“สวี่เหิง คิดจะฆ่าสัตว์เลี้ยงิญญาของรุ่นน้องเจียง ถามพวกเราหรือยัง?”
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นทำให้ชายผมทองที่กำลังเดือดดาลหยุดมือลงทันควันเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางดึงดาบที่ยังสั่นะเืเบาๆ กลับมา
เมื่อไฟฉายแรงสูงส่องไปข้างหน้าก็เห็นคนสามคนเดินออกมาจากความมืดมิดของอุโมงค์เหมือง
สองหญิงหนึ่งชายจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากพวกเจียงจืออวี๋
ไม่ง่ายเลยจริงๆในที่สุดก็มาสมทบทันเวลา
ไป๋ฉางเซิงไม่ลังเลแม้แต่น้อยรีบถอยห่างจากเ้าผมทองที่ชื่อสวี่เหิงทันที ในเมื่อกำลังเสริมมาแล้วไม่รีบหนีตอนนี้จะรออยู่เป็ตัวประกันหรือไง
ทั้งสามคนมองรอยดาบบนหลังของไป๋ฉางเซิงแล้วต่างก็ขมวดคิ้วโดยเฉพาะเจียงจืออวี๋ที่จ้องมองกลุ่มคนตรงหน้าเขม็งด้วยสายตาลึกล้ำไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“ก็แค่เดรัจฉานตัวหนึ่ง ฟันไปแล้วก็คือฟันไปแล้ว”
“ฟันไปแล้วก็คือฟันไปแล้วงั้นเหรอ?” ซินซวงได้ยินคำนี้ก็ถึงกับหลุดขำด้วยความโกรธ
“เื่นี้ถ้าแกไม่ให้คำอธิบายที่เหมาะสมเชื่อไหมว่าฉันจะทำให้แกไม่ได้เดินออกไปจากอุโมงค์เหมืองนี้!”
เมื่อได้ยินคำขู่ของซินซวงสวี่เหิงก็พาดดาบยาวไว้บนไหล่พลางเชิดหน้าขึ้นพร้อมแค่นเสียงเ็าอย่างไม่แยแส
“ซินซวง อยู่ในเมืองเธออาจเป็นักเรียนของสุ่ยมู่ แต่ที่นี่คือเขตทุ่งร้างชื่อของสุ่ยมู่ไม่ได้มีประโยชน์อย่างที่เธอคิดหรอกนะ”
“ก่อนหน้านี้ที่ฉันถอยให้ก็แค่ไม่อยากให้เสียเื่ล่าราชันหมาป่ากระดูกเหล็กเท่านั้น”
“แต่ตอนนี้ราชันหมาป่ากระดูกเหล็กถูกฆ่าไปแล้วฉันก็ี้เีจะแสดงละครต่อกับเธอเหมือนกัน”
“ซากราชันหมาป่ากระดูกเหล็ก น่าจะอยู่ที่พวกเธอสินะ?”
ได้ยินดังนั้นทั้งสามคนก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร
พวกสวี่เหิงดักรออยู่ทางเข้าเหมืองและใน่เวลานั้นก็ไม่มีทีมผู้ฝึกยุทธ์อื่นเข้ามาเลยความจริงมันวางอยู่ตรงหน้าแล้ว การแก้ตัวหรืออธิบายไปก็ไม่ช่วยให้อะไรเปลี่ยน
สายตาของสวี่เหิงจ้องเขม็งกวาดมองทั้งสามคนทีละคนพลางเดาะลิ้น “ถึงราชันหมาป่ากระดูกเหล็กจะาเ็สาหัสแต่ค่าพลังเืเดิมก็หนาแน่นมากพลังรบของมันต้องไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับแม่ทัพอสูรระดับต้นแน่”
“ให้ฉันเดานะ หลังจบศึกกับราชันหมาป่า เธอกับจางสิงคงาเ็ไม่น้อยถึงได้เอาแต่หลบหน้าพวกเรา แถมยังยอมส่งสัตว์เลี้ยงิญญามาปั่นหัวพวกเราอีก”
“ทั้งหมดก็เพื่อถ่วงเวลาให้พวกเธอพักฟื้นสินะ”
“บอกมาสิ ว่าฉันเดาถูกไหม?”
