ตนที่ 9 รูปแบบที่ 2 ของชบา
ฟุบ..!!!
"กรี๊ด..กลับมาเป็เหมือนเดิมแล้ว..!!!!!"ชบาที่สามารถหดไส้ที่สองได้จนสำเร็จส่งเสียงกรี๊ดกราดออกมาด้วยความดีใจ..
"หึๆ.."ผมที่ยืนกอดอกหลับตา พลันส่งเสียงหัวเราะอยู่ภายในลำคอ
"ไหนทีนี้ลองคิดและสั่งให้มันงอกออกมาอีกทีซิ.."ผมที่พูดกับชบาที่กำลังลอยไปมา พลางเอาไส้โอบกอดตัวเองเอาไว้ด้วยความดีใจ
"ไม่ลอง.."เมื่อได้ยินในคำสั่ง ชบาก็หยุดชะงักและมองค้อนมายังผม
"บอกให้ลอง..!!"
"ไม่..!! อะ..เอ๊ะ..!!?"
ฟุบ..!!
ชบาที่ไม่อาจสามารถขัดขืนในคำสั่งของผมได้ เรียกไส้ที่สองออกมา
"หดกลับ..!!!"
ฟุบ..!!
"ออกมา..!!
ฟุบ..!!
ผมที่ลองออกคำสั่งสลับกันไปมา ผลปรากฏว่าไส้ที่สองนั้นสามารถงอกและหดกลับได้อย่างอิสระ โดยที่ไม่มีติดขัดอะไร..
"ทีนี่เลิกกลัวได้แล้ว.."ผมที่พูดกับชบา ซึ่งเธอก็เหมือนจะทำใจยอมรับได้ พยักหน้าขึ้นลงเบาๆ
"รูปแบบที่สองของเธอมีชื่อว่า พายุไส้สะบั้นโลกา.."
"ชื่อแหม่งๆชะมัด..~"ชบาที่ตอบกลับทันควันพร้อมกับทำหน้ามุ้ย..
"ลองใช้ดูดิ่อยากเห็นๆ.."
"โอเค.."
หลังจากนั้นชบาก็ลอยทิ้งระยะห่างจากผมไป ประมาณ 30 เมตร สถานที่แห่งนี้พื้นที่โดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้กว่าหลายต้น
เมื่อชบาเห็นว่าทิ้งระยะห่างมาไกลจากผมอยู่พอสมควร เธอก็ทำการหยุดนิ่งอยู่กับที่ ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงทำสมาธิและเริ่มที่จะััถึงรูปแบบที่ 2
พรึบ..!!!
ชิ้ง..×2
"ทักษะจิติญญาอัญเชิญรูปแบบที่ 2 พายุไส้สะบั้นโลกา..!!!"
ชบาที่บังคับไส้ทั้งสองให้ม้วนพันกันจนกลายเป็เกลียวกว่าหลายทบ ตำแหน่งของไส้ทั้งสองในเวลานี้อยู่บริเวณใต้ร่างของเธอ
ฟุบ..!!!
ต่อจากนั้นไส้ที่กำลังขดตัวจนเป็เกลียวก็ถูกคลายออกอย่างรวดเร็ว ทำให้เคียวทั้งสองเล่มเริ่มที่จะหมุนจนกลายเป็ใบพัด และพอเกลียวถูกคลายออกจนสุด ลำไส้ทั้งสองก็ยืดเหวี่ยงเคียวออกไปเป็วงกว้าง
ฉับ..!!!!!
เสียงของต้นไม้โดยรอบกว่าหลายสิบต้นที่ถูกฟันจนขาดเป็สองท่อนภายในการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว
"แค่เนี้ย..?"ผมที่ยืนมองดูอยู่ห่างๆพูดขึ้นมา ความรู้สึกไม่ค่อยที่จะประทับใจสักเท่าไหร่ ดูเหมือนว่ามันจะธรรมดาเกินไป..
"ความรู้สึกมันสั่งให้ทำแบบนี้.."ชบาที่ตอบกลับในขณะที่ไส้ยังคงหมุนติ้วๆม้วนพันเป็เกลียวคลายไปคลายมา แต่แล้ว..
