ตอนที่ 1 หอคอยโลกาวินาศ
ปี2125
กัสลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้างุนงงก่อนจะพบว่าตัวเองมายืนอยู่หน้าเครื่องส่งเพื่อเข้าไปในหอคอยโลกาวินาศ
หอคอยโลกาวินาศปรากฏขึ้นมาในปี2012 วันที่ถูกทำนายว่าจะเป็วันสิ้นโลก
หลังจากผ่านวันภายใต้คำทำนายกลับไม่เกิดวันสิ้นโลกขึ้นตามที่ถูกทำนายไว้แต่มีหอคอยปรากฏขึ้นทั่วโลกแทน
ผู้คนต่างก็ตื่นตระหนกกับการปรากฏของหอคอยเพราะพวกเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร
กระทั่งมีการค้นพบการใช้งานหอคอยซึ่งไม่แน่ชัดมากนักว่าใครเป็ผู้คนพบหรือเริ่มสำรวจ ข้อมูลเ่าั้เป็ความลับสิ่งเดียวที่เปิดเผยออกมาคือนักสำรวจ่แรกต่างตายไปจนหมดแล้ว
มีการส่งทีมเข้าไปอีกหลายทีมผ่านเครื่องส่งที่ฐานของหอคอยสุดท้ายก็ได้เป็ข้อมูลภายในหอคอยออกมา
‘หอคอยโลกาวินาศ’
นี่เป็ชื่อเรียกของหอคอยแห่งนี้
พวกมันมีการเชื่อมต่อกันที่แปลกประหลาดว่ากันว่าทุกหอคอยเป็ภาพสะท้อนของหอคอยโลกาวินาศที่แท้จริง
ผู้ที่เข้าไปในหอคอยจะถูกส่งไปยังชั้นแรกของหอคอยถูกเรียกว่า ‘โลกของซอมบี้’ ดินแดนนี้กว้างใหญ่จนยากจะสำรวจได้หมด
ผู้ที่เข้าไปครั้งแรกจะถูกส่งไปยังสถานที่ที่แตกต่างกันในแต่ละเขตแบบสุ่ม
หอคอยมีระบบในการจัดการของตัวเองแม้แต่ใช้ความรู้ทั้งอารยธรรมมนุษย์ก็ไม่สามารถแทรกแซงได้
ดินแดนในหอคอยเป็ดินแดนที่อันตรายสามารถฆ่าชีวิตผู้ที่เข้าไปได้อย่างง่ายดายเหมือนเช่นทีมสำรวจชุดแรก ๆ ที่ล้มตายจนหมด
แต่ด้วยผลประโยชน์ของทรัพยากรด้านในสามารถเปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งได้ ดังนั้นทุกคนจึงใฝ่ฝันอยากจะเข้าไปในหอคอยโลกาวินาศเพื่อต่อสู้และค้นหาทรัพยากรก่อนจะกลับออกมาเป็มหาเศรษฐีใช้ชีวิตอย่างสุขสบายแถมด้วยอายุขัยที่เพิ่มจากพลังของหอคอยที่มอบให้
ทว่าความจริงก็โหดร้ายไม่แพ้กันอัตราการเสียชีวิตของคนที่เข้าไปครั้งแรกสูงมาก
แม้ภายหลังจะมีการสอนความรู้เกี่ยวกับหอคอยในโรงเรียนทุกแห่งแล้วแต่หอคอยโลกาวินาศก็ยังเป็สถานที่ที่มีความอันตรายสูงอยู่ดี
ถึงอย่างนั้นผู้คนก็หลั่งไหลเข้าหอคอยโลกาวินาศไม่เคยขาด
ผู้ที่อายุถึง18 ปีสามารถเข้าไปได้ ซึ่งคืออายุขั้นต่ำสุดที่หอคอยโลกาวินาศอนุญาติให้เข้าไป
รัฐบาลโลกก็สนับสนุนในการเข้าหอคอยโลกาวินาศของชายหนุ่มหญิงสาวที่อายุถึงสิบแปดปีถึงขนาดมีเงินช่วยเหลือในการเข้าไปครั้งแรกมอบให้ด้วย
