จี้ทิงขมวดคิ้วพลางเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะเห็นจี้เยี่ยนจื๋อยืนอยู่ที่ราวกั้นชั้นสอง “พี่รู้ได้ยังไงว่าคุณแม่ไปแล้ว?”
“ฉันไม่รู้หรอก” มุมปากของจี้เยี่ยนจื๋อประดับรอยยิ้มจางๆ“ฉันแค่ปักใจเชื่อว่าคืนนี้เธอจะไม่นอนที่คฤหาสน์เก่าแน่”
ข้อมูลที่เขาได้รับมาคือสองสามีภรรยาจะกลับมาก่อนช่วงตรุษจีนแต่การที่หลินชิงปรากฏตัวกะทันหันกลางดึกโดยไม่มีกระเป๋าเดินทางติดตัวมาด้วยเห็นได้ชัดว่าเป็นการตัดสินใจที่รีบร้อนและมีความเป็นไปได้สูงว่าเธอจะแอบจี้ซื่อเจ๋อกลับมา
เมื่อรวมเข้ากับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้จี้เยี่ยนจื๋อจึงมั่นใจว่าระหว่างทั้งคู่ต้องมีเรื่องราวบางอย่างที่เขาไม่รู้แน่ๆ
“ก่อนไป หลินชิงพูดอะไรกับนายบ้าง?”
จี้ทิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คุณแม่ก็แค่ถามว่าพี่ได้ตีผมหรือเปล่าแต่ผมบอกว่าเปล่า”
จี้เยี่ยนจื๋อเลิกคิ้วขึ้น“แค่นี้เหรอ?”
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อทว่าจี้ทิงกลับไม่อยากขยายความในหัวข้อนี้ต่อ “ครับ”
[ถึงฉันไม่พูด จี้เยี่ยนจื๋อก็รู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นที่เฮ่อหยวน]
จี้เยี่ยนจื๋อส่งเสียง‘ฮึ’ ในลำคออย่างผู้เหนือกว่า ปากไม่ยอมพูดแต่ในใจกลับเปิดเผยออกมาจนหมดเปลือก
เขาพยักหน้าอย่างพอใจพลางพูดขึ้นมาว่า“เอาเถอะ จำคำที่ฉันพูดไว้ก่อนหน้านี้ให้ดี ถ้ากล้าลืมล่ะก็เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ”
“คำไหน...”
จี้ทิงยังไม่ทันจะได้ถามให้กระจ่างจี้เยี่ยนจื๋อก็เดินจากไปเสียดื้อๆ
คนคนนี้มักจะเป็นแบบนี้เสมอ...เขาถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนกลับห้องของตนเองไปเช่นกัน
หลังจากจี้ทิงอาบน้ำเสร็จก็เป็นเวลาตีสามแล้วแต่เมื่อเอนกายลงบนเตียง เขากลับไม่อาจข่มตาหลับได้เสียที
[แต่ก่อนบ้านหลังนี้มีแค่ฉันกับจี้เยี่ยนจื๋อสองคนจี้เยี่ยนจื๋อแทบไม่อยู่บ้านตอนกลางวันอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยมีอะไรให้ต้องพะวง]
[แต่หลินชิงกับจี้ซื่อเจ๋อกำลังจะกลับมาแล้วดูท่าวันเวลาหลังจากนี้คงจะยิ่งไม่สงบสุขขึ้นเรื่อยๆ]
จี้ทิงไม่ชอบความรู้สึกที่ไม่มั่นคงเช่นนี้เอาเสียเลยไม่ใช่ว่าเขาหวาดกลัวสิ่งใดเพียงแต่ไม่อยากถลำลึกเข้าไปในวังวนที่ไร้ความหมายเท่านั้นเอง
เขายันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาเช็กยอดเงินในบัญชีธนาคาร
จี้เยี่ยนจื๋อเคยให้ไว้สามล้านรวมกับอีกสิบล้านที่ได้จากลู่เหยียนชูซึ่งเขาแบ่งให้สวีเหรินไปหนึ่งล้านเบ็ดเสร็จแล้วตอนนี้เขามีเงินสดติดตัวอยู่สิบสองล้านแปดแสนหกหมื่นหยวน
เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว...
[ยังไงก็ต้องไป] จี้ทิงครุ่นคิด ข้ออ้างเองก็หาได้ไม่ยาก[บอกว่าตั้งใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศก็น่าจะได้อยู่]
จี้เยี่ยนจื๋อที่เพิ่งหลับไปได้เพียงครึ่งชั่วโมงถูกเสียงในใจของจี้ทิงปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง
มือใหญ่ที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนดึงผ้าปิดตาลงเผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยของจี้เยี่ยนจื๋อ
จี้ทิงอยากจะไปจากที่นี่งั้นเหรอ?
ในเมื่อหลินชิงกับจี้ซื่อเจ๋อกลับมาคนที่ควรจะดีใจที่สุดไม่ใช่เขาหรือไงแล้วทำไมกลางค่ำกลางคืนถึงได้เอาแต่คิดหาวิธีหลบหน้าหนีออกไป...
