บรรยากาศภายในผับ
กิ่งดาวและนุสบาที่มาสมัครงานเป็เด็กเสิร์ฟเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าเทอมต่างรีบเร่งเตรียมเครื่องดื่มไปเสิร์ฟลูกค้าจนหัวหมุน เพราะวันนี้เป็วันที่ลูกค้าหลั่งไหลกันเข้ามาเยอะมากๆ
"นุสเป็ไงบ้าง เหนื่อยมั้ย"กิ่งดาวถามเพื่อนสาวขณะเดินสวนกัน
"แค่นี้จิ๊บๆ ถ้าลูกค้าเยอะโอกาสได้ทิปก็เยอะ" นุสบากระซิบคุยใกล้ๆ
"อืม จริงด้วย" สองสาวยิ้มให้กันเป้าหมายคือเงินเท่านั้น เพราะสำหรับเธอและเพื่อนสาว หากไม่จำเป็จะไม่เข้ามาทำงานในที่แบบนี้โดยเด็ดขาดแต่เพราะค่าแรงที่มากบวกกับทิปจากลูกค้า ทำให้คุ้มค่าเหนื่อย จึงต้องยอม
ภายในโซนวีไอพีที่ศตวรรษมากับเพื่อนๆ ค่อนข้างเป็ส่วนตัวทั้งสามหนุ่มคุยกันเื่ธุรกิจส่วนตัวที่ลงมือทำอย่างจริงจัง
"เป็ยังไงบ้างหนึ่ง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของนายปังมั้ย" ภัทรกรเอ่ยถามเพื่อนชายคนสนิท
"ก็ดีนะ มีคนมาหาทุกวัน ไม่ต้องออกแรงอะไรเลยที่ทุกแปลงก็สวยๆ ทั้งนั้น"ศตวรรษตอบด้วยใบหน้านิ่งๆ
"ระดับเฮียหนึ่งซะอย่าง ถ้าไม่สวยเงินคงไม่ออกจากกระเป๋าใช่มั้ยวะ" ดนัยแซวเพื่อนสนิทอย่างรู้ทัน จนศตวรรษคลายยิ้มออกมา
"คงงั้นมั้ง" ศตวรรษยิ้มออกมาบางๆเบื่อในความรู้ทันของเพื่อน เพราะเขาเป็คนช่างเลือกเงินที่เสียไปต้องได้ความคุ้มค่ากลับมามากที่สุด
"แล้วนายล่ะดนัยธุรกิจท่องเที่ยวที่นายทำเป็ยังไงบ้าง" ภัทรกรหันมาถามดนัยบ้าง
"่นี้นักท่องเที่ยวที่มาส่วนมากจะเป็ชาวต่างชาตินะรีสอร์ตไม่เคยว่างเลย เพิ่งมีเวลาขึ้นมากรุงเทพเนี่ยแหละ"ดนัยยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี เพราะทุกอย่างกำลังไปได้สวย คุ้มค่าเม็ดเงินที่ลงทุน
"ถามแต่คนอื่น แล้วนายล่ะเดือนนี้ขายรถได้กี่คันแล้ว" ดนัยย้อนถามเพื่อนกลับบ้าง
"เดือนนี้ยอดขายตกขายซูเปอร์คาร์ได้แค่สิบคันเอง"ภัทรกรตอบออกมาด้วยใบหน้าแช่มชื่นสวนทางกับคำบอกเล่า
"โอ้โห! ขายดีขนาดนี้ยังจะมาใช้คำว่าแค่สิบคันได้กำไรเดือนละกี่ล้านครับคุณเพื่อน" ดนัยแซวออกมาด้วยความหมั่นไส้
"ฮ่าๆๆ มาๆ ชนแก้ว"ภัทรกรยกแก้วขึ้นมาชวนเพื่อน ทั้งสามหนุ่มชนแก้วกันอย่างรู้ใจ
"น้องๆ ขอน้ำแข็งเพิ่มหน่อย"ภัทรกรโบกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟเพื่อขอน้ำแข็ง เป็จังหวะที่กิ่งดาวหันมาเจอพอดี
"ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ"กิ่งดาวรีบนำน้ำแข็งไปให้เมื่อเดินไปถึงบริเวณโต๊ะที่สามหนุ่มนั่งอยู่เป็จังหวะที่กิ่งดาวสะดุดขวดเหล้าที่วางอยู่กับพื้นจนทำให้หญิงสาวเสียหลักไปนั่งบนตักของศตวรรษพอดี
"อุ๊ย ขอโทษค่ะ"กิ่งดาวรีบลุกขึ้นจากตักของชายหนุ่มทันทีน้ำแข็งที่ถือมาร่วงใส่บริเวณโซฟาที่ชายหนุ่มนั่งเธอรีบเก็บออกจนก้อนสุดท้ายที่อยู่บนเป้ากางเกงก็ถูกเธอคว้าหมับออกไปด้วย
ทั้งสามหนุ่มตกตะลึงตาค้าง รวมถึงคนที่ถูกนั่งตักก็มึนงงไปชั่วขณะเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก กิ่งดาวทำตัวไม่ถูกเพราะกลัวจะโดนลูกค้าตำหนิจนต้องเอ่ยปากออกมาว่า...
