หนึ่งอาทิตย์หลังจากที่สัตว์ประหลาดบุกนิวยอร์กไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นอีก ทางประเทศสหรัฐจัดการเก็บกู้ซากสัตว์ประหลาดไปตรวจสอบอย่างละเอียดผลปรากฏว่าเซลล์ของเ้าสัตว์ประหลาดั์นั้นประกอบไปด้วยธาตุที่ไม่เคยพบบนโลกมนุษย์มาก่อนทำให้มีการสันนิษฐานไปต่าง ๆ นา ๆ บ้างก็ว่าเป็สิ่งมีชีวิตจากต่างดาวบ้างก็ว่าเป็ก๊อตซิลล่า บ้างก็ว่าเป็การลงมือของประเทศั์ใหญ่แถบเอเซีย
หลายวันแล้วที่เบอร์นั้นไม่โทรมา ผมเองก็ไม่อยากโทรไปก่อน กลัวโดนให้ทำอะไรแปลก ๆอีก คราวที่แล้วผมรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงหมดเนื้อหมดตัวแบบที่ไม่เคยเป็ไอ้ผมเองมันเป็พวกใช้ชีวิตในโลกอินเตอร์เน็ตเป็ส่วนใหญ่เสียด้วยเลยไม่ค่อยออกกำลังกาย ไม่แข็งแรงเหมือนพวกนักกีฬา ยิ่งตอนนี้ติดเกม Rov งอมแงม เลยเหมือนเวลาแต่ละวันไม่พอด้วยซ้ำไม่ใช่ไม่พอเรียนนะครับ ไม่พอเล่นเกมนะ
นี่ถ้าไม่มีบัตรสีเทานั่นอยู่ในกระเป๋าตังผมยังอยากจะคิดว่าเื่นี้ไม่เกิดขึ้นจริง
มหาวิทยาลัยเปิดเรียนตามปกติได้สองสามวันแล้ว ถึงจะติดเล่นเกมแต่ผมเข้าเรียนทุกคาบนะครับไปเรียนสนุกจะตาย ไม่เชื่อลองไปดำนาดูจะรู้ว่าเหนื่อยกว่ามาก
“วันนี้มีอะไรกินครับแม่” ผมพยายามเอาใจคุณแม่ผู้น่ารักแต่เช้า
“โครงไก่สับนะลูก”
“นั่นมันของไอ้จ้อนนะครับแม่”แหมเห็นเราเป็พวกเดียวกับหมาไปแล้ว
พ่อผมอ่านหนังสือพิมพ์เงียบๆ เมื่อเห็นชะตากรรมของผม
ต้มจืดกับไข่เจียววันนี้อร่อยมาก แม่ผมมีความสามารถในการทำของไม่แพงให้อร่อยได้อย่างไม่นาเชื่อถึงครอบครัวเราจะไม่ร่ำรวย แต่กับข้าวฝีมือแม่อร่อยทุกมื้อทำให้รู้สึกว่าไอ้จ้อนมันอ้วนขึ้น
เ้าตัวดีเขมือบโครงไก่สับทอดกรอบคลุกข้าวอยู่นอกบ้าน
สักพักก็มีเสียงขู่ดังมา
แฮ่.....
