ขโมย
เขม่าควันและกลิ่นอายแห่งความตายลอยคละคลุ้งไปทั่วพื้นปฐี เสียงกระพือปีกขนาดใหญ่และเสียงคำรามดังก้องฟ้า เปลวไฟจากปากของผู้ล่าพวยพุ่งลงมาจากน่านนภาไม่ขาดสาย ันับร้อยตัวซึ่งต่างสายพันธุ์กำลังร่วมมือกันพรากิญญาเ้าัผู้ยิ่งใหญ่ถึงสองตน
เสียงร้องคำรามด้วยความกราดเกรี้ยวแทบะเืเลือนลั่นถึงสามภพหัวทั้งเก้าของพญาัไฮดราผู้ยิ่งใหญ่กำลังผลัดเปลี่ยนกันงัดพลังออกมาต่อสู้เพื่อกำจัดศัตรูให้แพ้พ่าย
เื้ัปีกขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายปีกของเ้ายมโลกสีดำทะมึนที่กางกั้นนั้นคือร่างของไฮดราเพศเมียสีขาวสะอาดอีกหนึ่งตนที่ท้องแก่และใกล้จะคลอดเต็มที
แทบจะไร้เรี่ยวแรงแล้วในการหนีเอาชีวิตรอด เกราะแก้วที่เกิดจากการร่ายมนตร์ป้องกันเริ่มจะเสื่อมถอยเมื่อถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง
ด้วยขนาดและจำนวนหัวที่มากทำให้ยากแก่การหลบหนี เมื่อหัวหนึ่งถูกทำลายไฮดราจะมีอำนาจทำให้งอกขึ้นมาใหม่เป็สองเท่าเพื่อล้มศัตรูให้จงได้ เปลวไฟสีเงินจากปากผ่านคมเขี้ยวที่แหลมคมทำหน้าที่ยื้อเวลาอย่างสุดกำลังเพื่อให้ทายาทตนสุดท้ายออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย แต่าาัผู้ยิ่งใหญ่ก็เพลี่ยงพล้ำด้วยจำนวนคู่ต่อสู้ที่มีมากกว่า พลันเมื่อาาใกล้จะสิ้นใจไข่สีทองอร่ามก็ส่องประกายสว่างจ้าและดับวูบ พร้อมกับสองผู้ยิ่งใหญ่ที่มอดม้วยลงเพราะสิ้นกำลัง
‘ข้าทั้งสองขอเลือกเ้า เนย่า’
"เฮือก!” เด็กหญิงวัยสิบสองสะดุ้งสุดตัวผุดลุกจากที่นอนเก่าคร่ำคราในรุ่งสางของวันหนึ่งดวงตาสีมรกตสอดส่ายหาเสียงเรียกนั้นอย่างลืมตัว หลายปีมาแล้วที่เธอเฝ้าฝันถึงโศกนาฏกรรมของสองัผู้ยิ่งใหญ่ หยาดน้ำตาอุ่นใสไหลอาบแก้มทุกครั้งที่ลืมตาตื่น แต่ในรุ่งอรุณนี้ไม่เหมือนกัน ัทั้งสองนั้นกำลังเรียกหาเธอ
โพรงต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ แถบชานเมืองไฮร์แอกค์ คือที่พักอาศัยของเด็กหญิงวัยเพียงสิบสองปีเด็กกำพร้าที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อหาทางอยู่รอด
“เนย่า เนย่า” เสียงเรียกของเพื่อนวัยเดียวกันดังมาจากหน้าโพรงไม้ที่เธออาศัยหลับนอน