ฟุบๆๆๆๆๆๆๆ
จู่ๆทันใดนั้นเคียวที่หมุนตัวจนกลายเป็ใบพัดก็เริ่มที่จะหมุนเร็วขึ้น อีกทั้งความเร็วของมันเหมือนที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
"กะ..เกิดอะไรขึ้นเนี่ย..?"ชบาที่สูญเสียการควบคุมกล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก
ซึ่งในขณะที่ไส้ทั้งสองกำลังหมุนเหวี่ยงด้วยความเร็วสูง มันก็มีคลื่นลมปรากฏออกมาและกำลังพัดหมุนวนอยู่รอบๆตัวของชบา จนในที่สุด..
ซูม..!!!!!
"ฮะ..เฮ้ย.."ผมที่ร้องอุทานออกมา ดวงตากำลังเบิกโตด้วยความตกตะลึง ในเวลานี้พายุทอร์นาโดขนาดเล็กได้ปรากฏตัวออกมาอยู่ต่อหน้าของผม โดยที่ภายในจุดศูนย์กลางของพายุมีร่างของชบาที่กำลังเสียการควบคุมอยู่ภายในนั้น..
ครืด..!!!
ฟุบ..!!!
"เวรล่ะไง..!!!! ชบาหยุดมันเดี๋ยวนี้..!!!"ผมที่ะโออกคำสั่งกับชบา จากการที่ร่างกายของผมกำลังจะถูกพายุดูดเข้าไป ขาทั้งสองข้างกำลังไถล่ไปกับพื้นดินจากแรงดึงดูอันทรงพลัง..
"ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ..แต่มันหยุดไม่ได้..!!!"
ซูม..!!!!!!
ฟุบๆๆๆๆๆ
ฉับๆๆๆๆๆๆๆ
ทันใดนั้นจู่ๆพายุก็เหมือนจะทรงพลังมากยิ่งขึ้น มันได้ทำการดูดต้นไม้โดยรอบกว่าหลายสิบต้นที่อยู่ใกล้ที่สุดเข้าไป และทันทีที่ต้นไม้เ่าั้ถูกดูดเข้าไปภายในพายุ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือพวกมันทั้งหมดถูกบดขยี้จนกลายเป็ผุยผงไปภายในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว
"จ๊ากกกกกกก.....!!!!!!!!"ผมที่ถูกแรงดึงดูดอันมหาศาลของพายุดูดจนร่างลอย แต่โชคยังดีที่ตรงบริเวณจุดที่ผมอยู่มีต้นไม้ที่ดูท่าทางจะแข็งแรงอยู่ต้นนึง ผมจึงใช้มันเป็ที่ยึดเกาะเอาไว้
ครึ้ม..!!!
"เฮ้ย..!!! อย่านะโว้ย อดทนไว้..!!!"ผมที่พูดกับต้นไม้ หลังจากที่มันถูกแรงดึงดูดของพายุ ดูดจนรากเริ่มที่จะเผยออกมาให้เห็นเหนือพื้นดิน
ครึ้ม..!!!!!
"จ๊ากกกกกกกกก..!!!! พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกช้างด้วย..!!!!!!!!"ผมที่แหกปากเสียงดังลั่น จากการที่ต้นไม้ต้นที่ผมกำลังใช้ยึดเกาะ ได้ถูกดูดจนหลุดออกจากพื้นดินและกำลังพาร่างของผมลอยเข้าไปหาพายุ..
"ชะ..ช้าง มะ..ไม่น้า..!!!!"ชบาที่กู่ร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก เธอนั้นไม่สามารถที่จะควบคุมรูปแบบที่ 2 ให้สงบลงได้
"ตายโหง..!!!"ผมที่สบถออกมาและหลับตาปี๋ ในณะที่ร่างกำลังจะลอยเข้าไปในพายุ
ฉับ..ๆๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงของต้นไม้ที่ถูกบดจนกลายเป็ผุยผง แต่เอ๊ะ..
"ช้าง..!!"เสียงของชบาที่ดังขึ้น ทันทีที่ผมลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ด้านในของพายุ โดยที่เหนือหัวของผมคือร่างของชบาที่กำลังเหวี่ยงไส้ไปมา
"ยังมีชีวิตอยู่.."
ซู่~
จู่ๆพายุก็ค่อยๆอ่อนกำลังลง ก่อนที่มันจะค่อยๆจางหายไป
ฟุบ..!!
"อ๊อก..!!!"
