“แสงสว่างของโลกใบนี้ ถึงเเม้มันจะเเผ่ขยายไปได้กว้างใหญ่ไพศาล แต่ในทุกๆผืนหญ้าที่เเสงทอดผ่านไป ในขณะเดียวกัน “เงา” ก็ได้เกิดขึ้นกับทุกๆที่ที่อาทิตย์ทอแสงผาดผ่านสิ่งเ่าั้”
…
...
…
“ฉันอยากััถึงมัน ไออุ่นของแสงอาทิตย์นั่น”
ณ เมืองลีโอ ศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองแห่งดินแดนโซดีแอค
ชายสวมฮูดคนหนึ่ง ดูแปลกตามากกว่าใครๆ อาจจะเป็เพราะชุดที่ดูมีฐานะแต่ฮูดที่เขาใส่นั้นมันบดบังใบหน้าของเขาไปทั้งใบหน้า เท้าสองข้างเดินย่ำไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจพร้อมกับฝูงชนที่แออัดยัดเยียดบนทางเดิน ที่ซึ่งดูๆแล้วเหมือนผู้คนเหล่านี้กำลังมุ่งหน้าไปโคลอสเซี่ยมจัดงานประลองประจำปีของเมืองนี้ กลิ่นอาหารคละคลุ้งไปทั่วปนแปกับกลิ่นยาที่พ่อค้าแม่ค้าต่างนำสินค้าของตนเองขึ้นมาตั้งเเผงขาย
เท้าคู่นั้นหยุดอยู่กับที่ในขณะหนึ่ง นั่นหมายถึงตอนนี้เขาอาจจะกำลังสนใจอะไรบางอย่าง
“เธอคนนั้น ตามหาตัวง่ายจริงๆนะ”
ชายหนุ่มใส่ฮูดเอ่ยขึ้นท่ามกลางฝูงชนที่แอดอัด หลังจากที่เขาพูดจบ เท้าทั้งสองข้างก็เริ่มสับรางเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังขายไอเท็มที่เรียกว่า “โพชั่น” อย่างรวดเร็ว
“ยินดีต้อนรับนะคะ สนใจซื้อยาตัวไหนถามได้เลยนะคะ หรือว่าจะทานขนมอร่อยๆกับน้ำชาก่อนไปดูการแข่งขันก็ได้นะคะ”
หญิงสาวผู้นี้เอ่ยขึ้นอย่างมีอัธยาศัย อาจจะเป็เพราะร้านของเธอมีกลิ่นแปลกๆของเ้าสัตว์เลี้ยงที่เธอเลี้ยงไว้ และตัวยาที่ทำออกมาอย่างน่าประหลาด เธอจึงต้องเน้นการบริการที่ดีกว่าร้านอื่นๆ เพื่อที่จะดึงดูดลูกค้าก็เป็ได้
“ขอรับเป็อินวิซิเบิลโพชั่นให้ 3 ขวดครับ”
ชายหนุ่มปริศนาชี้นิ้วไปที่ขวดยารูปทรงแปลกประหลาดที่เขียนสรรพคุณไว้ว่า “เมื่อกินเข้าไปร่างกายจะอยู่ในสภาวะล่องหน” ซึ่งยาตัวนี้เป็ตัวยาที่แปลกและหาซื้อได้ยากมาก
“ยาตัวนี้ทำยากนะครับ เธอรู้วิธีทำมันได้ยังไงหรอ?”
เขาเอ่ยถามเหมือน้าข้อมูลบางอย่างจากเธอ ก่อนที่เธอจะค่อยๆสยายผมสีชมพูพีชเส้นยาวสลวยของเธอ ก่อนจะสบตาด้วยดวงตาสีม่วงที่สองประกายสีทองคู่นั้นไปที่ชายหนุ่มปริศนา
“ทำไม่ยากหรอกค่ะ แต่มันเป็ความลับ”
“ทั้งหมดเป็เงิน 1,500 เซนนีค่ะ”
เธอตัดบทการสนทนาด้วยการบอกค่าของทั้งหมด เหมือน้าจะบอกเป็นัยว่าฉันไม่อยากคุยกับนายแล้ว
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
……..