มันขู่ไม่ยอมหยุด
“ออกไปดูจ้อนทีสิวิน”
“ครับแม่”
ผมเดินไปดูพี่จ้อนตัวโปรดของบ้านเรา ก็เห็นแมวตัวโตตัวเดิมนั่งอยู่ที่รั้วมันไม่สวมปลอกคอ น่าจะชื่อ จอห์น ชื่อจริง จรจัด
เ้าจ้อนมองแมวตาเขม็งส่งเสียงขู่ไม่หยุด สงสัยกลัวจะถูกแย่งกินโครงไก่หอม ๆ
“ชิ้ว ชิ้ว”ผมพยายามโบกมือไล่ แต่ไม่กล้าเข้าไปไกล้แมวตัวเท่าลูกหมานั่น หน้าตามันเอาเื่ชอบกล
มันมองผมครู่หนึ่งก็ะโลงไปจากรั้ว พี่จ้อนของเราเลยกินข้าวต่อไม่ขอบอกขอบใจกันสักคำ
วันนี้ผมขึ้นรถเมล์ไปเรียนโชคดีมี่ที่นั่งว่าง เลยชมนกชมไม้ไปเรื่อย ถ้ามีเด็กสตรีมีครรภ์หรือคนแก่ขึ้นมาผมก็จะแกล้งหลับ เอ้ย จะลุกให้นั่งครับแหมสุภาพบุรุษออกอย่างนี้ไม่ให้เสียชื่อหรอกครับ
รถวิ่งไปตามถนนรอบคูเมืองเอื่อย ๆ ต๊ะต่อนยอนช้าๆ วันนี้คนขับไม่รีบแฮะ
ผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้าผมซุบซิบกันแบบดังๆ
“เกิดอะหยังที่ญี่ปุ่น”(เกิดอะไรที่ญี่ปุ่น)
“เปิ้นว่ามีโรคระบาด” (เขาว่ามีโรคระบาด)
“ญาติตั๋วเก่าอยู่ที่นั่นนี่” (ญาติเธออยู่ที่นั่นนี่)
“แม่นละบ่อฮู้เป็จะใด” (ใช่แล้วไม่รู้เป็อย่างไรบ้าง”
เทวินผู้บรรยายซับไตเติล
พักนี้รู้สึกว่าโลกเรามีภัยพิบัติมากขึ้นเยอะไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่าอ่านข่าวในเน็ตเขาว่าอีกไม่กี่ร้อยปีโลกจะมีบรรยากาศไม่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตถ้าเป็จริงมนุษย์ตอนนั้นจะทำยังไงนะ
เมื่อไปถึงมหาวิทยาลัย ผมก็เดินสะพายเป้มองสาว ๆ ไปพลาง เข้าห้องเรียนทันเวลาสบายๆ
“เฮ้ยวินนางเอกขวัญใจมรึงที่ญี่ปุ่นเป็ไงบ้าง”
มาอีกละไอ้โต้งเพื่อนผมถามเสียงดังจนสาวข้าง ๆ หันมามอง ไอ้นี่ชอบตัดขากันเสียจริง
“นางเอกที่ไหน”
“ก็ที่นายชอบดูบ่อยๆ”
“กรูดูแต่สารคดีแรคคูนโว้ย”
ว่าแต่เกิดอะไรที่ญี่ปุ่นกันแน่คนบนรถพูดเหมือนมีโรคระบาดอะไรสักอย่าง
ผมลองถามท่านอาจารย์ดีกว่า ไม่ว่าจะเื่ไหนท่านอาจารย์ตอบได้หมดผิดถูกค่อยว่ากันอีกที
ท่านอาจารย์ google ครับ ที่ญี่ปุ่นเกิดอะไรขึ้นครับ
ข่าวชาวญี่ปุ่นพากันป่วยด้วยโรคระบาดลึกลับหลายหมื่นคนต้องเข้าโรงพยาบาลจนหมอรักษาไม่ทันขึ้นมาเต็มเน็ตไปหมด
แต่คราวนี้รู้สึกว่าผู้คนในบ้านเราไม่ค่อยใอาจมีพูดถึงอย่างเป็ห่วงอยู่บ้างแต่ไม่ฮือฮาเหมือนตอนนิวยอร์กถูกบุกเมื่ออาทิตย์ก่อน สงสัยโรคระบาดไม่น่ากลัวเท่าปีศาจั์
“เสิรช์ (search) หาข่าวนางเอกอยู่หรา”
เสียงไอ้โต้งแว่วมา
ถ้าประทับทรงได้จริงคราวหน้าผมว่าจะต้องเล่นงานหมอนี่ก่อนปีศาจ
กำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้นทั้งที่ปิดเครื่องก่อนเข้าห้องเรียนแล้ว