"ฉันนึกว่านายจะตายแล้วซะอีก.."ชบาที่เก็บเคียว พร้อมกับยืดไส้เข้ามากอดรัดคอของผมด้วยความเป็ห่วง
"ปละ..ปล่อยๆ หายใจไม่ออก..!!"
ฟุบ
"เมื่อกี้นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่..?"ชบาที่คลายไส้และเริ่มที่จะกล่าวถามกับผม
"น่าจะเป็พลังของรูปแบบที่ 2 เล่นเอาใเลยแห๊ะ.."ผมที่พูดขึ้นด้วยความรู้สึกที่โครตจะประทับใจ เกือบจะตายโหงแล้วมั้ยล่ะ..
ตุบ..!!
"แฮกๆ.."
จู่ๆร่างของชบาที่กำลังลอยอยู่ก็ตกลงสู่พื้นดิน สีหน้าของเธอแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแรง ผสานกับการหายใจอย่างเหนื่อยหอบ
"ชะ..ชบา เธอเป็อะไรหรือเปล่า..?"
"หนักไปทั้งตัวเลย ไม่มีแรง..ขะ..ขอกลับไปอยู่ข้างในก่อนได้มั้ย..?"
"เข้าใจแล้ว จงกลับมาชบา..!!"ผมที่กางฝ่ามือไปยังร่างของชบา ก่อนที่เธอจะกลายเป็ลูกบอลแสงและลอยกลับเข้ามาอยู่ภายในตัวของผม
"หลับไปก่อนก็ได้..เดี๋ยวฉันจัดการทุกอย่างเอง.."
'ฟี้~ ฟี้~'
"ไวโครต..!!"ผมที่บอกกับชบา แต่ก็ดูเหมือนว่าเธอจะเหนื่อยจริง พอกลับเข้าไปปุ๊ปก็หลับปั๊ปเลย..
"หน้าต่างสเตตัส.."
ติ๊ง..!!!
ข้อมูลสเตตัสของผู้อัญเชิญ..
ชื่อ-หมื่นกรินณ์ คชสาร (ช้าง)
เผ่าพันธุ์-มนุษย์ อายุ-19 ปี
อาชีพ-ผู้อัญเชิญจิติญญาอัญเชิญประเภทิญญา (หมอผี)
สกิล-ไสยศาสตร์ทุกแขนง,คาถาอาคมต่างๆ,มนต์ดำ,ฯลฯ
ข้อมูล-สามารถใช้สกิลได้ตามที่้า แต่ถ้าใช้เกินขอบเขตจะทำให้หมดสติลง..
จิติญญาอัญเชิญ- 1 ตน..
เงื่อนไขในการปลดล็อคจิติญญาอัญเชิญ-เป็ความลับ.
[จิติญญาอัญเชิญ]
ชื่อ-ชบา เผ่าพันธุ์-กระสือ อายุ 19 ปี
เลเวล 21
ประเภทการโจมตี-โจมตีสองระยะ (ระยะประชิด/ระยะไกล)
ธาตุ- ?
ระดับ ☆☆
เงื่อนไขการเลื่อนระดับดาว-เมื่อเลเวลครบตามจำนวนและตรงกับเงื่อนไข ใช้ไพ่จิติญญามอนเตอร์ระดับบอสธาตุอะไรก็ได้จำนวน 1 ใบ ในการเลื่อนระดับสู่ดาวต่อไป หรือใช้วิธีเลื่อนระดับดาวแบบพิเศษโดยการปลดล็อคเงื่อนไขที่เป็ความลับ..
[รูปแบบการโจมตีเฉพาะตัว]
《รูปแบบที่ 1 คมไส้มรณะ [Level.2]》
ข้อมูล:รูปแบบที่ 1 คมไส้มรณะ Level.2 สร้างวัตถุเหล็กกล้าลักษณะเหมือนเคียวที่มีความคมและความทนทานสูงเพื่อใช้ในการต่อสู้ โดยที่น้ำหนักของเคียวจะถูกปรับลดลงและสามารถเคลื่อนที่ได้คล้องขึ้น อีกทั้งจิติญญาอัญเชิญยังสามารถขยับตัวได้ในระยะเวลาสั้นๆในขณะที่ทำการโจมตี
เอ็ฟเฟ็คพิเศษของรูปแบบที่ 1:จำนวนไส้เพิ่มขึ้นเป็ 2 เส้น
หมายเหตุ:รูปแบบนี้จะสามารถเพิ่มระดับได้สูงสุดถึง Level:10 รูปแบบนี้จะถูกอัพเลเวลขึ้นอีกครั้งก็ต่อเมื่อมีการเลื่อนระดับดาวหรือผ่านเงื่อนไขการปลดล็อคแบบพิเศษ ส่วนเอ็ฟเฟ็คพิเศษจะสามารถลดจำนวนของเคียวได้ตามความ้าเพียงแค่สั่งการทางความคิด..
