ทะลุเวลามาเป็นพ่อค้าระหว่างมิติ

    ตอนที่ 47 ผู้อาวุโสหลิว

             กลิ่นอายที่คุ้นเคยทำให้จางหมิงลืมตาขึ้นมาและเขาก็พบว่าเป็นห้องนอนตัวเองในบ้านหลังเล็กบนเขาของหมู่บ้านชิงสุ่ยในยุคปัจจุบัน

             ไม่รู้ทำไมพอคิดว่าได้กลับมาแล้วและต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในโลกใบนี้จู่ๆความรู้สึกสายหนึ่งก็วิ่งเขากระแทกใจเขาจนน้ำตาคลอหน่วย

             “ผมต้องทำยังไงพวกเราถึงจะกลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง”น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและไม่นานน้ำตาก็ไหล จนต้องรีบยกมือขึ้นปาดมันทิ้งไป

             จางหมิงถอนหายใจยาวๆหนึ่งครั้งก่อนจะดึงสติของตัวเองให้กลับมาสู่โลกของความเป็นจริงและเขาก็พบว่าที่โต๊ะตัวเล็กข้างหัวเตียงมีจานแอปเปิลที่ปอกเปลือกแล้วหนึ่งลูกและข้างกันนั้นก็มีน้ำอยู่หนึ่งแก้ว

             พอปรายตามองไปที่ปลายเตียงก็เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยแต่ครั้งนี้ที่เขาเห็นมันไม่ได้มีสีดำเหมือนก่อนหน้าแล้ว“ทำไมสีของนายเปลี่ยนไปล่ะผู้พิทักษ์”

             “เป็นเพราะระดับพลังที่ถูกฟื้นฟูและได้เลื่อนระดับสูงขึ้นครับโฮสต์สีของผมที่โฮสต์เห็นจึงเปลี่ยนไป” เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจนิดหน่อย

             จางหมิงจ้องมองผู้พิทักษ์ของเขาแล้วก็คิดอะไรบางอย่างได้“นายลองดูดซับผลึกพลังงานระดับจักรวาลดูสิเผื่อระดับพลังของนายจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ฉันเองก็จะได้สบายไปด้วย” ตอนนี้ผู้พิทักษ์ของเขาทำได้แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

             หัวคิ้วของผู้พิทักษ์หนุ่มกระตุกอย่างหนักนั่นมันของที่หายสาบสูญไปนับล้านปีเชียวนะ มันล้ำค่ายิ่งกว่าการที่จะเอามาดูดซับพลังเป็นไหนๆ

             “ผมดูดซับไม่ได้หรอกครับโฮสต์ไม่อย่างนั้นคงได้สูญสลายจากระบบของจักรวาลไปเลย”

             จางหมิงเลิกคิ้วน้อยๆอย่างสงสัย“แต่นายดูดซับพลังของผลึกพลังงานระดับต่ำพวกนั้นได้ไม่ใช่เหรอนี่ก็ผลึกพลังงานเหมือนกันนะ”

             “ไม่ได้หรอกครับโฮสต์แม้ตอนนี้ผลึกพลังงานระดับจักรวาลทั้งเจ็ดสิบก้อนจะคล้ายกับหินอุกกาบาตทั่วไปทว่าเมื่อใดก็ตามที่มันถูกก่อกวนจากพลังงานด้านนอก มันก็จะปลดปล่อยพลังออกมาทันทียิ่งระดับพลังของผมมีเท่านี้ก็ยิ่งยากจะควบคุมมันได้ครับ”

             “ที่นายพูดมาค่อนข้างเข้าใจยากนะถ้าอย่างนั้นก็เก็บพวกมันเอาไว้ให้ดีล่ะ” พูดออกไปแล้วจางหมิงก็ก้าวลงจากเตียงนอนเขาปรายตามองจานแอปเปิลแห่งปัญญาแล้วก็แก้วน้ำทิพย์ที่เจือจางแล้ว“ฉันขอจัดการตัวเองในห้องน้ำก่อน แล้วค่อยมากินแอปเปิล”

