ร่างนุ่มนิ่มที่หลับใหลไปนานขยับสะบัดใบหูข้างหนึ่งเล็กน้อยจนเกิดเป็น้ำหมุนวนรอบใบหู เผยให้เห็นเส้นแถบสีฟ้าอ่อนสดใสที่ปลายใบหูเล็กๆ การขยับตัวครั้งนี้เป็สัญญาณบ่งบอกถึงสติที่เริ่มกลับมา กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวอย่างเตรียมตัวจะลืมตาตื่น
ไม่นานดวงตาที่เคยเป็เพียงจุดสีดำสองจุดก็ลืมขึ้นอย่างช้าๆ มันขยายโตขึ้นกว่าก่อนเล็กน้อยอย่างเหมาะสมกับขนาดตัวที่โตขึ้น คล้ายเมล็ดแตงโมเล็กๆ น่ารัก ทำหน้าที่สร้างภาพการมองเห็นให้เ้าของ
ภาพที่ผมลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นอีกครั้งยังคงเหมือนเดิม... ถึงจะรู้สึกแปลกไปเล็กน้อยทว่าผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมันมากมาย แค่คิดว่ายังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ถูกส่งไปเกิดใหม่ที่ไหนก็โล่งใจจนไม่คิดจะสนใจอะไรอื่น
ก่อนที่ตัวผมจะหมดสติ ความคิดสุดท้ายยังนึกว่าจะดับวูบไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้วเสียอีก...
อุตส่าห์ระลึกตัวขึ้นมาได้ จะมาตายง่ายๆ ทั้งไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรเร็วขนาดนี้ก็เสียดายโอกาสที่ใครอื่นไม่มีทางได้มากันพอดี
โชคดีที่ผมยังคงมีชีวิตอยู่...
ผมใช้เวลาชั่วพริบตาสำรวจรอบตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยเกรงว่าการสลบไม่ได้สติจะทำให้พลาดอะไรบางอย่างไป ซึ่งภาพที่ควรจะเป็รังเก๊ปลอมๆ กับเ้าต้นไม้ต้นหนึ่งและผืนทราย ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ทำให้ผมตื่นรู้งอกออกมาจากผืนดินเป็ต้นหน่อเล็กๆ เต็มไปหมด รังหลักของผมเองก็พังกระจายเศษซากไปทั่วรอบตัวของผม
อันที่จริงเ้าต้นไม้หน่อเล็กๆ นั่นก็ไม่เล็กแล้ว… มีกิ่งก้านยื่นออกมาหลายกิ่งเกินกว่าที่จะเรียกว่าเป็หน่อต้นอ่อน ต้นไม้แม่พันธุ์ของพวกมันเองก็เติบโตขึ้นระหว่างที่ผมไม่ได้สติ จำนวนกิ่งก้านของมันมากขึ้นอย่างชัดเจน ทว่าขนาดของมันกลับดูเล็กลง?
ไม่สิ… ถ้าพูดให้ถูกคือตัวผมขยายใหญ่ขึ้นต่างหาก
เพราะตัวใหญ่ขึ้นภาพที่เห็นจึงเล็กลง รังที่สร้างขึ้นมาก็คับแคบไม่สามารถยัดตัวของผมเข้าไปได้หมด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังผมยังเข้าออกได้สบายๆ มีที่เหลือเฟือแท้ๆ
ผมโตขึ้นขนาดไหนกันนะ? ทว่าถึงจะสงสัยไปก็ทำอะไรไม่ได้ ภายใต้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่แห่งนี้ตัวผมคงไม่สามารถหาอะไรก็ตามที่จะสะท้อนภาพของตนเองมาใช้ได้
นี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็การวิวัฒนาการ เหมือนหนอนที่ลอกคราบเจริญเติบโต เหมือนลูกอ๊อดที่งอกขาเล็กๆ ออกมาสองข้างเพื่อเติบโตกลายเป็สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากตัวตนแรกเกิดของมันอย่างที่ไม่อาจจดจำตัวตนแต่แรกเริ่มของมันได้
บางทีตัวผมอาจจะหยุดเจริญเติบโตเพียงเท่านี้ หรือไม่ก็อาจจะเติบโตต่อไปเรื่อยๆ จนถึงจุดสิ้นสุดของกระบวนการเติบใหญ่ กระนั้นสิ่งนี้ก็ไม่ได้อยู่ในการตื่นรู้ของผม ทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าตัวผมจะเติบโตได้อีกเท่าไหร่
อืม...ปรกติทากทะเลที่โตเต็มที่จะมีขนาดแค่ไหนกันนะ?
