Ep.36
เวลา 06:00 น.
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด~
เสียงดังอะไรแต่เช้าเนี่ย ฉันมุดหัวเข้าไปในผ้าห่มเพื่อหนีเสียงที่ดังรบกวนไม่หยุด เหมือนเสียงนาฬิกาปลุก ซึ่งไม่ใช่ฉันแน่นอนที่เป็นคนตั้งไว้ จะใครล่ะถ้างั้น ก็คุณสิงห์น่ะสิ แต่คนอย่างเขาเนี่ยนะ? จะตั้งนาฬิกาปลุกไว้เพื่ออะไรกัน
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด~~
เสียงมันยังดังอยู่ไม่หยุดเพราะไม่มีคนกดปิด ฉันโผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย หันไปมองเจ้าของโทรศัพท์ที่นาฬิกาปลุกดัง ยังนอนนิ่งอยู่กับที่ไม่มีขยับ แล้วก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นด้วย นี่หลับหรือซ้อมตาย
" คุณสิงห์~ คุณสิงห์คะ! " ฉันเขย่าแขนเขาแรงๆเพื่อให้เขารู้สึกตัว เผื่อว่าเขาจะมีธุระอะไร ที่ไหนรึเปล่า ทำไมถึงตั้งนาฬิกาปลุกเวลานี้
" อื้ออออ~~ " เขาบิดตัวหันหลังหนีแล้วฝังหน้าลงกับหมอน
" คุณสิงห์!!!! ตื่นก่อน! คุณตั้งนาฬิกาปลุกตอนหกโมงทำไม? " ถ้ามีธุระจริงๆแล้วยังไม่ยอมตื่นเดี๋ยวก็สายหรอก ขี้เกียจฟังคนบ่นทีหลัง หาว่าเราไม่ไปลุก
" 0_0! ห๊าา!! หกโมงแล้วหรอ?! " อยู่ๆเขาก็เด้งตัวขึ้นมา จนฉันที่นั่งอยู่ข้างๆสะดุ้งตกใจ
" ก็ใช่น่ะสิคะ คุณตั้งไว้ทำไม? "
" ก็วันนี้เราจะไปเจอพ่อแม่เธอกันนี่ไม่ใช่หรอ ฉันก็ต้องการเวลาที่จะเตรียมตัวหน่อยสิ " 0_0 นี่เขาทำขนาดนี้เลยหรอเนี่ยย ทำไมเขาน่ารักจัง ฉันซาบซึ้งจังเลย~
ฟอดดด~~~
ฉันเอื้อมมือไปโอบกอดคอลำหนาของเขาไว้แล้วฝังจมูกลงบนแก้มเขาหนักๆ
" น่ารักจังเลยค่ะ คุณสิงห์ของเรนนี่~ "
" น่ารักจริงหรอ... อีกข้างดิ~ " พูดแล้วเอียงแก้มอีกข้างมาให้ เรนนี่จะไม่ขัดค่ะ ><
ฟอดดดดด~
ฟอดดดด!!
ฟอดดดดดด~~
ฉันหอมแก้มเขาอีกข้าง ทั้งหน้าผากแล้วก็ที่สุดท้ายคือปลายคางของเขา คุณสิงห์นั่งนิ่ง หน้าเคลิ้มดวงตาทั้งสองข้างหยาดเยิ้ม ฮ่าๆๆๆๆๆ
" คุณสิงห์คะ! ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำสิคะ "
" อ๋อ อืมมมม " เขาตอบแบบนั้นแต่ยังไม่ยอมขยับตัวสักที ฉันก็เลยชิงลุกออกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไปก่อน
