และแล้วก็ถึงวันที่ผมต้องออกเดินทางไปปราบมารอัคคีและมารสายหมอกกับศิษย์น้องหานตงและิอี้ ซึ่งไม่ว่ายังไงก็ตามคราวนี้ผมจะต้องอัพแต้มเพิ่มให้จงได้ และตอนนี้ผมพร้อมที่จะไปรนหาที่ตายแล้ว let's go!!!
"น้องเล็กเ้ากำลังจะเดินทางไปไหนหรือ"หลางหย่งหนิงที่เดินมาหาพอดีเอ่ยถามขึ้น
"ไปทำภารกิจนิดหน่อย"
"เอ๋! ไปเที่ยวนี่เองขอตามไปคนด้วยสิ ข้าเองก็อยากไปเที่ยวเหมือนกัน"
"ข้าไปทำภารกิจ"
"อืมๆ ไปเที่ยวกันเถอะ"
"ฟังที่ข้าพูดบ้างสิ"
"เอาน่า เหมือนๆ กันแหละ"
"เช่นนั้นข้าไปด้วย"เยี่ยซิวที่พึ่งมาถึงพูดขึ้น
"ดีเลยเช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ"หลางหย่งหนิงพูดขึ้นแล้วถือวิสาสะลากผมกับเยี่ยซิวไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้านนอก
และเมื่อมาถึงรถม้าผมรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหลางผิงเย่ยืนประจำตำแหน่งคนขับรถม้า
"คารวะท่านอาจารย์และผู้าุโขอรับ"ผมหันไปมองหน้าเยี่ยซิวและหลางหย่งหนิงเพื่อขอคำตอบในเื่นี้ แต่ทั้งสองก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
"ผิงเย่ภารกิจครั้งนี้อันตรายเกินไปสำหรับเ้า อาจารย์คิดว่าเ้าอยู่ที่นี่น่าจะดีกว่า"พอได้ยินผมพูดแบบนั้นแล้วพระเอกตัวน้อยก็ทำหน้าราวกับหมาถูกทิ้งซะอย่างนั้น ถึงจะดูน่าสงสารยังไงแต่ผมว่ายังไงก็ไม่ควรพาเขาไปด้วยอยู่ดี
"เอาน่าพวกเราก็ไปด้วยคงไม่มีเื่อันตรายอันใดหรอก"เยี่ยซิวพูดขึ้น
"แต่ว่า…"
"ไม่เป็ไร หากเขาตายด้วยเื่เพียงเท่านี้ก็ไม่คู่ควรที่จะใช้แซ่หลางหรอก"
"ตามใจ..เื่นี้ข้าจะไม่ยุ่งด้วย ดูแลกันเองก็แล้วกัน"พูดจบผมก็เข้าไปนั่งรอในรถม้า จริงๆ แล้วผมว่าก็น่าจะไม่มีอะไรหรอกครับถ้าหากมารอัคคีและมารสายหมอกนั่นไม่มีลูกน้องอยู่เป็กองทัพน่ะนะ
ก็ไอ้ที่บอกให้ไปกำจัดนั่นมันคือการบุกเข้าไปกำจัดในรังของมันเลย ศิษย์น้องิอี้และศิษย์น้องหานตงถึงได้มาขอความร่วมมือกับผมไงล่ะ
พูดง่ายๆ เลยก็คือพวกเรากำลังจะไปทำาขนาดย่อมกัน แล้วจะเอาผิงเย่ไปด้วยทำไมถึงจะเป็พระเอกก็เถอะแต่ที่นั่นไม่ใช่ที่ที่เด็กๆ ควรไปหรอกนะผมถึงได้อยากให้อยู่ที่นี่ไงล่ะ
แต่เมื่อห้ามไม่ได้ก็ปล่อยเลยตามเลยแล้วกันครับ ยังไงซะสองคนนั้นคงไม่ปล่อยให้ตายหรอก และที่สำคัญเลยคือระบบเงียบมาก ไม่มีการแจ้งเตือนอะไรทั้งสิ้น พอผมเคาะเรียก ก็จะตอบกลับมาแค่ว่า
[ระบบปิดปรับปรุงชั่วคราว ระบบจะกลับมาในไม่ช้า ขอให้คุณโชคดีในการทำภารกิจ]
แค่นี้...เอาเถอะแสดงว่าใครจะเป็อะไรยังไงก็ไม่เกี่ยวกับผมสินะ งั้นก็ตามสบายเลยครับ
เมื่อรถมาเคลื่อนตัวไปได้สักพัก อากาศเย็นสบายสายลมเอื่อยเฉื่อย ทำให้ผมอยากหลับซะเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่มีฟังก์ชันเปิดคาแรคเตอร์ตัวละครอัตโนมัติผมคงหลับไปแล้ว
