The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 32 ความเชื่อมั่นที่เริ่มก่อตัว

    บืนๆๆๆๆๆรถบัสคันใหญ่กำลังแล่นผ่านท้องถนนที่เต็มไปด้วยซอมบี้นับ 10 ด้วยขนาดที่ใหญ่ของรถซอมบี้เหล่านั้นจึงไม่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคแต่อย่างใด อีกทั้งเขาที่ยืนคุ้มเชิงบนหลังคารถมักจะตัดระยะเข้าไปจัดการซอมบี้ที่เดินเผ่นผ่านหรือขวางทางบ้างเป็นครั้งคราว โดยส่วนใหญ่จะเน้นพวกที่ขวางทางรถเป็นหลัก
    เวลา 18.00 น สภาพอากาศเริ่มเย็นตัวลง อีกทั้งดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป ตั้งแต่การเดินทางออกจากคฤหาสน์จนถึงปัจจุบันกินเวลาไป 15 นาที ขณะนี้อีกเพียง 5 นาทีความสามารถของเขาที่ถูกยกระดับจะคืนค่ากลับเป็นดั่งเดิม
    ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของเขาและทุกๆคน พวกเขาจำต้องหาที่พักที่ปลอดภัยให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นซอมบี้กลายพันธุ์ในสภาวะคลั่งอาจจะเป็นปัญหาและคุกคามชีวิตของพวกเขาทุกคนก็ได้ แถมเขายังอดหวั่นๆไม่ได้เช่นกันกับมนุษย์กลายพันธุ์ขั้น 2 ว่าเวลากลางคืนพวกมันจะเข้าโหมดคลั่งเหมือนกันหรือเปล่า
    เมื่อคำนวณความปลอดภัยและอันตรายที่อาจจะพบเจอหากยังดันทุลังเดินทางยามค่ำคืนได้แล้ว เขาจึงตัดสินใจหาที่พักก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเอาเข้าจริงๆเขาก็ไม่มั่นใจว่าจะสู้มนุษย์กลายพันธุ์ขั้น 2 ในสภาวะที่ไม่ใช้ความสามารถยกระดับได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากเป็นกลางคืนเกิดพวกมันเข้าโหมดคลั่งได้จริงๆ ตัวเขายอมรับเลยว่าคงต้องทิ้งชีวิตไว้อย่างแน่นอน
    ฟุบ
    "รีบหาที่พักก่อนพลบค่ำเร็วเข้า""กลางคืนอันตรายมากสำหรับมนุษย์""เอ่ะ!!"ทุกๆคนที่ได้ยินสิ่งที่เขาบอกต่างเกิดความสงสัย เพราะแต่ละคนที่รอดมา เอาเข้าจริงๆพวกเขาไม่เคยออกมาเพ่นพ่านยามกลางคืนเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดเช่นนี้ขึ้นมา
    ด้วยเหตุนี้ความไม่เข้าใจและความสงสัยจึงเกิดขึ้นเมื่อทุกๆคนต่างได้ยินว่าเวลากลางคืนมันอันตรายกว่าตอนกลางวัน ซึ่งคำพูดนั้นมันดันออกมาจากปากของเขา ย่อมส่งผลต่อความรู้สึกของทุกๆคนอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพราะว่า
    ผู้ชายคนนี้คือใคร?เขาแข็งแกร่งถึงขนาดฆ่าซอมบี้แปลกประหลาดตัวนั้นได้เพียงการโจมตีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น!!แล้วเขาจะต้องกลัวอะไรกลางคืนหรือหรือมันจะมีสิ่งที่น่ากลัวกว่าซอมบี้ตัวนั้นเสียอีก?
