เจ็บไปทั้งตัวหายใจก็ติดขัด ส่วนััของของเหลวที่เหนียวเหนอะหนะบนพื้นก็คงจะเป็เืของผมเองทั้งที่ผมเคยคิดว่าความตายมันเป็เื่ไกลตัวแท้ๆแต่พอเอาเข้าจริงกลับเกิดขึ้นได้ง่ายๆโดยไม่มีเวลาให้ตั้งตัวเลย
ถึงอย่างนั้น....
‘น่าจะยังมีชีวิตอยู่สินะ ’ผมคิดหลังได้ยินเสียงเล็กๆสะอื้นไห้ปนมากับเสียงโวยวายรอบตัวเป็เสียงเด็กคนนั้นที่ผมเผลอพุ่งเข้าไปช่วยแบบสุดชีวิต
‘ อย่างน้อยๆก็ดีที่มันก็ไม่ได้เสียเปล่าไปซะหมด’ เป็ห้วงความคิดสุดท้ายของผมก่อนทุกอย่างจะมืดดับลง
++ + + +
ผมกำลังลอยเคว้งคว้างคอยมองดูเหล่าผู้คนมากหน้าหลายตาเดินเข้ามาไว้อาลัยในงานศพของใครซักคน...ที่ไม่ใช่ผม!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ที่นี่มีแต่ผู้คนแต่งตัวอย่างกับหลุดมาจากยุคกลางเต็มไปหมดคนพวกนี้ผมไม่รู้จักแน่นอน แถมโลงศพประดับดอกไม้สุดหวานแหววนั่นมันคืออะไรความจริงตั้งใจทำกล่องใส่ดอกไม้แต่มีงานศพกะทันหันเลยพึ่งเปลี่ยนหรอแล้วนี่ทำไมผมออกไปจากโบสนี่ไม่ได้เนี่ย! ”ผมะโออกมาอย่างสับสน แน่นอนว่าไม่มีใครซักคนที่ได้ยินแน่ๆ
ความจริง่แรกผมนึกว่าตัวเองหลุดเข้ามาในงานพิธีอะไรซักอย่างด้วยซ้ำถ้าไม่ได้เห็นศพของผู้หญิงที่อยู่ในโลงนี้เพราะถึงทุกคนในงานดูเงียบแต่ก็ไม่มีใครดูเสียใจเลยกลับกันพวกผู้หญิงส่วนมากจะคอยกระซิบกระซาบพร้อมปกปิดรอยยิ้มด้วยพัดพัดขนนกในมือส่วนผู้ชายก็คุยกันด้วยท่าทางสบายๆเหมือนบังเอิญพบกันในงานพบปะซักงานมันคือปกติของงานศพที่นี่หรือคนพวกนี้ตั้งใจไม่ให้เกียรติหญิงสาวในโลงกัน
จะว่าไปพอพูดถึงหญิงสาวในโลงนี้ดูเธอน่าจะอายุราวๆ20 ปีเองและถึงแม้เธอจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงออร่าที่ดูมีอำนาจออกมาจากใบหน้านั้นเลยเป็บรรยากาศที่ดูร้ายๆและสูงส่งที่ยิ่งพอรวมกับผมสีดำสนิทของเธอแล้วก็ทำให้คิดออกแค่อย่างเดียวคือนางร้ายที่สามารถทำให้คุณรู้สึกต่ำต้อยได้จากแค่สายตาเหยียดหยามที่เธอมองคุณ
“ถึงอย่างนั้นทำไมพอมองร่างของเธอนานๆแล้วร่างกายถึงรู้สึกหนักแบบนี้นะ ” ผมรู้สึกเหมือนถูกหินที่หนักมากๆมัดถ่วงไว้ทั่วร่างไม่รู้ว่านี่เป็อาการปกติหลังจากมองคนที่หน้าตาดีหรือผมมีความผิดปกติทางิญญารึเปล่าแล้วถ้ามันเป็โรคที่ิญญาเป็ผมต้องหาหมอที่ไหนล่ะ
ขณะที่ผมคิดไร้สาระไปเรื่อยหัวของผมก็เริ่มเบลอภาพทุกอย่างหมุนติ้วเหมือนตัวผมถูกใส่ลงในเครื่องปั่นอุ๊บ...ชักจะรู้สึกอยากอวกขึ้นมาแล้ว
“จากนี้มันอาจจะลำบากไปซักหน่อยแต่ว่าขอให้มีความสุขไม่สิ...พี่ชายจะต้องมีความสุขได้แน่ๆ ” เสียงกระซิบอันแ่เบาเหมือนจะดังขึ้นที่ข้างหูของผมถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าได้ยินจริงหรือไม่เพราะสติอันเรือนราง