ในรถมาคันใหญ่บรรยากาศค่อนข้างคึกคักเสียด้วยซ้ำ มีมาราและมารฝันที่ปกปิดพลังปราณของตนเองเอาไว้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตของตนเอง ร่วมกับศิษย์น้องิอี้และศิษย์น้องหานตงได้เป็อย่างดี
และในที่สุดก็มาถึงที่ที่คาดว่าจะเป็ที่อยู่ของมารอัคคีและมารสายหมอกสักที ที่นี่ถูกเรียกขานว่า'เขามายาหมอกมืด'หากคนธรรมดาหลงเข้ามาก็จะไม่มีทางรอดกลับไปได้ เพราะจะหลงอยู่ในค่ายกลนี้จนตาย แต่ก็มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคือมันจะไม่สามารถทำงานได้เมื่อมีผู้ฝึกตนที่มีพลังปราณสูงกว่าผู้สร้างมัน
เพราะฉะนั้นรถมาคันใหญ่บรรจุคนหกคนจึงสามารถผ่านเข้ามาได้อย่างง่ายดายไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ มาคอยกีดขวาง จนกระทั่งรถม้าวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าปราสาทสีหม่นท่ามกลางความงุนงงของมารหลายตน ที่อยู่ๆ ก็มีรถม้าไม่ทราบที่มาวิ่งมาจอดอยู่หน้าปราสาท
เมื่อคนในรถม้าทยอยลงมาจนหมดทุกคนแล้วก็เป็เวลาเดียวกันกับเ้าของปราสาททั้งสองมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าผู้มาเยือนโดยที่ไม่ได้นัดหมาย และเมื่อพวกเขารับรู้ได้ว่าผู้มาเยือนเป็ใครมารทั้งสองถึงกับชะงักงัน ก่อนรีบตั้งสติเป็เ้าบ้านที่ดีกล่าวทักทายแขกผู้มาเยือน
"ไม่คิดว่าเ้ายอดเขาเย้ยเมฆาจะมาด้วยตนเองพวกข้าเสียมารยาทแล้ว"มารทั้งสองโค้งตัวลงอย่างนอบน้อม
แต่ มันไม่ควรจะเป็แบบนี้ไม่ใช่เหรอ นี่เรากำลังจะทำากันไม่ใช่เหรอแล้วทำไมถึงนอบน้อมได้ขนาดนี้ล่ะ ไม่เข้าใจ..หรือว่ามันจะมีอะไรสักอย่างที่ผิดพลาด?
หลางหย่งหนิง "ฮ่าๆๆ ข้าก็ว่าอยู่ว่าทำไมอยู่ดีๆ น้องเล็กถึงได้อยากออกมาเที่ยว ที่แท้ก็มาหาพวกเ้านี่เองช่างดียิ่งที่ข้าตามมาด้วย"
อวีเฟิงลอบถอนหายใจก่อนพูดขึ้นอย่างเฉยชา "ข้ามาทำภารกิจ หาใช่มาเที่ยว"
หลางหย่งหนิง "เอาน่า เหล้าเย้ยฟ้าที่มารสายหมอกหมักเองนั้นรสชาติดีหาที่ใดเปรียบ เ้าก็รู้ดีไม่ใช่หรือ เรามาร่ำสุราให้สำราญใจกันเถอะน้องเล็ก"
"..ข้าย่อมรู้ แต่วันนี้ข้ามาทำภารกิจ"
"เอาเถอะ เช่นนั้นเ้าก็รีบทำภารกิจให้เสร็จแล้วค่อยร่ำสุราทีหลัง..แค่นี้ก็คงพอแล้วสินะ"เยี่ยซิวพูดขึ้นตัดความรำคาญ
"เช่นนั้นเชิญพวกท่านมาพูดคุยกันด้านในเถิดขอรับ"มารอัคคีพูดขึ้นแล้วผายมือเชื้อเชิญกลุ่มผู้มาเยือนพร้อมนำทางไปยังห้องโถงรับรอง
"ไม่ทราบว่าพวกท่านมาที่นี่ด้วยเหตุใดหรือ"มารอัคคีพูดขึ้นหลังจากลูกน้องยกน้ำชาและขนมเข้ามาจัดวางเรียบร้อยแล้ว
ิอี้พูดขึ้น "พวกข้ามาเพราะมีผู้ร้องเรียนว่าพวกเ้าให้ลูกน้องรุกรานมนุษย์ ฝ่าฝืนสัญญาการเป็พันธมิตร"
มารทั้งสองต่างชะงักงันกับข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงเช่นนั้น การฝ่าฝืนสัญญาการเป็พันธมิตรนั้นไม่เพียงแต่จะทำให้พวกตนตกอยู่ในที่นั่งลำบาก กระทั่งชีวิตของลูกน้องใต้ปกครองก็พร้อมจะปลิวหายไปได้ทุกเมื่ออย่างง่ายดาย
อวีเฟิง "ข้ามาที่นี่เพื่อตรวจสอบและขจัดปัญหา"