“มีอะไรนีโล่เรียกฉันแต่เช้าเลยนะ” เด็กหญิงนามเนย่ารีบเช็ดคราบน้ำตาลวก ๆ แล้วโผล่ใบหน้ามอมแมมออกมาจากโพรงไม้ เรือนผมยาวสีดำสนิทจรดบั้นท้ายนั้นยุ่งเหยิงจนเป็สังกะตัง เสื้อผ้ามอมแมมสีขะมุกขะมอมทำให้เธอถูกมองเป็เด็กเหลือขออยู่บ่อยครั้ง
“นี่ ๆ วันนี้ที่ในเมืองมีการจัดแสดงเครื่องประดับอะไรก็ไม่รู้พวกเราไปดูกันดีกว่าไหมเผื่อจะได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง มินิม กับชาร์กัสก็จะไปด้วยนะไม่สนเหรอ” นีโล่เด็กชายตัวเล็กร่างผอมรุ่นราวคราวเดียวกับเธอบอกอย่างกระตือรือร้น
“สนสิให้ฉันเตรียมตัวก่อนนะ” เนย่ารีบจัดทรงผมของตนเองก่อนจะวิ่งไปที่ริมลำธารเพื่อล้างหน้าล้างตาแล้วออกไปกับนีโล่เพื่อนเกลอ ผู้คนต่างมองว่าเด็กกลุ่มนี้เป็เด็กเหลือขอเด็กสกปรกยากจน และไม่มีใคร้า แต่ทว่าพวกเขาไม่ใช่เด็กธรรมดา แต่เป็หัวขโมยตัวฉกาจต่างหาก...
“เนย่า ดูสิพวกคนรวย ๆ เพียบเลยวันนี้พวกเราคงได้ปลาตัวใหญ่” มินิมเด็กหญิงอีกคนเขย่าแขนเนย่าไปมาและชี้ชวนให้ดูพวกเหล่าผู้ดีที่ใส่เครื่องประดับมาเต็มยศ
“ว่าไงเนย่าหาเหยื่อของเธอได้หรือยัง ฉันจองไอ้อ้วนหนวดยาวนั่นนะดูท่าทางนาฬิกาของมันจะได้ราคาอยู่” ชาร์กัสเด็กชายร่างท้วมท่าทางเกเรชี้ไปทางชายแก่อ้วนฉุที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ในร้านขายสุราร้านหนึ่ง
“ใจเย็นสิชาร์กัสจะเลือกเหยื่อทั้งทีก็ต้องดูกำลังตัวเองด้วย ถ้าเกิดโดนจับได้ขึ้นมามีหวังโดนจับขังแบบคราวที่แล้วอีกแน่กว่าจะหนีออกมาได้แทบตายเลยนะ” เนย่าบอกอย่างระอาเพราะก๊วนหัวขโมยของเธอมักจะทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเสมอจนเธอซึ่งเป็หัวโจกต้องคอยแก้สถานการณ์ให้
“เนย่าเธอเป็คนเดียวในกลุ่มเลยนะที่ไม่เคยถูกจับได้ เธอทำได้ไงเก่งจังเลย” นีโล่หันไปมองเธอด้วยแววตาเลื่อมใส
“ก็ต้องใช้สมองกันหน่อยซี นี่ ๆ ชาร์กัสฉันว่านายถอนตัวจากไอ้อ้วนนั่นดีกว่าไปขโมยสร้อยของยายกระปุกทองนั่นไป” เนย่าคุยโวนิดหนึ่งและพยักเพยิดให้ชาร์กัสดูหญิงร่างท้วมที่ใส่ทองเหลืองอร่ามไปทั้งตัว
“เออ! ก็ได้เห็นว่าเธอตาถึงหรอกนะถึงยอมเชื่อฟังน่ะยายเปี๊ยกเอ๊ย” ชาร์กัสหมุนตัวไปทางเป้าหมายและทิ้งท้าย ความจริงเขาไม่ค่อยอยากเป็ลูกไล่ผู้หญิงเท่าไรนักหรอกโดยเฉพาะผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเนย่า แต่เพราะสมองอันชาญฉลาดและเ้าเล่ห์ของเธอทำให้เขาอดที่จะยกให้เธอเป็ลูกพี่ไม่ได้
