“ หยุนซิน เจ้าบอกรายละเอียดหน่อยซิ ว่า พวกปีกขาวมีกองกำลังเท่าใด พวกหลากสีมี กี่คนที่ถูกตราประทับทาส”
“ ข้าไม่รู้หรอก แต่ว่าพวกปีกหลากสีมีอยู่หลายพันคนส่วนพวกปีกขาวก็มีกันเป็นหมื่นคนแน่ๆ แต่ เวลานี้ข้าอยากให้ท่านไปช่วย ท่านพ่อ กับท่านแม่ ที่เหมืองหินอัสนีก่อน”
“ ก็ได้ พวกเราไปช่วยพ่อกับแม่ของเจ้า แล้ว ปลดปล่อยทาสก่อน แล้วค่อยไปจัดการกับพวกปีกขาวทีหลัง”
ในขณะที่กำลังจะเดินทางไป ก็มีเรือนักรบปีกขาวสวมชุดเกราะ บินมาล้อมเรือเหาะของเสี่ยวเทียนไว้ แล้วมีเรือเหาะลำใหญ่ บินมาขวางหน้า มีชายหนุ่มคนหนึ่งสวมมงกุฏอยู่ด้านหน้ามี องครักษ์อีกนักสิบ ถือทวนยืนคอยคุ้มกันด้านข้าง
“ หยุนซิน ในที่สุด ข้าก็พบเจ้าอีก ไหนว่าหนีไปแดนมนุษย์แล้ว กลับขึ้นมาแดนปีกสวรรค์อีกทำไมกัน?”
“ องค์ชายสิบ ขอแนะนำว่า ท่านอย่ายุ่งเกี่ยวด้วย เลยจะดีกว่า” หยุนซินเอ่ยทักทายไป
“ โอ้ เดี๋ยวนี้กล้าพูดเช่นนี้กับข้าเชียวรึ ข้าไม่รู้หรอกว่าทำไม รัชทายาทถึงต้องการตัวเจ้านักหนา ก็แค่ทาสชั้นต่ำ ที่ยังขนปีกยังไม่ขึ้น วันนี้ข้าจะจับตัวเจ้าไปพิสูจน์ว่า ในตัวเจ้ามีอะไรดีกันแน่ จับตัวมันมา” นักรบปีกสวรรค์ ที่ลอยตัวล้อมเอาไว้กว่าห้าสิบคน ขึ้นไปบนเรือของเสี่ยวเทียน ก็ถูกเสี่ยวเทียน ปล่อยพลังเหมันต์เข้าใส่ ไอเย็นผ่านร่าง คนทั้งห้าสิบกลายเป็นน้ำแข็ง ปีกไม่ขยับ ร่วงลงสู่พื้นล่างไปจนหมด ไม่ต้องคำนวณก็บอกได้เลยว่าความสูงขนาดนี้ ตกไปแล้ว จะเหลือสภาพเช่นไร
นักรบปีกสวรรค์คนอื่น ตกใจยิ่งนักไม่คิดว่า จะพบคนที่มีพลังเช่นนี้
“ เจ้า..เป็นอะไรกับ จักรพรรดิเหมันต์?” องค์ชายสิบเอ่ยด้วยความตกใจ
“ ข้าไม่รู้จัก จักรพรรดิเหมันต์ อะไรนั่นหรอก ข้าแค่อยากเตือนเจ้าให้ไสหัวไปซะ ถ้าไม่อยากกลายเป็นหุ่นน้ำแข็ง คนต่อไป” เสี่ยวเทียนไม่อยากฆ่าคนโดยไม่จำเป็น
องค์ชายสิบได้แต่หน้าแดงกล่ำ ด้วยความโกรธและอับอาย แต่ก็ไม่กล้าสู้ด้วย จึงรีบสั่งให้ถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว แต่พอคล้อยหลังไปไม่นาน ก็ส่งข่าวแจ้งไปยังรัชทายาท ว่าพบ หยุนซินแล้ว แต่ว่า คนที่หยุนซินพามาด้วยมีพลังเหมันต์ที่ร้ายกาจมาก
ตำหนักลอยฟ้า ของรัชทายาทฉางอี้
“ ท่านราชครู หยุนซินกลับมาแล้ว แต่ทำไมนักรบที่ส่งไปไม่เห็นกลับมาเลยสักคน แล้วนี่หยุนซินกลับมา มีคนคุ้มกัน ที่มีพลังเทพเหมันต์อีกด้วย” รัชทายาทฉางอี้ เอ่ยกับ ท่านราชครูหานจิ้ง ในห้องส่วนตัว
“ พลังเทพเหมันต์ ไม่รู้ว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิเหมันต์หรือไม่ หากว่าเป็นทายาทจักรพรรดิเหมันต์จริง พวกเราก็ลำบากกันแน่ แต่จะปล่อยให้หยุนซิน ตกอยู่ในมือของคนอื่นไม่ได้ เด็ดขาด”