มารสายหมอกได้ยินดังนั้นจึงรีบพูดขึ้นด้วยความร้อนรน "ท่านเ้ายอดเขาโปรดให้ความเป็ธรรม พวกเราเผ่ามารทางเหนือหาได้คิดฉีกสัญญาไม่ พวกข้าล้วนถูกใส่ร้าย ขอท่านเ้ายอดเขาโปรดให้ความเป็ธรรมด้วยเถิด"
อวีเฟิง "พูดสิ่งที่พวกเ้ารู้มาให้ละเอียด"
มารอัคคี "ขอรับ..่นี้พวกข้าก็ได้ยินข่าวมาเหมือนกันว่าพวกมนุษย์ถูกรุกราน พวกข้าทั้งสองมิได้นิ่งนอนใจแม้แต่น้อย พวกข้าลงไปตรวจสอบพื้นที่ด้วยตนเองจนกระทั่งพบว่าพลังที่พวกเขาใช้คล้ายคลึงกับเผ่ามารของเรา แต่ความจริงแล้วมิใช่เลย เพราะพลังมารพวกนั้นมีไอเทพแฝงอยู่ถึงแม้จะเบาบางจนแทบััไม่ได้ แต่ข้าก็มั่นใจ"
"มีหลักฐานหรือไม่"อวีเฟิงถามต่อ
"ขอรับ นี่คือกระบี่ที่ข้าพบในที่เกิดเหตุ มันปักอยู่บนตัวของมนุษย์ผู้หนึ่ง"มารสายหมอกพูดขึ้นแล้วหยิบหลักฐานออกมา
นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย ผมแค่ออกมาทำภารกิจไม่ได้มาสืบคดีที่มันจะนำไปสู่า..โถ่โว้ย! จะมีสักเื่ไหมที่มันง่ายสำหรับตัวร้ายอย่างผมน่ะ
เมื่อหลักฐานมันชัดเจนขนาดนี้ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่ว่าจะเป็กวาดล้าง หรือเพิ่มแต้ม นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ย!!! ระบบ!!!!
[แจ้งเตือน:เนื่องจากระบบทำการเพิ่มตัวละครหลักลงในเนื้อเื่จึงทำให้ขณะนี้มีบัคหลุดเข้ามาในเนื้อเื่]
[แจ้งเตือนภารกิจพิเศษ:กำจัดบัค+1000แต้ม]
[ตกลง/ยอมรับ]
นั่นไงว่าแล้วเชียวว่าไอ้ที่เงียบหายไปเนี่ยมันต้องมีเื่ยุ่งๆ ตามมาตลอดเดาไม่เคยพลาดเลยให้ตายสิ
แล้วตกลงบัคอยู่ที่ไหนล่ะจะได้รีบทำรีบจบภารกิจซะที
[ยืนยันบัค:ร่างของเทพาเจิ้งหยวนตื่นจากการนิทราแล้ว]
[ภารกิจพิเศษ:ทำการปลุกจิติญญาเทพาหรือผนึกร่างเทพา+1000แต้ม]
[กำจัดบัคที่ชักใยอยู่เื้ั+1000แต้ม]
หา!!!! ทำไมภารกิจมันถึงได้ดูยุ่งยากนักล่ะ
เทพาเจิ้งหยวนถ้าจำไม่ผิดจะออกมาในบทสุดท้ายของเื่ เขาออกมาเพื่อสร้างค่ายอาคมสกัดกั้นดินแดนแต่ละภพภูมิไม่ให้ก้าวล่วงกันได้อีก จากการกระทำครั้งนั้นทำให้หกภพภูมิแยกขาดจากกันโดยชัดเจน นำพาความสงบสุขมาสู่คนหมู่มากก่อนที่จะกลับไปผนึกตนเองอีกครั้งในเวลาต่อมา...
อืมม ถึงจะบอกว่าเป็บัคก็เถอะแต่ไอ้การที่ทำให้เจิ้งหยวนตื่นมาแบบนี้ การจะจัดการคงไม่ใช่เื่ง่ายนักหรอก
คิดสภาพที่ตัวเองถือกระบี่ผุๆ ธรรมดา ไปสู้กับเทพาที่แสนจะเทพทรูแถมยังมีrare itemอย่างกระบี่ไร้ลักษณ์ และยังมีพิณโชติ่ที่สุดแสนจะน่ารำคาญนั่นอีก
นี่มันงานช้างชัดๆ
และที่สำคัญที่สุดถ้ากระบี่ผมพังขึ้นมาผมต้องเสียแต้มในการซ่อมมันอีก
ภารกิจที่มีแต่เสียกับเสียแบบนี้ไม่ทำจะได้ไหม!!! ...
[ขอให้คุณโชคดีในการทำภารกิจ]
[ระบบอยู่ข้างคุณ]
พอเถอะ….
ขอบคุณสำหรับการติดตาม
ถ้าชอบอย่าลืมเม้นเป็กำลังใจให้นามิด้วยนะคะ
ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายของนามิ
รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