บทที่ 17 สระทิพย์ (100%)
เช้าวันรุ่งขึ้น ซู่มินไม่ได้ไปเที่ยวชมสำนักกับถานฟงเพราะโดนอาจารย์เรียกตัวเข้าพบ และใช้เวลาอยู่ในถ้ำผลึกนิลเกือบทั้งวัน เร่งเรียนรู้วิธีโคจรลมปราณคุ้มกาย การดึงปราณเพิ่มจิต และการควบคุมจิตเมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้า เด็กหญิงตัวเล็กกับชายชราเคราขาวก็จูงมือกันเดินออกมาจากถ้ำ เด็กหญิงยิ้มกว้างเมื่อเห็นศิษย์พี่ทั้งสองกับสาวใช้ส่วนตัวนั่งรออยู่หน้าถ้ำ“ศิษย์น้อย กลับไปพักผ่อนให้สบายเถอะ พรุ่งนี้เช้าอาจารย์จะพาเจ้าไปสระทิพย์”เหว่ยจงส่งมือซู่มินให้สาวใช้ แล้วพยักหน้าเรียกอี้หานกับถานฟงให้เดินตามเข้าไปในถ้ำ สองหนุ่มลูบหัวศิษย์น้องคนละทีแล้วเดินตามหลังอาจารย์ไปในถ้ำผลึกนิลเหว่ยจงนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นหินอยู่บนเก้าอี้ ไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใดเป็นเวลานาน อี้หานกับถานฟงก็ยืนรออย่างสงบ มิได้ส่งเสียงรบกวนแต่อย่างใด“ศิษย์น้องของพวกเจ้าฝึกโคจรลมปราณคุ้มกายและฝึกดึงปราณเพิ่มจิตได้สำเร็จภายในหนึ่งชั่วยาม ท่านเจ้าสำนักคงมองเห็นพรสวรรค์เหนือมนุษย์ของนาง ถึงได้ให้รางวัลเช่นนี้ แต่ข้ากังวลว่าการไปสระทิพย์ อาจจะมีคนดักรอทำร้ายนางอยู่”เหว่ยจงรู้สันดานเจ้าคิดเจ้าแค้นของศิษย์อาจารย์หอจิตเมฆาเป็นอย่างดี เรื่องการทดสอบศิษย์เอกทำให้พวกมันเสียทรัพย์และเสียหน้าเป็นอย่างมาก มันต้องวางแผนแก้แค้นเอาคืนอย่างแน่นอน“น้ำในสระทิพย์มีพลังปราณเข้มข้นสูง ถ้าศิษย์น้องเล็กเสียสมาธิตอนแช่ตัว อาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ แต่รอบสระก็มีศิษย์หออื่นนั่งฝึกตนอยู่ คนหอจิตเมฆาคงไม่กล้าลงมือทำร้ายคนอย่างโจ่งแจ้ง” อี้หานเอ่ยอย่างมั่นใจ“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านประเมินคนหอจิตเมฆาสูงไปหน่อยมั้ง ตั้งแต่เฟิ่งหรูเข้าร่วมเป็นศิษย์เอก ข้าเห็นพวกมันรังแกคนไปทั่ว ข้าคิดเหมือนอาจารย์ ว่าพวกมันต้องวางแผนทำร้ายศิษย์น้องเล็กในสระทิพย์แน่นอน” ถานฟงเอ่ยแย้งในขณะที่หนึ่งอาจารย์กับสองศิษย์หนุ่มกำลังช่วยกันคิดหาวิธีป้องกันศิษย์เอกคนใหม่อย่างเคร่งเครียด ในถ้ำของเด็กน้อยก็มีการวางแผนเช่นเดียวกัน“มินเอ๋อร์ พลังปราณในสระทิพย์คือสิ่งที่เราต้องการจากสำนักนภากาฬ เจ้าจงเข้าสมาธิฝึกจิตอยู่ในจุดเสินถิงตั้งแต่คืนนี้ ข้าจะเข้าครองร่างเนื้อจนครบกำหนดการแช่ตัว รุ่งเช้าพอเข้าเขตสระน้ำทิพย์ เจ้าก็เริ่มซับปราณเพิ่มจิตได้เลย ในระหว่างซับปราณจงตั้งจิตให้มั่น อย่าได้เสียสมาธิแม้แต่น้อย มิเช่นนั้นร่างจิตของเจ้าจะเป็นอันตราย”“ทราบแล้วเจ้าค่ะ” ซู่มินรับคำ แล้วหลับตาเข้าสมาธิฝึกจิตทันทีเสวี่ยหยางพยักหน้าอย่างพอใจ พลังปราณในสระทิพย์คงสร้างความทรมานกับร่างกายเป็นอย่างมาก เขาจึงต้องเข้าครองร่างเนื้อเพื่อรับมือกับความเจ็บปวดแทนเด็กน้อย“ของดีแห่งสำนักอันดับหนึ่ง..