“ ท่านราชครู ท่านแน่ใจนะ ว่าในร่างของหยุนซิน มีจิตวิญญาณของนางพญาหงส์ไฟที่ยังหลับไหลอยู่”
“ แน่นอน หากท่านได้ร่วมสัมพันธ์สวาทกับนาง ในวันที่อายุนางครบ 15 ปี พลังของนางพญาหงส์ไฟ จะไหลเข้ามาสู่ตัวท่าน ทำให้ท่านมีพลังของนางพญาหงส์ไฟ
ในแดนสวรรค์นี้ ท่านจะกลายเป็นผู้ที่มีพลังไร้เทียมทาน ติดอันดับ 1 ใน4 ของจ้าวอสูรฟ้า ทั้งสี่ทันที”
“ ถ้าเช่นนั้นเราจะจัดการกับคนคุ้มกันที่มีพลังเทพเหมันต์อย่างไรดี?”
“ ล่อให้มันเข้ามาในค่ายกลสังหารเทพ แล้วใช้ระเบิดเพลิงจัดการกลับมัน”
ราชครูหานจิ้งเอ่ยอย่างมั่นใจ ว่าแผนนี้ต้องสำเร็จแน่นอน
“ เราจะล่อมันมาได้อย่างไร?”
“ ก็เอาพ่อแม่ ของหยุนซินมาขังในค่ายกล พวกมันต้องติดกับ แล้วข้าจะให้หานปิง ศิษย์เอกของข้า เป็นคนบั่นหัวมันมาให้ รัชทายาทเอง”
“ หานปิง มันออกจะฝึกตนแล้วหรือนี่?”
“ ใช่แล้ว ครั้งนี้มันนอกจากบรรลุพลังเซียนสวรรค์ขั้นสูง แล้ว มันยังสำเร็จวิชาสะบั้นหิมะอีกด้วย หานปิง เข้ามา” ราชครูหานจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงภูมิใจ แล้วก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง ใส่เสื้อผ้าหนังสีดำ ใส่เสื้อเกราะสีเงินวาววับ เดินเข้ามารายงานตัว
“ ดีมาก หานปิง ข้าหวังว่าเจ้าจะตัดหัวผู้พิทักษ์เหมันต์ แล้ว นำตัวหยุนซินกลับมาให้ข้าให้ได้”
หานปิงก้มห้ว คารวะ รับคำสั่ง แล้ว คุรุเทพก็บอกแผนออกไป หานปิงก็ออกไปจัดการเรื่องนี้ทันที
เสี่ยวเทียนพอมาถึงเหมืองหินอัสนี ก็พบว่า พ่อกับแม่ของ หยุนซินถูกจับมัดเอาไว้พร้อมกับ ชาวปีกหลากสีส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องของ หยุนซินทั้งนั้น โดยรอบๆมีทหารเผ่าปีกขาว ยืนรายล้อมอยู้นับพันคน โดยทุกคนล้วนสวมชุดเกราะสีดำเงา
หยุนซินมาเห็นเช่นนี้ ก็พยายามจะรีบวิ่งเข้าไป เพื่อไปช่วยพ่อกับแม่ที่ถูกมัดเอาไว้
แต่ว่าเสี่ยวเทียนจับแขนของ หยุนซินให้หยุด
“ พวกมันวางค่ายกล ประเภทสังหารเอาไว้ ใครเข้าไป ไม่ระวัง ได้ตายไม่เหลือซากอย่างแน่นอน” เสี่ยวเทียน เรียกเทพอินทรี ออกมาคอยคุ้มกัน หยุนซินเอาไว้
“ อาจารย์นี่มันค่ายกลอะไร ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”
“ ค่ายกลสังหารเทพ ไม่นึกเลย ว่าคนที่นี่สามารถสร้าง ค่ายกลเช่นนี้ออกมาได้”
อาจารย์ลู่เอินเอ่ยด้วยความแปลกใจ
“ ความจริงแล้ว มันคือค่ายกลที่ถูกสร้างโดย พวกเหล่ามารร้าย ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อสังหารฝ่ายทวยเทพ แล้วมันก็สามารถ ทำลายเทพเซียนไปมากมาย ในสงครามระหว่างเทพและมาร ในอดีต”