    ทุกๆคนต่างเก็บความสงสัยและขบคิดถึงความจริงที่เขาแสดงออกว่าเวลากลางคืนนั้นน่ากลัว ยิ่งไปกว่านั้นตัวของชายหนุ่มเองยังแสดงท่าทีหวั่นวิตก ซึ่งมันผิดวิสัยของเขาที่ก่อนหน้านั้นแสดงความเก่งกาจไม่ต่างจากเทพสงคราม
    หากชายคนนั้นยังหวั่นวิตก เกรงว่ามันจะจริงดังว่าที่เวลากลางคืนนั้นน่ากลัวและอันตรายเป็นอย่างมาก ซึ่งจุดนี้เองทำให้ทุกๆคนต่างสนใจว่าจริงๆแล้วมันจะน่ากลัวสักแค่ไหนกันเชียว
    ทว่าแม้จะสนใจใคร่รู้แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะลองสักคน เพราะหากพวกเขาลองกันจริงๆสุดท้ายคงจะตายอย่างแน่นอนไม่ต้องสืบ
    "ได้ค่ะ"เมื่อไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับความคิดของเขา เกรทจึงบอกให้ลุงสมหมายขับรถไปหาที่ปลอดภัยชั่วคราวก่อน ซึ่งเป้าหมายของเธอก็คงหนีไม่พ้น โรงแรมตามเคย
    โรมแรมแกรนย่อนพาร์คเป็นโรงแรมชื่อดังในย่านการค้าและการศึกษาแห่งนี้ ตัวโรมแรมมีความสูงร่วม 15 ชั้น แต่ละห้องกว้างขวางและน่าอาศัยเป็นอย่างมาก แถมการบริการของพนักงานและอาหารล้วนดีเลิศถูกปากถูกใจเหล่าลูกค้า โดยเฉพาะแขก VIP ต่างเลือกสรรเข้าพักโรงแรมแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย
    เวลานี้พวกเขาขับรถมาถึงหน้าโรมแรมแกรนย่อนพาร์คแล้ว ทว่าเบื้องหน้ากลับพบซอมบี้มากมายหลาย 10 ตัวกำลังเดินไปเดินมา บ้างขาขาด ข้างแขนขาด หรือกระทั้งตัวขาดก็ไม่เว้น สภาพของพวกมันดูน่ากลัวและอดที่จะรู้สึกหวาดเสียวไม่ได้
    20 นาทีของการยกระดับหมดลงแล้ว ตัวเขาที่กลับมาสภาพเดิมแม้ทีแรกจะรู้สึกอีดโรยอยู่บ้าง ทว่าเพียงไม่กี่นาทีร่างกายของเขาก็ถูกฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงได้ดังเดิม
    18.45 น. พวกเขาจอดรถด้านหน้าทางเข้าของโรมแรมแกรนย่อนพาร์ค ส่วนเขาเมื่อรถบัสขับมาถึงทีแรกก็ได้ตัดระยะเข้าไปจัดการซอมบี้ที่เดินเพ่นพ่านแถวนั้นไปจนหมดสิ้นแล้ว ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ปลอดภัยต่อคนอื่นๆ
    หลังจากทุกๆคนลงจากรถ เกรทก็ได้ล็อครถด้วยระบบการสแกนนิ้วมือที่ติดมากับตัวรถไว้ตามเดิม เขาที่เห็นว่าทุกๆคนพร้อมแล้วก็เดินนำเข้าไปยังโรงแรมทันที
    ส่วนพ่อของเกรท หลินและลุงสมหมาย คนทั้ง 3 นี้ต่างถือปืนและเดินระวังให้กับทุกๆคน ด้วยมีเขาเป็นคนนำและหลินคุมซ้าย ลุงสมหมายคุมขวา ส่วนพ่อของเกรทเดินคุมเชิงอยู่ด้านหลัง เพื่อให้คนอื่นๆที่อยู่ตรงกลางรู้สึกปลอดภัย
    ฟุบฉัวะๆฟุบๆๆๆฉัวะๆๆๆเขาที่เดินนำอยู่ เมื่อเปิดใช้ทักษะสัมผัสรับรู้ก็สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตในระยะได้ และทันทีที่เขาเจอเป้าหมายก็มักจะตัดระยะไปจัดการและตัดระยะกลับมาตำแหน่งเดิมเสมอ ซึ่งทุกๆคนตอนนี้ต่างเริ่มชินกับการผลุบๆโผล่ของเขาแล้ว
    แม้ทุกคนจะสงสัยถึงความสามารถที่เขามี ทว่าเขาก็ได้บอกไปแล้วว่ามื่อถึงที่พักจะบอกรายละเอียดของสิ่งที่เขารู้ให้ทุกๆคนทราบ เพราะว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่ใช่ความลับ และหากทุกๆคนรู้จนสามารถพัฒนาตนเองไปได้ย่อมเป็นผลดีต่อส่วนรวม
    กี้ๆๆเมื่อเดินขึ้นมายังชั้น 3 พวกเขาพลันได้ยินเสียงแปลกๆขึ้นมา ตัวเขาที่จับสัมผัสการเคลื่อนไหวได้นั้น อดที่จะแปลกใจไม่ได้เช่นกัน เพราะสิ่งมีชีวิตตัวนั้นมันเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วมาก จนกระทั่งมันเข้ามาในระยะ เขาจึงรู้ว่ามันคือ ซอมบี้เด็ก!!