ข้าจะเก็บเกี่ยวทุกหยาดหยดให้คุ้มค่า” รุ่งเช้า อี้หานกับถานฟงเดินมารับซู่มินไปพบอาจารย์ที่ถ้ำผลึกนิลพร้อมกัน วันนี้เด็กน้อยมีใบหน้านิ่งเฉย กิริยาท่าทางดูเย็นชา กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างคล้ายมีพลังกดดันจาง ๆ จนเด็กหนุ่มทั้งสองรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ“ศิษย์น้องเล็ก ทำไมวันนี้เจ้าไม่ค่อยยิ้ม หรือกลัวการไปแช่ตัวในสระทิพย์ ไม่ต้องกลัวนะ ศิษย์พี่กับอาจารย์จะคอยปกป้องเจ้าเอง”ถานฟงคิดว่าศิษย์น้องมีท่าทางผิดปกติเพราะเกิดความกลัว จึงเอ่ยปลอบใจ เสวี่ยหยางที่ครองร่างซู่มินอยู่พยักหน้ารับรู้ ในหัวคิดตามคำพูดของเด็กหนุ่ม ดูเหมือนว่าการไปสระทิพย์ครั้งนี้ คงจะมีเรื่องตื่นเต้นรออยู่แน่นอนเมื่อศิษย์เอกทั้งสามมาถึงพร้อมกัน เหว่ยจงก็พาทุกคนไปยังเขตหวงห้ามที่อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาท้ายสำนักด้วยคาถาเคลื่อนย้าย กลางป่าทึบมีไอหมอกหนาสีฟ้าอ่อนลอยวนอยู่ในอากาศ ชายชราพาศิษย์น้อยมาหยุดที่ริมม่านหมอก เสวี่ยหยางแค่สูดลมหายใจเข้าก็รู้สึกราวกับมีเข็มนับพันกำลังทิ่มแทงอยู่ภายในร่าง เขารีบดึงพลังปราณในจุดตันเถียนมาต้านความเจ็บปวดทันที“หมอกนี้คือไอปราณศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยขึ้นมาจากสระทิพย์ ในไอหมอกมีพลังลึกลับเจืออยู่”เหว่ยจงกล่าวอธิบายสั้น ๆ ก่อนพากลุ่มศิษย์เดินผ่านม่านหมอกเข้าไปด้านในหลังหมอกหนาคือสระน้ำขนาดกลาง น้ำในสระทิพย์เป็นสีฟ้าใสส่องประกายระยับ ไอสีฟ้าอ่อนลอยระเหยขึ้นมาไม่ขาดสาย บริเวณริมสระมีศิษย์เอกจากหอจิตตะวันสามคนนั่งสมาธิอยู่เหว่ยจงกับศิษย์ชายทั้งสองค่อนข้างประหลาดใจ ที่ไม่เห็นคนหอจิตเมฆาในสระทิพย์ สี่คนศิษย์อาจารย์มองหน้ากันครู่หนึ่ง แล้วเดินมาอีกฝั่งของสระน้ำตอนเสวี่ยหยางเดินผ่านร่างศิษย์หอจิตตะวันคนหนึ่ง มุมปากเล็กยกยิ้มน้อย ๆ ดวงตากลมโตทอแววประหลาด ปลายนิ้วเล็กที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อขยับไปมาอย่างรวดเร็ว ลำแสงสีดำพุ่งออกจากปลายนิ้ว แล้วซึมหายลงไปในพื้นตรงที่ศิษย์คนนั้นนั่งอยู่เมื่อไม่มีตัวอันตรายอยู่ในสระทิพย์ เหว่ยจงก็สั่งให้ศิษย์ทุกคนนั่งซับพลังไปพร้อมกัน