พลังเงินตรา อายุขัยและเกียรติยศทุกสิ่งที่้าต่างหาได้ในหอคอยเหล่าเด็กรุ่นใหม่ทุกคนจึงพากันเดินหน้าเข้าสู่หอคอยโลกาวินาศ
เพราะว่าโลกด้านนอกไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด
มนุษย์เฝ้าฝันถึงการออกเดินทางในอวกาศค้นพบมนุษย์ต่างดาว พวกเขาทำความฝันนั้นเป็จริงออกสำรวจและเดินทางในอวกาศได้อย่างแท้จริง และยังสามารถติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว
แต่มันก็เหมือนกับโคลัมบัสค้นพบอินเดียนแดงสุดท้ายพลังที่ไม่เท่าเทียมกันก็กลายเป็าการรุกรานเผ่าพันธุ์
าอวกาศได้เริ่มต้นนับแต่นั้นมา
มนุษยชาติ้าพลังที่ใช้พัฒนาความแข็งแกร่งของทั้งเผ่าพันธุ์ได้หอคอยโลกาวินาศคือหมอนที่ส่งมาให้พอดี
ดังนั้นนโยบายกระแสหลักคือการเข้าไปในหอคอยโลกาวินาศพัฒนาเผ่าพันธุ์มนุษย์และต่อกรกับศัตรูจากอวกาศ
าอวกาศการรุกรานจากต่างเผ่าพันธุ์ไม่เคยหยุดลงกำลังทหารที่ส่งไปมีแต่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทหารอวกาศทุกนายต่างก็มีสิทธิพิเศษของพลเรือนที่แตกต่างกันไปในยุคนี้พลัง ความแข็งแกร่ง นำมาซึ่งสิทธิพิเศษ เช่นที่อยู่อาศัย หน้าที่การงานหรือแม้แต่สิทธิการรักษาที่แตกต่างกัน
ในทุกปีผู้ที่มีอายุ18 ปีจะต้องเกณฑ์ทหารเพื่อไปสนามรบเผ่าพันธุ์ แน่นอนว่าถ้ามีการสมัครทหารที่เพียงพอในปีนั้นก็ไม่มีโควต้าการเกณฑ์ทหารส่งมา
ถ้าเป็ครอบครัวที่มีฐานะพอพวกเขาจะซื้อยาเพื่อพัฒนาระดับพลังของลูกหลานตัวเองพลังไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่ง แต่ยังหมายถึงโอกาสรอดชีวิตด้วย
ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งมีความสามารถในการต่อสู้ ชายหนุ่มหญิงสาวที่มีฐานะต่างก็เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานถึงพลังที่แข็งแกร่ง
จนกระทั่งเข้าไปในหอคอยโลกาวินาศและกลับออกมาสมัครเข้ากองทัพโดยตรงก็มี
นี่คือส่วนที่เติมเต็มโควต้าแต่ว่าก็ยังต้องมีคนธรรมดาที่ถูกเกณฑ์ไปที่สนามรบต่างเผ่าพันธุ์อยู่ดี
คนธรรมดาที่ไปที่นั่นยากมากที่จะมีชีวิตรอดกลับมาทางเดียวที่จะได้รับพลังที่เหนืุ์และมีโอกาสที่จะปกป้องตัวเองก็คือการเข้าไปในหอคอยโลกาวินาศ
เพราะราคาของยาพัฒนาระดับพลังต่อให้ขายทรัพย์สินทั้งชีวิตก็อาจจะไม่สามารถซื้อได้ด้วยซ้ำ
...