             “ครับโฮสต์”

     

             ลุงหลี่และภรรยามองเห็นแสงบางอย่างที่บ้านของจางหมิงในตอนตีสี่พอตอนเช้าเขาก็รีบมาเคาะประตูที่หน้าบ้านหลังเล็กของจางหมิง

             จางหมิงที่เพิ่งกินแอปเปิลแห่งปัญญาและดื่มน้ำทิพย์เจือจางไปก็เดินมาเปิดประตู “อรุณสวัสดิ์ครับลุงหลี่”

             “อืมเธอมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอเสี่ยวจางตอนเช้ามืดมองมาทางนี้เห็นไฟในบ้านเปิดลุงก็เลยคิดว่าต้องเป็นเธอแน่ๆที่มา”ถามออกไปแล้วก็ยื่นถุงอาหารเช้าส่งให้ลูกชายของสหายรัก

             จางหมิงรับถุงอาหารเช้ามาอย่างไม่อิดออด“มาถึงเมื่อคืนนี้ครับลุงหลี่ ผมแวะมาเอาของบางอย่างเดี๋ยวตอนสายก็จะลงเขาเข้าไปในเมืองแล้วล่ะครับลุงจะกินอาหารเช้ากับผมไหม”เรื่องไฟฟ้าเขาไม่ค่อยแน่ใจว่ามันกลับมาใช้ได้ไหมเพราะมันถูกตัดไปแล้วและเขาก็ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรด้วยแต่น่าจะเป็นตอนที่ผู้พิทักษ์พาจิตวิญญาณของเขากลับมาที่นี่มันอาจจะเกิดแสงบางอย่างขึ้น

             “ไม่ล่ะแค่แวะมาดูเธอแล้วก็จะไปดูสวนผลไม้ เห็นเธอสบายดีแบบนี้ลุงก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วกินข้าวเช้าให้อร่อยนะ ลุงไปล่ะ”

             “ครับลุง อ้อลุงหลี่ครับผมมีอะไรจะให้ลุงกับป้าด้วย รอแป๊บนะครับ”จางหมิงรีบเดินกลับเข้าไปในบ้าน แล้วเขาก็นำเอาขวดน้ำทิพย์ที่เจือจางกับน้ำแร่แล้วออกมาจากนั้นก็รีบเดินกลับมาที่หน้าประตูบ้าน “นี่เป็นน้ำแร่จากบนเขาผมเอามาฝากลุงกับป้าครับ”

             ลุงหลี่มองน้ำสองขวดด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจนานแล้วที่ไม่ได้กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์แบบนี้ “ขอบใจมากเสี่ยวจาง ลุงไปล่ะป้าของเธอต้องชอบมันแน่ๆ”

             “ครับลุง” เขามองตามแผ่นหลังของลุงหลี่ไปจนลับสายตาจึงได้เดินกลับเข้าบ้านแล้วก็เริ่มกินมื้อเช้าเงียบๆ

             พอสายเขาก็เดินทางเข้าไปในเมืองจากนั้นก็นั่งรถไฟความเร็วสูงไปที่ปักกิ่ง

             ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเขาก็มาถึงปักกิ่งพอลงจากรถไฟได้แล้วก็เห็นผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่ไปมามันก็ทำให้ความรู้สึกตอนที่เขานั่งรถโดยสารประจำทางจากเมืองมณฑลไปอำเภอบ้านเกิดในปี1993 ย้อนกลับมาอีกครั้ง

             “คงต้องซื้อรถเอาไว้ใช้สักคันแล้วสินะจะได้เดินทางสะดวกกว่าตอนนี้” เขาเรียกแท็กซี่ผ่านแอปไม่นานรถก็มา จุดหมายปลายทางของเขาก็คือร้านขายของเก่าของผู้อาวุโสโจว