เขาร่ายเวทป้องกันลงบนพื้นแล้วให้ศิษย์ชายทั้งสองเข้าไปนั่งทำสมาธิอยู่ด้านใน น้ำในสระมีพลังเข้มข้นสูง เวทคาถาที่พลังอ่อนกว่าจึงไม่มีผลในน้ำ“ศิษย์น้อย น้ำในสระมีประโยชน์ต่อกายและจิตเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเสียความควบคุมพลัง เจ้าจะบาดเจ็บสาหัสหรืออาจร้ายแรงกว่านั้น ถ้าลงไปแช่ตัวแล้ว ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น โคจรพลังคุ้มกายต้านความเจ็บปวดให้ได้ อย่าเสียสมาธิเป็นอันขาด อาจารย์จะนั่งเฝ้าอยู่ริมสระ ไม่ไปไหน” เหว่ยจงเอ่ยสั่งเสียงเบาเสวี่ยหยางในร่างเด็กน้อยพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร เขาทิ้งตัวนั่งลงทำสมาธิอยู่เพียงครู่ ก่อนพาร่างลงแช่น้ำอย่างระมัดระวังทันทีที่ร่างสัมผัสกับน้ำในสระ กระแสพลังมหาศาลก็แล่นเข้าโจมตี ผิวขาวบอบบางปรากฏอักขระที่ไม่มีใครมองเห็นขึ้นทั่วตัว เวทอักขระปกป้องช่วยต้านทานการกัดกร่อนของพลังรุนแรงได้มากกว่าครึ่งกระแสพลังสีฟ้าอ่อนเหมือนลาวาเดือดไหลพล่านเข้าสู่ร่าง เส้นเลือด กล้ามเนื้อและกระดูกคล้ายถูกไฟเผา เสวี่ยหยางขบฟันทนความเจ็บปวด ปล่อยให้พลังป่าเถื่อนไหลเข้าร่างอย่างต่อเนื่องเมื่อร่างกายดูดซับพลังได้ครึ่งวัน ความเจ็บปวดก็ลดลง เส้นสายภายใน เนื้อหนังและกระดูกแข็งแกร่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ เสวี่ยหยางสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย รอยยิ้มน้อย ๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก“เมื่อร่างกายเริ่มแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ก็ถึงเวลาดูดซับพลังอย่างแท้จริงเสียที” เสวี่ยหยางขยับนิ้วร่ายเวทมายาไว้รอบกาย เวทมายามีฤทธิ์ทำให้ผู้อื่นมองไม่เห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในน้ำ แล้ววาดวงเวทดูดพลังไว้ใต้พื้นที่นั่ง คลื่นพลังสีฟ้าอ่อนถูกดูดเข้าสู่วงเวท แล้วไหลเข้าสู่ร่างเด็กน้อยด้วยความเร็วอย่างน่ากลัวในขณะที่เสวี่ยหยางดูดซับพลังปราณเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างเนื้อ ร่างจิตของซู่มินก็ดูดซับพลังปราณเพิ่มจิตอยู่ในจุดเสินถิง หนึ่งเด็กน้อยหนึ่งมังกรร่วมมือกันดูดสมบัติล้ำค่าของสำนักนภากาฬอย่างเต็มที่“อ๊ากกก!!!”เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นจากอีกฝั่งของสระทิพย์ เหว่ยจงดีดตัวลุกขึ้นยืน สายตาจ้องมองไปที่ร่างของศิษย์ทั้งสาม เมื่อเห็นว่าทุกคนยังเข้าสมาธิกันอย่างสงบ ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะกวาดตามองไปยังต้นเสียงอย่างแค้นเคือง