“ขอบคุณมากเลยนะคะ”
(บางทีเธออาจจะไม่พอใจที่ผมถามเื่สูตรยารึเปล่า)
ชายหนุ่มปริศนาคิดในใจพร้อมกับสงสัยกับการกระทำของตัวเองว่ามันดูมีมารยาทรึเปล่า?
(เรารีบมุ่งหน้าไปสถานที่แข่งขันดีกว่า ก่อนที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้)
เขาเดินอย่างเร่งรีบเพราะเกรงว่าเวลาจะไม่ทันกาล โดยจะต้องฝ่าฝูงชนที่แอดอัดไปอย่างยากลำบาก ฮูดของเขาก็ได้เปิดขึ้นจากการเบียดเสียดกันของร่างกาย เผยให้เห็นใบหน้าที่อ่อนเยาว์ผมสีดำสนิทกับนัยตาสีน้ำเงินเข้ม
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ชายคนหนึ่งดูท่าทางเดินมาอย่างร่าเริงพร้อมกับกิริยาท่าทางในการโยนเหรียญเล่นไปตามทางที่คนเนืองเเน่น โดยที่ไม่ได้ทันระวัง เขาได้บังเอิญทำเหรียญนำโชคเหรียญนั้น ซึ่งเป็สิ่งเดียวกันกับเหรียญที่เขาเอาออกมาโยนเล่นอย่างหน้าตาเฉย ตกไปที่ซอกฮูดของผู้ชายปริศนาผมดำสนิทคนนั้น
เสียงะโจอแจของเหล่าบรรดาพ่อค้าเเม่ขายกับผู้คนที่เดินกันแออัดยัดเยียด ชายหนุ่มผมสีดำสนิทกลับไม่ได้ยินเสียงเรียกของชายคนที่โชคร้ายที่บังเอิญโยนของสำคัญใส่ตัวคนอื่น
(อ่ะ! เจอแล้วแฮะ เ้าโคลสอเซียมประลองนี่ใหญ่กว่าที่คิดไว้เเฮะ)
เมื่อเ้าหนุ่มผมสีดำ กำลังจะเดินผ่านทางเข้าโคลอสเซียมไป ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเรียกแหบแห้งของยายแก่ๆคนหนึ่ง
“ไอ้หนุ่มเอ้ยย….จ่ายตังค่าเข้าโคลอสเซียมมาสิ 1เซนนี”
“ยายคิดให้ถูกๆเลย”
ชายหนุ่มดึงผ้าคลุมออก ทำให้เหรียญ 1 เซนนีที่ติดมากับฮูดตกลงพื้นจนเขาสังเกตุเห็น
“โชคดีจังเลยแฮะ ได้มา1เหรียญฟรีๆ”
เขายื่นเงินให้กับยายเเก่คนนั้นก่อนที่จะเดินเข้าโคลอสเซียมไปอย่างว่องไว ด้วยความเกรงว่าจะเข้าร่วมรายการเเข่งขันไม่ทัน ก่อนที่เขาจะเดินถือใบสมัครไปยังเคาท์เตอร์รับใบสมัครผู้เข้าเเข่งกัน
ทันใดนั้นเอง เสียงะโเรียกก็ไล่หลังของเขามาจนได้ยินอย่างชัดเจน นั่นเป็เสียงของเ้าของเหรียญผู้โชคร้าย
“ไอ้หัวดำที่ยืนตรงนั้นน่ะ เอาเหรียญของข้าคืนมานะ ”
เ้าหนุ่มผมทองผู้อับโชคเดินมาเรียกร้องสิ่งล้ำค่าคืน โดยที่เ้าตัวยังไม่รู้เลยว่า เหรียญภายในฮูดที่เขาได้มานั่นมันคือของใคร ก่อนที่เขาจะเอามือชี้มาที่ตัวเอง เป็ภาษากายบอกเป็นัยว่า นายเรียกชั้นอย่างนั้นหรอ?
