อินทพัฒน์ นั่งอยู่หน้าห้อง ICU ด้วยความหวาดหวั่น เขานึกถึงั้แ่่เวลาที่จีบกัณฑ์ครั้งแรก ทั้งคู่อยู่ ม. 4 โรงเรียนเดียวกัน พัฒน์และกัณฑ์แข่งขันกันชิงตำแหน่งหัวหน้าห้อง แต่สุดท้ายคนส่วนใหญ่ก็เลือกพัฒน์ ดังนั้นกัณฑ์จึงได้เป็รองหัวหน้าห้อง ทั้งคู่ต้องช่วยเหลือกัน ทั้งยกการบ้านทุกคนไปส่งอาจารย์บ้าง จัดกิจกรรมโรงเรียนบ้าง ช่วยกันติวเพื่อนๆ ในห้องบ้าง ผลสุดท้ายเพราะความผูกพัน ทำให้ทั้งคู่มีใจตรงกันและลองคบกันโดยไม่มีอะไรเกินเลย เพราะพัฒน์ให้เกียรติกัณฑ์มาโดยตลอด
จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันที่ทั้งคู่อยู่ปีสอง มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่พัฒน์เรียนบริหารธุรกิจ ส่วนกัณฑ์เรียนคอมพิวเตอร์กราฟิค แม้พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายจะรับรู้ว่าทั้งสองคบกันมาั้แ่ ม. 4 จนถึงปัจจุบัน แต่เพราะทางบ้านของกัณฑ์มีฐานะดีกว่าพัฒน์มาก ทำให้พ่อแม่ของเธอไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ก็ขัดลูกสาวเพียงคนเดียวไม่ได้
“ลูกสาวของฉันเป็อย่างไรบ้าง ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น มันเป็เพราะเธอใช่มั้ย” แม่ของกัณฑ์เดินมาถามพัฒน์ด้วยความเป็ห่วงลูกสาว
“กัณฑ์เขาวิ่งข้ามถนนไม่ทันระวัง จึงถูกรถกระบะชนครับ” พัฒน์พูดอย่างเสียงอ่อน
“สาเหตุมันเป็เพราะเธอล่ะสิ รู้มั้ย ชัยวัฒน์โทรบอกยัยกัณฑ์ว่า เธอไปข่มเหงรังแกน้องเขา ตอนแรกกัณฑ์ไม่เชื่อ ชัยวัฒน์จึงบอกให้เธอไปดูให้เห็นกับตา และที่กัณฑ์เขาวิ่งข้ามถนนไม่ดูตาม้าตาเรือ ก็เพราะวิ่งหนีเธอใช่มั้ยล่ะ” แม่ของกัณฑ์คาดเดาเหตุการณ์
“ผมถูกใส่ร้ายครับ มันไม่เป็ความจริง คุณน้าต้องเชื่อผมนะครับ” พัฒน์ใกับเื่ที่ฟัง แต่ก็อยากอธิบายให้แม่ของกัณฑ์เข้าใจ
“ออกไปจากชีวิตลูกสาวฉันซะ ที่มันเป็แบบนี้ก็เพราะเธอคนเดียว ออกไป ออกไป” แม่ของกัณฑ์ไม่พูดเปล่า เธอรีบตีไปที่พัฒน์อย่างแรง
“ไม่เอาน่า คุณ นี่มันโรงพยาบาลนะ พวกเรามารอฟังหมอดีกว่า อย่าไปยุ่งกับมันเลย” พ่อจับตัวแม่ของกัณฑ์ไว้เพื่อกันไม่ให้ไปทำร้ายพัฒน์อีก และหันไปพูดกับพัฒน์ว่า “ส่วนนายกลับไปได้แล้ว และเลิกยุ่งกับลูกสาวของฉันได้แล้วด้วย”