            

            ปู่จี้ที่กำลังนั่งหาวอยู่หลังเคาน์เตอร์พอได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าร้านก็หันไปมองอย่างสนใจและพอเห็นว่าเป็นใครที่ลงจากรถมาก็ถึงกับยิ้มร่า รีบเดินออกมาต้อนรับด้วยความยินดี

            “มาแล้วๆ ดาวนำโชคของร้านมาถึงแล้ว”ตอนนี้กิจการของเถ้าแก่โจว จากที่ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวาแม้แต่ลูกหลานก็ไม่ได้สนใจกลับกลายเป็นที่จับตามองของคนใหญ่คนโตขึ้นมาเสียอย่างนั้น โดยเฉพาะปิ่นหยกที่พิพิธภัณฑ์ได้ซื้อไปและได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติของชาตินั้นสร้างชื่อเสียงให้กับเถ้าแก่โจวไม่น้อยเลยแรงกระเพื่อมนี้ไม่รู้ว่าจะไปหยุดลงที่ตรงไหนแล้ว

            จางหมิงยกยิ้มน้อยๆ “ปู่จี้ทำไมดีใจขนาดนั้นล่ะครับ พวกเราเพิ่งพบกันเมื่อไม่นานนี้เองนะ”

            ปู่จี้รีบเดินเข้าไปจูงมือของจางหมิงเข้ามาในร้าน“เธอคงไม่รู้หรอกเสี่ยวจาง หลังจากที่เธอออกจากร้านไปแล้วมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

            “เกิดอะไรขึ้นบ้างล่ะครับ” ชายหนุ่มวางกระเป๋าเป้แล้วก็นั่งลงตามการชี้นำของท่านผู้เฒ่าที่ยังกระฉับกระเฉงอยู่มาก

            “จะว่าไปแล้วมันเริ่มมีคลื่นใต้น้ำตั้งแต่ที่ร้านของพวกเราขายเห็ดหลินจืออายุห้าร้อยปีออกไปแล้วล่ะแล้วพอมีเรื่องปิ่นหยกเพิ่มมาอีกก็ยิ่งทำให้หลายคนพุ่งเป้ามาที่เถ้าแก่ของพวกเราอีกอย่างกระเพาะปลาที่ขายให้กับประธานบริษัทคนนั้นก็สร้างเสียงฮือฮาในแวดวงธุรกิจไม่น้อยเลยล่ะตอนนี้แม้แต่ลูกหลานของเถ้าแก่ก็ยังสนใจกิจการนี้เลย” ซื้อจากจางหมิงราคาเท่านั้นพอนำไปขายให้คนมีเงินก็เป็นอีกราคาแล้ว รายได้จากการขายเห็ดหลินจือปิ่นหยกและกระเพาะปลาจึงมีมูลค่าพันกว่าล้าน

            สีหน้าของจางหมิงดูก็รู้ว่าคาดไม่ถึงและพอได้ยินว่าลูกหลานของผู้อาวุโสโจวเกิดสนใจในมูลค่าของร้านทั้งสองนี้เขาก็ไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่แต่พอคิดว่าสินค้าล้วนเป็นของเขาถ้าเขาไม่ต้องการขายใครก็บังคับเขาไม่ได้ชายหนุ่มก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา

            เห็นท่าทางนี้ของจางหมิงผู้เฒ่าจี้ก็เข้าใจจึงได้พูดปลอบใจ “ไม่มีใครรู้หรอกว่าของพวกนั้นซื้อมาจากเธอโดยเฉพาะลูกหลานของเถ้าแก่”

            “เรื่องนี้ปิดได้ไม่นานหรอกครับปู่จี้ผมกลัวแค่ว่าพวกเขาจะคิดว่าผมเอาของปลอมมาขายให้ผู้อาวุโสโจวเท่านั้นแหละครับ”