อาจารย์หันหลังกลับจากกระดานไวท์บอร์ดมามองลอดแว่นทันที
“ฉันเคยเตือนพวกเธอแล้วใช้ไหมว่าให้ปิดมือถือในห้องเรียน พวกเธอทำผิดกฎอย่างชัดเจน หักคะแนนกริฟฟินดอร์สิบคะแนน”
นั่นแหละครับอาจารย์ของพวกผม
“ขออนุญาตครับอาจารย์”
“จะไปไหนนายเท”
เทวินครับผมคิดในใจ
“ไปห้องน้ำครับ”
“อย่าโทรนานละ”
แหม
ผมรีบออกมาจากคลาสตั้งใจจะปิดโทรศัพท์ แต่เบอร์ที่โทรมากลับเป็เบอร์องค์การแปลก ๆ นั่น คิดอยู่ครู่หนึ่งผมก็กดรับสาย
“สวัสดีค่ะคุณเทวินหวังว่าคงสบายดีนะคะ วันนี้ทาง อูโปะ เรามีสิ่งดีดีมานำเสนอคุณเทวินมีเวลาให้สักสองสามนาทีไหมคะ”
คราวนี้มาแนวโฮมชอบปิ้งแฮะ
“พอได้ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตโอนสายให้พ่อปู่เลยนะคะ”
พ่อปู่ที่ว่ามาในชุดสูทสีเทาเข้มกับเน็กไทสีเทาอ่อนเหมือนเดิม
หรือพ่อปูมีสูทชุดเดียว
“หลายชุดขอรับ”
ผมสะดุ้งเลยคนพวกนี้อ่านใจได้จริง ๆ อันตรายมาก
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับจริง ๆ แล้วใจมนุษย์นี่อ่านยากมากที่สุด ขนาดสุนทรภู่ยังสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลดก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน”
มาเป็กลอนเลยนะ
“ขอรับไม่ทราบพักนี้คุณเทวินยังมีอาการข้างเคียงจากการประทับทรงไหมครับ”
“ไม่มีแล้วครับ”
“ดีมากวันนี้กระผมจะขออนุญาตอธิบายความเป็มาขององค์การ UPO.ของเราสักเล็กน้อยนะครับ”
ผมเองก็ชักอยากรู้เหมือนกัน
“คุณเทวินคงพอทราบเื่ที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าจักรวาลเกิดจากBig bang”
พ่อปู่มาสายวิทย์ซะด้วย
“ขอรับมนุษย์อาจเรียกความรู้พวกนี้ว่าเป็วิทยาศาสตร์หรือจักรวาลวิทยาแต่แท้จริงแล้วอยู่ที่ความเข้าใจ หากเข้าใจเสียแล้ว จะเรียกว่าอะไรก็ได้และจะไม่มีอะไรที่ทำให้ประหลาดใจอีกต่อไปบางครั้งสิ่งเดียวกันอาจถูกศึกษาได้จากหลายแนวทาง แต่ละแนวทางก็ตีความสิ่งนั้นแตกต่างกันออกไปแล้วแต่จุดมุ่งหมายและวิธีของการศึกษา ความรู้ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ เรียนเป็ล้านปีก็ไม่หมดนี่ยังไม่นับความรู้ที่อยู่นอกจากนั้นอีก”
แค่ฟังยังเหนื่อย
“ถ้าจักรวาลอายุหมื่นล้านกว่าปีมนุษย์ที่เรารู้จักเพิ่งเกิดมาสองแสนกว่าปีและเริ่มรู้เื่รู้ราวเมื่อประมาณห้าหมื่นปีที่ผ่านมา ส่วนความรู้ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันเพิ่งกระจายไปทั่วโลกจากอินเตอร์เน็ตก็ประมาณห้าสิบปีนี้เองดังนั้นถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ มนุษย์เป็เพียงกระพริบตาแห่งจักรวาลเท่านั้น”