พัฒน์อยากจะรอฟังหมอบอกว่าเธอปลอดภัยดี แต่ก็ไม่อยากเป็ต้นเหตุความวุ่นวายในโรงพยาบาล จึงยอมกลับบ้านไปแต่โดยดี
**************************************************
สามวันต่อมา ณ โรงพยาบาล
พัฒน์ได้แอบไปเยี่ยมกัณฑ์ เพราะเขาได้ยินข่าวว่าเธอปลอดภัยและฟื้นแล้ว เขาเดินเข้าไปในห้องพิเศษ เห็นกัณฑ์นอนหลับอยู่ จึงเข้าไปนั่งข้างๆ และจับมือเธอไว้ กัณฑ์ซึ่งหลับตาเพื่อพักสายตาเฉยๆ ก็ลืมตาขึ้นมา
“นายเป็ใคร เข้ามาได้ยังไง” กัณฑ์ตื่นตระหนก เพราะเห็นชายแปลกหน้า จึงรีบชักมือหนีทันที
“กัณฑ์ นี่พัฒน์เองไง จำพัฒน์ไม่ได้แล้วหรือ หรือว่าแกล้งทำเป็จำพัฒน์ไม่ได้กันแน่” พัฒน์สงสัย
“ฉันไม่รู้จักนายจริงๆ ออกไปเถอะ ฉันจะนอน” พอเห็นเขาไม่ยอมออก เธอจึงรีบลุกขึ้นนั่ง เพราะกลัวผู้ชายคนนี้ทำอันตรายเธอ
พัฒน์นึกว่าหญิงสาวแกล้ง เลยรีบบีบไหล่ทั้งสองข้างของกัณฑ์ “กัณฑ์ พัฒน์ขอพูดเป็ครั้งสุดท้าย ว่าพัฒน์ถูกชัยวัฒน์ปรักปรำ มัน้าให้ให้พัฒน์กับกัณฑ์เข้าใจผิดกัน พัฒน์โดนมันแกล้งจัดฉากจริงๆ นะ กัณฑ์ต้องยอมเชื่อพัฒน์นะ”
“โอ๊ย ที่นายพูดมาฉันไม่เห็นจะรู้เื่อะไรเลย และชัยวัฒน์นั่นอีกเขาเป็ใคร นายปล่อยฉันเถอะนะ ตอนนี้ฉันก็เริ่มปวดหัวแล้ว” กัณฑ์เห็นชายคนนี้ไม่ยอมปล่อย จึงะโขอความช่วยเหลือ “ข้างนอกมีใครอยู่บ้างคะ ช่วยด้วยค่ะ”
“ปล่อยตัวลูกสาวของฉัน ได้แล้ว เธอจดจำนายไม่ได้หรอก เพราะเธอความจำเสื่อม” พ่อของกัณฑ์กล่าว
“อะไรนะครับ กัณฑ์ความจำเสื่อม” พัฒน์ไม่คิดว่ากัณฑ์จะจำเขาไม่ได้จริงๆ
“ใช่ และฉันก็ถือว่านี่เป็โอกาสดี ที่จะได้ให้นายกับเธอเลิกยุ่งเกี่ยวกันอีก เพราะฉันจะส่งตัวลูกสาวของฉันไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว ออกไปจากชีวิตลูกสาวฉันเถอะนะ ถือว่าคนแก่คนนี้ขอร้องเถอะ” พ่อของกัณฑ์ยอมพูดดีๆ กับพัฒน์
พัฒน์หันหน้าไปมองกัณฑ์เป็ครั้งสุดท้าย และเห็นแววตาของเธอที่มองมาที่เขาราวกับคนแปลกหน้าไม่เคยเห็นกันมาก่อนจริงๆ ตอนนี้เขาไม่มีโอกาสแก้ตัวอะไรได้อีกแล้ว เพราะกัณฑ์กำลังจะถูกส่งตัวไปต่างประเทศ พัฒน์ได้แต่คิดในใจว่า “ทำไม์ถึงต้องแยกเธอไปจากผมด้วย ผมทำผิดอะไรนักหนา ทำไมต้องกลั่นแกล้งผมถึงขนาดนี้” ท้ายที่สุดพัฒน์ก็เดินจากไปแต่โดยดี