《รูปแบบที่ 2 พายุไส้สะบั้นโลกา》
ข้อมูล:รูปแบบที่ 2 พายุไส้สะบั้นโลกา สร้างพายุหมุนขนาดเล็กเป็เวลา 30 วินาที โดยการบังคับไส้ทั้งสอง จัดรูปแบบให้มีลักษณะคล้ายกังหัน ต่อจากนั้นก็ทำการหมุนเหวี่ยงมันด้วยความเร็วสูงจนกลายเป็ใบพัด ผลลัพธ์ที่ได้จะก่อให้เกิดการหมุนวนของอากาศ และสร้างลมพายุที่มีแรงดึงดูดอันมหาศาล เป้าหมายที่ถูกดูดเข้ามาจะถูกคมเคียวที่กำลังหมุนเหวี่ยงเฉือดเฉือน แต่จิติญญาอัญเชิญจะสูญเสียการควบคุมและไม่สามารถขยับตัวได้ จนกว่าที่ผลของรูปแบบนี้จะสิ้นสุดลง
เอ็ฟเฟ็คพิเศษของรูปแบบที่ 2 :ทันทีที่จิติญญาอัญเชิญใช้รูปแบบที่ 2 การโจมตีของรูปแบบนี้จะพุ่งทะลุผ่านตัวของผู้อัญเชิญ จนกว่าที่ผลของรูปแบบนี้จะสิ้นสุดลง
หมายเหตุ:รูปแบบนี้จะสามารถเพิ่มระดับได้สูงสุดถึง Level:3 รูปแบบนี้จะถูกอัพเลเวลขึ้นอีกครั้งก็ต่อเมื่อมีการเลื่อนระดับดาวของจิติญญาอัญเชิญไปถึงดาวระดับที่ 5
"ไอ้บ้าเอ๊ย..!!! ทำเอาใจหายใจคว่ำหมด..!!!"ผมที่ตวาดใส่หน้าต่างสเตตัสด้วยความหัวร้อน ถ้ารู้ว่าใช้แล้วจะไม่เป็อะไรั้แ่ทีแรก ก็คงจะไม่กลัวมากถึงขนาดนี้..
"เฮ้อ..ยังไงก็กลับเมืองก่อนล่ะกัน.."ผมที่ถอนหายใจออกมา ต่อจากนั้นก็ยกฝ่ามือขึ้นมาพนม
""นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ(๓ จบ) จิตติ จิตตัง กัมปิยัง มหาจิตติ คาถากำบังกาย จงมองไม่เห็นกู.."
เมื่อผมใช้คาถากำบังกายแล้ว ผมก็เริ่มที่จะออกเดินทางมุ่งหน้ากลับไปที่เมืองฟาเซีย ถึงแม้หนทางในป่าค่อนข้างที่จะซับซ้อน แต่ผมก็มีความจำเป็เลิศ เกิดมา 19 ปี ไม่เคยที่จะหลงทางเลยสักครั้ง
"หะ..หืม ฮะ..เฮือก อยะ..อย่าบอกนะว่า.."
ในขณะที่กำลังเดินทางกลับเมือง สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นจุดที่ได้ปะทะกับบอทกระต่ายสายฟ้าเมื่อไม่นานมานี้ และสิ่งที่ผมกำลังเห็น มันคือรอยถากเล็กๆของพื้นดินที่ทอดยาวออกไปกว่า 8 เมตร
ในตอนแรกที่กำจัดบอทกระต่ายสายฟ้าลงได้ ผมก็โฟกัสแค่ของดรอปที่ตกอยู่ จนไม่ได้สังเกตุเลยว่ามันมีรอยถากดังกล่าวอยู่บนพื้นดินทางเบื้องหน้าด้วย ถ้าจากที่ผมลองคาดเดามันอาจจะเป็พลังของมีดหมอที่ผมใช้ฟันออกไปจนเกิดเป็คลื่นคมดาบที่มองไม่เห็นก็เป็ได้
"ถ้าเป็อย่างที่คิดบอกเลยว่าโครตโกง.."ผมที่พูดขึ้น ก่อนจะเริ่มเดินมุ่งหน้ากลับสู่เมือง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา..