“ โอ้โห แสดงว่า คนที่สร้างค่ายกลนี่ ต้องไม่ธรรมดา แล้วอาจารย์มีวิธีทำลายค่ายกลนี้หรือไม่”
“ ถึงแม้มันจะเป็นค่ายกลที่ร้ายกาจสำหรับทวยเทพ แต่สำหรับข้า ก็เป็นแค่ค่ายกลเด็กเล่นเท่านั้น เจ้าแค่จำตำแหน่งดาวเหนือทั้งเจ็ด แล้วอย่าไปกระทบมันเท่านั้น เจ้าก็ผ่านไปได้ หลังจากช่วยคนได้แล้ว ก็แค่ ระเบิดตำแหน่งจุดดาวเหนือทั้งเจ็ด และประตูทางเข้า ทั้งแปดทิศพร้อมกัน แค่นี้ ค่ายกลสังหารเทพ ก็กลายเป็นค่ายกลเด็กเล่นไปแล้ว”
“ อาจารย์ ตำแหน่งดาวเหนือทั้งเจ็ด กับประตูแปดทิศ ข้ารู้สึกว่า มันเคลื่อนไหวไม่หยุดเลย ทำอย่างไรดี”
“ ใช้จิตเซียนจอมเวทย์บรรพกาล กับ เข็มสังหาร เท่านี้ก็พอ”
เสี่ยวเทียนเข้าใจทันที แล้วกระโดดลงจากเรือเหาะมุ่งตรงไปที่ค่ายกลสังหารเทพเพื่อช่วยคนทันที
พอผ่านค่ายกลสังหารเทพ เสี่ยวเทียนก็เคลื่อนไหวเข้าประตูทิศที่ 1 แล้วก็ ผ่านตำแหน่งเจ็ดดาวเหนือ โดยไม่ถูกกระทบแม้แต่นิดเดียว จนเคลื่อนตัวเข้ามที่พ่อกับแม่ ของ หยุนซิน และคนอื่นๆ อีกเกือบร้อยคน
หานปิง เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างไม่แยแส ยกคทากระโหลกมาร ขึ้นมาแล้วร่ายเวทย์ออกไปทันที ศรีษะตัวประกันที่มีตราประทับทาส ก็เริ่มระเบิดไล่ไปทีละคน จนตายไปเกือบยี่สิบคน จึงหยุด เสี่ยวเทียนได้แต่อึ้ง ไม่สามารถช่วยเหลือได้ สร้างความรู้สึกผิดในใจยิ่งนัก
“ หยุนซิน มอบตัวซะ ไม่เช่นนั้น คนที่เหลือ รวมทั้งพ่อกับแม่ของเจ้า ต้องตายเป็นรายต่อไป”
“ อย่านะ! อย่า ข้ายอมแล้ว” หยุนซินคุกเข่าอยู่บนเรือเหาะตะโกนออกมา
“ อาจารย์ทำยังไงดี?”
“ พาพวกเขาทั้งหมดเข้ามาไว้ใน มิติฟ้าครามเดี๋ยวนี้ ข้าจะปกป้องพวกเขาเอง”
อาจารย์ลู่เอินสั่งแบบนี้ เสี่ยวเทียนก็ มีแรงสู้ต่อทันที มิเช่นนั้น คนพวกนี้ตายไปต้องรู้สึกแย่แน่ๆ เลย
จากนั้นเสี่ยวเทียนก็สะบัดมือทีเดียว คนเกือบร้อยคนก็หายไปจนหมด สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับ หยุนซิน และ หานปิงอย่างยิ่ง
“ ไอ้หนู แกอยากจะลองดีกับข้าใช่ไหม” หานปิงก็ยกคทากระโหลกมารขึ้นอีกครั้งแล้วร่ายเวทย์ออกไป ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ คนที่หัวระเบิดตายกลายเป็นเบือ กลับเป็นทหารเกราะดำปีกขาว กว่าจะรู้สึก ทหารพวกเดียวกันก็ตายไปแล้วกว่าครึ่งกองพัน
“ โอ้โห นี่มันวิชาอะไรเนี่ยอาจารย์ สามารถย้ายคำสาป ไปใส่ให้พวกมันได้อย่างไร”
“ แค่หยุดเวลา แล้วข้าก็ย้ายคำสาปของทั้งหมดไปลงที่พวก นักรบปีกขาวก็เท่านั้น”
“ อ้าว แล้วอาจารย์ไม่ใช่จอกศักดิสิทธิ์ คาถาถอนคำสาป หรือว่า ไข่มุกจันทรา อาจารย์ทำได้ไง?”
