ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 3 ยื่นมือช่วยเหลือ
[แจ้งเตือน! ทายาทรุ่นที่เจ็ดตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง โปรดช่วยเหลือโดยด่วน!]
เสียงของระบบและข้อความที่โผล่ขึ้นมาตรงหน้าทำเอาร่างิญญาผงะ เหม่อมองไปทางเสียงโหวกเหวกเมื่อครู่
ทันใดนั้นร่างทั้งร่างก็ทะยานออกจากที่เดิม ทะลุผ่านประตูบานสีแดงเืนกออกไปภายนอกด้วยความร้อนรน
เมื่อออกมาเขาก็เห็นกลุ่มคนกำลังแบกร่างชายวัยกลางคนเข้าไปในเคหสถาน พร้อมกับผู้คนทั้งหญิงชายเดินตามไปด้วยสีหน้ากังวล
ร่างิญญาโปร่งใสรีบเปิดหน้าต่างระบบค้นหาข้อมูลของชายวัยกลางคนที่มีสภาพไม่ได้สติในทันที
“มาดิออส อายุสี่สิบเก้าปี ถูกพิษสัตว์อสูรแฝงร่าง?”
“ระบบ ฉันทำอะไรได้บ้างในสถานการณ์แบบนี้” แม้ในใจจะตื่นตระหนก แต่ร่างโปร่งใสยังคงพยายามรวบรวมสติค้นหาวิธีการช่วยเหลือ
[้าจ่ายแต้มระบบเพื่อช่วยเหลือหรือไม่?]
“้า!”
เป็คำตอบที่ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
[ตัวเลือกในการช่วยเหลือมีดังนี้]
[1.จ่าย 100,000 แต้ม เพื่อล้างพิษที่เป็อันตรายถึงแก่ชีวิต แต่จะใช้ชีวิตที่เหลือต่อไปเหมือนคนธรรมดา ร่างกายเสียหาย ไม่สามารถฝึกฝนพลังได้โดยง่าย
2.จ่าย 400,000 แต้ม เพื่อใช้พิษต้านพิษส่งเสริมให้ร่างกายพัฒนาเป็ร่างกายแห่งสัตว์ร้าย
3.จ่าย 700,000 แต้ม เพื่อลบล้างพิษทั้งหมดโดยสมบูรณ์ โดยไม่ทิ้งความผิดปกติใดๆ ต่อร่างกาย
4.จ่าย 1,500,000 แต้ม เพื่อลบล้างพิษทั้งหมดโดยสมบูรณ์ และโจมตีศัตรูที่วางยาพิษทันที
5. ...]
เมื่อเห็นตัวเลือกที่โผล่ขึ้นมา จินก็ไม่เสียเวลาอ่านจนจบแม้แต่น้อย เขารีบกดตัวเลือกที่สอง ใช้พิษต่อต้านพิษส่งเสริมร่างกายของลูกหลานคนดังกล่าวให้กลายเป็ร่างกายแห่งสัตว์ร้าย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่้าจะลบล้างพิษทั้งหมด แต่แต้มที่เขามีอยู่มันไม่เพียงพอ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาทำได้แล้ว หวังเพียงแค่ว่าไอ้ร่างกายแห่งสัตว์ร้ายอะไรนี่มันจะไม่ส่งผลเสียแก่มาดิออสที่กำลังนอนหมดสติอยู่ผู้นี้
[จ่ายแต้มสำเร็จ]
หลังจากที่เสียงจากระบบดับลง แสงสีทองอร่ามก็พุ่งออกจากร่างของจิน เปล่งแสงจ้าจนลูกหลานที่พะว้าพะวังอยู่ยังต้องหันมามอง
ทุกคนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุไฉนจึงมีแสงสีทองประหลาดปรากฏขึ้นเหนือหัวของพวกเขา แต่หากมองดีๆ เื้ัของแสงสีทองก็เหมือนจะมีเงาร่างมนุษย์ยืนอยู่
ไม่ทันที่ทุกคนจะหายใ แสงสีทองนั้นก็พุ่งเข้าไปในร่างของมาดิออสที่หลับใหลไม่ได้สติ
“นี่!”
มาคัส หัวหน้าตระกูลคนปัจจุบันมองลำแสงที่พุ่งเข้าหาน้องชายต่างมารดาของตน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเร็วมากจนตัวเขาก็ทำอะไรไม่ทัน ได้แต่เบิกตาโพลงและอุทานออกมาเพียงหนึ่งคำ
วิ๊ง!