ณ เมืองฟาเซีย
ระยะทางจากป่าอัสนีมายังเมืองฟาเซียนั้นไม่ใช่ใกล้ๆ การที่จะเดินทางไปกลับต้องใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งชั่วโมง
และหลังจากที่เดินทางกลับมาถึงเมือง ผมก็ทำการจ่ายค่าผ่านทางให้นายทหารซึ่งมีหน้าที่ค่อยเฝ้าระวังและเรียกเก็บค่าผ่านทาง เป็จำนวนเงิน 3 เหรียญทองแดง และผ่านเข้าสู่เมือง
ทันทีที่เข้ามาภายในเมือง สถานที่แรกที่ผมกำลังจะไปก็คือโรงประมูลเปียโน้ มันคือสถานที่ๆผมจะต้องไปส่งภารกิจและรับค่าตอบแทน
และเท่าที่ผมไปหาข้อมูลจากคนเมืองนี้มาคร่าวๆ ภารกิจที่แปะอยู่บนบรอดใจกลางเมืองส่วนใหญ่จะเป็ภารกิจของโรงประมูลเปียโน้ ถ้าให้เดาของในภารกิจก็คงจะเอาไปขาย หรือบางทีก็อาจจะเปิดประมูลถ้าของชิ้นนั้นมีราคา
10 นาทีต่อมา
หลังจากที่ใช้เวลาเดินหามานาน ผมก็ได้เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าอาคารแห่งหนึ่ง มันเป็อาคารที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีอยู่สามชั้นด้วยกัน แต่ทางเข้าออกนั้นมีอยู่เพียงแค่ทางเดียว
และจากที่สาดส่องสายตามองดูคร่าวๆสถานที่แห่งนี้มีผู้คนเดินเข้าออกกันอย่างพลุกพล่าน ส่วนใหญ่จะเป็พวกทหารรับจ้างที่น่าจะมาส่งภารกิจและรับเงินค่าตอบแทน
"เย็นนี้จัดชุดใหญ่ให้ชบาดีกว่า..~"ผมที่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม เย็นนี้กะว่าจะพาชบาไปเลี้ยงอาหารดีๆ หลังจากที่ได้รับเงินค่าตอบแทน
เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็เดินตรงไปที่ทางเข้าของอาคารในทันที โดยที่หน้าทางเข้านั้นจะมีการดร่างใหญ่ที่ยืนคุมอยู่สองคนด้วยกัน
"ผมมาส่งภารกิจครับ.."ผมที่หยิบไพ่จิติญญาของกระต่ายสายฟ้าขึ้นมาโชว์ให้การดทั้งสองคนดู
เมื่อการ์ดทั้งสองเห็นไพ่ในมือของผม ดวงตาของพวกเขาก็เบิกโต ก่อนจะหันไปชี้นิ้วแนะนำทางให้ผมเข้าไปข้างใน
"ขอบคุณครับ.."ผมที่พยักหน้ายิ้มเจือนๆให้การ์ดทั้งสอง ก่อนจะก้าวเดินผ่านร่างของพวกเขาเข้าไปข้างในอาคาร
"หู้ว..!!!!!"
แวบแรกที่ผมเดินเข้ามาข้างใน ผมก็เผลออุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ภายในสถานที่แห่งนี้ ข้างในเป็ห้องขนาดใหญ่ ถูกล้อมรอบด้วยเคาน์เตอร์กว่าร้อยช่อง ในแต่ละช่องจะมีพนักงานที่คอยให้บริการอยู่ช่องล่ะหนึ่งคน
"เอาอันไหนดีล่ะ..เลือกๆ"ผมที่กวาดสายตามองไปรอบๆด้วยความประหม่า ไม่รู้ว่าควรจะต้องไปที่เคาเตอร์ช่องไหน..
ผลั๊ก..
ตุบ..!!
"ยืนขว้างทางอยู่ได้..ไอ้สวะ..!!"
