ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่28 ก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    ‘ เอ๊ะ นั่นมันเขานี่ ! ’ นัยน์ตาซินเสวี่ยเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
    สายตาของเธอในตอนนี้นั้นมองไปยังชายหนุ่มสวมสูทสีดําที่อยู่ห่างออกไป
    ‘ ไอ้หมอนั่นมันเป็นใครกัน ? ทําไมซินเสวี่ยถึงดูแตกต่างไปจากทุกที ? ’ ฉียู่เสินมองตามสายตาของซินเสวี่ยไปจนตกลงบนร่างของชายหนุ่มผู้หล่อเหลา
    ใบหน้าของเขาถึงกับเผยความประหลาดใจที่ตื่นตะลึงออกมา เขาไม่เคยเชื่อเลยว่าจะได้พบเห็นผู้ชายที่โครตจะหล่อเหลาขนาดนี้มาก่อนเลย
    “ ฉียู่เสินนายอยากจะเลี้ยงข้าวฉันนักใช่ไหม ? ” ซินเสวี่ยพูดในขณะที่เหลือบมองยูหมิง นํ้าเสียงของเธอออกเจ้าเล่ห์นิดๆ
    “ ใช่ คุณยอมให้ผมเลี้ยงข้าวคุณแล้วเหรอ ? ” ฉียู่เสินถามด้วยความสับสน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทําไมอยู่ดีๆแม่นี่ถึงได้ถามแบบนี้ออกมา
    “ เอางี้ถ้านายต่อสู้ชนะเขาคนนั้นฉันจะยอมเดทกับนายวันหนึ่งเลยเอ้า แต่ถ้าแพ้นายต้องเลิกมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ! ” ซินเสวี่ยพูดด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น
    เธอจําได้ว่ายูหมิงเขาเป็นคนที่สามารถต่อสู้ได้เก่งถึงขั้นสามารถเอาชนะนักเลงที่ใช้มวยไทยได้ง่ายๆ แม้มวยไทยของชายคนนั้นจะเป็นของปลอมก็เถอะ
    แต่เท่าที่เธอไปหาข้อมูลมาแม้ยูหมิงจะใช้มวยไทยของอีกฝ่ายที่เป็นของปลอม แต่เธอก็รู้ว่ายูหมิงไม่ใช่นักสู้ธรรมดาแน่ๆ
    การที่เขาสามารถเอาชนะกลุ่มนักเลงกลุ่มนั้นได้ง่ายๆ สําหรับเธอเขาก็คงเป็นนักสู้ที่มีฝีมือคนหนึ่ง ไม่อย่างนั้นจะชิวขนาดนั้นได้อย่างไร
    ซึ่งการที่เธอท้าฉียู่เสินมันเป็นเพราะเธอรู้ดีว่าฉียู่เสินเป็นเพียงพวกเสเพลที่มีเงินเท่านั้น ข่าวลือที่เธอได้ยินมาเกี่ยวกับฉีลู่เสินนั้นเป็นอะไรที่คนทั่วไปแทบรู้กันหมด
    ฉียู่เสินเป็นนายน้อยตระกูลฉีเล็กๆในเมืองเป่าติ้งซึ่งบริหารธุรกิจลับๆ ไม่มีใครรู้ว่าธุรกิจนั่นคืออะไร ทว่านั่นก็สามารถทําให้ตระกูลฉีมีเงินใช้ได้เหลือเฟือ
    ทั้งนี้นิสัยของอีกฝ่ายค่อนข้างหยิ่งยโสแบบเงียบๆ แต่เมื่อเขาเจอของเล่นชิ้นใหม่เขาก็จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
    จากข่าวลือฉียู่เสินได้ล่อลวงสาวสวยมากมายไปมีอะไรด้วย พอสาวสวยคนนั้นหมดประโยชน์ก็จะถูกฉียู่เสินทิ้งอย่างไม่แยแส
