั่งกวนเซ่าเฉินเดินเข้ามา แววตาเศร้าใจของหนานกงอี้จือส่องประกาย

            มุมปากของซั่งกวนเซ่าเฉินกระดกขึ้นเล็กน้อย เขาเอ่ยอย่างเย็นชา “ถ้าหากเจ้ายังยั่วยุนางอีก อย่าได้คิดจะกินบะหมี่ที่นางทำ ฝีมือการทำอาหารของมู่เอ๋อร์ล้วนเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งเมือง”

            หนานกงอี้จือลูบท้องของเขา ตัดสินใจไม่ต่อล้อต่อเถียงกับแม่นางน้อยเพียงหนึ่งเดียวในนั้นแล้ว ให้เขาตักเองก็ตักเอง เขาไม่ใช่นายน้อยที่ทำสิ่งใดด้วยตนเองไม่เป็น ตักอาหารเองย่อมทำได้

            ซั่งกวนเซ่าเฉินนั่งลงและกำลังเตรียมจะกินบะหมี่ ครั้นเห็นหลิงมู่เอ๋อร์นั่งอยู่ตรงข้าม และด้านหน้าของนางไม่มีสิ่งใดวางอยู่ก็เอ่ยถามขึ้น

            “เจ้าไม่อยากกิน? ” ซั่งกวนเซ่าเฉินกล่าว

            “ข้าทานมาแล้วถึงมาที่นี่เจ้าค่ะ” หลิงมู่เอ๋อร์ยิ้มเล็กน้อย “พี่ใหญ่ทานเถิด! ไม่ต้องห่วงข้า ข้าจะเอาเสื้อผ้าของท่านกลับไปซัก ซักสะอาดแล้วคอยส่งกลับมา”

            “เรื่องร้านค้าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว? ” ซั่งกวนเซ่าเฉินกินบะหมี่ไปพลางพูดไปพลาง

            “ซื้อมาครอบครองไว้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ข้าได้วาดภาพแบบ จากนั้นจะให้พี่ชายข้าไปทำการตกแต่งร้าน เรือนหลังนั้นเก่าเกินไป จำเป็นต้องปรับปรุงใหม่ทั้งหมดจากด้านในสู่ด้านนอก แต่ว่าเป็นเช่นนี้ก็ดีเจ้าค่ะ เดิมทีข้าไม่ค่อยพอใจกับข้าวของที่นี่ เป็นเช่นนี้ข้าต้องการจะปรับปรุงอาคารอย่างไรก็สามารถทำได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องถูกจำกัดรูปแบบของเรือน” หลิงมู่เอ๋อร์เอ่ย “ช่วงระยะนี้ยุ่งกับเรื่องของหน้าร้าน ครอบครัวข้าก็เลยไม่ได้ไปทำการค้าแล้ว เชื่อว่าความอยากอาหารของพวกลูกค้าเหล่านั้นคงจะถูกเติมอย่างเต็มที่แล้ว รอให้พวกเราเปิดกิจการ จะต้องขายดีเป็นแน่เจ้าค่ะ”

            หนานกงอี้จือนั่งอยู่ด้านข้างของพวกเขาสองคน เขามองด้านซ้ายและด้านขวาอยู่บ่อยครั้ง เขาพบว่าแม่นางน้อยผู้นั้นแตกต่างจากแม่นางน้อยทั่วไปจริงๆ ไม่เพียงแต่กล้าหาญ ทั้งยังพูดจาฉะฉานช่างเจรจา แต่ความคิดในหัวของนางและหญิงธรรมดาทั่วไปนั้นไม่เหมือนกัน ไม่แปลกใจเลยที่ญาติผู้พี่ปฏิบัติต่อนางแตกต่างไปจากผู้อื่น

            "แม่นางมู่เอ๋อร์ ขอบคุณเจ้าที่ดูแลญาติผู้พี่ของข้า ญาติผู้พี่ข้าถูกเจ้าเลี้ยงดูจนขาวๆ อ้วนๆ ถ้าหากท่านแม่ของข้าเห็นเข้า คงจะมีความสุขมากเป็นแน่" หนางกงอี้จือตบท้อง และเรอโดยไม่รักษาภาพลักษณ์แม้แต่น้อย ทว่าถึงแม้จะทำเรื่องหยาบคายเช่นนี้ ท่วงท่าของเขาก็ยังคงดูสง่างามมาก

            “ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า” หลิงมู่เอ๋อร์เหลือบมองที่หนางกงอี้จือหนึ่งที “เขาเป็นพี่ชายบุญธรรมของข้า ยังต้องให้เจ้าขอบคุณอีกหรือ? ”

            "นั่นก็ถูก" หนางกงอี้จือมีประสบการณ์มาจากฝีปากของนาง ไม่กล้าสัมผัสความโหดร้ายของนางอีก เขาหันกลับไปมองที่ซั่งกวนเซ่าเฉิน “ญาติผู้พี่ ระยะนี้ข้าจะพักอาศัยกับท่านที่นี่นะขอรับ”