“ เอาไว้เจ้ามีพลังเหนือกว่าเทียนจุน แล้วเจ้าจะเข้าใจเอง”
“ พลังที่เหนือกว่าเทียนจุนเลยเหรอ?” เสี่ยวเทียนไม่กล้าถามต่ออีก
“ แก.. ต้อง.. ตาย ค่ายกลสังหารเทพ จัดการมัน” หายปิงโกรธจนตัวสั่น แล้วรีบร่างเวทย์เข้าใส่ค่ายกล
แล้วชี้ คทากระโหลกมารออกไป มี เศษดินเศษทรายเข้าไปในค่ายกล ทุกตำแหน่งเจ็ดดาว ทำให้ไปกระตุ้น ค่ายกลให้ทำงาน ภายในตำแหน่งดวงดาวทั้งเจ็ดกลับปรากฏแสงเลเซอร์ ระดมยิงเข้าใส่เสี่ยวเทียน นับร้อยๆ จุด แล้วก็ประตูทั้งแปดทิศ
ก็ส่องแสงเลเซอร์เข้ามาอีก เป็นตระแกรงแสงที่แม้แต่ มุสิก ยังไม่สามารถหนีรอดไปได้ แต่ว่าก่อนที่ แผ่นตะแกรงแสงเลเซอร์ จะวิ่งผ่านเสี่ยวเทียน ตำแหน่งประตูแปดทิศ แล้ว ก็ตำแหน่งดาวเหนืองทั้งเจ็ด ก็ถูกเสี่ยวเทียนจับพิกัดเอาไว้ ก็ถูกยิงออกไปด้วย เข็มสังหารพร้อมกัน ตูมๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จุดเมนหลักสำคัญของค่ายกลสังหารเซียนถูกทำลายไปจนหมดไม่มีเหลือ
คทากระโหลกมารในมือหานปิง ถึงกับระเบิดตามกันไปพร้อมกับค่ายกล หานปิงตกใจยิ่งนัก ไม่คิดว่า ค่ายกลที่อาจารย์สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก ต้องไปขุดค้นที่สุสานสงครามเทพโบราณ แล้วทำการค้นคว้า หาวัตถุอุปกรณ์มาจนครบ กว่าจะสร้างได้เลือดตาแทบกระเด็น แต่มาถูกเด็กน้อยคนหนึ่ง ทำลายลงไปไม่เหลือแม้แต่ซากเช่นนี้ แถมคทากระโหลกมาร ที่สามารถคุมค่ายกล ยังถูกทำลายลงไปอีก
“ แกตายยยยยยยยยย !!!!!” หานปิงแค้นมากที่สุดในชีวิต กระโดดตัวลอยขึ้นฟ้า ปรากฏดาบใหญ่เท่าตัวคน ปรากฏในมือทั้งสอง แล้วฟาดใส่เสี่ยวเทียนที่ยืนอยู่ห่างไกลพอสมควร
“ เพลงดาบสะบั้นหิมะ”
เปรี้ยง !!!! แผ่นดินแยกออกเป็นสองส่วน รัศมีดาบพลังเซียนสวรรค์ แผ่กระจายพุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียน ดังพายุ หากเป็นผู้อื่น รัศมีดาบเช่นนี้ต้องถูกสะกดให้นิ่งเฉย รอรับเพลิงพิโรธ ของหานปิงเต็มๆ แต่ว่าคนนั้นต้องไม่ใช่เสี่ยวเทียนอย่างแน่นอน รัศมีกระบี่พอเข้ามาใกล้ เสี่ยวเทียนก็เรียกกระบี่อัศนีสายฟ้าออกมา แล้วหมุนวนเป็นวงแหวนสีม่วงมีประกายอัสนีแลบ แปร๊บ คล้ายโล่แล้วปล่อยออกไปปะทะด้วย ตูม ! ตูม ! รัศมีดาบใหญ่ ถูกทำลายไปเสียสิ้น แต่วงแหวนเวทย์ที่บรรจุพลังอัสนี
ยังคงวิ่งออกไปอย่างไม่หยุด ไม่เพียงมีแค่ แผ่นเดียว กลับมีหลาย สิบแผ่น พุ่งเข้ากระแทกร่างของ หานปินกระเด็นไปไกล พอตั้งหลักได้มันพูดออกมาว่า
“ นี่เจ้าใช้พลังเทพอัสนีได้ด้วยหรือนี่?”