จี้เยี่ยนจื๋อขบคิดอยู่นานก็ยังหาเหตุผลไม่ได้หรือว่าวันนี้หลินชิงกลับมาพูดอะไรอย่างอื่นอีกหรือว่าจี้ทิงไปก่อเรื่องใหญ่อะไรที่เขาไม่รู้เอาไว้
[ก่อนจะไป ฉันต้องหาทางย้ายของในห้องเล่นเกมออกไปก่อน อืม...ดูเหมือนอันดับแรกต้องเช่าสถานที่ที่เหมาะสมสักแห่ง]
หางตาของจี้เยี่ยนจื๋อกระตุกวูบเรื่องนี้เริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้ว ทรัพย์สินมีค่าชิ้นอื่น จี้ทิงไม่คิดถึงเลยสักนิดสิ่งเดียวที่พิจารณาคือการย้ายของที่ใช้เล่นเกม
จี้เยี่ยนจื๋อเหยียดยิ้มเย็นชาถ้าจนถึงตอนนี้เขายังเชื่อว่าห้องในตึกตะวันตกนั่นมีไว้สำหรับวางเครื่องเล่นเกมจริงๆเขาก็คงจะโง่เต็มทนแล้ว
...
เมื่อคืนจี้ทิงดูข้อมูลอสังหาริมทรัพย์จนถึงตีห้าเขาเพิ่งจะนอนได้ไม่กี่ชั่วโมงก็ถูกแรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ปลุกขึ้นมา
“ฮัลโหล”
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใช่คุณหวังไหมคะ?”
จี้ทิงกำลังจะบอกว่าโทรผิดแต่อีกฝ่ายกลับชิงพูดขึ้นเสียก่อน “คืออย่างนี้ค่ะฉันเห็นว่าเมื่อวานคุณเข้ามาดูข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในระบบของเราตอนนี้แถวถนนซั่งเหวินมีบ้านที่ตรงตามความต้องการของคุณพอดีไม่ทราบว่าคุณสนใจจะลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไหมคะ?”
แอปพลิเคชันสมัยนี้มีฟังก์ชันเก็บข้อมูลผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติประวัติการเข้าชมและการคัดกรองหมวดหมู่จึงถูกบันทึกไว้หมด
จี้ทิงไม่ได้แปลกใจนักเขาจึงเอ่ยตอบ “ผมไม่ได้จะเช่า ผมจะซื้อ”
“บ้านหลังนี้คือบ้านที่เจ้าของต้องการจะขายพอดีค่ะรับรองได้เลยว่าทำเลดีมาก...”
ครึ่งชั่วโมงต่อมาบอดี้การ์ดที่เฝ้าสังเกตรถสปอร์ตสีแดงที่เลี้ยวลับหัวมุมถนนไปก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ประธานจี้ครับคุณชายรองเพิ่งออกจากบ้านไปครับ”
หลังจากวางสายจี้เยี่ยนจื๋อก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วโทรหาเลี่ยวข่าย “นายพาคนเข้ามาได้เลย”
...
สิบห้านาทีต่อมาหวังเหมี่ยนหัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ของห้องปฏิบัติการอัจฉริยะของกลุ่มบริษัทซื่อลี่ก็มองไปที่จี้เยี่ยนจื๋อด้วยสีหน้าพิศวง “ประธานจี้เรียกผมมาแต่เช้าเพื่อจะให้มาเปิดประตูบานนี้เนี่ยนะ?”
“อืม”
หวังเหมี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึกพลางกัดฟันพูด “ประธานจี้ครับ จะล้อเล่นก็ให้มันมี...”
“รหัสผ่านของประตูบานนี้ถูกลบออกไปโดยตั้งใจ แม้แต่แบล็กบ็อกซ์ [1] ของฉันก็ยังเข้าไม่ได้ ฉันสงสัยว่าระบบก็น่าจะถูกแก้ไขด้วย” จี้เยี่ยนจื๋อพูดขัดขึ้น
หวังเหมี่ยนขมวดคิ้วยังคงไม่เข้าใจ “ถ้าอย่างนั้นคุณก็แค่ให้คนมาพังประตูทิ้งไปเลยไม่ดีกว่าเหรอจะอ้อมค้อมไปทำไมให้เสียเวลา?”
“เปิดไม่ได้ใช่ไหม?” จี้เยี่ยนจื๋อพูดอย่างไร้อารมณ์“งั้นผมจะได้เรียกวังปินมา”
บ้าเอ๊ย!หวังเหมี่ยนสบถในใจ แต่ใบหน้ากลับยิ้มระรื่นราวกับดอกไม้บาน“เปิดครับเปิดพร้อมให้บริการท่านประธานอย่างสุดความสามารถเดี๋ยวนี้เลยครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อส่งสัญญาณมือเลี่ยวข่ายก็รีบนำอุปกรณ์ที่หวังเหมี่ยนต้องใช้มาวางให้ทันที
หวังเหมี่ยนใช้โน้ตบุ๊กเจาะเข้าสู่ระบบควบคุมส่วนกลางของตระกูลจี้ก่อนจากนั้นเขาจึงป้อนคำสั่งบางอย่างลงไปโค้ดจำนวนมหาศาลพลันวิ่งผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว
จี้เยี่ยนจื๋อโน้มตัวลงเล็กน้อยมือขวากดลงบนโต๊ะ “พอจะดูวันที่รหัสผ่านถูกแก้ไขได้ไหม?”