            “ถ้าพวกเขากล้าใส่ร้ายเธอก็ถือว่าได้ตัดโอกาสร่ำรวยของตัวเองนั่นแหละ ช่างเถอะๆ พวกเราไม่พูดเรื่องนี้แล้วว่าแต่เธอเถอะมาวันนี้มีอะไรมาขายที่ร้านบ้างไหม”

            “มีสิครับ แล้วนี่ผู้อาวุโสโจวไม่อยู่ที่ร้านเหรอครับปู่จี้”

            “อยู่สิแต่คุยกับเถ้าแก่หลิวอยู่ในห้องน่ะ เธอจะให้ปู่ไปตามเถ้าแก่มาไหมเสี่ยวจาง”

            จางหมิงไม่ตอบเขาเพียงรูดซิปกระเป๋าเป้จากนั้นก็หยิบกล่องไม้ออกมา “ปู่จี้ดูก่อนก็แล้วกันนะครับ ผมไม่แน่ใจว่ามันจะน่าสนใจไหม”เขารู้ว่ามันเป็นของเก่าแน่นอน แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะน่าสนใจหรือเปล่า

            ปู่จี้รับกล่องไม้ไปเปิดดูแล้วก็ตาลุกวาวขึ้นมาทันทีก่อนจะรีบปิดฝากล่องไม้เอาไว้ตามเดิมเขาลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด “เธอรออยู่ที่นี่ก่อนนะเสี่ยวจางตาแก่คนนี้จะไปเรียกเถ้าแก่มาก่อน”

            จางหมิงยังจะพูดอะไรได้อีกเขาเปิดฝากล่องไม้แล้วก็พิจารณาข้าวของด้านใน ไม่นานก็ได้แต่ส่ายหน้าดูไม่ออกจริงๆว่าเป็นของจากยุคไหน “หวังว่าจะทำเงินได้เยอะเหมือนครั้งที่แล้วนะ”

            รอไม่นานปู่จี้ก็พาเถ้าแก่โจวและเถ้าแก่หลิวเดินออกมาจากห้องที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่“มาแล้วๆเสี่ยวจาง”

            จางหมิงลุกขึ้นทันทีแล้วก็กล่าวทักทายผู้อาวุโสทั้งสอง“ผู้อาวุโสโจว ผู้อาวุโสหลิว”

            “มาแล้วเหรอเสี่ยวจางฉันยังบ่นกับเหล่าหลิวอยู่เลยนะ ไม่คิดว่าเธอจะมาที่นี่ในวันนี้”

            “พอดีได้ของบางอย่างมาครับผู้อาวุโสโจวผมก็เลยรีบเดินทางมาที่ปักกิ่ง” ว่าแล้วก็เลื่อนกล่องไม้ไปให้ผู้อาวุโสโจว

            ผู้อาวุโสโจวที่ได้กำไรจากของที่จางหมิงนำมาขายให้เขามหาศาลก็จ้องมองกล่องไม้ไม่วางตา เขาเปิดฝากล่องออกแล้วก็ต้องอุทานออกมา “นะนี่มันกวานหยกของจักรพรรดิ”

            “กวานหยกอย่างนั้นเหรอเหล่าโจว ไหนขอฉันดูหน่อย”ผู้อาวุโสหลิวร้อนใจอยากดูของในกล่องแต่สหายรักของเขาก็รีบปิดฝากล่องไม้แล้วก็ยกขึ้นสูงไม่ให้เขาเอื้อมถึง

            ผู้อาวุโสโจวเริ่มเกิดอาการหวงของเหมือนเด็กน้อย“ไม่ได้ๆ นี่เป็นของที่เสี่ยวจางเอามาขายให้ร้านของฉันนะ นายน่ะไม่มีสิทธิ์”

            “เสี่ยวจาง เธอดูตาแก่หนังเหนียวนี่สิหวงของจนไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อนเลยสักนิด เธอมีของพวกนี้อีกไหมเอามาขายให้ฉันให้หมดเลย ไม่ต้องขายให้เขาแล้ว!!”