    ใช่ ซอมบี้เด็กวัยไม่เกิน 8 ขวบ มีจำนวนมากถึง 8 ตัวกำลังวิ่งด้วย 2 แขน 2 ขาเสมือนสุนัขพุ่งเข้าหาพวกเขา ไม่เพียงแค่นั้นบางตัวยังวิ่งบนกำแพงได้อย่างหน้าตาเฉย ซึ่งผิดหลักกฏแรงโน้มถ่วงของโลกอย่างเห็นๆ ส่วนคนอื่นๆกลับเห็นได้เพียงการคเลื่อนไหวที่เรือนรางเท่านั้น
    "ถอยกลับไปชั้น 2 เร็ว" เขาตัดสินใจให้ทุกคนถอยกลับทันที ด้วยช่องทางที่คับแคบแถมอีกฝ่ายยังเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว แม้มันจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา ทว่ากลับคนอื่นๆนั้นไม่ใช่ ด้วยความเร็วและขนาดตัวที่เล็กแบบนี้ ทำให้การปกป้องของเขามีจำกัด ดังนั้นการให้ถอยไปจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
    มนุษย์กลายพันธุ์ครึ่งขั้นสู่ขั้น 2 วายร้ายกระหายเลือดความกดดันและสถานการณ์ที่บีบบังคับ ทำให้ผ้าสีขาวกลับกลายเป็นหมองมัว จิดใจผันแปร ร่างกายสั่นไหว เกิดการเปลี่ยนแปลงไปของจิตใจและร่างกาย เปลี่ยนเด็กน้อยวัยใสเป็นตัววายร้ายกระหายเลือดพละกำลัง 30 เท่าความเร็ว 75 เท่าความสามารถ- speed up ขั้น 3 (เพิ่มความเร็ว 1.5 เท่า)
    กี้ๆๆๆๆๆเสียงเหี้ยมาก
    speed upฟุบๆๆๆ
    ซอมบี้เด็ก 8 ตัวพลันเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้ง 8 ต่างแยกย้ายเคลื่อนไหวพุ่งมายังเขาด้วยความเร็วที่น่าตระหนก พวกมันพลันแบ่งกลุ่มเป็น 2 วิ่งลัดเลาะเข้ามาทั้งกำแพงซ้ายขวา บนล่าง ด้วยความเร็วที่เท่าเทียมกัน
    กี้ๆๆฟิ้วๆๆๆๆมีดสั้น 8 เล่มถูกปาออกไปอย่างทันทีเมื่อพวกมันมาถึงระยะที่กำหนด ความเร็วของมีดที่ถูกปาด้วยพละกำลังทางร่างกายมากถึง 100 เท่า ย่อมมีความเร็วที่มากเกินจินตนาการ
    ฟุบๆๆฉีึกๆๆๆทว่าด้วยปฏิกิริยาตอบสนองของซอมบี้เด็กที่รวดเร็วส่งผลให้พวกมันสามารถหลบคมมีดเหล่านั้นได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทว่าก็มี 3 ตัวที่ถูกคมมีดที่เขาปาไปปักเข้าที่ตัว ซึ่งบาดแผลที่เกิดขึ้นนั้นไม่อาจหยุดชะงักการเคลื่อนไหวของพวกมันได้ เพราะความเร็วที่มากขึ้นทำให้พวกมันแม้จะหลบไม่พ้นแต่ก็เบี่ยงจุดตายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
    3 ตัวที่ถูกโจมตีโดนต่างเสียหลักไปชั่วขณะ ทำให้มีเพียง 5 ตัวเท่านั้นที่กำลังพุ่งเข้ามา เขาที่ยืนนิ่งก่อนหน้าพลันตัดระยะพุ่งสวนเข้าใส่ ฟาดหอกออกอาวุธอย่างฉับไว สะบั้นใส่ศรีษะมัน 1 ตัว
    ฟ้าวๆๆฟุบฟุบทว่าความเร็วของพวกมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมันมากถึง 112.5 เท่า มากกว่าเขาถึง 12.5 นั้น ทำให้มันสามารถหลบคมหอกที่ฟาดเข้าใส่ได้อย่างทันท่วงที ทว่า

    หมับกร๊อบด้วยระยะห่างที่ไม่มากทำให้เขาคว้าหัวของมันตัวหนึ่งได้ พร้อมออกแรงบีบสมองของเด็กซอมบี้ตัวนั้นแหลกคามือ
    พละกำลังของเขาที่มากกว่ามันถึง 70 เท่า สิ่งที่เกิดขึ้นจึงง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียด้วยซ้ำ เมื่อเขาออกแรงบีบสมองของเด็กซอมบี้ตัวนั้นแทบไม่ต่างจากขนมกรุบกรอบที่แตะนิดหน่อยก็แหลกละเอียดคามือ
