ตอนที่ 41: รอยร้าวในความลับ
บรรยากาศยามเย็นของกรุงเทพมหานครต้อนรับการเดินทางกลับมาจากทริปบ้านพักตากอากาศกลางป่าเขาด้วยไอร้อนระอุและคราบฝุ่นละอองของเมืองกรุง แสงอาทิตย์สีแสดหม่นค่อยๆ ลาขอบฟ้าไปอย่างช้าๆ ทิ้งไว้เพียงแสงนีออนสลัวจากเสาไฟฟ้าริมทางหลวงที่สะท้อนผ่านรั้วบ้านสีขาว แม้ว่าร่างกายของคนทั้งห้าจะรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลบนท้องถนนที่จอแจ ทว่าอารมณ์สวาทที่คุกรุ่นมาจากธารน้ำตกและระเบียงจากุซซี่กลางสายหมอกยังคงหลงเหลืออุ่นซ่านอยู่ภายในกระแสเลือด สัญญารักข้ามรั้วของครอบครัวแอบแซ่บห้าคนยังดำเนินต่อไปอย่างเงียบเชียบและราบรื่น ทว่าในจิตใจของ นนท์ ติวเตอร์หนุ่มสุดเนิร์ดกลับเริ่มมีรอยร้าวแห่งความกังวลใจค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อยดุจเมฆหมอกพายุ
นนท์ยืนพิงสะโพกอยู่กับขอบโต๊ะไม้เขียนหนังสือขนาดใหญ่ภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางของบ้านหลังใหญ่หลังจากที่เพิ่งตรวจสมุดการบ้านวิชาฟิสิกส์และแบบฝึกหัดทบทวนเคมีให้วายุและหินเสร็จสิ้น เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของสองหนุ่มลูกเลี้ยงที่กำลังนั่งจดบันทึกตามคำอธิบายสะท้อนในความเงียบ นนท์เอื้อมมือไปจับแว่นตาสายตาหนาเตอะขยับขึ้นสันจมูกพลางถอนหายใจยาว ชายหนุ่มรู้สึกถึงความตึงเครียดบางอย่างในส่วนลึก เขาพยายามสะกดกลั้นภาพความเร่าร้อนป่าเถื่อนของกิจกรรมรักแบบ Fivesome ในทริปป่าเขาที่สลักลึกในสมอง แต่ศีลธรรมความถูกต้องและหน้าที่ของติวเตอร์หนุ่มผู้เคร่งครัดยังคงกรีดร้องประท้วงอยู่ในใจ
ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือของนนท์ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้กระจกก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงสั่นครืดคราด ชายหนุ่มเนิร์ดหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดเปิดข้อความเตือนในไลน์กลุ่มของครอบครัวที่พ่ออั๋นส่งเข้ามา นัยน์ตาหลังเลนส์แว่นขยายกว้างทันทีเมื่ออ่านข้อความสำคัญสะเทือนอารมณ์:
'พิมพ์ ลูกๆ ทุกคน... สัปดาห์นี้อั๋นทำงานเจรจาธุรกิจและโครงการร่วมทุนที่กัวลาลัมเปอร์เสร็จเร็วกว่ากำหนดมาก อาจจะบินด่วนกลับถึงเมืองไทยช่วงบ่ายวันเสาร์นี้เลยนะจ๊ะ แล้วเจอกันนะ พ่อคิดถึงทุกคนมาก'