"เดี๋ยวไปเอาน้ำแข็งมาให้ใหม่นะคะ"หญิงสาวรีบหมุนตัวออกไป เหลือแค่สามหนุ่มที่นั่งนิ่งกันอยู่จนดนัยที่สติกลับมาก่อนเพื่อนพูดออกมา
"นี่พนักงานเสิร์ฟจริงๆ เหรอเนี่ย ทำไมสวยขนาดนี้วะ"
"เออ สวยหยั่งกับนางฟ้า แถมนั่งตักไอ้หนึ่งด้วยฮ่าๆๆๆ เป็ยังไงบ้าง นุ่มมั้ยหนึ่ง" ภัทรกรเย้าเพื่อนที่นั่งค้างอยู่
"ทะลึ่ง! พวกนายนี่ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ"ศตวรรษส่ายหน้าเบาๆ ให้กับเพื่อนสนิททั้งสอง
"นางฟ้ากลับมาแล้ว" ดนัยโบ้ยหน้าไปหากิ่งดาวที่กำลังเดินมาพร้อมถังน้ำแข็งใบใหม่
ศตวรรษหันหน้าไปมองสาวสวยที่ใส่ชุดนักศึกษาที่กำลังเดินมาความสวยที่โดดเด่นมากกว่าคนทั่วไปทำให้ใจเขาเต้นแรงยิ่งคิดถึงภาพที่เธอคว้าน้ำแข็งตรงเป้าเมื่อสักครู่ยิ่งระทึกในใจ
"ค่อยๆ เดินนะครับเมื่อกี้พวกผมใหมดเลย" ภัทรกรพูดด้วยน้ำเสียงขบขันจนกิ่งดาวยิ้มออกมา
"เมื่อกี้สะดุดขวด ขอโทษอีกครั้งนะคะ"กิ่งดาวก้มหัวขออภัย หันไปสบตากับศตวรรษพอดี
"คุณเจ็บตรงไหนมั้ยคะ" กิ่งดาวสำรวจใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอเสียหลักไปนั่งบนตักเขา
"ไม่เป็ไร" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆแต่ใจกลับเต้นไม่เป็จังหวะ
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอตัวนะคะ"หญิงสาวหันหลังเดินกลับไป
"เสียงเธอหวานมาก แถมยังสวยมากๆ ด้วย น่าจีบว่ะ" ดนัยมองตามหญิงสาวไปจนลับสายตา
"ปล่อยให้น้องเค้ามีอนาคตเถอะ"ภัทรกรแกล้งแหย่
"คบกับฉันก็มีอนาคตนะ รูปหล่อพ่อรวยสายเปย์นะเว้ย" ดนัยทำท่าตบกระเป๋ากางเกงเบาๆ แสดงออกว่าใจป้ำ
"อีกอย่างคือ..มีเวลาให้นะจ๊ะ"ดนัยฉีกยิ้มแพรวพราว เพราะความจริงก็เป็ไปตามที่เขาพูดเวลาคบกับใครเขาจะเต็มที่ทุกครั้งแต่ความรักครั้งล่าสุดเมื่อหลายปีก่อนทำเขาเข็ดจนโสดมาถึงทุกวันนี้
"นี่กลุ่มเราใครจะสละโสดเป็คนแรกเนี่ยเห็นโสดกันทั้งสามคน ไม่คิดจะหาแฟนกันบ้างรึไง"ภัทรกรโพล่งออกมามองหน้าเพื่อนทั้งสองคน
"ไอ้หนึ่งมั้ง"ดนัยโยนไม้ไปให้เพื่อนที่เอาแต่นั่งเงียบ
"อีกนาน ไม่อยากมีพันธะเบื่อความวุ่นวายด้วย" ศตวรรษส่ายหน้าเบาๆ ปฏิเสธไปด้วยเหตุผลสุดคลาสสิกยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกเข้าปาก
"เออ! อย่าให้เห็นนะว่ามีเมียไปคนแรกอะจะทุบให้น่วมเลย" ภัทรกรพูดดักไว้ก่อน
"มาๆชนแก้วกันหน่อย"ดนัยชงเหล้าเพิ่มให้เพื่อนๆ แล้วชวนกันยกแก้วฉลองความโสด่เวลาเที่ยงคืนหนุ่มๆจึงแยกย้ายกันกลับ
ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด
เสียงนาฬิกาปลุกภายในห้องนอนของกิ่งดาวส่งเสียงปลุกให้หญิงสาวที่เพิ่งจะได้นอนลุกขึ้นมาเตรียมขนมช่วยย่าแต่เช้าเหมือนเช่นทุกวัน