            จางหมิงหันไปมองผู้อาวุโสหลิว เขาเป็นชายชราร่างผอมสูงที่ยังคงความสง่าและภูมิฐานเอาไว้ไม่น้อยแต่จากท่าทางของเขาที่มองจางหมิงในตอนนี้เหมือนกับปู่มองหลานด้วยความเอ็นดูไม่มีผิด

            “วันนี้ผมเอามาแค่นี้ครับผู้อาวุโสหลิว”เขาจะทำอย่างไรดีล่ะผู้อาวุโสหลิวคนนี้ก็เป็นคนหนึ่งที่คร่ำหวอดในวงการมาหลายสิบปี เขาไม่กล้าขัดใจเลย

            ปู่จี้เห็นจางหมิงลำบากใจก็ช่วยพูดไกล่เกลี่ย“เอาอย่างนี้ดีไหมครับเถ้าแก่หลิว สินค้าพวกนี้ก็ให้จางหมิงขายให้กับทางร้านของเราก่อนจากนั้นก็ให้เขาเดินทางไปเอาสินค้าอีกชุดมาขายให้คุณ”

            “ดี!!เอาตามนี้ ว่าแต่เธอต้องเดินทางไกลไหมเสี่ยวจาง ฉันให้คนขับรถพาเธอไปได้นะ”

            จางหมิงหันไปมองผู้อาวุโสโจวก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังใช้แว่นขยายส่องดูกวานหยกอยู่ก็หันมายิ้มแหยอย่างเจียมตัว “ไม่ไกลหรอกครับผู้อาวุโสหลิวผมเก็บเอาไว้ที่ห้องพักครับ”

            “ไอ้หยา!! ของล้ำค่าขนาดนี้ยังกล้าเก็บเอาไว้ในห้องพักอีกเหรอ ไม่ได้การแล้วเหล่าโจวนายรีบประเมินราคาออกมาเร็วๆ แล้วก็รีบจ่ายเงินให้เสี่ยวจางเดี๋ยวนี้เลยไม่อย่างนั้นของเก่าล้ำค่าของฉันได้ถูกขโมยไปจนหมดแน่ๆ”

            ผู้อาวุโสโจวที่ถูกรบกวนช่วงเวลาแห่งความสุขก็หันมาทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแล้วก็ส่งกล่องไม้ให้ปู่จี้ “เหล่าจี้นายช่วยประเมินราคาให้เสี่ยวจางที”

            “ได้ครับเถ้าแก่”ปู่จี้รีบประเมินราคาตามทักษะที่ชำนาญ ไม่นานเขาก็เขียนรายการสินค้าทั้งหมดออกมา“กำไลหยก แหวนหยก ปิ่นหยกและกวานหยกล้วนมีแหล่งที่มาจากแหล่งเดียวกันครับเถ้าแก่ส่วนเครื่องประดับที่ทำจากทองคำเป็นของอีกยุค” เขาหยุดปลายปากกาเอาไว้ที่ขีดสุดท้ายอย่างใคร่ครวญ

            “แล้วนายจะให้ราคาเท่าไหร่ล่ะ”

            “รวมทั้งเครื่องประดับหยกและเครื่องประดับที่ทำจากทองคำประเมินออกมาแล้วราคาอยู่ที่625,000,000 หยวนครับเถ้าแก่”

            เมื่อได้ยินราคาประเมินจากปู่จี้จางหมิงก็เริ่มหูอื้อตาลายขึ้นมาทันทีทันใดของที่ได้จากบ้านจางราคาสูงถึงเพียงนี้เลยเหรอเขาอยากจะกลับไปเอาอาหารและข้าวของเครื่องใช้ให้พวกเขาอีกสักร้อยกองใหญ่ๆไปเลย