ข้อความนั้นเปรียบเสมือนน้ำแข็งอาร์กติกเย็นจัดที่ราดรดลงบนหัวใจอันร้อนรุ่มของนนท์จนชาดิก ความหวาดกลัวและอาการตัวสั่นเกร็งแล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันที หัวใจเต้นระรัวเร็วเป็นกลองรบจนแทบจะควบคุมจังหวะการหายใจไม่ได้ นนท์รู้ดีว่าความตื่นเต้นเสียวซ่านข้ามรั้วบ้านที่ผ่านมาเกิดจากการที่ พ่ออั๋น สามีตัวจริงของพิมพ์มาดาและพ่อบังเกิดเกล้าของวายุกับหินต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลานาน ทว่าทันทีที่หัวหน้าครอบครัวตัวจริงเดินทางกลับมาพักอาศัยถาวรในบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ ความเสี่ยงที่จะโดนจับได้จะพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ สัญญาสวาทอันอันตรายนี้จะต้องนำความพินาศมาสู่ชีวิตของเขา นนท์ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องบอกเรื่องการขอยุติบทเรียนพิเศษและถอนตัวออกจากสัญญาลับนี้ทันทีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
นนท์พยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติและหันบอกสองหนุ่ม "วายุ หิน... พี่ขอตัวขึ้นไปคุยเรื่องธุระสำคัญกับคุณแม่พิมพ์บนห้องนอนแป๊บนึงนะ"
"ครับพี่นนท์ ตามสบายเลยครับ แหม... หน้าเครียดเชียว" หินเอ่ยปากแซวพร้อมส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มรู้เท่าทัน วายุหัวเราะคิกคักเบาๆ ในลำคอโดยไม่เงยหน้าจากสมุดการบ้าน
นนท์ก้าวเดินขึ้นบันไดไม้ขัดมันขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ด้วยฝีเท้าสั่นเทา จิตใจว้าวุ่นรุ่มร้อนด้วยความวิตกกังวล เขาก้าวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้สักบานใหญ่ของห้องนอนแต่งตัวพิมพ์มาดา เคาะประตูสองสามครั้งแผ่วเบาก่อนจะผลักประตูเปิดออกและแทรกกายก้าวเข้าสู่ห้องแต่งตัวแบบ Walk-in closet ขนาดใหญ่ของแม่เลี้ยงสาวสวย ทว่าทันทีที่เขาก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นหอมฟุ้งเย้ายวนใจของน้ำหอมมะลิตูมอันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ราคะประจำกายของพิมพ์ผสมผสานกลิ่นแป้งเด็กและผิวกายสาวร้อนๆ ก็ลอยเข้าปะทะจมูกอย่างรุนแรงจนนนท์แทบหยุดหายใจ
พิมพ์มาดายืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกเงาเจียระไนบานยักษ์ที่สะท้อนแสงไฟนีออนนวลตา ร่างกายอวบอัดแบบนาฬิกาทรายของเธออยู่ในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแชมเปญทองยาวเสมอเข่า ชิ้นผ้าซาตินเรียบเนียนละเอียดบางเบาแนบสนิทไปกับหน้าท้องแบนราบ สะโพกผายใหญ่สามสิบแปดนิ้วเด่นชัด และบีบดันปทุมถันคู่โตขาวผ่องเต้าคัพ E จนอวบตึงชูชันล้นทะลักยอดอกสีชมพูประดับรอยรักจางๆ ทว่าแถบซิปยาวด้านหลังของชุดซาตินกลับยังแง้มเปิดอ้ากว้าง เผยแผ่นหลังเนียนสีน้ำนมละเอียดละไมยาวลงไปจนถึงขอบเอวคอดกิ่ว ชวนให้ผู้พบเห็นเกิดราคะดิบอยากสัมผัสลูบไล้