ก็ไม่รู้ว่าตัวผมอยู่สายพันธุ์ย่อยไหนของกลุ่มสิ่งมีชีวิตนิ่มๆ ที่เป็ก้อนเจลลี่ทะเล
หลังจากวันนั้นที่ร่างกายผมคล้ายจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น ผมก็ยังคงสอดส่องมองหาวี่แววของเงือกตนนั้น ถึงแม้ว่าเงือกตนนั้นอาจจะย้อนกลับไปแล้วระหว่างที่ผมไม่ได้สติหรือใช้เส้นทางอื่นย้อนกลับไป ทว่ามันก็เป็ไปได้ที่เขาจะยังไม่หวนกลับมา และโอกาสที่เขาจะเปลี่ยนเส้นทางกลับก็ไม่ได้มีมาก เพราะโดยสัญชาตญาณแล้วสิ่งมีชีวิตมักจะเลือกเส้นทางเดิมที่เคยผ่านมามากกว่าไปเส้นทางใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะเจอสิ่งใดบ้าง ก็เหมือนกับผีเสื้อโมนาร์ช เต่าทะเล วาฬ ปูแดงเกาะคริสต์มาส และสายพันธุ์อีกมากมายที่สัญชาตญาณบอกพวกมันให้เดินทางไปตามเส้นทางนี้ที่บรรพบุรุษของพวกมันเคยผ่าน ใช้เส้นทางเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเพื่อทั้งออกล่า เดินทาง และขยายเผ่าพันธุ์ ด้วยเป็เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยหรือความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมต่างๆ ก็ตามแต่
เพราะแบบนั้นโอกาสที่เงือกตนนั้นจะใช้เส้นทางที่ว่ายไปว่ายกลับมามีมากกว่าเลือกใช้เส้นทางใหม่
ผมรอแล้วรอเล่า ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดแล้ว แต่วี่แววของเงือกตนนั้นก็ยังไม่ปรากฏให้เห็น จะมีก็แต่สัตว์น้ำสายพันธุ์อื่นที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปจำนวนหนึ่ง มากบ้างน้อยบ้างทุกวันๆ คาดว่าเป็ผลกระทบจากเื่ก่อนหน้า ไม่รู้ว่าสาเหตุที่ผมเปลี่ยนแปลงไปจะเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า?
่นี้ระหว่างที่รอเงือกตนนั้น ผมทำการปักกิ่งขยายอาณาเขตของต้นไม้ต้นนี้ไปเล็กน้อย จัดแต่งให้เป็พุ่มไม้เป็กลุ่มก้อน ทำเป็กองปะการังกองหนึ่งใต้ทะเลกลบรังทั้งหมดไว้ข้างใต้ มีเว้นช่องเล็กน้อยเป็่ๆ เพื่อให้สามารถมองเห็นทะลุขึ้นไปได้
ทัศนวิสัยที่ดีก็เป็สิ่งหนึ่งที่สำคัญยามเกิดเหตุฉุกเฉิน หากถูกไล่ล่าขึ้นมาจริงๆ แล้วมองอะไรไม่เห็นก็แย่แล้ว จะมาตาบอดตอนที่ต้องหนีเอาชีวิตรอดไม่ได้!