“ ข้าใช้พลังได้มากกว่าที่เจ้าคิดเสียอีก” เสี่ยวเทียนวาดกระบี่ออกไปแล้วชี้มาที่หานปิง
“ พลังกระบี่เซียนมายาพิรุณสังหาร”
เงากระบี่คล้ายหยดน้ำ พุ่งออกจากกระบี่เสี่ยวเทียนนับร้อยนับพันเล่ม หานปิน ใช้กระบี่ยักษ์ควงสว่านออกมาประจันหน้ากันกับ กระบี่หยดน้ำแตกกระเซ็นไปรอบ ๆ ทำอะไร หานปิงไม่ได้
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าไม่มีทางทำอะไรข้าได้หรอก” ฉึก ฉึก ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ !! หยดพิรุณที่กลายเป็นรูปกระบี่ ไม่ได้พุ่งไปแค่ด้านหน้า แต่มันกระจายออกไปรอบๆ ทิศ หานปินไม่ทันระวัง ถูกกระบี่พิรุณพุ่งทะลุร่างจากทั่วทิศ
กลายเป็นรูพรุนไปทั้งร่าง ตายสนิท ! วิญญาณรีบหนีไปจากที่นี่ทันที แต่ไม่ทันแล้ว ตงตง โผล่ออกมา อ้าปากกลืนกินวิญญาณของหานปิงไปจนหมด มันแลบลื้นแล้วเลื้อยพันไปรอบๆแขนเสี่ยวเทียนแล้วกลับเข้ามิติฟ้าคราม ไปนอนอาบแดดเหมือนเช่นเคย !
ทหารปีกขาวที่เหลือกำระเบิดเพลิงแน่น แต่ไม่กล้าใช้ออก รีบบินหนีไปกันจนหมด
เสี่ยวเทียนพาทุกคนออกมาจากมิติฟ้าคราม ทั้งหมดดีใจยิ่งนัก หยุนซินเข้าไปกอดพ่อกับแม่ที่ ยังอดตื่นตะหนกไปกับเรื่องนี้ไม่ได้
บนท้องฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไปอีกขั้น มีชายชราคนหนึ่ง จูงมือเด็กหญิงวัยสามขวบขี่เมฆเจ็ดสี ยืนมองดูเสี่ยวเทียนต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนจบ
“ ท่านปู่ ท่านเห็นลูกของอาโป ไหม?”
“ อืม เห็นชัดเลย มันคงเป็นบุตรของเจ้าอาโป ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กมนุษย์โลกนี่ เลี้ยงมันได้อย่างไร”
“ พามันกลับไปได้ไหม?” เด็กน้อยจับมือขอร้องท่านปู่ของนาง
“ ได้ซิ ก็แค่พวกมนุษย์ตัวกระจ้อย จะไปมีปัญญาอะไรมาเลี้ยงเจ้าแห่งนภากาศเช่นนี้” ทั้งสองคนเอ่ยจบก็ขี่เมฆเจ็ดสีมายืนต่อหน้าเสี่ยวเทียน
เสี่ยวเทียนมองทั้งสองด้วยความสงสัย เด็กน้อยยิ้มออกมาอย่างน่ารัก เสี่ยวเทียนเลยยิ้มตอบ มองแล้ว หนูน้อยคนนี้วัยพอๆ กับ อิ๋งอึ๋ง แต่ดูผิวพรรณกลับเปล่งประกายมีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่ในตัว ดูแล้วลึกลับพิกล
“ เจ้าหนุ่ม พวกเราอยากได้ งูน้อยตัวนั้น พวกเรามาแลกเปลี่ยนกันไหม?