            "ข้ากลับคิดจะไล่เจ้าออกไป แต่ว่าเห็นแก่หน้าของท่านป้า จะรับเจ้าไว้เพียงแค่สองสามวันเท่านั้น" ซั่งกวนเซ่าเฉินกล่าวอย่างเย็นชา "หลังจากผ่านไปแล้วสองสามวัน เจ้าจงกลับเมืองหลวงไปเสีย! "

            “ท่านกลับไปข้าก็จะกลับไป หากท่านไม่กลับไป ข้าก็จะไม่กลับไป” หนานกงอี้จือปฏิเสธ “อยากให้ข้ากลับไปเผชิญหน้ากับท่านแม่คนเดียว ข้าจะไม่ไป! ”

            “นั่นคือท่านแม่ของเจ้าและไม่ใช่ศัตรูของเจ้า จำเป็นจะต้องทำราวกับว่าเผชิญกับศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียว? ” ซั่งกวนเซ่าเฉินกล่าวอย่างเย็นชา

            “ถึงอย่างไรข้าก็ไม่กลับ” หนานกงอี้จือหาว “ข้าง่วงแล้ว ข้าต้องการพักผ่อน แต่ว่า ญาติผู้พี่ เรือนของท่านที่นี่สกปรก รกรุงรัง และทรุดโทรมเกินไปแล้วจริงๆ ถ้าหากไม่สร้างบ้านใหม่ ท่านยังจะหาภรรยาได้หรือ? ”

            “พี่ใหญ่ของข้าจะแต่งภรรยาได้หรือไม่ได้ เกี่ยวอันใดกับเจ้า? ” หลิงมู่เอ๋อร์โต้กลับเขาโดยสัญชาตญาณ

            หนานกงอี้จือเดาะลิ้น "เจ้าดุร้ายขนาดนี้ก็น่าจะแต่งออกไม่ได้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นพวกท่านก็จับคู่กันเองเสียเป็นอย่างไร? "

            ซั่งกวนเซ่าเฉินมองไปที่หนานกงอี้จือด้วยสายตาเฉียบคม

            หนานกงอี้จือกลัวลูกผู้พี่ที่เย็นชาท่านนี้มาตั้งแต่เยาว์วัย รีบร้อนขอให้ไว้ชีวิต "เป็นความผิดของข้า ข้าปากไม่ดี"

            หลิงมู่เอ๋อร์หยัดกายลุกขึ้น เอ่ยกับซั่งกวนเซ่าเฉินว่า "ข้าจะเอาเสื้อผ้าสกปรกของท่านไปด้วย ตอนเย็นจะมาทานข้าวด้วยนะเจ้าคะ"

            หนานกงอี้จือมองหลิงมู่เอ๋อร์หยิบเสื้อผ้าสกปรกของซั่งกวนเซ่าเฉินเดินออกไปจากห้องนอน จากนั้นเดินออกไปจากโถงโดยไม่หันกลับมามอง เขาสะกิดซั่งกวนเซ่าเฉินและกล่าวว่า “เด็กสาวคนนี้ช่างดีนัก! ทำอาหารได้อร่อย และมีน้ำใจต่อท่านมากขนาดนี้ หากท่านแต่งนางกลับไปได้ย่อมดียิ่ง ทว่าเหตุใดนางถึงไม่แยแสกับคำพูดของข้าเมื่อครู่เลย หรือว่าท่านยังไม่เริ่ม? ”

            “นางเห็นข้าเป็นพี่ชาย ไม่มีความคิดอื่นต่อข้า” ซั่งกวนเซ่าเฉินกล่าวอย่างเฉยชา

            “แล้วท่านล่ะ? ท่านสนใจนางหรือไม่? ทั้งไม่ใช่พี่น้องที่แท้จริง พี่น้องร่วมสาบานก็สามารถกลายเป็นพี่น้องที่รักกันได้! ” หนานกงอี้จือหัวเราะร่า

            “ตอนนี้ข้าไม่มีความคิดแบบนั้น” ซั่งกวนเซ่าเฉินตบไปที่ฝ่ามือของหนานกงอี้จือ “ต่อไปอย่าได้พูดจาไร้สาระไปเรื่อย มิฉะนั้นข้าจะดึงลิ้นของเจ้าออกมา”

            "นอกจากท่านจะข่มขู่ข้าแล้ว ยังทำสิ่งอื่นเป็นหรือไม่? " หนานกงอี้จือลูบจมูกของตนเอง

    เชิงอรรถ

    [1] บุปผารู้ภาษา (解语花) เป็นคำที่ฮ่องเต้ถังเสวียนจงตรัสชมหยางกุ้ยเฟย หมายถึงดอกไม้ที่เข้าใจภาษาที่คนพูด อุปมาถึงหญิงงามที่เฉลียวฉลาด รู้ใจคน

    [2] จิตใจสาวงาม สุสานวีรบุรุษ (美人心,英雄冢) อุปมาถึง หากลุ่มหลงในความงาม ไม่ว่าจะกล้าหาญแค่ไหน ก็จะถูกทำลายได้


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592