กว่าจะออกจากห้องได้ก็กินเวลาไปเยอะอยู่ ไม่รู้อะไรของเขานักหนา ทำหน้านิ่งแบบนั้นแต่ฉันรู้ว่าเขากำลังตื่นเต้น ก็ดูสิ เขาดูปกติซะที่ไหน ตั้งแต่ตั้งนาฬิกาปลุก อาบน้ำเป็นชั่วโมงพร้อมโกนหนาวเคราจนสะอาดสะอ้าน ไหนจะยืนเลือกชุดอยู่เป็นนานสองนาน แล้วไหนจะทรงผมที่เขาใส่เจลเก็บหมดจนเรียบแปล้นั่นอีก จ้าา ไม่ผิดปกติเลยจ้า ดูไม่ออกเลยจ้าว่าตื่นเต้น ฉันอมยิ้มกรุ่มกริ่มแล้วมองหน้าด้านข้างของเขาที่ขับรถอยู่ เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกับกางเกงสแล็คสีดำ จากตอนแรกที่เขายืนคิด ยืนเลือกชุดอยู่นาน เมื่อเห็นอย่างนั้นฉันก็เลยช่วยออกความเห็นว่าให้แต่งตัวธรรมดา สบายๆ ตามปกติของเขาน่ะ
" มองอะไร? จ้องฉันขนาดนั้นเดี๋ยวก็พาแวะเข้าโรงแรมซะเลย "
" มองคนน่ารักไงคะ~ "
" เรนนี่~ เราค่อยไปหาพ่อกับแม่เธอพรุ่งนี้ดีมั๊ย "
เขาพูดแล้วเปิดไฟเลี้ยวเตรียมจะเลี้ยวเขาโรงแรมข้างหน้า จนฉันต้องยกมือขึ้นฟาดเข้าที่หัวไหล่เขา กวนประสาทจริงๆเลย
" คุณสิงห์!!! เรนนี่ไม่แซวแล้วก็ได้! " หลังจากนั้นฉันก็เลิกล้อเขาแล้วหันหน้ากลับไปมองถนนข้างหน้าแทนมองตามข้างทางไปเรื่อย
เราทั้งสองคนไม่ได้ทานข้าวเช้ามาเพราะคิดไว้ว่าจะไปทานข้าวพร้อมพวกท่าน ซึ่งฉันก็ยังไม่ได้โทรบอกล่วงหน้าด้วย เพราะว่าเราก็ตัดสินใจแบบกะทันหันมาก ว่าแล้วก็ เดี๋ยวโทรบอกแม่ไว้ซะหน่อยดีกว่า จะได้เตรียมตัวไว้ทัน กลัวว่าจู่ๆก็โผล่ไปแล้วเดี๋ยวจะช็อคหมดสติไปซะก่อน
ตู๊ดดด ตู๊ดดดด ตู๊ดดดดดด
' ฮัลโหล เรนนี่หรอลูก สบายดีไหม? ทำไมช่วงนี้ไม่ค่อยโทรหาแม่เลย '
" หนูสบายดีค่ะแม่ ขอโทษนะคะที่เรนนี่ไม่ค่อยได้โทรหา แม่ทำอะไรอยู่คะ? "
' อ้อ แม่กำลังทำแกงส้มสายบัวให้พ่อน่ะ เห็นเมื่อวานเห็นบ่นอยากกิน ' ฉันยิ้มกว้างแล้วถามถึงพ่อ
" แล้วพ่อทำอะไรอยู่คะ? "
' พ่อหรอ รดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านโน่น เมื่อเช้าก็ออกไปวิ่งแถวๆหมู่บ้านนี่แหละ '
" แม่...วันนี้เรนนี่จะไปกินข้าวเช้าด้วยนะ... "
' เอ้า ทำไมไม่บอกล่วงหน้า ไม่ได้เตรียมกับข้าวอย่างอื่นไว้เลย '
" ไม่เป็นไรค่ะแม่ จะให้เรนนี่แวะซื้อแกงถุงเข้าไปมั๊ย? "
' ไม่เป็นไรลูก แม่ซื้อของทะเลมาเมื่อวาน เดี๋ยวไว้ทำต้มยำกุ้งกับไข่เจียวเพิ่มแล้วกัน '
" เรนนี่พาเพื่อนไปด้วยนะคะแม่ "
' อ้อ สามสาวมากันครบเลยหรอ? ถ้ามาหลายคนแม่จะได้หุงข้าวเพิ่ม '
" ไม่ใช่พวกยัยพริ้มหรอกแม่ เดี๋ยวไว้ไปถึงแม่ก็รู้เองนั่นแหละ "
ฉันวางสายจากแม่แล้วหันไปมองคุณสิงห์ก็เห็นว่เขาจ้องหน้าฉันคิ้วขมวดติดกันอยู่ใบหน้าบึ้งตึงแบบนั้น ฉันเผลอไปทำอะไรให้ไม่พอใจอีกแล้วเนี่ย หรือจะปวดท้อง
" ใครเพื่อนเธอ! "
" ห๊ะ?! "
" เมื่อกี๊ที่บอกว่าจะไปกับเพื่อน หมายถึงฉัน? "
" ก็...... "