            “อะไรกันเสี่ยวจางท่าทางแบบนี้เธอว่าฉันประเมินให้น้อยไปอย่างนั้นเหรอ”ปู่จี้เอ่ยกระเซ้าจางหมิงอย่างเอ็นดู ก็รู้อยู่หรอกว่าอีกฝ่ายน่าจะกำลังอึ้งอยู่

            จางหมิงกระพริบตาปริบๆหันไปพูดกับปู่จี้เสียงแผ่ว “ไม่น้อยหรอกครับปู่จี้ผมแค่ยังตั้งรับไม่ทันก็เท่านั้นเองครับ”

            “ฮ่าๆๆ เถ้าแก่คุณดูเจ้าเด็กคนนี้สิ”

            ผู้อาวุโสโจวตบบ่าของจางหมิงอย่างเอ็นดู“ตอนนี้ก็มีเงินแล้วนะเสี่ยวจาง”

            “คะ ครับผู้อาวุโสโจว”หลังจากที่เขาบวกเลขคร่าวๆในใจ ถ้าผู้อาวุโสโจวโอนเงินเข้าบัญชีตอนนี้พวกมันก็จะรวมกันเป็นเงินแปดร้อยกว่าล้าน สำหรับคนรวยอยู่แล้วก็แค่พูดว่าเขามีเงินแล้วแต่สำหรับคนยากจนมาตลอดอย่างเขา ตอนนี้เขาคิดว่าตัวเองได้กลายเป็นมหาเศรษฐีไปแล้วเรียบร้อย

            “เหล่าโจวนายก็รีบโอนเงินให้เสี่ยวจางเร็วๆหน่อย เขาจะได้ไปเอาของเก่าอีกชุดมาขายให้ฉัน”

            “ได้ๆๆ นายนี่นะอายุก็ไม่น้อยแล้วยังจะใจร้อนเหมือนตอนเป็นวัยรุ่นไปได้”

            “ของดีแบบนี้ใครจะยังใจเย็นได้ล่ะโอนให้เสี่ยวจางเร็วๆ”

            “ได้ๆๆ โอนแล้วๆ”ผู้อาวุโสโจวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วไม่นานก็โอนเงินเข้าบัญชีของจางหมิง

            ชายหนุ่มได้ยินเสียงแจ้งเตือนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นว่าเงินได้ถูกโอนเข้าบัญชีของเขาแล้ว ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาน้อยๆ

            “เอาล่ะเสี่ยวจางเธอก็ไปกับคนขับรถและคนสนิทของฉันนะ ฉันจะให้พวกเขาคุ้มกันเธอไปที่ห้องพักรีบไปรีบกลับมานะเด็กน้อย”

            จางหมิงมองคนขับรถและคนสนิทของผู้อาวุโสหลิวที่เดินเข้ามาผายมือเชิญเขาไปขึ้นรถแล้วก็ได้แต่หันไปยิ้มแหยให้ปู่จี้และผู้อาวุโสโจว

            “ไปเถอะ พวกเขาไม่อุ้มนายไปทำอะไรไม่ดีหรอก”ผู้อาวุโสโจวเอ่ยกลั้วหัวเราะออกมาอย่างเห็นเป็นเรื่องขำขัน

            “ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ แหะๆ”

             

            ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงจางหมิงก็กลับมาที่ร้านของผู้อาวุโสโจวอีกครั้ง

            เขาที่ทำทีเป็นขึ้นไปเอาของบนห้องพักและใส่เอาไว้ในกระเป๋าเป้สะพายตบตาคนของผู้อาวุโสหลิวจากนั้นก็ได้นำเอากล่องไม้ออกมาสองกล่อง ซึ่งเป็นของที่คัดออกมาจากหีบทั้งสองที่ได้จากพี่ใหญ่เฟิงส่วนก้อนเงินตำลึงทองหรือเงินหยวนเป่าที่ได้จากท่านผู้เฒ่าในตลาดมืดนั้นเขายังไม่คิดจะเอาออกมาขาย

