เมื่อทุกคนได้รู้กันหมดแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้มานั่งปรึกษากันว่าควรจะทำอย่างไร
“เราไปปล่อยข่าวลือกันดีไหมลูกแต่เราต้องทำอย่างแเี โดยอาศัยกันบอกปากต่อปากว่าจะมีพายุหิมะเกิดขึ้น แล้วเราก็นำสิ่งของที่จำเป็มาขายในตลาดที่ถูกลงเล็กน้อยถ้าขายถูกมากเกินไป เราอาจจะเป็ที่สงสัยได้” จินเป่าพูดขึ้นมาในสิ่งที่เขาคิดได้
“พ่อจ๋าเยี่ยมไปเลย ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเขาเอง เื่ปล่อยข่าวลือให้หนูจัดการเองจ๊ะ รับรองว่าไม่มีใครรู้แน่ว่ามาจากไหน” ซินซินยืดอกน้อยๆ ของตนขึ้นพร้อมตบอย่างมั่นใจ
ผู้ใหญ่ทุกคนเมื่อได้เห็นภาพนี้ต่างก็หัวเราะชอบใจกันยกใหญ่ ยกเว้นเ้าจิวจิว ที่เอามือปิดหน้าเพราะอับอายในตัวเพื่อนรักของตน
เมื่อได้บทสรุปแล้ว่สายๆ หลังจากที่หมอกจางลงแล้ว จินเป่า ซินซิน ฮัวเหมย และจางหยาง ก็พากันไปที่ตัวอำเภอด้วยกัน ซินซินต้องนำสบู่ออกมาให้อาฮัวเหมย รวมทั้งข้าว ธัญพืชชนิดต่างๆ เสื้อกันหนาวผ้าห่ม มาเตรียมเอาไว้ให้อาขายด้วย
ดังนั้นสิ่งของจึงมีมากมายหลายอย่างกองพะเนินเป็ูเาย่อมๆ เลยทีเดียว ทุกคนต่างก็แปลกใจว่าทำไมสิ่งของที่ซินซินนำออกมาถึงยังไม่หมดเพราะที่เอาออกมานี้ก็มากขึ้นทุกวัน ซินซินไม่ได้รับรู้ความคิดนี้ของทุกคน
แต่ถ้าเธอรู้ เธอก็คงจะตอบกลับไปว่าเอาไว้สักวันทุกคนก็จะรู้เอง ตอนนี้ก็ขอเก็บเป็ความลับไปก่อน เมื่อซินซินได้นำสิ่งของที่คิดว่าจำเป็ออกมาหมดแล้วเ้าตัวน้อยก็ต้องเข้าไปในตลาดมืดเพื่อทำการปล่อยข่าว
ทางด้านฮัวเหมยและจางหยางก็พากันไปที่โรงงานเหมืองแร่ ที่ฮัวเหมยทำงานอยู่เพื่อไปทำเื่ให้ฮัวเหมยลาออก และทำการนัดแนะกับลูกค้าของตนว่าต่อไปนี้ต้องไปรับสินค้าที่บ้านแทน หากมีใครถามก็บอกว่ามาเยี่ยมเพื่อนเก่า
“เถ้าแก่จางวันนี้ผมเห็นว่าใกล้หน้าหนาวแล้ว ผมจึงมีเสื้อกันหนาวมาให้ดูเผื่อเถ้าแก่จะสนใจ” จินเป่าพูดกับเถ้าแก่จางเมื่อมาถึงร้าน
“เข้ามาด้านในกันก่อนอากาศหนาวขนาดนี้ ลื้อก็ยังพาลูกมาด้วยนะ มาตัวเล็กเข้ามานั่งในร้านของลุงก่อน ลุงมีขนมและน้ำเต้าหู้ร้อนๆให้กิน” เถ้าแก่จางบอกกับเ้าตัวเล็กที่แกเอ็นดูในความฉลาดและรู้ความของเด็กน้อยั้แ่ ที่จินเป่าพามาขายของด้วยเมื่อปีก่อน
“ไหนเอาเสื้อมาให้อั๊วดูสิ” เถ้าแก่จางพูดพร้อมกับหยิบเสื้อที่จินเป่าส่งมาให้ดู เถ้าแก่จางจับเนื้อผ้า และพลิกซ้ายขวากลับด้านนอกด้านในอยู่อย่างนั้นสักพักแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความชอบใจ
ซินซินน้อยคิดว่าเธอตกเถ้าแก่ใหญ่รายนี้ได้แล้วเป็แน่แท้ จึงได้นั่งอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“โอ๊ะเ้าตัวน้อยลูกของลื้อนี่น่ารักดีแท้ เมื่อไหร่อั๊วจะมีลูกกับเขาบ้างก็ไม่รู้ แต่งงานกันมาก็ตั้งหลายปีแล้วจนลื้อมีลูกไปสองคนแล้วอั๊วเองก็สามสิบห้าแล้วด้วย” เถ้าแก่จางก็พูดขึ้นมาอย่างเศร้าสร้อย