“ได้ รอแป๊บ” หวังเหมี่ยนรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดแล้วขยับแว่นสายตา “เวลาที่แก้ไขคือ...วันที่สิบแปดเดือนที่แล้ว เวลาสามทุ่มสี่สิบเก้า”
“อุปกรณ์ที่ใช้แก้ไขเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายนอกหรือเปล่า”
หวังเหมี่ยนตรวจสอบอีกครั้งผลที่เห็นทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมา “คนคนนี้ทำงานรอบคอบชะมัดถึงขั้นลบประวัติการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ออกไปจนเกลี้ยงเลยแฮะ”
จี้เยี่ยนจื๋อนิ่งไปครู่หนึ่ง“กู้คืนได้ไหม?”
“มีผมอยู่ทั้งคน เรื่องแค่นี้ขี้ผงครับ”
ทว่าไม่ทันไรคำโวที่เพิ่งพูดออกไปก็ย้อนกลับมาตบหน้าหวังเหมี่ยนเข้าอย่างจัง
เมื่อเห็นหวังเหมี่ยนรัวคีย์บอร์ดเร็วขึ้นเรื่อยๆจี้เยี่ยนจื๋อก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น “เรื่องกู้คืนประวัติเอาไว้ก่อนคุณเปิดประตูให้ได้ก่อนเถอะ”
แต่หวังเหมี่ยนกลับไม่ยอมแพ้“ไม่ได้สิผมไม่เชื่อหรอกว่าไอ้ของเล่นชิ้นแค่นี้ผมจะจัดการมันไม่ได้”
“งั้นคุณก็ทำไป ผมจะเรียกวังปินมา”
ใบหน้าของหวังเหมี่ยนมืดครึ้มลงทันทีเขาเงยหน้าขึ้นมอง “ประธานจี้ครับช่วยเปลี่ยนเหตุผลที่ใช้ขู่ผมบ้างได้ไหม?”
“ขอแค่ใช้ได้ผลก็พอ” จี้เยี่ยนจื๋อพูดจบก็ยกข้อมือขึ้นมองนาฬิกา“ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่คุณควรจัดการให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง”
เขา...กลับมา?
หวังเหมี่ยนจับใจความสำคัญได้ทันทีจึงเลิกคิ้วถาม “ขอประทานโทษนะครับ ‘เขา’ ที่ว่านี่คือคนไหนในบ้านเหรอครับ?”
จี้เยี่ยนจื๋อเองก็ยังไม่มั่นใจว่าเป็นใครกันแน่จึงตอบเสียงเย็น “ถ้าคุณสนใจเรื่องนี้ขนาดนั้นพรุ่งนี้ผมจะย้ายคุณไปอยู่แผนกประชาสัมพันธ์”
หวังเหมี่ยนสงบเสงี่ยมลงทันควันก้มหน้าก้มตาทำงานรับใช้ทุนนิยมต่อไป
แม้กลไกการล็อกที่ใช้ชิปอัลกอริทึมมาตรฐานความปลอดภัยระดับชาติจะดูยุ่งยากไปบ้างแต่สำหรับหวังเหมี่ยนแล้วมันก็ยังเป็นเพียงเรื่องง่ายๆ อยู่ดี
หลังจากเขารีเซตระบบได้สำเร็จเขาก็ได้แอดข้อมูลของจี้ทิงและสวีเหรินกลับเข้าไปตามเดิมโดยไม่ให้ผิดเพี้ยนและสุดท้ายคือข้อมูลของจี้เยี่ยนจื๋อเอง
เมื่อสิ้นเสียงสัญญาณหนึ่งครั้งวงแหวนแสงบนที่ล็อกประตูก็สว่างขึ้น หวังเหมี่ยนยกนิ้วโป้งให้“เรียบร้อยครับผม”
จี้เยี่ยนจื๋อก้าวเข้าไปจับที่ล๊อกประตูวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับวงแหวนแสง เขาแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
จากนั้นเขาออกแรงผลักเพียงเล็กน้อยบานประตูก็เปิดออกต่อหน้าคนทั้งสามคน…
เชิงอรรถ
[1]แบล็กบ็อกซ์ (Black Box) ในบริบทของแฮกเกอร์หรือช่างเทคนิคระดับสูงคือเครื่องมือพิเศษที่ใช้สำหรับ Brute-force หรือเจาะเข้าสู่ระบบที่ถูกล็อก