" ที่นอนกอดกันทุกคืน คนที่ปล่อยน้ำเชื้อใส่เธอจนท้องป่อง นี่เรียกเพื่อนหรอเรนนี่?!! ห๊า! " ฉันอึ้งจนพูดไม่ออก หาเสียงตัวเองไม่เจอ คนบ้า ใครเขาให้พูดจาทะลึ่งตึงตังโจ่งแจ้งแบบนั้นกัน มันจะตรงไปรึเปล่า แค่ฟังฉันยังเห็นภาพเลย หน้าร้อนฉ่าไปหมดแล้ว
" ก็จะให้เรนนี่บอกว่าอะไรคะ บอกว่าพาแฟนไปด้วยเดี๋ยวแม่ก็ได้ตกใจ คุยกันไม่รู้เรื่องพอดี ต้องรอให้เจอหน้ากันก่อนสิคะ~ "
" .................... "
" ไม่เอาสิคะ~ ไม่งอนนะ หน้าบูดเป็นตูดลิงเดี๋ยวจะไม่หล่อนะคะ~ " ยกนิ้วชี้ขึ้นจิ้มๆที่แก้มเขา แต่ได้รับสายตาเคืองมาแทน ฉันยังฉีกยิ้มสู้แล้วพูดต่อ
" ถ้าไม่หล่อเดี๋ยวพ่อกับแม่ของเรนนี่ไม่รับเป็นลูกเขย ไม่รู้ด้วยน๊าา~~ " เท่านั้นแหละเขาค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ คิ้วที่ขมวดกันอยู่ในตอนแรกค่อยๆคลายออก มุมปากทั้งสองข้างเริ่มที่จะฉีกยิ้มออกมาบางๆติดสั่นๆเล็กน้อย เหมือนมันเกร็งแล้วก็ฝืนเต็มที่ มองดูแล้วตลกมากจนฉันหลุดขำพรืดออกมา
...........................................................................
สิงห์ || Part ||
เอี๊ยดดดดดดด~ กึกกกก
ขับรถมาได้สักพักก็ถึงบ้านเรนนี่ เธอเป็นคนบอกทาง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ได้ เพราะรถไม่ค่อยติดมาก ผมจอดรถอยู่แล้วก็นั่งทำใจอยู่สักพัก โคตรตื่นเต้นเลยว่ะ ยังไม่เคยเจอ ไม่เคยได้คุย มาเจอครั้งแรกก็ตอนที่ทำลูกสาวเขาป่องแล้ว ผมไม่เคยรู้สึกประหม่าขนาดนี้มาก่อนเลยนะครับเนี่ย
" รีบๆลงมาสักทีซิคะคุณสิงห์ " เรนนี่เธอลงไปยืนรอข้างรถแล้วเอ่ยเรียก ส่องกระจกเช็คความเรียบร้อยของตัวเองสักพักแล้วเปิดประตูลงรถตามเธอไป
ปังงงงงงงงง!!
รั้วไม้สีขาวสูงประมาณเท่าหัวผมพอดี มองไปข้างในรั้วเป็นพื้นที่กว้าง มีทางเดินที่ปูด้วยก้อนหินเล็กๆเป็นทางตรงยาวไปถึงหน้าบ้าน สองข้างระหว่างทางเดินก็มีพวกดอกไม้หลากสีนานาชนิดปลูกอยู่ เดินเข้ามาจนเกือบถึงตัวบ้านมีต้นไม้ใหญ่ ใต้ต้นไม้มีกรงนกอยู่น่าจะเป็นนกแก้วรึเปล่าตัวสีเขียวๆ
" นั่นเป็นนกของคุณพ่อค่ะ มันคือนกซันคอนัวร์ ชื่อโบ๊เบ๊ ร้องเสียงดังมาก~หนวกหู เรนนี่ไม่ชอบ ทะเลาะกับมันทุกวันตอนอยู่ที่บ้าน " ผมมองตามนกที่เธอพูดถึง พ่อเธอชอบนก อืมมม เก็บข้อมูลไว้
' แจ๊กกกกกก!!! ' อยู่ๆเจ้านกโบ๊เบ๊นั่นก็ส่งเสียงร้องออกมา เสียงดังจนแสบหู
" ไม่ได้!! นี่แฟนฉัน หุบปากไปเลยนะ!! " เรนนี่ เธอยื่นตะโกนใส่เจ้าโบ๊เบ๊แล้วกระโดดกอดแขนผมไว้แน่น คนอะไรทะเลาะกับนก
" เธอรู้หรือไงว่ามันพูดว่าอะไร? "