ในขณะที่ผมกำลังยืนเลือกเคาน์เตอร์อยู่นั้น จู่ๆก็มีไอ้เวรที่ไหนก็ไม่รู้เดินเข้ามาชนผมจนล้มลงไปกอง เมื่อผมหันกลับไปมองสิ่งที่เห็นก็คือชายร่างใหญ่ พร้อมกับลูกสมุนอีกสองคน พอสังเกตุดูแล้วก็รู้ได้ในทันทีว่าพวกมันคือทหารรับจ้างหรือไม่ก็โจร..
ชายร่างใหญ่ดูๆแล้วน่าจะเป็ตัวหัวหน้า ร่างของมันสูงราวๆประมาณ 180 เิเ หัวล้านไม่มีผม สวมใส่ชุดเกราะเบามีดาบสองคมเหน็บอยู่ที่เอว ส่วนลูกสมุนร่างกายผอมแห้งตามแบบฉบับของพวกตัวประกอบเกรด C ที่ชอบอวดเบ่งเร้าอวัยวะเบื้องล่างไปทั่ว
"ขอโทษครับ.."ผมที่ไม่อยากจะมีปัญหาก็เลยรีบลุกขึ้นแล้วกล่าวขอโทษกับไอ้สามคนนี้
"เฮ้ยๆ แกยืนขว้างทางพวกเรานะ จ่ายค่าชดใช้มาซะ หมายถึงค่าเสียเวลาน่ะ.."ลูกสมุนที่ยืนอยู่ฝั่งขวาพูดขึ้น
อะไรของมันว่ะ..คิดจะไถ่ตังทั้งทีเหตุผลที่ใช้โครตจะบัดซบ
"ผมไม่มีเงินหรอกครับ.."
"งั้นหรอ..? ไหนพวกแกลองเปิดกระเป๋าของมันดูซิ.."ชายร่างใหญ่ที่ออกคำสั่งกับลูกสมุน ก่อนที่ลูกสมุนทั้งสองจะตรงเข้ามาดึงย่ามของผมไป
ตุบๆๆๆๆๆๆ
"ไม่เห็นจะมีอะไรนอกจากขยะเลย.."หนึ่งในลูกสมุนคนที่กำลังถือย่ามของผม มันได้เทของทั้งหมดในย่ามลงบนพื้น พลางใช้เท้าเขี่ยเพื่อควานหาของมีค่า
"หะ..หืม..ดูสิ่ว่าพวกเราเจออะไร..?"
ในขณะที่ไอ้ลูกสมุนหมายเลขหนึ่งกำลังใช้เท้าเขี่ยหาของมีค่า สายตาของมันก็เหลือบไปเห็นไพ่จิติญญาจำนวน 3 ใบ มันไม่รอช้ารีบย่อตัวลงไปหยิบไพ่ทั้งสามขึ้นมา ก่อนจะยื่นส่งให้หัวหน้าของมัน
"กระต่ายสายฟ้า จิติญญามอนเตอร์ระดับ 1 ดาว..ถะ..แถมยังมีอยู่ตั้ง 3 ใบ..ฝีมือของแกงั้นเหรอ..?"ไอ้หัวโล้นที่ตรวจสอบไพ่ในมือ ดวงตาของมันก็พลันต้องเบิกกว้าง ประกอบกับเหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้า เมื่อรู้ว่าไพ่นั้นเป็จิติญญามอนเตอร์ของตัวอะไร ก่อนที่มันจะชายตามองและกล่าวถามผม..
"มะ..ไม่มีทางที่เด็กอย่างมันจะกำจัดกระต่ายสายฟ้าได้หรอก มันจะต้องขโมยมาแน่ๆ.."ลูกสมุนหมายเลขสองที่พูดกับหัวหน้าของมัน
"นะ..นั่นสินะ แต่เื่ที่โกหกคงจะต้องสั่งสอนเสียหน่อย.."ลูกสมุนหมายเลขหนึ่งที่พูดกับผม สาเหตุที่พวกมันหาถุงเงินของผมไม่เจอ เป็เพราะว่าผมเก็บเอาไว้ในชุดเกราะเบา
"ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ ถ้าไม่อยากที่จะมีปัญหาผมขอแนะนำ ให้พวกคุณสามคนรีบไสหัวออกไปจากสายตาของผมจะดีกว่า ถ้าไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ.."ผมที่หมดความอดทนกัดฟันพูดกับไอ้เวรสามตัวตรงหน้าด้วยแววตาที่แสดงถึงความเกรี้ยวกราด..