คุณผู้อ่านมีหมอนสักใบไหมครับ
“ก่อนมีมนุษย์ ความจริงแล้วมีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมายถ้าจะเอาคำนิยามของมนุษย์ไปตีความ อาจเรียกว่าสิ่งมีชีวิตไม่ได้แต่จะบอกว่าสิ่งเ่าั้ไม่มีอยู่ก็ไม่ได้คุณเทวินลองนึกภาพคนที่ทั้งชีวิตไม่เคยเห็นทะเล เขาก็อาจคิดว่าทะเลไม่มีอยู่แต่ความจริงทะเลนั้นมีอยู่และส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ตลอดเวลา”
ชักจะรับไม่ไหวแล้วครับพ่อปู่
“อีกนิดเดียวขอรับทีนี้วันดีคืนดี สิ่งที่มนุษย์ไม่รู้จักเกิดมาจะเอ๋กับมนุษย์เข้า ส่วนใหญ่ก็ต้องต่อสู้กันแหละครับUniverse PreventOrganization หรือ อูโปะของเราจึงตั้งขึ้นมาเพื่อคอยตรวจจับและป้องกันสิ่งที่จะมาทำอันตรายตุ่์”
“พวกเราก็เหมือนDoctor Strange สิครับ”
“หนังเื่นี้พ่อปู่ก็ชอบเหมือนกันนี่พ่อปู่เพิ่งสมัครสมาชิกดิสนี่ย์พลัสรายปีไว้”
ไม่ธรรมดาเลยครับพ่อปู่
“อันที่จริงมีหลายหน่วยงานที่คอยป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ในหลายประเทศขอรับ แต่ภัยบางอย่างเทคโนโลยีและกำลังของมนุษย์ในปัจจุบันต้านทานไม่ไหวทาง สหประชาชาติ หรือ UN จึงเรียกประชุมประเทศสมาชิกทั่วโลกประเทศมหาอำนาจต่างหาวิธีป้องกันต่อสู้กับภัยร้ายแรงเหล่านี้ ส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยแหละครับส่วนประเทศไทยได้ขึ้นเป็ผู้นำทางด้านการยืมพลังงานเหนือธรรมชาติมาใช้เนื่องจากเป็สิ่งที่เราถนัดมานานนับร้อยปี”
“ยืมพลังเหนือธรรมชาติที่ว่าคือการเข้าทรงใช่ไหมครับ”
“ถูกต้องแล้วคร้าบ”
อธิบายยืดยาวสุดท้ายวกกลับมาเื่นี้
“ว่าแต่พ่อปู่ติดต่อผมทำไมครับไม่เห็นมีข่าวปีศาจออกมาอาละวาดเลย”
“อะแฮ่มความจริงคือมันกำลังอาละวาดอย่างหนักเลยครับ”
“หาที่ไหนครับ”
“ญี่ปุ่น”
“ญี่ปุ่นอย่าบอกว่าโรคระบาดนั่นเกิดจากปีศาจ”
“ขอรับแต่ไม่ได้เกิดจากปีศาจ โรคระบาดนั่นคือปีศาจเลยละครับมันเป็ปีศาจที่ตัวเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาของมนุษย์ความรู้ทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ปัจจุบันก็เอาไม่อยู่เพราะเ้าพวกนี้มันมีความคิดมีเป้าหมายและฉลาดพอที่จะต่อสู้หรือหลบเลี่ยงจากพวกเราได้ด้วย”
“นี่มันเหมือนเชื้อไวรัส”
“ใช่ขอรับจะเรียกมันว่าเชื้อโรคที่มีความคิดก็ได้ หากมันกระจายตัวไปทั่วโลก น่ากลัวจะอันตรายกว่าเ้าปีศาจั์ตัวก่อนอีกเพราะดาบของท่านมิคาเอลคงใช้กับมันไม่ได้นอกจากจะฟาดฟันมนุษย์ให้ตายไปพร้อมกับมัน”
“ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงดีละครับ”
“ผมชักเป็ห่วงนางเอกขวัญใจขึ้นมาเสียจริงๆ แล้ว”
“แหะแหะถ้าคุณเทวินแข็งแรงดีเรามาซ้อมประทับทรงไว้ก่อนดีไหมครับ เผื่อจำเป็”
ผมไม่เชื่อพ่อปู่เื่ซ้อมเท่าไหร่แต่ฟังดูเป็เื่ร้ายแรงจริง ๆ
“คุณเทวินพกบัตรสมาชิกของเรามาไหมครับ”
“เอามาครับ”
“งั้นหยิบออกมาเลยครับ”
“เอ่อผมว่าที่นี่ไม่สะดวกครับพ่อปู่ ผมอยู่ที่มหาวิทยาลัย คนเยอะมาก”
“คุณเทวินพอหาจุดที่ไม่มีใครเห็นได้ไหมครับ”
ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ถ้าเกิดเพื่อน ๆ เห็นว่าผมประทับทรงได้ไม่รู้ว่าจะคิดกันยังไง แต่ผมไม่อยากเป็คนแปลกของเพื่อนแน่ ๆ
ว่าแล้วผมก็เดินหาจนพบห้องเรียนที่ยังไม่มีการสอนเปิดประตูเข้าไปยืนหลบมุมแล้วหยิบบัตรสีเทาเข้มขึ้นมาจากกระเป๋า
“พ่อปู่ครับ”
“ขอรับ”
“บัตรนี้นอกจากสะสมแต้มแลกแก้วน้ำแล้วมีอะไรพิเศษไหมครับ”
“จริง ๆแก้วน้ำนี่ก็เื่สำคัญแล้วนะครับ แต่นอกจากนั้นก็สามารถใช้ยืนยันตัวตนได้ส่วนความพิเศษของบัตรสมาชิกระดับ platinum เอาไว้ผมจะให้โอเปอเรเตอร์อธิบายให้ทราบภายหลัง ตอนนี้รบกวนคุณเทวินถือบัตรขึ้นมาเลยครับ”
ผมถือบัตรขึ้นชูตรงหน้า
“คุณเทวินยืนยันชื่อนามสกุลด้วยครับ”
“ผมเทวิน อินทร์องค์จันทร์”
“ดีครับว่าตามผมนะขอรับ”
“ขออัญเชิญ”
“ขออัญเชิญ”
“อัครทูต์ราฟาเอล”
“อัครทูต์ราฟาเอล”
ร่างเรืองแสงร่างหนึ่งปรากฏลอยขึ้นตรงหน้าผมเป็เทวดาฝรั่งมีปีกหน้าตาหล่อน้อง ๆ ท่านมิคาเอล มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าอีกข้างหนึ่งหิ้วปลาตัวใหญ่
สงสัยท่านเพิ่งกลับจากตลาดผมแอบคิดขำ ๆ
เทวดาที่อยู่ตรงหน้ามีรอยยิ้มน้อยๆ
ผมฉุกใจคิดว่าคงถูกอ่านใจได้อีกแล้ว
“อย่ากังวลไปเลยเทวินท่านมิคาเอลชมเชยเ้าอย่างยิ่ง”
“ขอบคุณครับ”
ผมรู้สึกว่าเทวดาองค์นี้อบอุ่นและใจดีไม่เหมือนกับท่านมิคาเอลที่ห้าวหาญแข็งแกร่ง
ท่านราฟาเอลหลับตาลงเหมือนคิดอะไรครู่หนึ่งก็ลืมตามองผม
“สถานการณ์ที่นั่นเลวร้ายมากเวลาเหลือน้อยลงแล้ว เทวิน”
“ครับ”
“ข้าอนุญาตให้เ้าใช้พลังแห่งราฟาเอล”
ทันใดผมก็รู้สึกว่าตัวลอยอยู่บนฟ้ามองไปข้างล่างเห็นหอคอยสูงสีแดงสลับขาวเป็ชั้น ๆ บ้านเมืองสะอาดเป็ระเบียบเรียบร้อยตึกรามใหญ่โต แม้จะไม่เคยมา แต่ผมพอเดาได้ว่าเป็ที่ไหน
“หอคอยโตเกียวเราอยู่ที่ญี่ปุ่นใช่ไหมครับ”
“ใช่”
“แต่ทำไมผมรู้สึกว่าคนข้างล่างมองไม่เห็นเราละครับ”
ตอนที่ท่านมิคาเอลเปิดตัวเล่นงานปีศาจั์ที่นิวยอร์กอลังการงานสร้างมาก กล้องจับภาพถ่ายทอดไปทั่วโลกทีเดียว ผมยังอดคิดไม่ได้ว่าท่านชอบออกกล้องน่าดู