ร่างซีดเทาและไร้สติของมาดิออสพลันมีเส้นแสงสีทองชอนไชเข้าไปตามเนื้อหนัง
ร่างกายซีดเทาพยายามต่อต้านเส้นแสงสีทองเ่าั้ แต่เส้นแสงสีทองก็ลุกลามรวดเร็ว กัดไม่ปล่อย
ทั้งสองฝั่งต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ใคร เหล่าสมาชิกตระกูลพีไรซ์ได้แต่ยืนอึ้งจ้องมองไปยังเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยใจลุ้นระทึก หลายคนถึงกับแทบไม่กล้าหายใจ
จนในที่สุด พลังทั้งสองฝั่งก็เหมือนจะผสานกลายเป็เนื้อเดียว ร่างกายของมาดิออสค่อยๆ กลับมามีเืฝาด มีน้ำมีนวลอีกครั้ง
“อือ...” มาดิออสที่ยังคงไม่ได้สติเท่าไหร่นักครางต่ำออกมา
เมื่อเห็นแบบนี้ สมาชิกหลายคนต่างถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก มีบางคนรีบเข้าไปดูอาการอย่างใกล้ชิด
ส่วนมาคัสหัวหน้าตระกูลหันไปมองทางที่แสงสีทองเคยอยู่ เขาเห็นร่างเงาโปร่งแสงลอยหายไปยังทิศทางหนึ่งของเขตตระกูล ก่อนจะสลายหายไป
มาคัสขมวดคิ้วมุ่น เหม่อมองไปยังทิศทางนั้น
เขารู้แผนผังภายในเขตตระกูลทั้งหมดดี และรู้ว่าทิศทางนั้นมีสิ่งปลูกสร้างอยู่แค่ไม่กี่อย่าง หนึ่งในนั้นคือศาลบรรพชน
มาคัสจ้องค้างอยู่นาน สุดท้ายก็ส่ายหัวแล้วเดินเข้าไปดูอาการของมาดิออสร่วมกับคนอื่นๆ
สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเข้าไปดูอาการคนในตระกูล ส่วนเื่ลึกลับเมื่อครู่ ค่อยกลับมานั่งคิดอีกครั้งเมื่อทุกอย่างเป็ปกติก็ยังไม่สาย
“มาธาร์ อาการของมาดิออสเป็อย่างไรบ้าง” มาคัสที่เพิ่งเดินเข้ามาก็เอ่ยถามมาธาร์ทันที
“อาการของผู้าุโสี่ดีขึ้นมากแล้ว เหมือนจะยังมีพิษในร่างกายอยู่ แต่พิษแปลกๆ ที่ชอนไชอยู่ภายในร่างผู้าุโสี่ตลอดเวลาก่อนหน้านี้มันหยุดนิ่งไปหมดแล้ว” ลูกสะใภ้ของหัวหน้าตระกูลอย่างมาธาร์หันมาตอบหลังจากสังเกตอาการอยู่ครู่หนึ่ง
“อืม ช่วยกันพามาดิออสเข้าไปพักในห้องซะ แล้วก็คาคัส เ้าไปหาท่านหมอที่คฤหาสน์เ้าเมืองหน่อยเถอะ เชิญท่านมาให้ตรวจอาการอาของเ้า ส่วนคนอื่นๆ แยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ตัวเองได้แล้ว เป็ห่วงคนได้ แต่อย่าให้การงานส่วนตนต้องเสียหายไปด้วย”
หลังจากมาคัสออกคำสั่งให้คาคัสไปหาหมอมาตรวจดูอาการผู้าุโสี่ ตัวเขาก็กวาดสายตามองสมาชิกตระกูลที่เหลือด้วยท่าทีเคร่งขรึม
“ได้ครับท่านพ่อ” คาคัสรับคำ แล้วรีบมุ่งหน้าออกจากคฤหาสน์ของตระกูลไปทันที
หัวหน้าตระกูลวัยหกสิบสองปีหันกลับมาพยักหน้าเป็สัญญาณให้มาธาร์และคนอีกสองสามคนพาตัวมาดิออสที่ยังไม่ได้สติดีนักเข้าไปพักผ่อน จากนั้นจึงมุ่งหน้ากลับไปที่ห้องของตนเอง
ในระหว่างนั้นผู้าุโสองก็เดินตามหัวหน้าตระกูลมาด้วย
“พี่มาคัส พี่คิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์เมื่อครู่” ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าใบหน้าของผู้าุโสองมีแววตึงเครียดอยู่ไม่น้อย
มาคัสยังคงแสดงใบหน้านิ่งเรียบ ไม่ได้ตอบคำอะไรออกไปในทันที ก่อนที่จะเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องทำงานของตนเอง
“เื่นี้ข้าไม่แน่ใจนัก...”
“อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่ลึกๆ ในใจของข้ามันบอกว่านี่อาจจะเกี่ยวข้องกับศาลบรรพชน...”