++ + + +
ในสถานที่มืดมิดสติอันเรื่อนรางของผมกลับััได้ถึงบางอย่างเสียงบางอย่างที่ส่งเข้ามาถึงผมโดยตรง
“สวัสดีเด็กน้อย ” เสียงอันทรงอำนาจแต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้อบอุ่นหัวใจปลุกผมให้ตื่นขึ้นมันเหมือนจะเป็ความฝันแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนลึกในหัวใจผมกำลังะโบอกว่านี่คือความจริงช่างน่าสับสนจริงๆ
“ขอโทษที่ต้องดึงเ้าเข้ามาเกี่ยว ตอนนั้นเด็กคนนั้นได้ขอร้องข้าเธอที่กำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามที่เธอปรารถนามานานได้มาร้องห่มร้องไห้กับข้าและสิ่งนั้นมันเป็สิ่งที่ข้าปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ” เสียงนั้นบอกกับผมความคิดถึงและความเหงาที่แฝงมาในน้ำเสียงทำให้หัวใจของผมรู้สึกเศร้าขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ เอาล่ะเพราะครั้งนี้เรามีเวลาไม่มากข้าจะบอกสิ่งที่จำเป็ให้เ้าฟังแบบคร่าวๆข้าจะมอบความทรงจำที่จำเป็ต่อเ้าให้ในรูปแบบที่เ้าคุ้นเคยและเข้าใจง่ายที่สุดในที่แห่งนั้นที่เ้าจะได้ลืมตาตื่นอีกครั้งเ้าจะทำอะไรก็ได้ตามที่เ้าปรารถนาแม้สถานะหลังเ้าลืมตาตื่นมันอาจลำบากไปบ้างแต่ข้าเชื่อว่าเ้าจะสามารถฟันฝ่าและตามหาความสุขที่เ้า้าได้ข้าหวังว่าเ้าจะโชคดีนะ ”
++ + + +
“เฮือก!” ผมสูดหายใจเข้าอย่างควบคุมไม่ได้ อาการเวียนหัวจนทำให้อยากอวกเมื่อครู่หายไปแล้วอย่างหมดจนเหลือเพียงความเหนื่อยล้าแบบสุดๆที่กำลังกัดกินร่างกายถึงอย่างนั้นสัญชาตญาณของผมก็บอกผมอย่างชัดเจนว่าถ้าไม่ขยับแล้วหลับต่อก็เตรียมตัวโดนฝังทั้งเป็ได้เลย
ดวงตาของผมค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆผมยังจำได้ดีในตอนที่ถูกรถชนหรือตอนที่ลอยเคว้งในโบสที่เต็มไปด้วยคนน่ารังเกียจนั่นแปลว่าเหลือแค่ 2 ตัวเลือกแน่ๆคือมันเป็ความฝันที่เหมือนจริงมากหรือผมตายแล้วฟื้น
“เหวอ! ” เสียงใครซักคนะโออกมาพร้อมกับเสียงตึงตังข้างบนหัวผม
อ่าตอนนี้ผมน่าจะอยู่ในโลงสินะ ส่วนคนเมื่อครู่ดูท่าจะเห็นตอนผมกำลังลืมตาเลยใละมั้งผมคิดขณะค่อยๆใช้มือดันร่างกายท่อนบนของตัวเองขึ้นมาจากโลงอย่างอ่อนแรงสายตากวาดมองดูผู้คนโดยรอบที่มีท่าทีตกตะลึง พวกเขาตัวแข็งทื่อจนน่าขันเลยล่ะ น่าเสียดายที่ผมไม่มีแรงมาหัวเราเพราะตอนนี้ร่างกายรู้สึกเพลียและง่วงมาก
‘ขอหาที่นอนเงียบๆก่อนแล้วกัน’ ผมคิดอย่างนั้นขณะเดินโซเซออกออกจากพิธีไปตามทางที่ไม่รู้จักแต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดโดยทิ้งเหล่าผู้คนที่ค่อยๆรู้สึกตัวแล้วแสดงความแตกตื่นออกมาไว้เื้ั