“นั่นเป็วิธีการและรูปแบบของมิคาเอลแต่ตอนนี้สถานการณ์แตกต่างกันไป”
“พวกเราหายตัวอยู่หรือครับ”
“ไม่พวกเราตัวเล็ก”
ตัวเล็กผมคิดในใจ ท่านเทวดาองค์นี้ไม่เหมือนท่านมิคาเอลจริงด้วย
“แล้วเราจะทำยังไงครับ”
“เราต้องหาต้นตอของปีศาจตนนี้ให้ได้”
“มันเหมือนเชื้อโรคเหรอครับ”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ปีศาจตนนี้ตัวเล็กมากกว่าเชื้อไว้รัสเสียอีก แถมมันยังแข็งแกร่งและมีความคิดยาและความรู้ทางการรักษาของมนุษย์ในตอนนี้ทำอะไรมันได้ยาก”
“มันมีชื่อไหมครับ”
ผมคิดไปถึงพวกตัวโกงในหนังที่มีชื่อที่ดูเลวร้ายหรือน่ากลัว
“ย่อมมีแต่ไม่มีภาษาใดของมนุษย์ที่เอ่ยนามนั้นได้ พวกเ้าเคยชินกับการเรียกชื่อเทพและปีศาจเ้าด้วยภาษาของตนมานานแต่ที่สำคัญกว่านั้นการเอ่ยชื่อปีศาจเป็เสมือนการเชิญชวนพวกมัน”
อูย ยินดีที่ไม่รู้จักกัน
“แล้วท่านจะทำยังไงครับใช้เวทย์มนต์เสกให้คนหายป่วยทีเดียวพร้อมกันได้ไหมครับ”
“เทวินเ้าเข้าใจว่าเวทย์มนต์คืออะไร”
ผมไม่เคยคิดถึงความหมายของเวทย์มนต์เลยโธ่ คนปกติที่ไหนจะมานั่งคิดว่าเวทย์มนต์คืออะไรกันละครับ แต่ถ้าจะอ้างอิงจากหนังเื่“หมอแปลก” แล้วละก็
“เวทย์มนต์น่าจะหมายถึงพลังงานศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่าครับ”
“เป็คำตอบที่ดีมากสิ่งที่พวกเ้าเรียกว่าเวทย์มนต์นั้นย่อมเป็การเรียกจากมุมมองของผู้ที่ยังไม่เข้าใจ ยกตัวอย่างเช่นพวกเ้าสามารถใช้พลังงานจากไฟฟ้าหรือสายลม เ้ามองเห็นไฟฟ้าหรือสายลมหรือไม่”
“เอ่อ ปกติไม่เห็นนะครับ”
“ถูกแล้วดวงตาและความรับรู้ของมนุษย์มีจำกัดแต่สิ่งที่มนุษย์ไม่รู้เห็นมิใช่ว่าสิ่งนั้นจะไม่มีอยู่จริงพวกเ้าแม้มองไม่เห็นสายลม ไฟฟ้า หรือแม้แต่ธาตุเช่นออกซิเจนแต่กลับสามารถหาวิธีใช้ประโยชน์จากมันได้แม้แต่พลังงานที่อันตรายอย่างกัมมันตภาพรังสี พวกเ้าก็ยังดิ้นรนเอามาใช้ดวงอาทิตย์อยู่ห่างออกไปมากมาย ก็ยังให้พลังงานกับพวกเ้า”
“ผมเริ่มเข้าใจแล้วเวทย์มนต์คล้ายกับพลังงานพวกนั้นใช่ไหมครับ”
“ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายก็ถือว่าใช่ เมื่อย้อนไปถึงสิ่งที่มนุษย์เรียกว่า Big bang หลังการะเิครั้งนั้นได้ก่อกำเนิดสิ่งสำคัญมากสี่ประการนั่นคือ
1.สถานที่ทำให้พวกเ้ามีที่อยู่และดำรงกายเนื้ออยู่ได้
2.เวลา ทำให้พวกเ้าพัฒนาและเปลี่ยนแปลง
3.กฎ ทำให้จักรวาลไม่วุ่นวายสับสนจนพังทลาย
4.พลังงาน ทำให้พวกเ้าและพวกอื่น ๆสามารถกระทำต่อสิ่งต่าง ๆ ได้”
ผมแอบกลัวตรงคำว่าพวกอื่น ๆ นี่แหละครับ