    นอกจากนี้แฟนของสาวสวยพวกนั้นที่คิดจะทวงความยุติธรรมให้ก็โดนลูกน้องของฉียู่เสินจัดการจนพวกเขาเข้าไปนอนโรงพยาบาลเป็นเดือนๆเลยทีเดียว
    ซึ่งในจํานวนข่าวลือพวกนั้นไม่ได้มีบอกเลยว่าฉียู่เสินมีฝีมือในการต่อสู้หรือเคยออกไปสู้กับใคร 
    ดังนั้นซินเสวี่ยเธอจึงต้องการใช้ยูหมิงจัดการกับฉียู่เสินผู้ชั่วร้ายนี้แทน 
    ฉียู่เสินถึงกับชะงัก เขามองประเมินยูหมิงที่กําลังเดินเข้ามาด้วยความสงสัย ‘ หรือว่าไอ้นี่จะเป็นนักสู้ที่มีฝีมือ ? ไม่อย่างนั้นแม่นี่คงต้องวางแผนอะไรซักอย่างไว้แน่ ! ’ ในสายตาของเขาชายหนุ่มผู้หล่อเหลาคนนี้อย่างน้อยคงต้องแข็งแรง แต่จะสู้เป็นหรือไม่เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขารู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์แปลกๆอย่างหนึ่ง ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทําไมถึงได้รู้สึกแบบนี้
    ในวินาทีที่ฉียู่เสินกําลังครุ่นคิด ยูหมิงก็ได้เดินเข้ามาถึงตรงจุดนี้แล้ว ทว่าเขากลับเดินผ่านทั้งสองคนไปอย่างเฉยเมย
    ซินเสวี่ยถึงกับผงะ ปากของเธอกระตุกหนึ่งครั้งด้วยความโมโห ‘ นี่ผู้ชายคนนี้แกล้งเมินฉันอย่างนั้นเหรอเนี่ย ? ’ 
    ครั้งก่อนก็ทีหนึ่งแล้วนะที่ปล่อยเธอทิ้งไว้โดยไม่พาไปด้วย
    อย่าบอกนะว่าครั้งนี้ก็จะปล่อยให้เธอถูกฉียู่เสินตามรังควานโดยไม่ช่วยเหลือ ?
    ฉียู่เสินเองก็ผงะไปตามๆกัน เดิมทีเขาคิดว่าซินเสวี่ยคงจะรู้จักกับชายคนนี้ ทว่าในตอนนี้กลับไม่แม้จะพูดคุยหรือทักทายกันด้วยซํ้า
    นี่มันเรื่องตลกอะไรกันแน่ ?
    ทําไมซินเสวี่ยถึงได้มั่นใจกับคนที่ไม่รู้จักแบบนี้ !
    “ คุณ ! ” ซินเสวี่ยพูดเสียงดังเจาะจงไปที่ยูหมิง
    “ เรียกผมงั้นเหรอ ? ” รอบๆยูหมิงไม่มีใคร เขาจึงหันมาถามด้วยความสับสน ทําไมเธอคนนี้ถึงได้ชอบเรียกเขานักนะ ครั้งก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว อย่าบอกนะว่าครั้งนี้จะพาเขาไปป่วนอีก ?
    เฮ้อ…เขาก็แค่จะมาซื้อโทรศัพท์ไปใช้แต่ดันถูกเธอเรียกทั้งๆที่ไม่อยากจะสนใจด้วยซํ้า นี่มันแย่จริงๆ !
    “ ก็ใช่น่ะสิ แถวนี้มีคนอื่นนอกจากคุณด้วยรึไง ” นํ้าเสียงของซินเสวี่ยฟังดูไม่ค่อยพอใจซักเท่าไหร่
    “ อ้อ ! มีเรื่องอะไร ? ถ้าไม่มีเรื่องอะไรผมไปแล้วนะ พอดียุ่งๆอยู่น่ะ ” ยูหมิงขี้เกียจคิดเกี่ยวกับนิสัยของเธอมากนัก เขาจึงพยักหน้าถามไปด้วยความเบื่อหน่าย
    ซินเสวี่ยที่ได้ยินถึงกับช็อคแทบบ้า เธออยากจะทรุดคุกเข่าซะเดี๋ยวนั้นเลย 
    อะไรกัน ? นี่เธอไม่สวยอย่างนั้นเหรอ ? ทําไมผู้ชายคนนี้ถึงได้เป็นแบบนี้ !