กัสเงยยหน้ามองดูตัวเลข
[ปี2125 หอคอยโลกาวินาศ เมืองหลักเขต 13]
‘ปี2125 หรือว่า...’ กัสจำได้ว่าก่อนหน้านั้นตัวเองอยู่ที่สนามรบต่างเผ่าพันธุ์
กำลังทำาแย่งชิงดินแดนลี้ลับที่ไม่รู้จักกับพวกต่างเผ่าพันธุ์อยู่ที่ดาวเคราะห์สีเืเขาเป็หนึ่งในทหารภายใต้สังกัดกองทัพ ‘ดาบเหล็ก’
ในสมรภูมิาที่โหดร้ายฆ่าชีวิตทหารไปมากถึงหนึ่งแสนนายดวงดาวที่บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยยานรบจากทั้งสองเผ่าพันธุ์ต่อสู้กันเอาเป็เอาตาย
ยานะเิบนท้องฟ้าตกลงมาเหมือนกับอุกาบาตพุ่งชนใส่พื้นดินจนแตกเป็เสี่ยงๆ ทหารราบที่ลงถึงพื้นก็ทำภารกิจสุดชีวิต
แม้แต่เทพาก็ยังล่วงหล่นลงมา
สุดท้ายภายใต้โชคชะตาและความมุ่งมั่นกัสที่าเ็ลากร่างกายเข้าไปในวิหารแห่งพลังและไปถึงเบื้องหน้าของแผ่นหินจารึก
วิหารแห่งนี้กัสก็ไม่รู้รายละเอียดที่แน่ชัดเพราะตำแหน่งของเขาต่ำเกินไป รู้แต่ว่าต้องยึดวิหารแห่งพลังนี้ไว้ให้ได้
แต่แล้วขณะนั้นศัตรูก็เปิดใช้งานการทำลายล้างที่ไม่คาดคิดทั้งวิหารแห่งพลังโดนยิงถล่มทำลายลงอย่างไม่น่าเชื่อวิหารแห่งพลังที่แม้แต่ปืนใหญ่ที่ทรงพลังที่สุดของกองยานฝ่ายมนุษย์ก็ยังไม่สามารถทำลายได้กลับถูกพลังนั้นทำลายลง
พลังทำลายระดับนั้นมีแต่ปืนใหญ่ทำลายดวงดาว T5 ขึ้นไปเท่านั้นแหละที่สามารถะเิวิหารขนาดใหญ่ในครั้งเดียวได้แต่ว่าอาจจะไม่ใช่เป็ของที่ระดับสูงขึ้นไปก็ได้
กัสพยายามวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น
‘แล้วฉันย้อนกลับมาได้ยังไงกลับมายังอดีตหรือว่านี่คือเทคโนโลยีจำลองโลกเสมือนจริง ไม่น่าใช่ ทหารที่อ่อนแอแบบเราไม่มีทางมีค่าพอให้ใช้เทคโนโลยีแบบนั้นแล้วก็ไม่มีความจำเป็ด้วย’กัสพยายามย้อนนึกกลับไป่สุดท้ายของชีวิตก่อน
‘แผ่นศิลาจารึกใช่มันเหมือนจะดึงดูดตัวเรากับหินสีดำที่ปู่เคยให้มันดึงดูดกัน...ตอนนั้นเราถือมันออกมาด้วยมือที่เปื้อนเื ใส่ก้อนหินลงไปในช่องเล็กๆ บนแผ่นจารึกได้อย่างพอดี แล้วทุกอย่างรอบตัวก็ะเิก่อนจะมืดมิดลงพอลืมตาขึ้นมา...’ กัสพยายามนึกถึงรายละเอียดทีละอย่าง
พอรู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ที่นี่แล้วนี่คือสิ่งที่เขาจดจำได้
‘การย้อนเวลากลับมาในอดีตอย่างนั้นเหรอนึกว่ามีแต่ในภาพยนต์หรือนิยายแฟนตาซีซะอีก’ กัสพึมพำออกจะมีน้ำเสียงติดตลกด้วยซ้ำ
สุดท้ายความจริงก็อยู่ตรงหน้าเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ต้องยอมรับความจริงที่ว่าเขากลับมายังปี 2125
‘ย้อนเวลากลับมาจริงๆ แถมยังเป็่เวลาสิบปี ก่อนที่เส้นทางสุดรันทดและต้องพึ่งพาโชคชะตาในการเอาชีวิตรอดจะเริ่มขึ้นตอนนั้นเราได้แต่ไหลไปตามกระแสของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวด้วยความอ่อนแอแต่ตอนนี้เราได้ย้อนเวลากลับมาก่อนที่เื่ราวทั้งหมดจะเกิดขึ้นอีกครั้ง’