++ + + +
“นี่นายบอกฉันว่ายัยลูกไม่รักดีนั่นฟื้นขึ้นมาอีกครั้งอย่างนั้นหรอ ”ชายวัยกลางคนะโออกมาเสียงที่สั่นของเขานั้นอีกฝ่ายเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านั่นมาจากความใหรือความโกรธหลังจากได้ยินข่าวที่เขาได้บอกเมื่อครู่
“ครับ และดูเหมือนว่าคุณหนูเธอจะไม่ได้เป็พวกผีร้ายปีศาจยึดร่างด้วย ”
“ฮึม...ออกไปซะ ” ชายวัยกลางคนข่มอารมณ์เอ่ยด้วยเสียงเรียบบอกให้เขาออกไป
ตระกูลที่เขาทำงานให้นั้นเป็ตระกูลดยุคชื่อแบล็กวูฟถึงอย่างนั้นตระกูลนี้ก็มักถูกปรามาสว่าเป็ดยุคแค่ในนามมาอย่างยาวนานเพราะหากเทียบอำนาจที่มีในอาณาจักรนั้นก็ไม่สามารถสู้ตระกูลดยุคอีก4 ตระกูลได้เลย
จนวันหนึ่งด้วยการหมั้นหมายขององค์ชายลำดับ1 กับบุตรสาวของแบล็กวูฟทำให้ผู้คนต่างพากันพูดว่าตระกูลนี้จะเริ่มเอาดีด้วยการเพิ่มอำนาจผ่านราชวง
ทว่าทุกสิ่งก็พังทลายลงหลังจากการถอนหมั้นขององค์ชายลำดับ1 ซ้ำร้ายคุณหนูยังถูกกล่าวหาว่าพยายามวางยาพิษองค์หญิงแห่งอาณาจักรออร์เนทจนถูกบังคับให้ดื่มยาพิษเดียวกันนั้นจนเสียชีวิต
แต่ถึงอย่างนั้นทางราชวงไม่สิองค์ชายลำดับ 1 ก็ยังถามหาความรับผิดชอบจนทำให้ตระกูลแบล็กวูฟสูญเสียอำนาจแทบทั้งหมดไปตอนนี้นอกจากบรรดาศักดิ์ดยุกและคฤหาสน์หลักที่เมืองหลวงตระกูลแบล็กวูฟก็แทบไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
‘หลังจากนี้คุณหนูจะเป็ยังไงกันนะ’ เขาได้แต่คิดอย่างเศร้าใจขณะเหม่อมองออกไปยังสวนที่มืดมิดภาพเด็กน้อยที่ยิ้มอย่างร่าเริงคงเป็ได้เพียงความทรงจำอันมีค่าที่หลงเหลือเท่านั้น
++ + + +
“หืม?นี่เื่จริงหรอ ”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารด้วยท่าทางสนใจ ดวงตาสีฟ้าส่องประกายด้วยความยินดี
เธอคนนั้นเคยเป็อดีตคู่หมั้นของเขาแม้จะน่ารำคาญไปหน่อยแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเป็เครื่องมือที่ดีชิ้นหนึ่งเลยทีเดียวเพราะความรักที่เธอมีให้เขาอย่างสุดหัวใจนั้นทำให้ไม่ว่าเขาขออะไรไปเธอก็จะกระดิกหางฟังคำสั่งเขาอย่างว่าง่าย
เอาจริงๆเขาแอบเสียใจอยู่เหมือนกันที่ต้องทิ้งเครื่องมืออันแสนสะดวกแบบเธอเร็วขนาดนี้เพื่อเพิ่มสถานะของเ้าหญิงแห่งออร์เนทเพราะแผนการนั้นของเขามันจบลงด้วยความผิดพลาดเ้าน้องชายตัวดีนั่นที่ดันเข้ามาขัดทำให้แม้จะเพิ่มสถานะของเ้าหญิงได้แต่ก็ทำให้เข้ามาเป็ฝ่ายของเขาผ่านการหมั้นไม่ได้
เป็เื่ที่น่าเจ็บใจจริงๆโชคดีที่เหมือนเทพธิดาจะมอบโอกาสที่สองให้กับเขาแล้วแน่นอนโอกาสในครั้งนี้เขาจะใช้เครื่องมือนี้ที่ได้มาใหม่เป็อย่างดีเลย