" ไม่รู้หรอกค่ะ แต่เรนนี่รู้ว่าเจ้านกเสียงแหลมนั่น มันต้องกำลังแซวคุณอยู่แน่ๆ! " เธอพูดแล้วจิกตามองแรงใส่เจ้านกนั่น ผมก้มลงมองเธออย่างเอือมๆ นี่เธอหึงฉันกับนกนั่นหรอเรนนี่? ให้ตายเถอะครับ ผมควรดีใจมั๊ย ใครช่วยบอกผมที
' แจ๊กกกกกกกก~!!! '
" บอกให้หยุดไง!! "
" เสียงดังเอะอะโวยวายอะไรกันลูก ทะเลาะกับเจ้าโบ๊เบ๊อีกละ....... อ่าวว " เธอยืนเถียงกับนกได้ไม่นานก็มีผู้หญิงวัยกลางคน หุ่นบาง ผมยาว ใบหน้ามีริ้วรอยเล็กน้อยที่เกิดขึ้นตามวัย เดินออกมาจากข้างในบ้าน น่าจะเป็นแม่ของเธอแหละ แววตาดูเป็นคนใจดี น้ำเสียงเวลาที่พูดฟังแล้วอบอุ่น คุณแม่ยืนมองหน้าผมอย่างงงๆ
"พ่อหนุ่มคนนี้เป็นใครกันน่ะเรนนี่ แฟนหนูหรือลูก? " เธอพูดเสียงเบาๆแทบจะกระซิบเหมือนกลัวว่ามีใครจะได้ยิน
" ค่ะแม่ แฟนหนู ชื่อคุณสิงห์ "
" อะ..เอ่อ.. สวัสดีครับคุณแม่ "
" จ้า ไหว้พระเถอะลูก ไปๆเข้าบ้านกันก่อน กินข้าวกินปลากัน หิวไหมลูก? " เธอหันมาถามผม
" นิดหน่อยครับ " ผมเดินตามเข้ามาในบ้าน เดินเข้ามาก็เป็นห้องนั่งเล่น ลึกเข้าไปมีโต๊ะกินข้าว อาหารหลายอย่างจัดวางเรียบร้อยบนนั้น แล้วก็มีผู้ชายวัยกลางคนใส่เสื้อกล้ามสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสบายตัวใหญ่ นั่งรออยู่ที่หัวโต๊ะ
" พ่อ~ สวัสดีค่ะ คิดถึงงง~ " เธอเดินเข้าไปโอบกอดชายคนที่นั่งอยู่
" ไม่จริงหรอก ถ้าคิดถึงพ่อจริง ลูกไม่หายไปหลายเดือนแบบนี้หรอก " พ่อเธอพูดเสียงติดงอนๆ แต่แล้วก็ยกมือขึ้นลูบหัวเธออย่างเอ็นดู
" มาๆ นั่งก่อนลูก เดี๋ยวแม่ตักข้าวให้ "
" เอ่อออ สวัสดีครับ " คุณพ่อเมียผมก้มหน้าลงแล้วเหลือบตาขึ้นมองผมลอดผ่านแว่น เหมือนที่คนแก่เขาฮิตทำกันนั่นแหละ มองแป๊บเดียวแค่ผ่านๆ แล้วหันไปถามเมียผมเสียงต่ำ
" ใคร? "
"เอ่อออ คุณพ่อขา นี่คุณสิงห์เขาเป็นแฟนเรนนี่ค่ะ "
" สวัสดีอีกครั้งนะครับคุณพ่อ " ผมเอ่ยสวัสดีแล้วยกมือประนมขึ้นมาแตะปลายจมูกแบบที่คิดว่านอบน้อมแล้วก็เรียบร้อยที่สุด
" ฉันมีลูกสาวคนเดียว "
" เอ่ออ ครับ สวัสดีครับคุณพ่อตา "
ปังงงงงงงง!!!!
พ่อตาผมตบฝ่ามือลงบนโต๊ะกินข้าวเสียงดัง ไม่รู้โมโหอะไร
" คุณพ่อ/พ่อใจเย็นก่อนเถอะน่า ทานข้าวกันก่อน ลูกๆหิวกันแล้วเนี่ย "
" แม่!! ก็บอกแล้วไงว่าเรามีลูกสาวคนเดียว "
" พ่อนี่จริงจริงเล้ยย ก็ใช่อยู่มีลูกสาวคนเดียว นั่นลูกเขยเราต่างหาก อ่ะ~ นั่งก่อนลูก กินข้าวให้อิ่มก่อน ค่อยคุยกันต่อ "
" หึ่ยยยยยย!! "
******** to be continued
โถ่ โถ่ โถ่ คุณสิงห์ น่าจะเจออุปสรรคเข้าซะแล้ว นี่ขนาดคุณพ่อยังไม่รู้ว่าไปทำลูกสาวเขาป่องนะคะเนี่ยย เฮ้อออ ฝากรีดๆทุกคนเอาใจช่วยคุณเขาหน่อยแล้วกันนะคะ