“พลังงานนี่แหละที่กระจายไปทั่วจักรวาลอยู่ในทุกอณูของสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะมองเห็นหรือมองไม่เห็นหากคนที่ไม่เข้าใจก็จะคิดว่าเป็สิ่งศักดิ์สิทธิ์ลี้ลับแต่สำหรับผู้ที่มองเห็นและเข้าใจ มันก็เป็เื่ธรรมดา เหมือนไฟฟ้าและกระแสลม”
นี่มันสุดยอดจริงๆ
“แล้วคนธรรมดาอย่างผมจะใช้เวทย์มนต์ได้ไหมครับ”
“คนธรรมดาไม่อาจมีบัตรสมาชิกplatinum อย่างเ้าหรอก”
เพิ่งรู้ว่าบัตรนี้ก็เจ๋งใช้ได้ตอนแรกนึกว่าเอาไว้สะสมแต้มแลกแก้วอย่างเดียว เดี๋ยวต้องถามโอเปอเรเตอร์ให้ดี
“เอาละตอนนี้เราต้องหาต้นตอของเ้าปีศาจนั่นก่อน รวบรวมสมาธิไว้”
พุทโธ พุทโธพุทโธ ผมเผลอท่องคำภาวนาของพุทธอีกแล้ว
“ไม่เป็ไรขอให้มีสมาธิก็พอ”
ผมพยายามตั้งใจไม่คิดถึงเื่อื่นครู่หนึ่งก็มองเห็นจุดแสงสีเขียวสว่างเต็มไปหมดทั้งเมืองแต่มีจุดแสงสีแดงแทรกอยู่บางส่วนเป็กลุ่ม ๆ
“แสงสีเขียวนั้นคืุ์เช่นเดียวกับเ้าส่วนสีแดงคือร่างมนุษย์ที่มีปีศาจนั่นสิงอยู่มันกัดกินชีวิตของเ้าของร่างไปเรื่อย ๆ และยังสามารถกระจายออกไปยังผู้ที่อยู่ใกล้ๆ ได้ หากยังกำราบมันไม่ได้ วันพรุ่งนี้อาจมีคนป่วยเป็หลักแสนและจะเพิ่มเป็ล้านคนภายในอาทิตย์หน้า”
“ถ้ารักษาไม่ได้ละครับ”
“พวกเขาจะพบจุดจบทั้งหมด”
ผมขนลุกขึ้นมาทันที
“ตกลงท่านใช้เอ่อ เวทย์มนต์เสกทำลายปีศาจนั่นทีเดียวไม่ได้หรือครับ”
“นั่นคงต้องใช้พลังในระดับพระบิดาหรือหากข้าฯ ฝืนทำอาจเป็การกระตุ้นให้ปีศาจออกมามากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลเราจะใช้วิธีที่เหมาะสมกับปัญหา ถึงอย่างไรเ้าปีศาจตัวนี้มันยังอยู่ในกฎเดียวกับเราขอเพียงหาต้นตอมันพบก็จัดการได้”
“ผมพยายามเพ่งมองไปยังพื้นโลกเบื้องล่างเห็นว่ามีแสงสีแดงหลายจุดที่สว่างกว่าจุดอื่น ๆ”
“ถ้าอย่างนั้นจุดที่สว่างกว่าพวกนั้นเป็จุดที่น่าสงสัยใช่ไหมครับ”
“ไม่นั่นเป็อุบายของมันเพื่อทำให้เราไขว้เขวเราจะหาจากจุดที่ไม่น่าสงสัยก่อน”
“ทำไมละครับ”
“แต่ไหนแต่ไรมามนุษย์เข้าใจว่าเผ่าพันธุ์ของตนนั้นฉลาดกว่าปีศาจ แท้จริงแล้วพวกปีศาจนั้นมีความฉลาดและเ้าเล่ห์กว่ามาก ที่เราเห็นพวกมันใช้กำลังอาละวาดอย่างไร้เหตุผลแท้จริงอาจเป็เพียงเครื่องมือหรือวิธีการเพื่อเป้าหมายอื่น อย่างเ้าปีศาจตนนี้มันไม่ได้จู่โจมมนุษย์ด้วยพลังทำลายล้างแบบตัวก่อน แต่เลือกที่จะทำลายชีวิตของมนุษย์โดยตรงโดยไม่เสียแรงไปกับการทำสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องเลย”
ผมเริ่มรู้สึกว่าปีศาจตัวนี้ไม่ธรรมดาไม่แน่ถ้ามันมาเรียนกฎหมายอาจจบเนติ์ก่อนผมได้
แต่เราจะเริ่มยังไงดี