“หนูให้ค่ะคุณลุง” ซินซินเกิดความสงสารคุณลุงเถ้าแก่ผู้ใจดีนี้จึงได้มอบรูปเด็กผู้ชายรูปร่างอวบอ้วนผิวขาวให้กับเถ้าแก่จาง
เมื่อเถ้าแก่จางรับไปดู ก็รู้สึกถูกใจเป็อย่างมาก แต่ตัวเขาเองก็แปลกใจว่าเ้าตัวน้อย นี้เอารูปเด็กหน้าตาน่ารักนี้มาให้กับเขาทำไม
“หนูน้อยให้ลุงทำไมเหรอลูก” เถ้าแก่จางถามเ้าตัวน้อยด้วยความสงสัย
“ให้คุณป้ามองเช้าและเย็นทุกวัน น้องจะมาเกิดค่ะ”ซินซินตัวน้อยตอบ พร้อมกับรอยยิ้มอย่างไร้เดียงสา ด้านเถ้าแก่เมื่อได้ยินคำตอบแบบนี้เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะอาจจะเป็ความคิดแบบเด็กๆก็ได้
“ขอบใจหนูนะลูก เป็เด็กดีจริงๆ รู้จักปลอบใจคน” เถ้าแก่จางพูดพร้อมกับนำมือที่ใกล้จะอวบอ้วนนั้นมาลูบหัวเ้าตัวน้อย
“เถ้าแก่เคยได้ยินข่าวหรือเปล่าว่าบ้านเมืองของเราจะเกิดพายุหิมะ ความรุนแรงยังไม่รู้แน่ชัด แต่ผมคิดว่าเราควรเตรียมตัวตุนเสบียงเอาไว้ก็ดี โดยเฉพาะร้านเถ้าแก่ที่เป็ร้านอาหารด้วย” จินเป่าได้เริ่มแผนการณ์ตามที่ลูกสาวตัวน้อยบอกเอาไว้
“ลื้อคิดว่ามันจะมีพายุหิมะจริงเหรอ แต่ั้แ่ที่เรารู้จักกันมานาน อั๊วสั่งของตุนไว้ก็ได้ แล้วลื้อจะขายแพงขึ้นไหม” เถ้าแก่จางถามเขาถือคติที่ว่าเหลือดีกว่าขาด
“ไม่แพงหรอกครับเถ้าแก่ อีกสักอาทิตย์หากหิมะเริ่มตกเถ้าแก่ค่อยมาสั่งกับผมก็ได้” จินเป่าพูดขึ้นเพื่อให้เถ้าแก่ได้เห็นเองกับตาว่าหิมะจะเริ่มตกลงมา
ในขณะที่คนทั้งสองกำลังพูดกันอยู่นั้น ลูกค้าที่มากินข้าวเถ้าแก่ก็ได้ยินข่าวเื่พายุหิมะไปด้วย และเมื่อเขาออกจากร้านไป เขาก็ไปเจอคนที่รู้จักและก็ได้พูดถึงเื่พายุขึ้นมา จนตอนนี้ต่างก็ได้มีข่าวเื่พายุหิมะกระจายเข้าไปทั่วทั้งอำเภอแล้ว
“จางหยาง คุณได้ยินข่าวถึงเื่พายุหิมะนี้หรือเปล่า ตอนนี้ประชาชนต่างก็พากันแตกตื่นใกันมากขึ้น เราในฐานะเ้าหน้าที่รัฐคงต้องให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าหากมีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นจริงเราจะสามารถให้การช่วยเหลือได้” รองนายกประจำมณฑลด้านการปกครองหัวหน้าของจางหยางพูดขึ้น
“แหมท่านลู่ ผมว่าท่านน่าจะกังวลเกินเหตุไปก็ได้นะครับ ผมยังไม่เห็นว่าจะมีหิมะตกลงมาเลยด้วยซ้ำ ชาวบ้านเ่าั้ก็อาจจะได้ยินข่าวโคมลอยที่ไหนมาก็ได้” จงเจิงรองนายกประจำมณฑลฝ่ายบรรเทาสาธารณภัยพูดแย้งออกมา
เลขาของทั้งสองอย่างจางหยางและอี้ฝานก็ได้แต่มองหน้ากัน พร้อมกับส่ายหัวให้กับหัวหน้าของตน ที่ชอบทำตัวเป็ไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ทั้งๆที่ทั้งสองต่างก็เป็เพื่อนรักกันแต่ที่มักจะชอบทำตัวเป็ศัตรูกันแม้จะมีสาเหตุก็ตามแต่ความเล่นใหญ่นี้ต่างหากที่เลขาทั้งสองต้องส่ายหน้า