ต้องยอมรับว่าถึงเ้าสวี่เหิงนี่จะนิสัยทรามแต่สมองกลับว่องไวเอาเื่เพียงแค่รวบรวมเบาะแสไม่กี่จุดก็สันนิษฐานเื่ราวได้เกือบทั้งหมด
ทว่าความฉลาดนี้กลับไม่ได้ถูกนำไปใช้รับมือสัตว์อสูรแต่กลับหันคมดาบเข้าใส่พวกพ้องเผ่าพันธุ์เดียวกันมันจึงยิ่งดูน่ารังเกียจเข้าไปใหญ่
“แต่่เวลาสั้นๆ แค่นี้ ต่อให้พวกเธอมียาช่วยพลังก็ไม่มีทางกลับคืนสู่ระดับสูงสุดได้หรอก”
“มาทำข้อตกลงกันดีกว่า ส่งซากราชันหมาป่ากระดูกเหล็กมาแล้วฉันจะปล่อยพวกเธอไป”
“แล้วถ้าไม่ล่ะ?” ซินซวงสีหน้าเรียบเฉยแต่เสียงกลับเย็นเยียบลงเรื่อยๆ
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็...” สวี่เหิงแค่นเสียงหัวเราะพลางชี้ดาบไปที่ทั้งสามคน “จะฆ่าพวกเธอแล้วชิงมาเอง!”
ท่าทีเช่นนี้ไม่ใช่แค่ความจองหองธรรมดาแล้ว
และการที่สวี่เหิงกล้าพูดแบบนี้ออกมาพิสูจน์ได้ว่าเขาเตรียมตัวจะฉีกหน้ากันอย่างสมบูรณ์
เห็นได้ชัดว่ามูลค่าของราชันหมาป่ากระดูกเหล็กตัวนี้ทำให้เขาหน้ามืดตามัวไปแล้ว
แน่นอนว่าอาจมีทั้งเื่บาดหมางเก่าและความแค้นใหม่รวมอยู่ด้วยทว่านั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป
เมื่อเผชิญหน้ากับราชันหมาป่ากระดูกเหล็กมูลค่านับล้านไม่มีฝ่ายไหนยอมปล่อยมือได้ง่ายๆ ในเมื่อเป็แบบนี้ ก็ใช้ดาบตัดสินกันเลยดีกว่า!
“รุ่นน้องเจียง เธอพาเสี่ยวไป๋ไปก่อน เดี๋ยวฉันกับจางสิงจะตามไปสมทบ”
เจียงจืออวี๋ตอบรับเพียงคำเดียวจากนั้นก็หันหลังเดินไปทางด้านหลัง
พลังของเธอไม่เพียงพอยิ่งตอนนี้สภาวะจิติญญาเหือดแห้งจนสู้ไม่ไหวการรั้นอยู่ต่อมีแต่จะสร้างภาระให้ซินซวงและจางสิง
ทว่ายังเดินไปได้ไม่กี่ก้าวแสงไฟฉายก็สาดส่องมาจากด้านหน้าอีกครั้ง
“จะไปไหน? ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าพวกเธอไปได้”
“เหล่าหวัง ขวางยัยนั่นเอาไว้”
“วันนี้ไม่ใช่แค่ซากราชันหมาป่ากระดูกเหล็กที่ฉันต้องได้แต่ฉันยังอยากจะลองดูเหมือนกันว่า ‘ธิดา์’ แห่งสุ่ยมู่นี่รสชาติจะเป็ยังไง!”
ชายที่ขวางทางถอยของเจียงจืออวี๋และไป๋ฉางเซิงอยู่ได้ยินคำสั่งของสวี่เหิงก็หัวเราะร่าพลางตอบรับคำหนึ่ง
ภายในอุโมงค์เหมืองตกอยู่ในความเงียบงันอย่างน่าประหลาดสถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นทุกขณะ
ฝ่ายหนึ่งคือผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามที่าเ็สองคนบวกกับไป๋ฉางเซิงที่เป็สัตว์อสูรระดับทหารอสูรระดับสอง
ส่วนอีกฝ่ายคือผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามที่พลังเต็มเปี่ยมหนึ่งคน และผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองอีกสามคน
หากดูแค่ขุมกำลังดูเหมือนจะไม่มีใครทำอะไรใครได้ แต่เมื่อมีฝ่ายหนึ่งเริ่มจะลงมืออย่างบ้าคลั่งผลลัพธ์ก็ยากจะคาดเดา
“ลงมือ!”