“การกระจายตัวของปีศาจตนนี้นอกจากเพื่อทำร้ายคนอื่นไปเรื่อย ๆ แล้ว ยังเป็การพรางตัวแบบหนึ่ง ถึงเรากำจัดตัวอื่นได้แต่ถ้าไม่กำจัดต้นตอมันจะยังขยายตัวแพร่ระบาดออกไปเรื่อย ๆ”
“เราลองไปหาคนป่วยคนแรกไหมครับ”
“ดีเราลองไปกัน”
ผมรู้สึกวูบไปเล็กน้อยก่อนลอยตัวอยู่บนโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ข้างในมีจุดแสงสีแดงอยู่เต็มไปหมด
“มันอยู่ที่นี่ไหมครับ”
“ไม่มันทิ้งร่างแยกไว้หลอกเรา”
“ท่านทราบได้ทันทีเลยเหรอครับ”
“ถ้ามาอยู่ใกล้พอเราสามารถรับรู้ถึงดวงจิตของร่างต้นมันได้ แต่ตอนนี้หลายคนกำลังป่วยหนัก แถมมันยังกระจายตัวออกไปตลอดเวลา”
“แล้วมันอยู่ที่ไหนกัน”
“เราอาจต้องขอความช่วยเหลือ”
“จากใครครับ”
“อินุกามิอยู่แถวนี้ไหม”
ครู่หนึ่งผมเห็นปีศาจหรือเทพก็ไม่รู้หัวเป็สุนัขแต่ลำตัวคลุมผ้าสีดำ โผล่ขึ้นมากลางอากาศ มันแยกเขี้ยวยิงฟันท่าทางดุเอาเื่
“เ้าเรียกข้ารึเทพต่างถิ่น”
“ใช่แล้วตอนนี้พื้นที่ของเ้ามีภัย ข้าฯ อยากให้ช่วยหาต้นตอของปีศาจที่โจมตีเมืองนี้”
“คนพวกนี้มิใช่องเมียวจิผู้เป็เ้าหายแห่งข้าฯบัดนี้ข้าฯไม่มีเ้านาย ไม่ต้องรับใช้ผู้ใด”
แรงปีศาจสุนัขนี่จะช่วยเราได้จริง ๆ หรือ ท่าทางดุกว่าไอ้จ้อนของผมเยอะ
“ข้าฯได้กลิ่นผู้ใดมากับเ้า”
“เ้าของร่างนี้ให้ข้าฯได้ยืมใช้ร่างเพื่อเชื่อมโยงกับโลกมนุษย์ หากเ้าไม่ยอมช่วยผู้ค้นอาจต้องตายไปเป็ล้านชีวิต”
ผมเห็นอุนิกามิทำจมูกฟุดฟิดดูไปคล้ายหมาป่าตัวหนึ่ง
“เ้ามีกลิ่นพวกเดียวกับข้าฯติดกาย เ้าเป็เ้าของสุนัขงั้นรึ”
ผมนึกถึงไอ้จ้อนขึ้นมาเวลาว่างผมชอบเตะไข่มันเล่นอยู่ แต่ถ้าเป็ตัวตรงหน้าคงไม่ไหวละครับ
อินุกามิทำจมูกฟุดฟิดอีก ดูยังไงก็หมาชัด ๆ
“ข้าฯ จะช่วยเ้าแต่มิใช้ในฐานะเ้านายแห่งข้าฯ ตามมา”
อินุกามิเหาะไปด้วยความรวดเร็วแล้วหยุดอยู่ที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งหนึ่งข้างในมีแสงสีแดงอยู่เป็พันจุดและจุดสีเขียวนับร้อยจุด
ส่วนผมเหมือนกับวาปมาได้ในทันที
“มันอยู่ที่นี่”อินุกามิยื่นจมูกยืนยัน
“ขอบคุณมาก”ราฟาเอลกล่าวเสียงนุ่มนวล
“ดูแลสุนัขของเ้าให้ดีเ้าหนุ่ม”
แล้วอินุกามิก็หายตัวไป
“เ้าปีศาจตัวต้นตออยู่ที่นี่แน่หรือครับ”
ผมมองไปยังจุดสีแดงที่มีอยู่เต็มไปหมดถ้าตามดูทีละจุดไม่รู้ใช้เวลาเท่าไหร่
“เราเข้ามาใกล้พอแล้วเ้าตั้งสมาธิให้ดี”
ผมพยายามเพ่งมองจุดสีแดงละลานตาพวกนั้นครู่หนึ่งก็เห็นอะไรแปลก ๆ ท่ามกลางสีเขียวและสีแดงที่อยู่ในโรงพยาบาลมีแสงสีน้ำตาลแดงจาง ๆ จุดหนึ่งปรากฏอยู่ ถ้าไม่ตั้งใจมองให้ดีก็แทบจะไม่เห็น
“ถูกแล้วเทวินนั่นคือที่เราจะไปดู”