“มินิมเธอคอยดูลาดเลาอยู่ตรงนี้ ถ้าเห็นท่าทางไม่ดีรีบให้สัญญาณพวกเราด่วนเลยนะ” เนย่าส่งนกหวีดเสียงจิ้งหรีดให้กับมินิมผู้คอยสังเกตการณ์
“นีโล่นายคอยจัดการตัวขัดขวางนะ เอาล่ะฉันมองเห็นเหยื่อแล้ว เมื่อเรียบร้อยไปเจอกันที่โพรงไม้บ้านฉัน ปฏิบัติการได้” เนย่าสั่งนีโล่ให้คอยขัดจังหวะพวกที่เป็ก้างขวางคอด้วยการหลอกล่อหรือโกหกให้เดินหลงไปอีกทาง
เนย่าจ้องมองเหยื่อของเธอซึ่งเป็ชายร่างสูงคนหนึ่งเขาสวมเสื้อคลุมกำมะหยี่สีกรมท่าทั้งตัวท่าทางเขาจะกระเป๋าหนักไม่น้อย เนย่าแสร้งเดินกระปลกกระเปลี้ยเข้าไปใกล้เขาและ...พรึ้บ!!เธอฟุบลงแทบเท้าของเขา
“หนู ๆ เป็อะไรรึเปล่า” ชายสูงวัยในชุดคลุมตรงเข้าประคองเธอด้วยความห่วงใยและมันเป็ไปตามแผนเธอปลดถุงเงินของเขาได้แล้ว
“มะ... ไม่เป็ไรค่ะคุณลุงหนูแค่หน้ามืด ขอตัวนะคะ” เนย่าผุดลุกขึ้นอย่างอ้อยอิ่งเพื่อไม่ให้เหยื่อสงสัยก่อนจะยัดถุงเงินนั้นเข้าไปในชายเสื้อวิ่น ๆ ของเธอแล้วเดินจากเขามาแต่ยังไม่วายแสดงท่าทีอ่อนระโหยโรยแรง เมื่อพ้นสายตาของเหยื่อเธอก็รีบเผ่นในทันที
ชายชราที่เพิ่งถูกปล้นไปหมาด ๆ กลับไม่ได้สะทกสะท้านหรือเสียดายที่ถูกขโมยเงินจำนวนมากไป รอยยิ้มเหี่ยวย่นแสนใจดีปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเป็ปริศนาก่อนร่างของเขาจะหายลับไปในทันใดราวกับล่องหน
บ้านโพรงไม้
เนย่าไม่รอช้าที่จะเปิดดูสมบัติที่เธอได้มา และไม่น่าเชื่อว่ามันจะมากมายมหาศาลขนาดที่เธอเลี้ยงชีพได้ไปอีกเป็ปีเลยทีเดียว
“โห! โชคดีเป็บ้าเลยเนย่าเอ๊ย! ฮะๆ ๆ” เนย่าหัวเราะชอบใจกับเหรียญทองมากมายที่เธอขโมยมาเธอเทมันออกมานับอย่างใจเย็น แต่ที่ก้นถุงกำมะหยี่เนื้อดีสีแดงนั้นกลับมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ยอมไหลออกมาตามเหรียญทองจำนวนมากด้วย
“อะไรกันเนี่ย” เธอควานมือไปที่ก้นถุงและหยิบมันออกมาดู ปรากฏว่ามันคือสร้อยคอลายไข่ปลาซึ่งตรงส่วนจี้มีลักษณะแบนเรียบรูปเสี้ยวจันทร์ขนาดเท่าหัวแม่มือแต่ที่น่าทึ่งคือมันเปลี่ยนสีตลอดเวลาราวกับจะล้อสีั์ตาเธอเล่น
“สวยจังเลยแฮะแต่บางขนาดนี้มันไม่หักได้ยังไงนะทั้งที่ทองน่าจะทับมันแหลกไปแล้วนี่นา” เนย่าสงสัยใคร่รู้จับมันพลิกไปพลิกมาก่อนจะนำมันมาสวมทำให้จี้เลิกเปลี่ยนสีแต่กลับเลียนสีั์ตาของเธอแทน มันหยุดอยู่ที่สีเขียวมรกตเช่นนั้นและไม่เปลี่ยนสีอีกเมื่อเธอสวมมันไว้ที่คอ
