หลังจากพักผ่อนตลอดคืน มิลันดาตื่นเต็มตาเพื่อทำหน้าที่ดูแลมารดาแทนพ่อซึ่งเฝ้าแม่มาเมื่อคืนแล้วท่านเพิ่งกลับมาเมื่อเช้านี้เอง อีกสักพักต้องไปทำงานต่ออีกหล่อนสะพายกระเป๋าแล้วก้าวไปยังรถหลังจากแม่ป่วยหล่อนเลยตัดสินใจขับรถเองเพราะไม่อยากรบกวนคุณลุงคนขับให้ลำบากคนตัวเล็กก้าวมาหยุดยืนข้างประตูแล้วชะงักเมื่อโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเสียก่อนหล่อนล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายแล้วหยิบมันออกมากดรับสาย
“ว่าไงวัตร”หญิงสาวเอ่ยถามปลายสายน้ำเสียงเรียบ
“มิรีบมาโรงพยาบาลด่วนอาดาวเรืองอยู่ห้องไอซียู หมอใหญ่กำลังช่วยอย่างเต็มความสามารถ!” รมย์รวัตรบอกเสียงสั่น รู้ดีว่าเื่นี้เพื่อนจะต้องใจแทบแหลกสลาย
โทรศัพท์ในมือเ้าของร่วงหล่นลงพื้นกายสั่นเทาด้วยความกลัว แม่อาการทรุดลงได้อย่างไรในเมื่อก่อนหน้ายังดีๆ อยู่เลยทรุดกายลงกองกับพื้นใจเหมือนจะขาดเสียให้ได้หล่อนส่ายหน้าน้ำตานองรับไม่ได้หากแม่เป็อะไรไป
เสียงสะอื้นเรียกชัยเดชให้ออกมาเขาเห็นบุตรสาวร่ำไห้แทบขาดใจจึงรุดไปโอบกอด
“มิเป็อะไรไปลูก”เขาถามบุตรสาวเสียงสั่น รู้สึกสังหรณ์ใจ
“พ่อคะแม่แย่แล้ว แม่อาการทรุดลงค่ะพ่อ” มิลันดาหันมามองบิดา หล่อนจะทำอย่างไรดีร่างกายมันไม่มีเรี่ยวแรงอีกแล้ว
มือถือบุตรสาวถูกหยิบมาชัยเดชมองมันแล้วกดเบอร์ที่ติดต่อมาล่าสุด ปลายสายบอกเล่าเื่ราวให้ฟังเขาแทบอยากตีอกชกตัวเอง ร้องไห้เสียให้หนำใจกับความรู้สึกเ็ปรวดร้าวในตอนนี้แต่มันทำไม่ได้
“มิ...ไม่เป็ไรนะลูก แม่จะต้องไม่เป็ไร แม่เป็คนดี” ชัยเดชบอกบุตรสาวน้ำตารื้น เอาชีวิตเขาไปแทนได้ไหม
มิลันดาพยายามฝืนตัวเองให้ลุกขึ้นแต่ทว่าในหัวสมองกลับคิดถึงอาการของแม่ตลอดเวลาใจมันพาลเต้นระรัวภาพเบื้องหน้ากำลังมืดลง การรับรู้บางสิ่งซึ่งนำความเ็ปมาช่างรวดร้าวเสียเหลือเกิน สองขาอันสั่นเทาก้าวไปยังรถ จะขับได้อย่างไรในเมื่อหล่อนแทบยืนไม่ไหวกัดริมฝีปากให้เกิดความเจ็บ เพื่อลดทอนความหวาดหวั่นลง
เสียงประตูรั้วข้างบ้านเปิดออกคมฉณัฐเหลือบมองร่างบางยืนพิงรถตนเอง หล่อนกำลังร้องไห้โดยมีบิดาคอยปลอบไม่ห่างเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ตัดสินใจจอดรถแล้วลงมาเพื่อสอบถาม ต่อให้มิลันดาไม่ชอบหน้าเขาสักเท่าไหร่แต่อาดาวเรืองและอาชัยเดช เป็เพื่อนสนิทบิดาอีกทั้งยังให้ความสนิทสนมกับเขา
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”ชายหนุ่มถาม แล้วช้อนสายตามองคนตัวเล็ก