"นนท์จ๊ะ... เข้ามาพอดีเลย... ช่วยแม่พิมพ์รูดซิปข้างหลังขึ้นหน่อยสิลูก พอดีเอื้อมมือไปไม่ถึงน่ะจ้ะ..." พิมพ์มาดาหันใบหน้าสวยหวานสะคราญส่งยิ้มหวานยั่วยวนชวนละลาย แววตาหยาดเยิ้มปนดีใจฉายส่องมาทางติวเตอร์หนุ่มรุ่นน้อง
นนท์กลืนน้ำลายเหนียวเหนอะหนะลงคอที่แห้งผาก พยายามหักห้ามใจสะกดความกระสันเสื่อมเสียศีลธรรมไม่ให้จ้องมองเนื้อหนังเนียนขาว ชายหนุ่มเนิร์ดค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปด้านหลังของพิมพ์มาดาช้าๆ ฝ่ามือสั่นระริกเอื้อมไปจับหัวซิปเหล็กตัวเล็กอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทว่านิ้วมือเรียวแบนแกล้งสัมผัสโดนผิวแผ่นหลังเปลือยเปล่าเนียนนุ่มร้อนระอุ สัมผัสหยุ่นร้อนส่งกระแสความเสียวซ่านแล่นปรี่เข้าสู่เป้ากางเกงสแล็กสีครีมของเขาทันที ดุ้นเนื้อร้อนตื่นตัวเต้นตุบๆ ขยายขนาดปูดเป้าเสื้อผ้าตึงตระหง่านต้านแรงโน้มถ่วงในพริบตา
"ขะ...คุณแม่พิมพ์ครับ... คือ... พ่ออั๋น... อาอั๋นส่งไลน์กลุ่มมาบอกว่าจะบินด่วนกลับมาถึงเมืองไทยช่วงบ่ายวันเสาร์นี้แล้วนะครับ..." นนท์ละล่ำละลักกระซิบตอบเสียงสั่นพร่าขณะพยายามบังคับนิ้วมือรูดซิปขึ้นช้าๆ
พิมพ์มาดาได้ยินคำนั้นก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มหวานยั่วยวนหม่นลงเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความสวาทรุ่มร้อนลึกซึ้ง เธอหมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้านนท์ตรงๆ จนทรวงอกอวบใหญ่เต้าโตคัพ E แทบจะบดเบียดชิดติดกับแผงอกกว้างของนนท์ กลิ่นกายเนื้อสาวอุ่นระอุแผ่ซ่านบีบหัวใจ มือเรียวนุ่มของพิมพ์เอื้อมขึ้นไปจับแก้มสากลูบเบาๆ พลางส่งสายตาชู้สาวปนตัดพ้อเย้ายวน
"แล้วยังไงต่อล่ะจ๊ะนนท์... พ่ออั๋นกลับมาแล้วนนท์จะกลัวหรอจ๊ะ... นนท์จะทิ้งแม่พิมพ์ไปจริงๆ หรอจ๊ะ... ร่องรักของแม่พิมพ์ยังอุ่นรอท่อนเอ็นหนูอยู่ทุกเสาร์อาทิตย์เลยนะ... นนท์ไม่รักแม่พิมพ์แล้วหรอจ๊ะเด็กดีของแม่..." พิมพ์มาดากระซิบกระซาบเสียงหวานหยดสะท้านใจ ลมหายใจอุ่นชื้นเป่ารดต้นคอของนนท์จนชายหนุ่มสั่นสะท้านขนลุกซู่เกร็งตัวไปหมด
นนท์ยืนหลังพิงชั้นวางตู้เสื้อผ้าไม้สัก นัยน์ตาสั่นระริกพยายามหลบสายตาหยาดเยิ้มสะกดวิญญาณ "ผม... ผมกลัวอาอั๋นจับได้ครับคุณแม่พิมพ์... ผมขอยุติบทเรียนพิเศษและถอนตัวจากสัญญาแอบแซ่บข้ามรั้ว... ซี๊ด... ผมทนความเสี่ยงไม่ไหวแล้วจริงๆ ครับ..."