ท้ายที่สุดผมก็ตัดใจเมินความรู้สึกผิดต่อระบบนิเวศที่ถูกผมทำให้เปลี่ยนแปลงไป เพราะว่าผมเห็นแก่ตัว จึงต้องเอาเปรียบทำร้ายผู้อื่นเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด ถึงจะหลอกตัวเองว่าที่ตรงนี้ก็แค่ส่วนเล็กนิดเดียวท่ามกลางท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล กระนั้นผมก็รู้… คำว่าเล็กนิดเดียวมันไม่ได้เล็กดั่งที่เห็น
ก็เหมือนกับการโยนสัตว์นักล่าหนึ่งตัวเข้าไปในดงสัตว์ที่ไร้เขี้ยวเล็บไร้ความสามารถในการปกป้องตัวเอง เมื่อทั้งคู่อยู่ในฐานะศัตรูทางธรรมชาติกับเหยื่อ สิ่งมีชีวิตนักล่าที่แข็งแกร่งกว่าผู้ซึ่งไร้ศัตรูทางธรรมชาติของมันย่อมต้องออกล่าทำลายสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมเหยื่อของมันในพื้นที่แห่งนั้น สุดท้ายสิ่งมีชีวิตก่อนหน้าก็จะถูกทำลาย ระบบนิเวศถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงตามสภาพ... มันอาจส่งผลกระทบร้ายแรงขั้นภัยพิบัติจนพื้นที่แห่งนั้นกลายเป็ที่รกร้างไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใดอีก
เพราะทุกสิ่งเชื่อมโยงกัน… เป็วัฏจักรของโลกที่เชื่อมโยงกันและกัน ชีวิตหนึ่งไปยังอีกชีวิตหนึ่ง และอีกชีวิตหนึ่งไปยังผืนดินและผืนน้ำ ผืนดินและผืนน้ำก็ก่อกำเนิดชีวิตใหม่
ถ้าจะพูดง่ายๆ ก็คือ ฉลามกินปลา ปลากินแพลงก์ตอน แพลงก์ตอนก็สังเคราะห์แสงผลิตออกซิเจน หากลบจุดใดจุดหนึ่งไปจะเป็อย่างไรล่ะ? เช่นว่าฉลาม หากไม่มีฉลามปลาก็จะขยายพันธุ์ออกลูกออกหลานนับไม่ถ้วน พวกมันจะเติบโตอย่างรวดเร็วโดยไม่ถูกล่าลดจำนวนลง สุดท้ายพวกมันก็มีจำนวนมากเกินกว่าที่แพลงก์ตอนจะเจริญเติบโตได้ทัน เมื่อไม่มีแพลงก์ตอนจะเป็อย่างไร? ปลาที่มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนก็จะขาดแหล่งอาหาร พวกมันอาจจะย้ายแหล่งที่อยู่ใหม่เพื่อกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า และเมื่อหมดสิ้นแหล่งอาหารแล้ว... พวกมันก็จะหันเข้าหาพวกเดียวกันเอง หรือไม่ก็ตกตายด้วยความหิวโหย แต่ไม่แน่พวกมันอาจจะตกตายกันทั้งหมดก่อน เพราะไม่ใช่เพียงแค่อากาศเท่านั้นที่้าออกซิเจน เมื่อไม่มีแพลงก์ตอนสังเคราะห์แสงผลิตออกซิเจนแล้วน้ำก็จะเน่าเสีย ไม่อาจใช้เหงือกหายใจเพื่อกรองอากาศเอาออกซิเจนได้
จะเห็นได้ว่าจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นเป็ไปไม่ได้ ตัวผมเองก็เป็ผู้ล่าและเหยื่อในขณะเดียวกัน มันก็แค่ตอนนี้สิ่งมีชีวิตที่จะกินผมเพราะผมเป็เหยื่อของพวกมันยังไม่ว่ายผ่านมาเท่านั้นเอง
ผลกระทบของการทำลายระบบนิเวศไม่ใช่เื่เล็กน้อย ซึ่งความมีเหตุมีผลนั้นทำให้ผมรู้สึกผิด กระนั้นส่วนหนึ่งในจิตใต้สำนึกที่ตื่นรู้ก็ได้ปลอบโยนว่ามันจะไม่เป็ไร มันทำให้ความรู้สึกผิดลดน้อยลงเสี้ยวหนึ่งเพื่อให้ผมก้าวไปข้างหน้า
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องยอมรับผลที่ตามมานี้ได้…
------------------------------
เื่นี้ Slow Life น้องค่อยๆไปเรื่อยๆ
ถ้าใครเห็นประโยคแปลกๆ คำผิด หรืออ่านตรงไหนงงๆ ไม่เข้าใจก็ทักมาบอกได้น้าา
ปล. ถ้าอ่านเื่นี้แล้วรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยก็ถือว่าคนเขียนทำสำเร็จแล้ว
มันคือแรงกดดันใต้ทะเลยังไงล่าาาาา
-----------------
เื้ัการถ่ายทำ
-----------------
น้องทากทะเล : (ดูดน้ำทะเลเข้าปาก)
คนแต่ง : หนูทำอะไรอ่ะคะ
น้องทากทะเล : ผมอยากโตไวๆ ก็เลยดูดน้ำทะเลให้ตัวขยาย
คนแต่ง : .....(ได้เหรอว่ะ)
น้องทากทะเล : (ดูดน้ำทะเลต่อไป)