    กี้ๆๆๆๆๆฟุบๆพวกมันที่เหลือพลันทะยานอ้าปากน้ำลายยืดเข้าใส่เขารอบทิศทางกันอย่างพร้อมเพียง ส่วน 3 ตัวที่บาดเจ็บก็พุ่งตามเข้ามาทันที
    ฟ้าวๆๆๆๆเขาที่เห็นเช่นนั้น ไม่ได้สะทกสะท้านใดๆ แต่กลับเยือกเย็นเสียมากกว่า เมื่อพวกมันเข้ามาในระยะตัวเขาพลันร่ายรำหอกและฟาดฟันเข้าใส่อย่างรวดเร็วด้วยท่วงท่าที่งดงามและดุดัน
    ฉวัะปักฟุบฟ้าวปึกๆๆๆฟุบๆด้วยทักษะสัมผัสรับรู้ที่ตรวจสอบการเคลื่อนที่ในระยะ 300 เมตรรอบตัวทำให้เกิดภาพการเคลื่อนไหวคร่าวๆภายในสมองของเขา ความเร็วที่ว่าเร็วแล้ว เมื่อเข้ามาในระยะพลันเชื่องช้าและอืดอาด ในสมองของเขาปรากฏภาพการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตที่สัมผัสได้ ยิ่งสติปัญญาของเขาสูงมากเท่าไหร่ ความสามารถในการคิดและสั่งการย่อมเฉียบคมและรวดเร็วมากขึ้นเช่นนั้น
    ทำให้การร่ายรำและฟาดฟันหอกของเขาถูกเป้าหมายที่เข้ามาในระยะได้หมดทุกตัว แม้จะโจมตีโดนแต่พวกมันก็ยังสามารถเบี่ยงการโจมตีถึงตายได้หลายครั้งหลายครา
    แต่ว่า 3 ใน 7 ที่เข้ามาก่อนไม่อาจหลบพ้นการโจมตีของเขาไปได้ ทำให้หัวของมันขาดสะบั้นและล่วงหล่นลงพื้นทันที ส่วนที่เหลือ แม้จะหลบผลแต่พวกมันก็ไม่อาจรักษาอวัยวะได้ครบ 32 ตามเดิม เมื่อบางตัวแขนขาด บางตัวขาขาด หรือบางตัวกระทั่งตัวเกือบขาด พวกมันที่เหลือต่างมีสภาพน่าอดสู จนแทบไม่น่าให้เขาใส่ใจ
    การต่อสู้ที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ทว่าทุกๆสิ่งกลับตกอยู่ท่ามกลางความจริงที่น่าตื่นตะลึง
    เพียงการปะทะไม่กี่ครั้ง ผลสรุปที่ได้กลับเป็นเขาที่ชนะไปอย่างขาดลอย ไร้ลอยขีดข่วน สำหรับเขาแล้วพวกมนุษย์กลายพันธุ์ที่ต่ำกว่าขั้น 2 ย่อมไม่เป็นอุปสรรคใดๆ
    ฉึกๆๆฉัวะๆๆจากนั้นเขาจึงเดินไล่ตัดหัวพวกมันที่ละตัวจนหมด เมื่อเสร็จภารกิจแล้วเขาจึงเดินกลับลงไปตามทางเดิม เพื่อไปเรียกคนอื่นๆให้เดินตามขึ้นมา
    ตึกๆๆ

    คนที่เหลือแม้พวกเขาจะไม่เห็นภาพ แต่เสียงลมและการปะทะหรือกระทั่งเสียงอาวุธที่แหวกอากาศกลับทำให้พวกเขาจิตนาการกันไกลถึงการต่อสู้ที่ดุเดือดและอันตราย ต่างคนต่างคิดและจินตนาการนึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาได้แต่ภาวนาให้ชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นผู้นำนั้นกลับมาอย่างปลอดภัย
    แม้ทุกๆคนที่เห็นและตระหนักได้ถึงการเคลื่อนไหวของซอมบี้พวกนั้นว่ามันรวดเร็วมากมายเพียงใด เพราะกระทั่งสายตาพวกเขายังแทบมองไม่เห็นด้วยซ้ำ ทว่าลึกๆพวกเขากลับเชื่อมั่นว่าสุดท้ายแล้วเขาจัดการกับซอมบี้พวกนั้นและกลับมาได้อย่างปลอดภัยในที่สุด
    ตึกๆๆความเชื่อมันที่เกิดขึ้นไม่รู้ว่ามันเป็นเพียงสิ่งที่คิดกันเองหรือเกิดจากความรู้สึกจริงๆกันแน่ ทว่ายามที่ชายหนุ่มคนนั้นปรากฏขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางสายตาที่รอคอย มันกลับส่งผลให้พวกเขารู้สึกโล่งอกและยินดีอย่างอดไม่ได้

    "ไปหาห้องพักกัน"

    End