"ว่ายังไงนะ..!!"ตัวหัวหน้าที่ได้ยินก็โกรธจนเืขึ้น พลันเอื้อมมือไปจับด้ามดาบที่คาดอยู่ตรงเอว
"ละ..ลูกพี่ ที่นี่คือโรงประมูลเปียโน้นะครับ เดี๋ยวก็เกิดเื่หรอก.."ลูกสมุนตัวที่สองพูดกับหัวหน้าของมันอย่างนอบน้อม
"อย่าโง่สิ..พวกเราก็แค่บอกกับผู้ดูแลว่ามันเป็คนขโมยไพ่จิติญญาของเราไปก็เท่านั้น พวกเ้าก็รู้ถึงกฏของโรงประมูลแห่งนี้ดี ถ้าจับได้ว่ามีโจรขโมยของลูกค้าก็สามารถที่จะจัดการกันเองได้เลย..หึๆ.."ไอ้โล้นหัวใสที่คิดแผนการขึ้นมาได้พูดกับลูกสมุนทั้งสอง ก่อนที่พวกมันจะพร้อมใจกันแสยะรอยยิ้มออกมา
ชิ้ง..!!
ไอ้หัวโล้นที่ชักดาบออกมาจากฝัก และเหมือนมันกำลังจะเดินเข้ามาหาผม
"นี่พวกแกคิดที่จะรังแกเด็กหรือยังไง..?"
แต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงของใครบางคนที่ดังขึ้นมาจากทางฝั่งซ้ายมือของผม ทันทีที่ผมหันไปสิ่งที่พบก็ถึงกับทำให้ผมสตั๊นไปชั่วขณะ จากภาพของสาวสวยคนนึ่ง ใบหน้านั้นสวยแบบชาวตะวันตก มีเส้นผมสีแดงเพลิงแบบมัดรวบเอาไว้ ดวงตาสีทับทิม อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับผม แต่กับดันเรียกผมว่าเด็ก
ส่วนทางด้านของชุดที่เธอกำลังสวมใส่ เสื้อข้างในจะเป็เสื้อคอปกสีขาว และสวมผ้าคลุมสีดำที่มีฮูดซ้อนทับเอาไว้อีกชั้น ทางด้านของกางเกงจะเป็กางเกงขายาวผ้ายืดสีน้ำตาลที่ดูแปลกตา อีกทั้งเธอยังสวมใส่เข็มขัดและคาดดาบยาวเอาไว้อีกด้วย
"ไม่ใช่เื่ของเธอ อย่าได้สอดมือเข้ามายุ่ง.."ไอ้โล้นซ่าที่ชำเลืองสายตามองไปทางหญิงสาวอย่างดุดัน
"ลูกพี่..ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ข้าว่าพวกเราจับยัยนั้นมาเป็นางบำเรอดีมั้ย สวยชะมัด.."ลูกสมุนหมายเลขหนึ่งที่เสนอความคิดเห็น
"แผล็บ..เป็ความคิดที่ดีไปเอาตัวมันมา.."ไอ้โล้นที่ใช้เลียรอบมุมปาก ก่อนจะออกคำสั่งกับลูกสมุนทั้งสอง ทันทีที่ได้รับคำสั่ง พวกมันทั้งสองก็ตรงดิ่งเข้าไปหาหญิงสาวปริศนาในทันที
ผลั๊วะ..!!
"อั่ค..!!!"
ตุบ..!!!
ผลั๊วะ..!!!
"อั่ค..!!!"
ตุบ..!!
เมื่อเข้าไปจวนที่จะถึงตัว ยังไม่ทันทีที่คนทั้งสองจะได้ทำอะไร จู่ๆลูกสมุนหมายเลขหนึ่งก็ถูกหญิงสาววาดขาเตะสูงเข้าไปที่กกหูซ้ายอย่างรุนแรง ส่งให้ร่างของมันล่วงลงไปนอนกองแน่นิ่งอยู่ที่พื้น
ส่วนลูกสมุนหมายเลขสอง เมื่อเห็นดังนั้นก็ผงะถอยหลังอยู่ชั่วขณะด้วยความลังเล ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงเข้าไปเพื่อหวังที่จะล้างแค้นให้เพื่อน แต่มันก็กลับถูกเตะเข้ามาที่กกหูแบบเดียวกัน และล่วงลงไปนอนหมดสติเป็รายที่สอง..