ข้ามี หุ่นเหล็กพิฆาตอยู่สองตัว ข้าขอแลกกับ งูน้อยตัวนั้น”
ชายชราพูดจบ ก็หยิบ โลหะสี่เหลี่ยมออกมา แล้วโยนมาตรงหน้าเสี่ยวเทียน กลายเป็นหุ่นโลหะตัวใหญ่ สูงกว่าคนทั่วไป สี่เท่า ใบหน้ามีแค่ตาเดียวไม่มีปากไม่มีจมูก ตรงกลางมีวงกลม คล้ายกับสำหรับปล่อยแสงหรือปืนแสง มือทั้งสองข้างของหุ่นโลหะพิฆาต มี กระบอกปืนกลครอบมือเอาไว้ในมือซ้าย ส่วนด้านขวาปรากฏดาบยักษ์ขึ้นมาในมือ หุ่นโลหะพิฆาตนี้สามารถลอยไปบินไปมาได้ ขึ้นอยู่กับ คนที่บังคับด้วยพลังจิตเท่านั้น
“ ว่าไงสนใจไหม”
“ ข้าไม่เคยเอาพี่น้องของข้า ไปแลกกับสิ่งของ ท่านกลับไปเสียเถอะ”
“ ฮึ เป็นแค่มนุษย์ตัวเล็ก กล้าปฏิเสธข้อเสนอของข้า แม่ทัพจ้าวจักรวาลเชียวรึ”
“ นี่พี่ชายข้าจะให้ท่าน หุ่นยนต์ของข้าอีกสิบตัว ท่านมอบอาโปน้อยให้ข้าเถอะ”
เด็กน้อยต่อรองอย่างน่ารัก อารมณ์ขุ่นมัวของเสี่ยวเทียนลดลงมาได้บ้าง
“ น้องสาวตัวน้อย ตงตง มันมีชีวิต ไม่ใช่สิ่งของที่จะมาแลก หากมันพอใจอยู่ที่ไหนแล้วมันมีความนสุข ข้าผู้เปรียบเหมือนพี่ชาย ก็ต้องตามใจมัน พวกเจ้าเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ จะเอาตัวมันไปด้วย ข้าแน่ใจมันไม่ไปด้วยแน่”
“ แต่ว่า...” เด็กหญิงน้อยกำลังจะเอ่ยพูด แต่ก็ไม่ทันแล้ว ชายชราปล่อยพลังออกมาจากร่างกายของตน เพื่อกดดันเสี่ยวเทียนให้คุกเข่า พลังของเทพมากมายในตัวของเสี่ยวเทียน ฝืนค้างไม่ยอมคุกเข่า ชายชราถึงกับตกใจ ที่พลังระดับจ้าวจักรวาลอย่างเขา ไม่สามารถกดดัน มนุษย์ตัวน้อยได้เชียวหรือ จึงได้แต่ ยกมือดึงร่างของเสี่ยวเทียนเข้ามาใกล้ ๆ เสี่ยวเทียนเหมือนถูกคนมาจับที่แผงคอ แล้วถูกดึงเข้าหาอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันเข้าใกล้ ร่างของอาจารย์ลู่เอินก็ปรากฏตัว
จับไหล่ของเสี่ยวเทียนเอาไว้ ชายชราที่ใช้พลังจับที่ลำคอของเสี่ยวเทียน ต้องสะดุ้งรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
“ ตาแก่ อย่าคิดว่า มีพลังขั้นจ้าวจักรวาลแล้วจะข่มแหง คนไปทั่วได้ ไสหัวเจ้ากลับไปซะ” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบ ก็มองไปที่หุ่นโลหะพิฆาตทั้งสองตัว
ทันใดนั้นเอง ก็มีลำแสงสองสาย สาดส่องออกมาจากดวงตาของอาจารย์ลู่เอิน พุ่งใส่หุ่นโลหะพิฆาตทั้งสองตัว
ตูม ๆ !! หุ่นโลหะพิฆาตสองตัวระเบิดกลายเป็นจุล ไปในทันที
ชายชราตกใจหนักขึ้นไปอีก เด็กหญิงน้อยเข้ามากอดท่านปู่ด้วยความความหวาดกลัว
“ ท่านปู่... ข้าไม่เอาแล้วก็ได้”
“ ท่าน..เป็นใครกัน..?”
“ เขาคือ อาจารย์ลู่เอิน เป็นอาจารย์ของข้าเอง” เสี่ยวเทียนก้าวมาข้างหน้าเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ....