ในที่สุดนางก็คิดออกสักทีว่าลืมอะไร (ไรท์ไม่เตือนกันบ้างเลยอะ/ชิงอี : ฉันเตือนแล้วแต่เธอไม่ฟังเอง ช่วยไม่ได้นะ/ไรท์)
สิ่งที่นางลืมไปก็คืออออ… ‘มิติ’ ที่นางเห็นเมื่อวันแรกที่ฟื้นขึ้นมาไง ลืมไปได้ยังไงนะ ของสำคัญเสียด้วย
เอาหละ ไหน ๆ ก็นึกขึ้นได้แล้ว และอีกอย่างตอนนี้ก็ยังไม่ดึกมาก เข้าไปสำรวจสักหน่อยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
แต่จะเข้าไปได้ยังไงนะ เมื่อคราวที่แล้วลูบที่รอยเถาวัลย์ งั้นคราวนี้ก็ลองอีกครั้งแล้วกัน
ว่าแล้วชิงอีก็ลองลูบทันที ภาพภายในมิติปรากฎขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง มีความรู้สึกบางอย่างกระตุ้นให้เดินเข้าไปเลย นางเชื่อในสัญชาตญาณของตนเองจึงก้าวเข้าไปทันทีเช่นกัน
ตอนนี้หญิงสาวสามารถเข้ามาอยู่ในมิติแล้ว
อากาศ บรรยากาศและทิวทัศน์ทุกอย่าง ยังคงเหมือนเดิมเหมือนตอนที่ได้มาเจอท่านผู้เฒ่าเลย ทั้งศาลากลางสระมรกตและบ้านสีขาวหลังน้อย มันคือความลงตัว เหมือนภาพวาดแดน์จริง ๆ
ชิงอีเดินตรงไปที่ศาลาก่อนเลย เพราะอยากไปนั่งรับลมชิว ๆ มองบรรยากาศสวย ๆ งาม ๆ นั่งสโลวไลฟ์ไปเรื่อย ๆ
เมื่อเดินมาถึงกลับพบว่า มีกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้ มันถูกทับด้วยแท่นฝนหมึกอยู่บนโต๊ะกลางศาลา
นางจึงหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน (ข้าไม่ได้เสียมารยาทหยิบนะ แต่ที่นี่มีข้าแค่คนเดียว หากไม่ใช่จดหมายถึงข้าแล้วจะถึงใครหละ จริงไหม)
ถึงนังหนู ผู้อับโชค
เนื่องจากข้าเห็นใจ สงสาร หรือจะสมเพชดีนะ (ล้อเล่น) ที่เ้าต้องไปอดีตแทนอนาคตที่เ้าใฝ่ฝัน (ซึ่งเ้าทำตัวเองนะ ข้าไม่ได้ทำ) ข้าจึงมอบมิตินี้ให้เพิ่มอีกหนึ่งอย่าง เผื่อจะทำให้เ้าสามารถมีชีวิตได้ยืนยาวขึ้น
หวังว่าเ้าจะไม่ตายในเร็ว ๆ นี้ ข้ายังไม่อยากเจอเ้า ไม่ต้องรีบคิดถึงจนต้องมาหาหรอกนะ และสุดท้ายของท้ายที่สุดนี้ ข้าขอให้เ้าโชคดี ประสบพบเจอแต่สิ่งดี ๆ
ปล.
1. ในมิตินี้จะมีอะไรบ้างเ้าก็ไปแสวงโชคหาดูเอาเองละกัน
2. มิตินี้สามารถคงสภาพได้
ข้าจำได้แค่นี้ เ้าก็ลองศึกษาที่เหลือดูเอาเองละกัน ข้าไปหละ
จาก
ผู้เฒ่าจันทราที่หล่อเหลาและใจดีที่สุดในแดน์
“อืมมม อ่านแล้วก็ทะเแม่ง ๆ อยู่นะ ตกลงจะสงสารหรือจะซ้ำเติม แต่ไม่เป็ไรอย่างน้อยท่านก็อวยพรตบท้ายมาให้ จะว่าไปท่านก็หลงตัวเองเหมือนกันนะนี่ ฮิฮิ”
“ฮัดเช้ย!! ใครบ่นถึงข้ากันนะ”
ผู้เฒ่าจันทราจามออกมาทั้งที่กำลังเก็บตัวอยู่
“เอาหละ สรุปแล้วที่นี่คือมิติของท่านผู้เฒ่าจันทราที่ยกให้ข้ามาเพราะความสงสาร เอ๊ะ.. รึเปล่านะ ช่างมันเถอะ ซึ่งมันไม่ใช่แค่เหมือนอย่างที่คิดไว้ตอนแรกเท่านั้น แต่มันใช่เลยอันเดียวกันนั่นแหละ”
“อีกอย่าง มี ปล. แถมมาให้ด้วย คือให้ไปแสวงหาโชคเอาเองว่าในนี้มีอะไรบ้าง กับเื่การคงสภาพ ซึ่งหมายความว่า ถ้าเอาอะไรเข้ามาในมิติก็จะอยู่ในสภาพเดิมหนะซิ แจ่มไปเลย เดี๋ยวตอนออกไปข้างนอกต้องทดสอบดูเสียแล้วหละ
ขอบคุณท่านมาก ๆ เอาไว้ข้าจะกวาดน้ำไปให้ เอ… ไม่น่าจะใช่นะ อันนั้นเอาไว้ทำเพื่อส่งบุญให้กับิญญา แต่ท่านเป็เทพไม่น่าจะใช้ด้วยกันได้ งั้นเอาเป็ว่าถ้าเจอกันคราวหน้าค่อยตอบแทนท่านละกันนะเ้าคะ”
ชิงอีดีใจเป็อย่างมากที่ได้เครื่องมือช่วยในการดำเนินชีวิตเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง ชีวิตนางเข้าใกล้คำว่าสโลวไลฟ์แล้วซินะ ฮิฮิ (เหรออออออ/ไรท์)
หลังจากนั้นนางก็เดินสำรวจไปทั่ว ๆ เห็นว่ามีพื้นที่ว่างสามารถใช้เพาะปลูกได้ จึงวางแผนปลูกผักทันที
“จะว่าไป พื้นที่ว่างข้าง ๆ สระมรกตยาวไปจนตลอดแนวนี้ใช้ปลูกผักดีกว่า แยกปลูกแต่ละประเภทเอา เวลานั่งมองมาจากศาลาจะได้เห็นเป็สัดส่วน มีระเบียบเรียบร้อย และสวยงามด้วย ส่วนจะปลูกะไรบ้าง เอาไว้ค่อยคิดอีกทีละกัน”
ซึ่งจากการสำรวจในครั้งนี้ ชิงอีพบว่ามีพื้นที่ป่าอยู่ถัดจากบ้านสีขาวไปไม่ไกลนัก นางต้องหาเวลาเข้าไปสำรวจในภายหลังด้วย อาจจะพบขุมทรัพย์ก็ได้ ฮิฮิ
อีกอย่างที่หญิงสาวค้นพบและทำให้ตื่นเต้นมาก ๆ เลยก็คือ น้ำมรกตนั่นเอง มันไม่ใช่น้ำธรรมดา นางลองดื่มเข้าไปแล้วรู้สึกสดชื่น หายเหนื่อย อาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ก็หายไปจนหมดเหมือนไม่เคยเป็มาก่อนเลย
และที่พีคไปกว่านั้น คือ มันยังช่วยให้พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วอีกด้วย หญิงสาวนำทดลองกับต้นหญ้ามาแล้ว จากที่ต้นยังเล็ก ๆ พอรดน้ำไป แปปเดียวมันเติบโตเต็มที่เลย
นางได้แต่คิดว่า หากจะนำออกไปใช้ข้างนอกต้องระมัดระวังเป็อย่างมากเลยทีเดียว เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว
ชิงอีมองไปที่สระมรกต นางยอมรับเลยว่าดีใจเป็อย่างมากที่มีสิ่งที่จะช่วยให้นางเพาะปลูกได้ง่ายขึ้น แล้วคิดว่าจะต้องนำไปใส่ในถังน้ำในบ้านให้ได้ เพื่อบำรุงเด็ก ๆ ด้วย
หลังจากนั้นหญิงสาวเดินไปสำรวจที่บ้านสีขาว
เมื่อมาถึงก็เปิดประตูบ้านเข้าไปเลย ก่อนที่จะชะงักอยู่กับที่แล้วถอยหลังออกมามองสภาพภายนอกอีกครั้งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพูดว่า
“เอ่อออ บ้านหลังนี้ก็หลังเล็กนี่นา ขนาดเท่า ๆ กับโฮมเสตย์ที่เคยไปพักที่ต่างจังหวัดเลย ขนาดกระทัดรัดดี แต่ที่เห็นข้างในเมื่อกี้คืออะไร ทำไม… สงสัยจะตาฝาดไป” นางยกมือขึ้นเกาหัว มีสีหน้าสบสนและมึนงงเป็อย่างมาก
ชิงอีตัดสินใจเดินเข้าไปอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองตาฝาดจริงหรือไม่
เมื่อเข้ามาแล้วหญิงสาวถึงกับตาโตอ้าปากค้างไปเลย เพราะสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าบ่งบอกให้รู้ว่า นางไม่ได้ตาฝาดไปเลย ทุกอย่างคือความจริง
ชิงอีไม่รู้จะอธิบายสิ่งที่เห็นอย่างไรดี หญิงสาวรู้สึกดีใจมาก เพราะเหมือนได้หลุดเข้ามาอยู่ในบ้านที่นางใฝ่ฝันว่าอยากจะได้ในชีวิตก่อนไม่มีผิดเพี้ยนเลย
ซึ่งเมื่อเดินตรงเข้าไปสิ่งแรกที่จะเจอคือ ห้องโถงที่แบ่งเป็สองโซนออกจากกันอย่างชัดเจน โดยโซนนั่งเล่นจะมีโซฟาและโต๊ะตัวเตี้ยวางอยู่ ส่วนโซนกินข้าวจะมีโต๊ะกินข้าวสำหรับครอบครัวจัดเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบเช่นกัน
ด้านซ้ายมือถัดจากโต๊ะกินข้าวไป จะเป็ห้องครัวสไตล์โมเดิร์นสมัยใหม่และมีขนาดใหญ่มาก ๆ เหมาะสำหรับคนชอบทำอาหารสุด ๆ เครื่องปรุงมีให้พร้อมสรรพ เครื่องครัวต่าง ๆ ก็เป็แบบใช้ไฟฟ้า ซึ่งอันนี้นางก็ไม่รู้อีกว่าบ้านหลังนี้เอาไฟฟ้ามาจากไหน แต่ช่างมันเถอะ ไปสำรวจอย่างอื่นต่อดีกว่า
ชิงอีเดินตรงไปด้านตรงข้ามกับห้องครัว หรือก็คือฝั่งโซนนั่งเล่นนั่นเอง เมื่อเปิดประตูเข้าไปหญิงสาวถึงกับอึ้งตกตะลึงไปอีกครั้ง
“นี่… นี่มัน… กรี๊ดดดดด ห้องสมุดในฝันชัด ๆ เลย” หญิงสาวส่งเสียงออกมาด้วยความดีใจมาก ๆ
เพราะที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือ ห้องสี่เหลี่ยมขนาดค่อนข้างใหญ่ ผนังทั้งสี่ด้านเป็ชั้นที่มีหนังสือวางเรียงกันจากพื้นจรดเพดาน จะเหลือพื้นที่แค่ตรงประตูและหน้าต่างที่ไม่มีหนังสืออยู่ มีรางบรรไดและบรรไดสำหรับเลื่อนไปตามชั้นหนังสือด้วย
นอกจากนี้ ตรงหน้าต่างยังมีโต๊ะสำหรับทำงานที่สามารถมองออกไปเห็นวิวธรรมชาติด้านนอกได้อย่างชัดเจน
แม้หนังสือจะมีเยอะมาก แต่ห้องนี้ไม่ทึบหรือทำให้รู้สึกอึดอัดเลย หญิงสาวกลับรู้สึกว่ามันปลอดโปร่งมาก อากาศถ่ายเทได้ดี แสงจากภายนอกส่องถึงทุกมุมห้อง ช่างเหมาะกับหนอนหนังสืออย่างนางจริง ๆ
เมื่อดูห้องสมุดในฝันจนอิ่มอกอิ่มใจแล้ว นางก็ไปต่อที่บนชั้นสองทันที
ชั้นสองนี้จะเป็แบบครึ่งชั้น ซึ่งจะเป็ห้องนอนหนึ่งห้อง พอเปิดเข้าไปดู จะเห็นว่าสไตล์การตกแต่งเป็แบบมินิมอลอย่างที่นางชอบเลย พื้นที่ทุกส่วนสามารถใช้ประโยชน์ได้หมด นางชอบมากจริง ๆ
แต่พอเห็นเตียงนอนก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ในนี้มานานหลายชั่วยามแล้ว ควรที่จะต้องออกไปนอนพักผ่อนเสียที เดี๋ยวต้องไปหาขวดไปใส่น้ำมรกตทำหรับเอาออกไปใช้ข้างนอกอีก
ว่าแล้วนางก็ไปจัดการเื่น้ำและออกจากมิติไปทันที
ออกมาได้ พอหัวถึงหมอนนางก็หลับไปอย่างสบายใจ ชาร์ตแบตให้ตนเองเพื่อให้พร้อมสำหรับดำเนินชีวิตในวันพรุ่งนี้ต่อไป
(ปกติเธอหัวถึงหมอนก็หลับเป็ตายอยู่แล้วยะ/ไรท์)
Talk
ผู้เฒ่าจันทรา : เหมือนข้าจะลืมบอกนังหนูไปนะ ว่าบ้านหลังนั้นจะแปรเปลี่ยนโครงสร้างตามความปรารถนาของเ้าของ แต่สิ่งของอื่น ๆ และรูปลักษณ์ภายนอกยังคงไว้เหมือนเดิม