สวี่เหิงะโก้องและพุ่งตัวออกไปเป็คนแรก
เขาถีบเท้าส่งร่างพุ่งเข้าใส่ซินซวงและจางสิงอย่างรวดเร็วเงื้อดาบขึ้นแล้วฟันดาบลงมาหมายหัวจางสิงทันที
ส่วนลูกน้องอีกสองคนก็ไม่ได้ยืนดูเฉยๆเมื่อสวี่เหิงเริ่มเปิดฉาก ทั้งคู่ก็พุ่งเข้าโจมตีซินซวงพร้อมกัน
หากซินซวงอยู่ในสภาพสมบูรณ์พวกเขาคงสู้ไม่ได้แน่ แต่ในเมื่อเธอได้รับาเ็การร่วมมือกันสองคนเพื่อถ่วงเวลาเธอไว้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก
ทางด้านไป๋ฉางเซิงเขาขยับมาขวางหน้าเจียงจืออวี๋ไว้ ไม่บุ่มบ่ามเคลื่อนไหวแต่ก็ระแวดระวังการจู่โจมกะทันหันของอีกฝ่ายอย่างเต็มที่
“แค่งูเกล็ดขาวตัวหนึ่ง กลับฝึกมาได้ถึงระดับทหารอสูรระดับสองเชียวหรือ”
“แต่ก็ทำได้แค่นี้แหละ”
“แม่สาวน้อยไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะปรนนิบัติอย่างอ่อนโยนเอง”
ไป๋ฉางเซิงเห็นสายตาหื่นกระหายของมันที่จ้องมองเจียงจืออวี๋ได้อย่างชัดเจนในใจเขารู้ดีว่าถ้าไม่จัดการไอ้หมอนี่ซะเขากับเจียงจืออวี๋ก็ไม่มีทางออกไปจากที่นี่ได้
“พลังเืของฝ่ายนั้นดูไม่มั่นคงน่าจะเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับสองมาไม่นานเหมือนกัน”
เสียงของเจียงจืออวี๋ดังขึ้นจากด้านหลังช่วยให้ไป๋ฉางเซิงคลายกังวลลงได้บ้าง
ข่าวร้ายคือพลังเืของหมอนี่สูงกว่าเขาแต่ข่าวดีคือสูงกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในเมื่อไม่ใช่ระดับสามแล้วจะมาทำกร่างเพื่ออะไร!
เปิดก่อนได้เปรียบ!
ไม่รอให้อีกฝ่ายลงมือไป๋ฉางเซิงอาศัยจังหวะที่มันมัวแต่สนใจเจียงจืออวี๋ ชิงลงมือก่อนทันที
ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างฉับพลันปากงูอ้าออกกว้าง เป้าหมายที่โจมตีคือคอของชายคนนั้นโดยตรงความเร็วอาจไม่ได้รวดเร็วนัก แต่จุดเด่นอยู่ที่การลงมืออย่างกะทันหัน
การโจมตีที่คาดไม่ถึงทำให้หมอนั่นแค่นเสียงหัวเราะเ็าตวัดดาบฟันสวนกลับมาหมายจะสับหัวไป๋ฉางเซิงให้ขาด
หากเป็ยามปกติไป๋ฉางเซิงย่อมไม่เสี่ยงรับดาบนี้ตรงๆ
เพราะถ้าเลือกไม่เจ็บตัวได้ใครจะอยากโดนฟัน? แต่สถานการณ์ตอนนี้มันบีบบังคับ
ประกอบกับก่อนหน้านี้เคยรับดาบของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามมาแล้วแต่ไม่ตายทำให้ไป๋ฉางเซิงพอจะประเมินพลังป้องกันของตัวเองได้คร่าวๆ
ดาบนี้ฟันลงมาคงเจ็บเอาเื่แต่ฆ่าเขาไม่ได้แน่นอน
ไป๋ฉางเซิงสบถในใจ“ในเมื่อฆ่าฉันไม่ได้ ก็เป็ตาแกที่ต้องตาย!”
โดนยั่วโมโหซ้ำแล้วซ้ำเล่าคิดว่าตัวเองจะไม่มีวันตายหรือไง?
การกัดครั้งนี้ของเขาคือการมุ่งเอาชีวิตอีกฝ่ายให้ถึงที่สุด!
“เคร้ง!”
คมดาบสับลงบนเกล็ดตามลำตัวของไป๋ฉางเซิงจนเกิดรอยเืแต่ในวินาทีต่อมามันกลับถูกบางอย่างขวางไว้
ไป๋ฉางเซิงรู้สึกได้ชัดเจนว่าเกราะศิลาคุ้มกายที่ซ่อนอยู่ใต้เกล็ดทำงานได้ผลเขาจึงเริ่มมั่นใจและงับปากลงไปอย่างเด็ดขาด!