“แต่ว่านะเมลิก เ้าไม่จำเป็ต้องกังวลเื่นั้นหรอก ข้าว่าเย็นนี้จะให้คนไปทำความสะอาดศาลบรรพชนเสียหน่อย มีเื่ยุ่งวุ่นวายมากมายจนไม่ได้เคารพบรรพชนมานานหลายเดือนแล้ว ตอนค่ำข้าว่าจะไปที่นั่นดูสักหน่อย ถ้าเ้าอยากจะตามมาด้วยก็ไม่ว่ากัน”
“ส่วนเื่ที่เกิดกับน้องสี่ก่อนหน้านี้ ยังต้องให้เ้าสืบหาต่อไปว่าเป็ฝีมือของใคร ฝากด้วยนะ”
มาคัสมองหน้าผู้าุโสอง เอื้อมมือไปแตะไหล่เล็กน้อย ก่อนจะหันตัวกลับหลังเดินเข้าประตูไป
ผู้าุโสองยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง เหมือนกำลังย่อยข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับเมื่อครู่ จากนั้นจึงค่อยๆ หันหน้าอย่างช้าๆ ไปยังทิศทางของศาลบรรพชน สายตาที่เพ่งมองไปคล้ายครุ่นคิดบางสิ่งอยู่
.
.
.
“เฮือก!”
ร่างโปร่งใสทรุดตัวลงนั่งที่หน้าลานพิธีกรรม ด้านหลังของเขาเป็ป้ายชื่อของบรรพบุรุษหลากหลายรุ่น
เขาจับไปที่หน้าอกของตน ยังรู้สึกเหนื่อยหอบไม่หาย เหมือนว่าิญญาของเขาจะถูกผูกติดเข้ากับศาลบรรพชนแห่งนี้ ด้วยพลังของอเวกระดับที่หนึ่ง เมื่อเดินทางห่างจากศาลบรรพชนไกลเกินไปจะมีแรงดึงดูดรั้งให้กลับไป
เมื่อครู่ตอนที่ช่วยเหลือลูกหลานของตนเอง เขาต้องต้านแรงดึงดูดจนถึงขีดสุด ดีที่กระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้นก่อนที่เขาจะหมดความอดทน เมื่อลูกหลานรุ่นที่เจ็ดคนนั้นพ้นขีดอันตรายเขาก็ปล่อยตัวลอยละล่องกลับมาที่ศาลบรรพชนแห่งนี้ทันที
เขานั่งพักฟื้นอยู่ครู่หนึ่งอย่างจนใจ ไม่คาดคิดเลยว่าตนเองต้องกลายมาเป็ิญญาที่ถูกจองจำเช่นนี้
แม้จะรู้สึกว่าโชคดีที่ตนเองได้มีโอกาสใช้ชีวิตอีกครั้ง แต่การที่ถูกรั้งอยู่ในสถานที่เล็กๆ แบบนี้มันก็ไร้ซึ่งอิสรภาพสิ้นดี
ภายในหัวของเขาคิดไปถึงสิ่งของที่ได้มาในแพ็กเกจมือใหม่อย่างกายเทียม ถ้าเขาสวมใส่มัน เท่ากับว่าเขาสามารถใช้ชีวิตอิสระเหมือนมนุษย์ทั่วไปใช่ไหม?
แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงที่ เขามีมันอยู่เพียงแค่ชิ้นเดียว และชิ้นเดียวนี้ใช้ได้แค่หนึ่งชั่วโมง แปลว่าเขาต้องคิดให้ดีก่อนที่จะใช้
ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เขาไม่แน่ใจว่าในสภาพร่างิญญาเช่นนี้ หากเพิ่มระดับพลังไปได้สูงกว่านี้ เขาจะสามารถทำลายข้อจำกัดด้านระยะทาง สามารถเดินเหินได้อย่างอิสระหรือไม่
แต่ในเมื่อมีโอกาสเป็ไปได้ เขาก็พร้อมที่จะลอง เขาอาจจะต้องลองฝึกคัมภีร์ภูตอัสนีที่ได้มาสักระยะหนึ่ง เพื่อดูว่าเมื่อเลื่อนระดับแล้วเขาสามารถเดินทางไปได้ไกลขึ้นหรือไม่
ในขณะที่เขาเริ่มจะอารมณ์ดีและมีความหวังใหม่ขึ้นมานั้น เสียงแจ้งเตือนและหน้าต่างระบบก็โผล่มาอย่างไม่ทันตั้งตัว
[ระบบประเมินผลงานของผู้ใช้เรียบร้อย]
[ผู้ใช้แก้ไขอันตรายของลูกหลานได้สำเร็จอย่างท่วมท้น! กำลังส่งมอบของรางวัลให้กับผู้ใช้]
เมื่อได้ยินเช่นนั้นร่างโปร่งแสงก็ถึงกับหูผึ่ง นั่งตัวตรงขึ้นมาทันที
'ทักษะพิเศษของฉันนี่มันยอดเยี่ยมที่สุดจริงๆ !'