“แกนั่นแหล่ะ แกบังอาจเอาเหรียญนำโชคของชั้นไปให้กับยายเเก่นั่น เหอะ...นี่แกไม่รู้รึยังไงว่ามันสำคัญกับชั้นมากน่ะ”
ชายผมทองที่หน้าตาดูยียวนกวนประสาทพยายามตะคอกด้วยเสียงที่ดังมากจนน่ารำคาญ พร้อมกับท่าทีที่เหมือนจะพยายามหาเื่ท้าต่อยกันให้ได้
“ใครจะไปรู้หล่ะว่ามันคือเหรียญนำโชค ถ้าเป็นาย นายจะรู้ไหม?”
ชายหนุ่มผมดำถามกลับด้วยความสงสัย โดยที่ไม่เกรงกลัวฝ่ายตรงข้ามเลยสักนิด
“แกอยากจะมีปัญหานักใช่ไหม….เอาเหรียญนั่นคืนมาก่อนที่หัวแกจะจมไปอยู่ในดิน”
เ้าหนุ่มผมทองชักแขนเสื้อขึ้นเพื่อสื่อว่า ตอนนี้ข้าอยากมีเื่กับเ้ามาก
ทันใดนั้นเอง ในขณะที่เขากำลังกำหมัดแน่น ก็ดูเหมือนว่ามีประกายสีแดงอยู่รอบมือของเขา พร้อมกับความรู้สึกร้อนที่บอกไม่ถูก ชายผมทองคนนั้นพุ่งเข้ามาหาชายหนุ่มผมดำอย่างไม่เกรงกลัวด้วยความเร็วที่เขาคาดไม่ถึง
“หยุดเดี๋ยวนี้”
เสียงของใครดังขึ้น แต่ดูน่าเกรงขามมากจนเ้าหัวทองผู้ก้าวร้าวถึงขนาดกับหยุดลงดื้อๆ
“ถ้าจะมีปัญหากันก็ไปสู้กันนอกเมือง ในนี้พวกเ้าต้องเคารพสถานที่กันด้วย”
เสียงของผู้คุมกฎนี่เอง! รูปร่างที่ใหญ่โตของเขาและน้ำเสียงที่ใหญ่ราวกับั์ ทำให้ดูน่าเกรงขามและน่ากลัว
“นายเข็มขัดสั้นใช่ไหมล่ะ? ที่ชั้นเร็วได้ขนาดนี้นะ”
เ้าหนุ่มผมทองพูดจากวนประสาทให้เขาปวดหัวเล่น
“นายจะหมายถึง คาดไม่ถึง แบบนี้ใช่ไหม”
(ไอ้หมอนี่มันเล่นมุขอะไรของมันกันนะ น่ารำคาญสุดๆ)
“ฝากไว้ก่อนเถอะ...ไอ้แว่นหัวดำ ถ้าเจอกันในงานประลองล่ะก็ นายได้เละเป็โจ๊กแน่!!”
ชายหนุ่มผมดำเดินหันหลังกลับด้วยความไม่ใยดี พร้อมเดินมุ่งหน้าไปยังสถานที่เตรียมตัวของผู้เข้าแข่งขัน
“ก็น่าสนุกดี….คงได้รู้กันว่าใครจะเก่งกว่ากันแน่ ถ้าเราได้เจอกันน่ะนะ”
เ้าหนุ่มผมทองผู้ก้าวร้าว ยกนิ้วกลางงามๆใส่หลังของพ่อหนุ่มแว่นผมดำอย่างไม่เกรงใจสายตาประชาชนที่มาดูการแข่งขัน
(สถานที่แบบนี้ไม่คิดจะมีคนที่น่าสนใจแบบนี้ด้วย ก็น่าสนุกดีเเฮะ)
ในขณะนั้นเอง ชายผมดำปริศนา ก็ได้ยกใบสมัครเข้าร่วมการแข่งขันขึ้นมาดู
“ผู้เข้าร่วมการแข่งขันการประลองฝีมือหมายเลข 26 เบร็นดิโอ้”