ชัยเดชจับท่อนแขนคนถามไว้แน่นน้ำตาเอ่อคลอ “คม ช่วยพาอากับมิไปโรงพยาบาลที เราคงขับรถไม่ไหวอาดาวเรืองอาการทรุดลง”
“ได้ครับๆ!” เขาตอบรับเสียงเครียด
ชัยเดชตรงไปยังรถแล้วเปิดประตูนั่งด้านหลังเขารอให้หญิงสาวก้าวมาแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายยังคงอยู่ในภวังค์ร่างสูงก้าวเข้าหาประคองหล่อนมา มิลันดามองสบตาแล้วเม้มริมฝีปาก
“ไปโรงพยาบาลกันเถอะครับพี่จะพาไปส่ง”
ร่างบางถูกพยุงมายังรถมิลันดามองเส้นทางน้ำตาเอ่อนองมือบางจับกันภาวนาตลอดให้แม่ปลอดภัยอย่าให้เกิดอะไรขึ้น รถชายหนุ่มจอดเทียบคนตัวเล็กรีบเปิดประตูวิ่งพรวดพราดเข้าด้านในอย่างไม่คิดชีวิตหล่อนหยุดยืนหน้าห้องไอซียู
ทั้งชัยเดชและลูกสาวเดินสวนกันเพื่อรอให้หมอออกมาจากห้องผ่าตัดคมฉณัฐยืนรอเป็เพื่อนมองสองพ่อลูกด้วยความเป็ห่วง เขากลัวน้องมิจะเป็ลมเสียก่อนสภาพก่อนหน้าหล่อนดูอิดโรย และเสียขวัญอย่างหนัก
เสียงประตูห้องไอซียูเปิดออกมิลันดาถลาเข้าหารมย์รวัตรมองเพื่อนสีหน้าเป็ห่วง พอเห็นน้ำตากำลังหยาดหยดยิ่งรู้สึกะเืใจเพื่อนกำลังเจอปัญหาหนัก รักแรกที่ว่าแย่ เื่แม่ยิ่งหนักกว่าพันเท่าทำไมต้องเกิดกับมิลันดา
“แม่ของมิเป็ไงบ้างคะหมอ”หล่อนถามเสียงสั่นเครือ น้ำตากำลังไหล
“ใจเย็นนะครับหมอมิแม่คุณหมอปลอดภัยแล้ว แต่หมอคงต้องรอดูอาการแทรกซ้อนก่อน ไม่ต้องห่วงนะครับหมอพยายามเต็มที่แน่นอน”
“ขอบคุณมากค่ะหมอใหญ่”มิลันดายกมือไหว้
หมอเ้าของไข้เดินเลี่ยงห่างออกไปมิลันดาเลยเหลือบมองเพื่อนชายซึ่งกำลังก้าวตาม สีหน้ารมย์รวัตรดูแปลกไปมันมีความเศร้าผสม
“ไอ้วัตรแกบอกฉันมา!”มือบางยกขึ้นกระชากคอเสื้อเพื่อน
รมย์รวัตรแทบตั้งตัวไม่ทันเมื่อเห็นเพื่อนทำเช่นนี้ชัยเดชรีบตรงไปห้ามบุตรสาวด้วยความตระหนกใ
“มิทำไมทำเพื่อนแบบนี้!”ชัยเดชดุบุตรสาว
“แกบอกฉันมาเลยนะไอ้วัตรแม่ฉันเป็อะไรแน่!” หญิงสาวสะอื้นออกมา
ชัยเดชและคมฉณัฐมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจในเมื่อหมอใหญ่เองบอกว่าดาวเรืองปลอดภัยดีแต่ทำไมมิลันดาถึงได้มีท่าทีแบบนี้
“มิฉันไม่รู้จะพูดยังไงแต่แม่เธอมีหัวใจที่อ่อนแอ... ท่านจะอยู่กับมิได้นานหรือไม่นั้นอยู่ที่กำลังใจแล้วเราเองก็พยายามกับหมอใหญ่เต็มที่แล้ว ตอนนี้เราคงต้องให้กำลังใจท่าน และดูแลเอาใจใส่แม่ให้มากนะมิ”รมย์รวัตรอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจ
มิลันดาพยักหน้าทั้งน้ำตาหล่อนจะต้องรักษาหัวใจแม่ไม่ให้กระทบกระเทือนกับเื่ใดๆ ทั้งสิ้นหล่อนไม่มีวันยอมให้แม่จากไปแบบนี้แน่นอนไม่ว่าแม่้าอะไรหากสิ่งไหนหล่อนทำได้ก็จะทำ