    “ ยินดีที่ได้รู้จัก ! ผมฉียู่เสิน ! ” เมื่อเห็นท่าทางที่ไม่สนใจซินเสวี่ยของอีกฝ่าย ฉียู่เสินจึงสบายใจและยื่นมือออกไปแนะนําตัว
    “ ก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา ” ยูหมิงปรายตามองฉียู่เสินอย่างไม่สนใจ เขาไม่แม้จะอยากจับมือของอีกฝ่ายด้วยซํ้า
    คําตอบของยูหมิงเล่นทําเอาฉียู่เสินแข็งค้างไปเลยทีเดียว
    “ ก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา ? คุณจะแนะนําตัวให้ผมรู้จักหน่อยไม่ได้รึไง ? ” ฉียู่เสินดึงมือกลับด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความโกรธ
    แค่จับมือทักทายยังทําไม่ได้ นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายดูถูกเขามากแค่ไหน !
    “ แนะนําตัวให้คุณรู้จัก ? ไม่อะ ผมไม่อยากรู้จักคนอย่างคุณซักหน่อย ! ” ยูหมิงส่ายหัว ในตอนที่เขาจริงจังเขาแค่ปรายตามองอีกฝ่ายเขาก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นคนยังไง
    ซึ่งชายหนุ่มตรงหน้าเขาแม้ภายนอกจะดูดี ทว่าภายในกลับยับเยินเทียบไม่ได้แม้แต่เดรัจฉานด้วยซํ้า !
    แล้วคนอย่างนี้จะมีค่าพอให้เขาทําความรู้จักงั้นเหรอ ?  
    แค่จับมือเขาก็รังเกียจแล้ว ถ้าจะให้เขาบอกชื่อตัวเองออกไป เขาคงบอกได้แค่ว่า “ ฝันไปเถอะ ! ”
    ฉียู่เสินที่ได้ยินก็แทบระเบิดอารมณ์ออกมาทว่าเขายังคงข่มมันเอาไว้แล้วถามออกไปด้วยนํ้าเสียงเย็นชา “ คนอย่างผมมันทําไม ? หรือที่คุณพูดแบบนั้นก็แค่คุณหยิ่งยโสจัดจนไม่เห็นผมอยู่ในสายตา ? ”
    ในสายตาของเขา ชายหนุ่มคนนี้ช่างหยิ่งยโสนัก แค่แนะนําตัวแค่นี้จะไปยากอะไร ที่อีกฝ่ายไม่แนะนําตัวก็แค่อีกฝ่ายหยิ่งจัดเท่านั้นแหละ
    ซินเสวี่ยที่ได้ฟังการสนทนาของทั้งสองคนรู้สึกตื่นตะลึง เธอแอบชื่นชมความซื่อบื้อของยูหมิงเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ
    เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังหาเรื่องปั่นฉียู่เสินได้สําเร็จจนอีกฝ่ายโกรธเกรี้ยว !
    “ หยิ่งยโส ? ไม่อะ ผมก็แค่พูดไปอย่างที่ผมรู้สึก คุณอยากจะให้ผมพูดจริงๆไหมล่ะว่าคนอย่างคุณมันทําไม ? ” ยูหมิงส่ายหัวแล้วถามด้วยใบหน้าจริงจัง 
    ถ้าเขาพูดออกไปชายหนุ่มที่ชื่อฉียู่เสินคนนี้คงจะบ้าตายไม่ก็อาจท้อแท้จนบ้าไปเลยก็ได้ ดังนั้นเขาจึงอยากรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการรู้จริงๆหรือไม่ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าเขาได้พูดมันออกไป นั่นจะสายเกินแก้ได้ !
    “ ถ้าไม่หยิ่งแล้วจะเป็นอะไร ? จะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ ! ” ฉียู่เสินจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเย็นชา
    ในสายตาของเขา คนๆนี้ก็เป็นได้แค่หนุ่มหล่อสุดหยิ่งเท่านั้นแหละ จะพูดอะไรที่ทําให้เขาอยากรู้ได้ ?
    “ เฮ้อ... ” ยูหมิงมองชายหนุ่มตรงหน้าแล้วถอนหายใจยาวด้วยความสมเพช
    ก็ได้ ! ในเมื่อคุณอยากรู้นักผมก็จะบอกมันให้ฟังเอง !
    คุณจะได้รีบๆกลับบ้านไปใช้ชีวิตที่เหลือให้คุ้มค่าเสียที !