"ย่าจ๋า มากิ่งช่วยนะ"
"กลับไปนอนเถอะ เดี๋ยวย่าทำเอง"ย่าสมศรีบอกหลานสาวขณะเตรียมใบตองห่อขนมใส่ไส้
"เดี๋ยวช่วยย่าก่อนค่อยนอนต่อจ้ะวันนี้วันเสาร์ไม่ต้องไปเรียน" กิ่งดาวพูดพร้อมกับหาวนอนไปด้วย
"อีกเทอมเดียวก็จะจบแล้ว อดทนหน่อยนะหลานย่า"
"จ้ะย่า ถ้ากิ่งเรียนจบแล้วเดี๋ยวกิ่งจะรีบหางานทำ ไม่ให้ย่าต้องทำขนมขายแล้วนะ" กิ่งดาวมีสีหน้าแน่วแน่เพราะย่าสมศรีแก่มากแล้ว เธออยากให้ย่าพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ
" ถ้าหากว่าย่าเป็อะไรไปกิ่งต้องเข้มแข็งนะลูก"
"ไม่เอาจ้ะย่า อย่าพูดแบบนี้ย่าต้องอยู่กับกิ่งไปนานๆ นะ"กิ่งดาววางใบตองแล้วรีบก้มลงกอดผู้เป็ย่าทันที
"ฝืนได้ที่ไหนกัน ย่าแก่มากแล้วนะ"ย่าหลานกอดกันน้ำตาคลอ แม้จะอยากอยู่กับหลานไปนานๆ แต่สัจธรรมชีวิตก็ไม่มีใครหนีพ้น
"แล้วพ่อไปไหนจ๊ะย่ากิ่งไม่เห็นพ่อหลายวันแล้วนะ"
"ก็คงจะอยู่ที่บ่อนอีกตามเคยนั่นแหละเวรกรรมจริงๆ"
"แล้วพ่อมาขอเงินย่ามั้ยจ้ะ"
"ไม่นะ หายไปเลยย่าก็ไม่เห็นหน้าหลายวันแล้วเหมือนกัน"
"แปลกจัง พ่อเอาเงินที่ไหนไปเล่น"
"ก็คงจะได้ๆ เสียๆ วนเวียนอยู่อย่างนั้นละมั้ง อย่าไปสนใจเลย รีบทำขนมเถอะ วันนี้คนน่าจะเยอะเดี๋ยวย่าจะออกไปขายเร็วกว่าเดิมสักหน่อย"
"จ้ะย่า"ย่าหลานส่งยิ้มให้กันและเร่งมือทำขนมให้ทันไปขายแต่เช้า
เมื่อส่งย่าที่ตลาดเสร็จเรียบร้อยกิ่งดาวจึงขอตัวกลับไปนอนต่อเพราะอดนอนติดต่อกันหลายคืน ร่างกายจึงอ่อนเพลีย
"คุณยายครับ จัดขนมให้ผมอย่างละชุดนะครับ"
"อ้าว พ่อหนุ่มคนที่เคยไปส่งที่บ้านนี่นา"
"ครับยาย วันนี้มาอุดหนุนขนมครับเอาอย่างละชุดนะครับ" กวินดีใจที่คุณยายจำตนเองได้ จึงยิ้มจนแก้มแทบปริ
"ได้ๆ เดี๋ยวยายจัดให้"ยายสมศรีรีบจัดขนมใส่ถุงทันที
"นี่จ้ะ ครบแล้ว แล้ววันนี้มาคนเดียวเหรอเพื่อนไปไหนซะล่ะ?"
"คนที่นั่งเบาะหลังกับยายวันนั้นไม่ใช่เพื่อนครับแต่เป็เฮียหนึ่ง เ้านายของผมต่างหาก" กวินส่งยิ้มให้คนสูงวัยอีกครั้ง
"เอ้าเหรอ! ยายไม่รู้ ฮ่าๆๆๆ ขอโทษทีนะ"
"ไม่เป็ไรครับคุณยายนี่ก็เป็เ้านายผมนี่แหละที่อยากกิน เลยวานให้ผมมาซื้อให้ นี่ครับค่าขนมไม่ต้องทอนนะครับ"
"ขอบคุณมากนะ ขอให้เจริญๆ นะพ่อหนุ่ม"
"ขอบคุณครับ ไปก่อนนะครับคุณยาย"กวินลาและหิ้วถุงขนมกลับไปที่รถ มุ่งหน้าไปที่สำนักงานทันที
หลังจากศตวรรษได้ชิมขนมไปคำแรกชายหนุ่มก็ตาลุกวาวติดใจในฝีมือคุณยายเข้าซะแล้ว
"อร่อยนะ นายชิมสิ"ศตวรรษยื่นขนมให้กวินที่เป็คนไปซื้อมา
"อร่อยจริงๆ ครับมิน่าถึงได้ขายดีมาก" กวินทึ่งในฝีมือ ทั้งสองคนติดใจจนกินไม่หยุด
"อร่อยทุกอย่างเลย แต่ก็น่าสงสารยายนะแก่ขนาดนี้แล้วยังต้องออกมาขายขนม"ศตวรรษนึกถึงใบหน้าหญิงชราแล้วก็เกิดความสงสาร