กัสก้มลงมองดูมือทั้งสองข้างก็เหมือนกับมองตัวเองในอดีตจากจิติญญาในอนาคตเขากำมือทั้งสองแน่น
‘มันจะไม่เหมือนที่ผ่านมาอีกอดีตที่อยากจะแก้ไขอยู่ตรงหน้าแล้ว ไม่ต้องคิดให้มาก ลุยมันไปเลย’กัสยิ้มมุมปากด้วยแววตามุ่งมั่น
‘จี้หินก้อนนั้น?’กัสพยายามหา แต่ก็พบว่ามันหายไปแล้ว เขาจำได้ว่าใส่มันไว้ตลอดเวลาั้แ่ปู่มอบให้ซึ่งเป็วันที่ปู่เสียชีวิต แต่มันกลับหายไปแล้ว
‘หายไปหรือว่าจะหล่นไม่น่าจะใช่ วันนี้ฉันใส่มันมาเพื่อนำโชคในการเข้าไปที่หอคอยโลกาวินาศแน่นอน’
กัสจำได้ว่าปี2125 ทั้งโรงเรียนของเขามีโควต้าเกณฑ์ทหารมาแค่ 13 คนเท่านั้นคนที่จบปีการศึกษานี้มีถึง 250 คน แต่้าเพียงแค่ 13 คน
ซึ่งก็มีโอกาสน้อยมากที่จะเป็เขา
แต่โชคของกัสเหมือนจะหมดลงเขาถูกสุ่มเลือกและเป็หนึ่งในสิบสามคนที่ถูกเกณฑ์ในปีนั้นที่เลวร้ายกว่านั้นคือกัสค้นพบความจริงเื้ันี้ในอีก 4 ปีต่อมา
ว่าการเลือกครั้งนี้สุ่มโดยผู้อำนายการของโรงเรียนและผลการเกณฑ์ครั้งนี้กลับถูกล็อกเป้าหมายมาที่กัสด้วยการผลักดันของรองผู้อำนวยการของโรงเรียน
หลานชายของรองผู้อำนวยการถูกสุ่มเกณฑ์เป็หนึ่งในสิบสามรายชื่อแต่ถ้ามีคนสมัครเข้าไปแทนที่รายชื่อที่สุ่มก็จะลดลง
เพียงเพราะเื่บาดหมางในวัยเรียนที่ไปพัวพันกับหลานชายของรองผู้อำนายโรงเรียนสุดท้ายจึงมาลงเอยที่นี่
เมื่อสัปดาห์ก่อนคือวันจบการศึกษามัธยมปลายเป็ปีการศึกษาสุดท้ายแล้วในวันจบการศึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาเรียกกัสเข้าไปพูดคุยพร้อมกับจดหมายเกณฑ์ทหารที่ส่งเข้ามาให้เขา
อีกฝ่ายดูเป็ห่วงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็คำสั่งและชื่อก็ถูกส่งไปที่ส่วนกลางแล้ว ต่อให้ไม่ได้ส่งชื่อไปทางครอบครัวของกัสก็ไม่มีเส้นสายพอจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้
โลกใบนี้ไม่มีอะไรที่ยุติธรรมอย่างแท้จริง
‘เอกสารนั้นอาจารย์ที่ปรึกษา รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการ ชีวิตนี้ฉันต้องแก้แค่ให้หมดทุกคน’
กัสกำมือแน่นด้วยความแค้นคนพวกนี้กัสสืบมาแล้วว่าเกี่ยวข้องทั้งหมดและยังมีบางคนที่อยู่เื้ัเื่นี้ด้วยแต่เขาทำอะไรไม่ได้
เขาจึงต้องมาที่หอคอยโลกาวินาศและใส่จี้หินก้อนนั้นติดตัวมาด้วยเพราะเชื่อว่าปู่จะช่วยเขาให้โชคดี แต่ว่าตอนนี้จี้หินสีดำได้หายไปแล้ว
‘คนต่อไป’
‘คนต่อไปปป...’
ตอนนั้นเสียงเรียกของเ้าหน้าที่เรียกคิวก็ย้ำขึ้นอีกหลายครั้งแต่กัสที่เหม่อลอยอยู่กลับไม่ได้ยินกระทั่งมีคนผลักเขาจากด้านหลังให้เดินหน้าอย่างแรง
กัสโดนผลักจนเกือบล้มด้านหลังมีชายหนุ่มท่าทางน่ากลัวเหมือนกับพวกนักเลง มีลอยสักที่คอลงมาที่ใบหน้ามันมองมาที่กัสอย่างไม่พอใจที่เขามัวแต่ชักช้า
“ถึงคิวแกแล้วเดินไปสิว่ะไอ้งั่ง!”นักเลงชายพลันทำท่าทางเหมือนจะเข้ามาหาเื่เขาทันที