ผู้หมวดทำหน้าที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์นำทางพวกเขาไปยังบ้านของพลตำรวจเอกพิสุทธิ์ ผู้ที่เคยทำคดีอุบัติเหตุลึกลับที่เกิดขึ้นกับเด็กทั้ง 14 ราย ที่เกิดในวันที่ 7 เมษายน เมื่อพวกเขาไปถึง พลตำรวจเอกพิสุทธิ์ได้ออกมาให้การต้อนรับ แม้เ้าหญิงเทย่าจะถอดแว่นตาออกแล้ว แต่ทั้งท่านพิสุทธิ์ ผู้หมวด และคนขับรถตู้ก็ยังจำเธอไม่ได้
ท่านพิสุทธิ์ได้พาเ้าหญิงเทย่าและองครักษ์อีกหนึ่งนาย เข้าไปในบ้าน โดยมีผู้หมวดและบุญเดินตามเข้าไปด้วย ส่วนคนอื่นเดินไปนั่งรอพวกเขาที่โต๊ะนั่งเล่นบริเวณสวนหน้าบ้าน
บุญเห็นว่าแม้จะไม่มีใครรู้ฐานะของเ้าหญิงเทย่า แต่บุญคาดว่าถ้าหากพวกเขาได้เห็นองค์หญิงในข่าวอีกครั้งก็จะจำเธอได้อย่างแน่นอน บุญจึงกระซิบแนะนำองค์หญิงว่าเธอควรบอกฐานะของเธอั้แ่ต้นเพื่อไม่ให้พวกเขาสงสัยวัตถุประสงค์ในการปิดบังฐานะของเธอมาสอบถามเื่คดีปริศนานี้ ซึ่งองค์หญิงก็เห็นด้วยกับบุญและแนะนำตนเองว่าเธอคือเ้าหญิงเทย่าแห่งราชอาณาจักรซานเตียเรส
ผู้หมวดเชื่อทันทีที่บุญช่วยยืนยันอีกคน ส่วนพลตำรวจเอกพิสุทธิ์เริ่มจำเ้าหญิงเทย่าได้เพราะหนังสือพิมพ์เพิ่งลงข่าวเื่ที่เธอจะขึ้นเป็ราชินีสืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากกษัตริย์วิเซรัสที่เพิ่งต องค์หญิงบอกกับทุกคนว่าเธอได้ยกเลิกธรรมเนียมที่ต้องนั่งกับพื้นขณะเข้าเฝ้าแล้ว พวกเขาจึงได้นั่งคุยบนเก้าอี้เสมอกับเธอ และพลตำรวจเอกพิสุทธิ์ก็ยินดีจะเล่าความจริงเกี่ยวกับคดีเื่ลึกลับนี้ให้เธอฟัง
ท่านพิสุทธิ์ได้เล่าเื่คดีเมื่อ 22 ปีที่แล้วว่าได้มีเด็กหนึ่งคนที่สูญหายไป และเขาเชื่อว่าเด็กคนนี้ยังคงมีชีวิตอยู่มาจนถึงวันนี้ แต่เขาจำเป็ต้องสรุปว่าเด็กได้เสียชีวิตแล้วทั้งหมดและได้ยุติการค้นหาเพื่อความปลอดภัยของเด็กคนนี้ เนื่องจากมีหลักฐานที่ทำให้เขาเชื่อว่ามีบุคคลซึ่งมีอำนาจเหนือธรรมชาติทำให้เกิดอุบัติเหตุในทั้ง 14 ราย โดยเจตนา้าให้เด็กในพื้นที่ซึ่งเกิดในวันที่ 7 เมษายน เสียชีวิตทั้งหมดเพื่อกำจัดเด็กคนหนึ่งใน 14 คนนี้ โดยเขาก็ไม่รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือเด็กคนไหนและทำเพื่ออะไร ส่วนเื่ชายลึกลับที่ถูกรถชนในที่เกิดเหตุรายที่มีเด็กสูญหายนั้น ยังไม่ทันจะได้มีการตรวจสอบก็พบว่าทั้งศพและปืนของกลางต่างก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาเชื่อว่าเป็การเจตนาทำลายหลักฐานเพื่อไม่ให้ตำรวจสืบสาวไปถึงตัวผู้ก่อเหตุได้ และเนื่องจากเื่นี้เกี่ยวข้องกับอำนาจเหนือธรรมชาติและไม่สามารถหาตัวผู้ก่อเหตุได้ เขาจึงสรุปว่าเป็อุบัติเหตุทั้งหมดและไม่มีผู้กระทำผิด
“เมื่อท่านเห็นว่าความจริงเื่นี้อาจเป็อันตรายต่อเด็กที่รอดชีวิต แล้วเหตุใดท่านจึงยอมให้เรานัดเพื่อให้ท่านเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟังล่ะคะ?”