“อ้าว ! ไม่เปลี่ยนสีแล้วเหรอ ว่าจะเอาไปอวดมินิมเสียหน่อย แต่ช่างเถอะแบ่งทองไว้ให้เ้าพวกนั้นด้วยดีกว่า” ว่าแล้วเนย่าก็ลงมือแบ่งทองที่ได้มาเป็สี่ส่วนเท่า ๆ กันในทันทีและรอพวกเพื่อน ๆ อย่างใจเย็น แต่เพราะอากาศที่เย็นสบายใน่ระหว่างรอทำให้เธอผล็อยหลับไปในที่สุด
อีกด้านหนึ่ง
“เจอแล้วเหรอทรีบาส” เมื่อชายสูงวัยพ้นเข้ามาในประตูห้องโถงขนาดใหญ่ก็ได้รับคำถามจากผู้ที่ร้อนใจในทันที
มาดามรีรีน หญิงร่างเล็กที่อายุอานามผ่านร้อนผ่านหนาวมามากผมสีเลาเริ่มมีประปรายสีหน้าแสดงออกถึงความกระวนกระวายระคนยินดีอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่ พบแล้วแต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็อย่างที่คาดหวังสักเท่าไร” ทรีบาสถอดเสื้อคลุมและนั่งลงหัวโต๊ะของที่ประชุมในทันที
“อะไรที่ไม่เป็อย่างคาดล่ะท่าน” โควอร์กชายวัยกลางคนร่างผอมมีหนวดแหลมที่ปลายคางผมแสกกลางจัดอย่างมีระเบียบด้วยน้ำมันแต่งผมชั้นดีเอ่ยถาม ดวงตาที่มองผ่านแว่นเลนส์เดียวมานั้นดูสงสัยและเย้ยหยันอยู่ในที
“ดูเหมือนคนที่เราคอยจะมีความสามารถล้นเหลือเลยไงล่ะ ฮึ ๆ เหมือนท่านจะอยากให้ฉันพูดว่าเขาไม่ได้เื่สินะโควอร์ก” ทรีบาส ปรายตาไปทางคนที่กำลังตั้งใจแต่งหนวดตัวเองอย่างนึกขัน
“โอ! ถ้าเป็อย่างนั้นก็คงจะดีไม่น้อย ปีนี้ผู้ถูกเลือกก็มีมากเสียด้วย ได้ครบตามจำนวนก็ไม่เลว แต่ก็ต้องผ่านด่านหินอีกหลายด่านเลย” มาดามรีรีนโบกพัดสีม่วงไปมาอย่างโล่งใจ
“แต่เด็กคนนั้นจะไหวเหรอทรีบาส เมื่อเ้าตัวไม่ได้เลือกมาเองนี่” ทรอยอาร์ชายวัยกลางคนร่างท้วมบนหัวไร้เงาของเส้นผมท่าทางใจดีเอ่ยถาม
“ใครว่าเ้าตัวไม่ได้เลือกล่ะทรอยอาร์ เจาะจงมาเลยต่างหาก” ทรีบาสยิ้มกริ่มและยกน้ำชาหอมกรุ่นที่เสกขึ้นมาจิบ
“ก็เ้าตัวน่ะตายไปนานแสนนานแล้วจะมาเลือกได้ยังไง” ทรอยอาร์ส่ายหัวไปมาอย่างนึกสงสัย
“อยากรู้ก็เอาไว้ดูตอนเปิดเทอมล่ะกัน เซนเทียน่ามารีอาร์ปีนี้คงมีอะไรสนุก ๆ ให้ได้ดูแน่ฮึ ๆ” ทรีบาสจิบชาอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ของหอคอยขาวที่เป็จุดศูนย์กลางของโรงเรียนจอมเวทย์ัแห่งนี้