            “ผู้อาวุโสหลิวลองเปิดดูครับถึงจะไม่เหมือนกับของที่ผมขายให้กับผู้อาวุโสโจว แต่ก็เป็นของเก่าเหมือนกันครับ”

            ยังไม่ทันที่ผู้อาวุโสหลิวจะได้เปิดกล่องผู้อาวุโสโจวก็รีบพูดขึ้น “ทำไมของเหล่าหลิวถึงมีสองกล่องล่ะเสี่ยวจาง”สีหน้าของเขาเคร่งเครียดไม่น้อย

            จางหมิงจะตอบว่าอย่างไรได้อีกล่ะที่เขาเลือกพวกมันออกมาได้แบบนี้ ก็ทำตามที่ผู้พิทักษ์บอกทั้งนั้นจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าพอเอาใส่กล่องแล้วจะได้ถึงสองกล่อง

            “ไอ้หยา!! เหล่าโจวนายก็อย่ากดดันเสี่ยวจางนักเลย นายเองก็ได้ของดีไปตั้งเยอะแล้วก็ปล่อยให้คนอื่นได้กินน้ำแกงบ้างเถอะ”พูดออกไปแล้วผู้อาวุโสหลิวก็หัวเราะร่วนออกมาอย่างสะใจและรู้สึกมีความสุขมากขึ้นถึงสองเท่าและพอเขาเปิดฝากล่องไม้กล่องแรก “โอ้!!นี่มันของดีทั้งนั้นเลยนี่ สะ สุดยอดไปเลยเสี่ยวจาง”

            “ไหนๆๆ ขอฉันดูบ้าง”ผู้อาวุโสโจวคิดอยากจะดูของเก่าในกล่องไม้กับสหายรัก

            “ไม่ได้ๆๆทีเมื่อกี้นายยังไม่ให้ฉันดูของในกล่องของนายเลยนะผู้ช่วยหลิวมาเอาพวกมันไปประเมินที” ว่าแล้วผู้อาวุโสหลิวก็รวบกล่องไม้ทั้งสองส่งให้ผู้ช่วยของเขาทันที

            “รอสักครู่นะครับนายท่าน”ผู้ช่วยหลิวรับเอากล่องไม้ไปแล้วก็เดินไปยังมุมหนึ่งของร้าน

            ผู้อาวุโสโจวมองสหายรักอย่างน้อยใจ“นายก็ไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อนของพวกเราที่มีมาหลายสิบปีเหมือนกันนั่นแหละเหล่าหลิว”

            “ฮ่าๆๆ เหล่าจี้นายดูเถ้าแก่ของนายสิทำแบบนี้ให้ใครดูกัน ถ้าเป็นเด็กตัวเล็กๆก็น่าเอ็นดูอยู่หรอกแต่ดูเขาสิทั้งแก่ทั้งเหี่ยวทั้งหนังเหนียว ฮ่าๆๆ”

            “เฮอะ!”ผู้อาวุโสโจวไม่พูดกับสหายรักแล้ว และก็หันไปมองจางหมิงตาวาว “เสี่ยวจาง เธอยังมีของเก่าเหลืออีกไหมเอามาขายให้ฉันสิ”

            จางหมิงยิ้มเจื่อน ก็อยากจะขายอยู่หรอกนะแต่ขอเวลาเขาได้ปรับตัวเข้ากับสถานะใหม่ของตัวเองสักหน่อยได้ไหม“หมดแล้วล่ะครับผู้อาวุโสโจว”

            “เฮ้อ!!”

    คล้ายกับเรื่องทะลุเวลามาเป็นพ่อค้าระหว่างมิติ ที่คุณอ่าน