เ้าหญิงเทย่าถามท่านพิสุทธิ์ด้วยข้อสังเกตที่ชาญฉลาดของเธอ ทำให้เขาอึ้งจนตอบเธอไม่ถูก องค์หญิงจึงสันนิษฐานและถามเขาต่อหลายคำถาม ซึ่งล้วนเป็คำถามที่เขาคาดไม่ถึง
“ความจริงท่านได้หาเด็กคนนั้นพบแล้วใช่หรือเปล่าคะ?”
“แต่เพื่อความปลอดภัยของเด็ก ท่านจึงบอกว่ายังหาไม่พบ และสรุปว่าเด็กได้เสียชีวิตไปแล้ว ใช่หรือเปล่าคะ?”
“แล้วเด็กคนนี้ตอนนี้เธอเป็ใครและอยู่ที่ไหนคะ?”
ท่านพิสุทธิ์จึงนิ่งไปพักนึง
“เอ่อ…”
เขาคิดคำตอบอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งเ้าหญิงเทย่าก็ไม่ได้เร่งเขา เธอรอให้เขาพิจารณาตอบคำถามของเธอ
“องค์หญิงทรงเปี่ยมล้นด้วยบุญบารมีและพระสติปัญญายิ่งนัก กระหม่อมมั่นใจว่าพระองค์ต้องทรงได้พบกับนางอย่างแน่นอนพะยะค่ะ”
ท่านพิสุทธิ์เลี่ยงที่จะตอบองค์หญิงตรงๆ
“ท่านกล่าวเหมือนกับที่ปรึกษาท่านพ่อของเราไม่มีผิดเลย เพราะเหตุนี้เราถึงได้มาหานางเองค่ะ ถ้าเช่นนั้นเราก็หมดคำถามแล้วล่ะค่ะ”
องค์หญิงกล่าวยิ้มๆ แล้วจึงได้หันไปถามบุญเพราะเห็นว่าครั้งนี้เธอดูซึมและเงียบกว่าปกติ
“คุณอัจฉรา มีอะไรจะถามท่านหรือเปล่าคะ?”
“หม่อมฉันเข้าใจที่ท่านพิสุทธิ์พูดทุกอย่าง จึงไม่มีอะไรจะถามอีกเพคะ”
บุญตอบองค์หญิงด้วยท่าทางที่สงบเสงี่ยมต่างกับตอนอยู่ที่โรงพัก ราวกับเป็คนละคน
“เธอไม่คิดจะทวงความเป็ธรรมอย่างที่พูดเมื่อตอนอยู่ที่โรงพักแล้วหรือ?”
องค์หญิงเอาคืนบ้างหลังจากโดนเธอแกล้งที่โรงพัก
“ไม่แล้วล่ะเพคะ หม่อมฉันเข้าใจเหตุผลของท่านพิสุทธิ์ที่ดำเนินการเช่นนั้นเพคะ”
บุญตอบพร้อมกับยิ้มอย่างเขินๆ ทำให้ผู้หมวดแอบหัวเราะจนบุญต้องค้อนใส่
“เมื่อไม่มีอะไรแล้ว เราก็คงไม่รบกวนท่านพิสุทธิ์แล้วล่ะค่ะ”
องค์หญิงจะลากลับ แต่ท่านพิสุทธิ์เหมือนจะเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้พวกเขา
“ตอนนี้ก็จะเที่ยงพอดี แม่ครัวของกระหม่อมได้เตรียมอาหารไว้ให้แล้ว ขอเชิญทุกท่านทานอาหารกลางวันกันก่อนเถิดพะยะค่ะ”
ท่านพิสุทธิ์บอกองค์หญิงแล้วหันไปพูดกับบุญ
“เชิญคนที่รออยู่ข้างนอกเข้ามาทานกันด้วยเลยครับ อาหารมังสวิรัตก็มีนะครับผมให้แม่ครัวทำไว้ให้ด้วย”
เ้าหญิงเทย่าจึงรับคำเชิญของพลตำรวจเอกพิสุทธิ์อยู่ทานมื้อเที่ยงด้วยกัน และเชิญคนขับรถของบริษัททัวร์มาทานด้วย โดยตำรวจทั้งสองนายได้ให้ความร่วมมืออย่างดีในการปิดบังฐานะขององค์หญิง เมื่อทานอาหารกันเสร็จแล้วทุกคนจึงได้ลากลับ โดยผู้หมวดได้แยกกลับไปที่สถานีตำรวจ