ส่วนผมน่ะหรอ..ก็ได้แต่ยืนดูอย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าผู้หญิงท่าทางบอบบางแบบนั้นจะจัดการกับผู้ชายตั้งสองคนได้อย่างสบายๆ
และจากสถานะการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนี้ มันจึงทำให้ตรงบริเวณจุดที่ผมยืนอยู่กลายเป็จุดสนใจของผู้คนที่อยู่ภายในอาคารแห่งนี้ ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นาน คนเ่าั้จะพร้อมใจกันเดินมาล้อมวงมุ่งดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ถ้ากะจำนวนคนด้วยสายตาก็ประมาณราวๆ 30 ถึง 40 คนเห็นจะได้..
"ชิ..กลายเป็เื่ใหญ่จนได้.."ไอ้โล้นที่เห็นดังนั้นก็หันหลังกลับแล้วคิดที่จะชิ่งหนี
"จะไปไหน..? เอาไพ่จิติญญาของฉันคืนมาก่อน ไอ้โล้น.."ผมที่พูดกับไอ้โล้นด้วยน้ำเสียงหวนๆ ถึงกับทำให้ร่างของมันหยุดชะงัก ก่อนจะค่อยๆหันหน้ากลับมามองผมด้วยสายตาที่แสดงออกให้เห็นถึงความเกรี้ยวกราด..
"ไอ้เวรนี่..แกอยากตายมากสินะ..!!!"ไอ้โล้นที่กระโจนเข้ามาหาผมและใช้แขนอันกำยำง้างดาบขึ้นสูงอยู่เหนือศรีษะ พร้อมส่งเสียงตวาดออกมาด้วยความโมโห
ฟุบ..!!
"แย่แล้ว..!!!"หญิงสาวปริศนาที่เห็นว่าท่าไม่ดี จึงรีบออกตัววิ่งเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว ประกอบกับฝ่ามือของเธอที่ในเวลานี้กำลังเอื้อมไปจับด้ามดาบและเตรียมพร้อมที่จะชักมันออกมาจากฝัก
แต่ถ้าให้ยืนรอเธอเข้ามาช่วย กว่าจะถึงตอนนั้นผมก็คงที่จะถูกฟันร่างขาดจนกลายเป็สองท่อน ผมจึงรีบยกฝ่ามือขึ้นมาพนมด้วยดวงตาที่แข็งกร้าว พลางเพ่งจิตเข้าไปยังไอ้เวรที่กำลังเหวี่ยงดาบฟาดฟันลงมา
ฟุบ..!!!
"วาธาโมอะนะมะวาวา เฮ้ย..!!!!!!!"
กึก..!!!!!
ทันทีที่คาถาถูกร่ายออกไป พร้อมกับเสียงตวาดเฮ้ยที่ดังกึกก้อง ร่างของทุกๆคนที่อยู่ภายในอาคารแห่งนี้ต่างต้องถูกสะกดให้หยุดชะงักอยู่กับที่ ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่จะสามารถเคลื่อนไหวหรือขยับตัวได้ ซึ่งมันก็แน่นอนว่ารวมไปถึงหญิงสาวปริศนาก็ด้วย โดยที่ในเวลานี้เธอกำลังยืนตัวแข็งค้างอยู่กับที่..
"กร่อด..นะ..นี่..มะ..มัน..อะ..ไร..กัน..!!!"เสียงสบถถามที่เล็ดรอดออกมาจากไรฟันของร่างที่กำลังหยุดนิ่งอยู่ต่อหน้าของผม ในเวลานี้คมดาบที่มันกำลังเหวี่ยงลงมาอยู่ห่างจากศรีษะของผมเพียงแค่ไม่กี่เซ็นติเมตรเท่านั้น..
กร็อบๆ กร็อบๆ
ผมที่หักนิ้วมือเพื่อเป็การผ่อนคลาย พลางฉีกกระชากรอยยิ้มออกมาด้วยความสะใจส่งให้กับร่างตรงหน้า..
"หัวใสดีนิไอ้เวร..หึๆ แกหาเื่ผิดคนแล้ว..!!!"
แป๊ะ..!!!