จึงเป็เหตุให้คนภายนอกเข้าใจผิดอยู่เสมอว่าถ้ารองลู่ และรองิอยู่ด้วยกัน ทุกคนต้องรีบหลีกหนีกันให้ไกลด้วยเกรงว่าอาจจะเกิดลูกหลงจากการประทะกันของทั้งสองได้
“ท่านรองิ ดูท่านพูดเข้าเพราะถ้าเกิดภัยพิบัติจากพายุหิมะขึ้นมาจริงๆ ผมว่าทางฝ่ายบรรเทาสาธารณภัยของท่านน่าจะเดือดร้อนที่สุดนะท่าน หากท่านไม่เตรียมการรับมือไว้ั้แ่เนิ่นๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาจริงๆ ท่านก็อย่ามาร้องไห้ให้ฝ่ายปกครองของผมช่วยนะครับ” รองลู่พูดขึ้นอย่างคิดว่าตนเหนือกว่า
ทั้งสองต่างก็โต้แย้งกันไปมา และไม่มีใครยอมใคร จนเดินเข้ามาในห้องของรองนายกลู่จิวซือ ทางด้านเลขาของทั้งสองก็ต้องเดินตามเข้ามาด้วย
เมื่อทั้งหมดเข้ามาในห้องและปิดประตูเรียบร้อยหมดแล้ว ท่านรองิจงเจิง ก็เดินเข้าไปกอดคอของท่านรอง ลู่จิวซืออย่างที่เคยทำเป็ประจำยามที่อยู่ด้วยกัน ภาพนี้ก็ไม่ได้ทำให้เลขาทั้งสองแปลกใจนักเพราะได้เห็นจนชินตาแล้ว
“จิว เอ็งว่าจะเกิดภัยพิบัติจากพายุหิมะจริงเหรอ กันเองจะได้หาเตรียมเสบียงรอไว้ั้แ่เนิ่นๆ แล้วเราจะแอบเตรียมไว้ที่ไหนดี”รองิถามเพื่อนของตน
“เอ็งก็หาเช่าโกดังว่างๆ ไว้สิ หาคนที่ไว้ใจได้มารับหน้าที่นี้ เอ็งปล่อยคอข้าได้แล้วและก็ไปนั่งให้เรียบร้อยด้วย”รองลู่กล่าวกับเพื่อนของตน
“เมื่อไหร่เราจะไม่ต้องทำเป็ทะเลาะกันสักทีว่ะ ข้าละเบื่อจะแย่ ต้องปั้นหน้าว่าไม่ชอบหน้าเอ็ง จนหน้าข้าเหมื่อยไปหมดแล้วว่ะ”
“เอ็งก็ทนเอาหน่อย ข้าเองก็เหมื่อยพอกับเอ็งนั่นแหละ แต่จะให้ทำยังไงว่ะ เบื้องบ้นเขาสั่งมาแบบนี้นี่หว่า ข้ากับเอ็งก็ต้องมาช่วยกันเป็หูเป็ตากันแล้วล่ะว่าใครที่มันทำการขายพรรคให้กับคนอื่น” รองลู่พูดตอบโต้เพื่อนของตนพร้อมกับถอนหายใจไปด้วย
“แล้วข้าจะไปหาเสบียงได้จากไหนว่ะ เอ็งก็รู้ว่ายุคนี้มันขาดแคลนขนาดไหน พวกเรานี่ยังโชคดีที่เป็เ้าหน้าที่รัฐยังมีให้กินไม่อดอยาก แต่เื่เสบียงชาวบ้านที่ไหนจะมีมาขายให้กัน” รองิเองก็พูดขึ้นมาด้วยความหนักใจ
“ผมขออนุญาต ท่านทั้งสองครับ” จางหยางที่ได้ยินรองนายกทั้งสองพูดกันถึงเื่เสบียง เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะเป็คนอาสาหามาให้เอง รองทั้งสองเมื่อได้ยินเสียงของจางหยางพวกเขาก็หันมามองเลขาหนุ่มมากความสามารถตรงหน้านี้พร้อมกัน
“อนุญาต มีอะไรเหรอจางหยางลองว่ามา” ท่านรองลู่เป็ฝ่ายอนุญาตเลขาของตน
“กระผมมีแหล่งเสบียงที่เชื่อถือได้ครับ ผมอยากจะอาสารับหน้าที่ซื้อเสบียงเองครับ รับรองได้ของคุณภาพดีและราคาก็ถูกกว่าท้องตลาดแน่นอน” จางหยางพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าเ้านายทั้งสองไปด้วย
“ถ้าเป็อย่างที่คุณพูดผมอนุญาตให้คุณจัดซื้อได้เลย แต่กว่าจะได้งบประมาณมาผมว่าคงต้องรอให้หิมะตกก่อนเป็แน่ เพราะคุณเองก็รู้ว่ารองนายกฝ่ายงบประมาณคือใคร” รองลู่ก็พูดด้วยความหนักใจขึ้นมาอีกเช่นกัน
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกันเดี๋ยวผมจะให้เงินส่วนตัวของผมกับคุณไปก่อน แต่คุณก็ช่วยเก็บหลักฐานการซื้อเอาไว้ด้วย เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นจริงๆ ก็ค่อยนำมาเบิกเพื่อเอาเงินมาคืนผม แต่ถ้ามันไม่เกิดอะไรเราก็แค่นำมาสำรองไว้ในหน่วยก่อนแล้วก็เบิกงบมาคืนทีหลังก็ได้ผมรวย ผมไม่รีบฮ่าๆ” รองนายกิพูดติดตลกออกมา เพื่อให้ทุกคนไม่เคร่งเครียด
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าเองก็จะช่วยเอ็งออกด้วยครึ่งหนึ่งเรามาซื้อเสบียงเก็บไว้สักห้าหมื่นก่อนก็แล้วกัน ออกกันคนละสองหมื่นห้า ข้าเองก็พอมีเงินอยู่บ้างถึงไม่รวยเท่ากับเอ็งก็เถอะ” รองนายกลู่ก็พูดขึ้นแต่ก็ยังไม่วายกัดเพื่อนของตนไปเบาๆด้วยความหมั่นไส้
“รับทราบครับ ผมจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดท่านทั้งสองไม่ต้องกังวลครับ จางหยางรับปากขึ้นมาอย่างแข็งขัน
“ท่านครับ ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอไปช่วยหยาง หยางด้วยนะครับ เพราะผมพอจะรู้จักคนที่มีโกดังใหญ่ ที่พอจะไม่เป็ที่จับตามองของใครได้” อี้ฝานก็เสนอตัวเองออกมาบ้างเขาก็อยากจะช่วยเพื่อนเช่นกัน
“ตกลงเื่เสบียง ผมทั้งสองคนยกให้เป็ความรับผิดชอบของพวกคุณ ขอให้พวกคุณจงทำงานรับใช้ประชาชนให้เต็มที่ตามคติพรรคของพวกเรา
ตกเย็นของวันนั้น จางหยางก็ได้ขี่จักรยานของตนมายังบ้านพี่เมียของตนตามลำพัง โดยเขาไม่ได้ให้ฮัวเหมยมาด้วยเพราะเป็ห่วงทั้งตัวภรรยาและลูกที่อยู่ในท้อง เมื่อมาถึงร้องเรียกคนในบ้านอยู่สักพักก็เห็นพี่เมียของตนเป็คนมาเปิดประตูู เขาทักทายตามมารยาท แล้วก็รีบเดินเข้าไปในบ้าน
“พี่ครับ หลานชายหลานสาวไปไหนกันเหรอครับ” เมื่อเข้ามาในบ้านได้ เขาก็รีบถามหาหลานๆ ของภรรยาทันที เขารักเด็กสองคนนี้มากโดยเฉพาะเ้าตัวน้อย เขาอยากมีลูกชายมีเหตุผลเหมือนซ่านซ่าน และลูกสาวขี้อ้อนเหมือนซินซิน
“อยู่ในครัวกันนะ เ้าตัวน้อยอยากกินบัวลอยน้ำขิงก็เลยไปอ้อนให้ย่าและแม่ทำให้กิน ส่วนซ่านซ่านกำลังทำการบ้านอยู่ในห้อง ว่าแต่มานี่เกี่ยวกับเื่เสบียงหรือเปล่า” จินเป่าถามน้องเขยของตน
“ใช่คับพี่ ผมจึงรีบมาบอกหลานสาวตัวน้อย ว่าตอนนี้ผมได้เป็ผู้รับผิดชอบหน้าที่ในการหาเสบียงเตรียมพร้อมไว้ก่อนครับ”
เมื่อจินเป่าได้ยินสิ่งที่น้องเขยพูดออกมา เขาเองก็รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง เพราะแผนการณ์ช่วยเหลือผู้คนของลูกสาวสำเร็จมาหนึ่งขั้นแล้ว