ทันใดนั้นเอง บานประตูห้องแต่งตัวก็แง้มออกอีกครั้ง นภาเพื่อนบ้านม่ายสาวทรงเสน่ห์ก้าวเดินเข้ามาในห้องเงียบเชียบ เธอสวมเดรสกระโปรงสายเดี่ยวรัดรูปตัวสั้นจิ๋วเผยปทุมถันอวบเต้าล้นหลาม นภาแอบได้ยินบทสนทนาทั้งหมดจึงแสยะยิ้มยั่วยวนชวนหัวใจปั่นป่วน เธอขยับก้าวเดินมาซ้อนแผ่นหลังของนนท์ทันที โอบแขนเรียวกอดเอวสอบของเขาไว้มั่น หน้าอกอวบอัดดันเบียดแผ่นหลังของเขาบดลึก มือเรียวซุกซนของนภาเอื้อมต่ำลงไปใต้ขอบกางเกงสแล็กสีครีม ลูบไล้บีบเค้นดุ้นเนื้อหนุ่มขนาดเขื่องยาวใหญ่ตื่นตัวแข็งตึงตระหง่านสู้ฝ่ามือร้อน
"กลัวอะไรขนาดนั้นจ๊ะนนท์ขา... พี่นภาและแม่พิมพ์สัญญากันแล้วว่าจะปกป้องนนท์เอง... คืนนี้คิดมากไปทำไมจ๊ะ... ยิ่งพ่ออั๋นจะกลับมา ยิ่งต้องใช้เวลาให้คุ้มสิ... ไปห้องนั่งเล่นบ้านพี่นภาดีกว่า วันนี้ลมฝนกำลังตั้งเค้า ลมเย็นดีนะจ๊ะ..." นภากระซิบสยิวกายข้างหูของนนท์พลางตวัดลิ้นร้อนเลียใบหูและติ่งหูเบาๆ จนนนท์สะดุ้งตัวสั่นสูดปากคราง ซี๊ด ลั่นห้องแต่งตัว สองขาไร้กำลังจะขยับหลบหนีแรงกระตุ้นราคะดิบที่สองสาวรุมเร้า
พิมพ์มาดาลูบไล้แผงอกและหน้าท้องของนนท์ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกทีละเม็ดจนหลุดลุ่ย สองสาวใหญ่ออกแรงดึงและดันนนท์ก้าวลึกเข้าไปในซอกตู้เสื้อผ้า Walk-in closet ขนาดใหญ่ที่มืดสลัว กลิ่นอายความอุ่นและน้ำหอมผสมเหงื่อสาวชวนให้จิตใจเลอะเลือน พิมพ์และนภาระดมจูบปากจูบแก้มประสานลิ้นแลกน้ำลายเปียกชื้นกับนนท์จนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบชวนเสียวสะท้าน นนท์สูญเสียการควบคุมสติศีลธรรมไปสิ้นเชิง เขายื่นมือหนาไปขยำบีบสะโพกผายของพิมพ์และสะโพกกลมกลึงของนภาอย่างหิวกระหายสวาท ดุ้นเนื้อร้อนตึงเป้าปวดหนึบต้องการการสอดใส่ระบายน้ำรักอย่างหนัก
"ซี๊ด... คุณแม่พิมพ์... พี่นภา... ผม... ผมยอมแล้วครับ... ร้อนรุ่มตัวจะระเบิดแล้วครับ..." นนท์ตอบรับเสียงพร่าสั่นระริก ยอมสยบต่อกามตัณหาอย่างไร้ทางสู้
"ดีมากจ้ะเด็กดีของพวกเรา..." พิมพ์มาดาหัวเราะคิกคัก ยื่นเรียวปากประกบจูบปากนนท์อีกครั้งอย่างลึกซึ้ง ขณะที่นภาลอบเอื้อมจับมือถือส่งข้อความไลน์สั้นๆ หาวายุและหินให้ข้ามรั้วประตูลับหลังบ้านไปสมทบที่ห้องนั่งเล่นบ้านของนภาทันที นนท์ยอมจำนนปล่อยให้สองสาวจูงมือพาเดินหลบเลี่ยงสายตาออกจากบ้านหลังใหญ่ข้ามประตูลับไปในค่ำคืนพายุฝนตั้งเค้า ท้องฟ้ามืดมิดครืนครั่นด้วยสายฟ้า ฟ้าร้องต้อนรับก้าวสำคัญของบทเรียนสวาทห้าคนอันแสนท้าทายระทึกขวัญที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