เย่วชิงมองท่านแม่ทัพหยางหานเจี้ยและท่านรองแม่ทัพจ้าวเซี่ยหลิวที่เดินหายลับไปจากห้องก่อนจะหันมาสนใจโจว หยางิที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาเอาแต่จ้องมองมาที่เขานิ่ง คิ้วหนาก็ขมวดเข้าหากันจนจะเป็โบว์อยู่แล้วไม่รู้ว่าคิดมากเื่อะไร คงไม่ใช่ว่านำคำที่ท่านรองแม่ทัพพูดมาคิดหรอกนะถ้าเป็เื่นั้นล่ะก็ไม่เห็นต้องคิดให้ปวดสมองเลย
“ หยางิท่านเป็อะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าเครียด ๆ ”
“ เ้าอิ่มหรือยัง ” ร่างสูงไม่ตอบที่เย่วชิงถาม
“ อื้อ ” พยักหน้าตอบ พร้อมกับดวงตาสีน้ำเงินแววใสที่จ้องมองใบหน้าของร่างสูงเพื่อรอคำตอบ
“ ที่ข้าถามไป ท่านยังไม่ตอบเลยนะ ”
โจวหยางิไม่มีคำตอบให้เขาอุ้มลูกเสือดำตัวน้อยลอยขึ้นมาแนบอก แล้วเดินไปยังทิศทางห้องนอนของตัวเอง ในหัวยังคิดเื่ที่จ้าวเซี่ยหลิวพูดไม่ตก
ถ้าไม่ใช่จ้าวเซี่ยหลิวแต่มีคนอื่นที่คิดร้ายลักพาตัวเย่วชิงไปจากเขาจริงล่ะไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนนั้นเขาจะยังคุมสติได้อยู่หรือไม่เพราะขนาดจ้าวเซี่ยหลิวที่เป็สหายพูดเล่นเขายังโกรธจนเผลอปล่อยไอสังหารออกมา
เมื่อเดินมาถึงเตียงนอนองค์รัชทายาทก็เอนตัวลงนอนบนเตียงกว้างทันที
“ ข้าของีบสักพัก ”
เย่วชิงก็ไม่รู้จะทำอะไรจะลุกก็ไม่ได้เพราะโดนอีกฝ่ายกอดเอาไว้แน่นเงยมองร่างสูงก็หลับไปแล้ว เขาที่พึ่งทานข้าวมาอิ่ม ๆ พอนอนอยู่นิ่ง ๆ ก็เริ่มง่วงบ้างผุบหน้าลงที่หน้าอกแกร่ง ไม่นานก็เข้าสู่นิทราไป
ในห้วงความฝันของเย่วชิงมีกลุ่มหมอกขาวรายล้อมอยู่รอบตัวเขาจนมองไม่เห็นอะไรก่อนที่มันจะค่อย ๆ สลายไป
ปรากฎเป็สถานที่สักแห่งหนึ่งไม่รู้ว่าเป็ที่ไหนแต่เขากลับรู้สึกอบอุ่น คุ้นเคยราวกับว่าเคยอยู่ที่นี่มาก่อน หันมองดูรอบ ๆ น่าจะเป็ห้องนอนของใครสักคนดูจากการตกแต่งห้องน่าจะเป็เด็กผู้ชายเพราะมีโปสเตอร์รูปรถติดเต็มห้องไปหมด สงสัยเ้าตัวคงจะชอบรถเอามาก ๆ
บนเตียงมีเด็กชายคนหนึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ มีผู้หญิงนั่งอยู่ด้วยมองจากด้านหลังไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกคิดถึงแผ่นหลังของคนนี้มาก อยากจะเข้าไปสวมกอดให้แน่นให้หายคิดถึงขาเรียวก้าวไปข้างหน้าจ้องมองแผ่นหลังนั้นราวกับว่าไม่ได้เจอกันมานานแสนนาน
เย่วชิงเดินมาด้านหน้าหญิงสาวเพื่อลอบมองใบหน้าว่าเป็ใครตนเองรู้จักหรือเปล่า ดูแล้วอายุยังไม่มากเท่าไหร่ คงจะสักสามสิบต้น ๆคาดว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็แม่ของเด็กชายที่นอนหลับอยู่
“ เ้าจันทร์น้อยของแม่ ตื่นได้แล้ว เช้าแล้วนะ ลูกจะนอนไปถึงไหน ”เสียงหวานของคนเป็แม่เอ่ยดังข้างหูของลูกชายจอมขี้เซา
ผู้เป็แม่ส่งยิ้มให้เด็กน้อยที่กระปรือตาเล็กน้อยทำท่าจะหลับต่อเธอจึงลูบศีรษะลูกชายเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ใบหน้าของเธอคล้ายกับคนที่เย่วชิงรู้จักความรู้สึกที่คุ้นเคย คิดถึง
และโหยหา มันคืออะไรกันแล้วยังจะเด็กคนนี้อีกทำไมถึงได้หน้าเหมือนเขาตอนเด็ก ๆ เลยล่ะนี้มันเื่อะไรกันแน่ ทำไมถึงได้ฝันถึงพวกเขาด้วย
แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับเขา
“ อื้อ จันทร์ขอนอนต่ออีกนิดนะฮะแม่ ” เสียงเล็กเอ่ยพร้อมมุดเข้าผ้านวมผืนหนา
แปลกจังทำไมเด็กนี้ถึงชื่อเหมือนเขาในโลกเก่าเลยล่ะ
พอสังเกตใบหน้าของเด็กน้อยก็เหมือนกับเขาตอนเด็กๆราวกับแกะ
“ เช้าแล้วนะ วันนี้เราจะไปเที่ยวกัน ลูกลืมไปแล้วเหรอ ”คนเป็แม่เอ่ยกับลูกชายของเธอที่ไม่ยอมตื่นสักที
เมื่อคืนเธอบอกให้รีบนอนแต่หัวค่ำก็ไม่เชื่อ เ้าตัวดันตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวจนนอนไม่หลับพอเช้ามาถึงได้ง่วงอย่างที่เห็น เธอได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“ ไปเที่ยว! ” เด็กชายะโเสียงดัง เด้งตัวขึ้นจากเตียง
“ ใช่จ๊ะ ถ้าตื่นแล้วก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำได้แล้ว ไปถึงจะได้ไม่ร้อนมาก ”เธอตอบพร้อมยิ้มให้กับลูกชาย ก่อนลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดตัวโปรดของเด็กน้อยมาวางไว้บนเตียงนอน
“ คร้าบบบ ” เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ คนเป็แม่เห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าเมื่อกี้ยังงอแงบอกว่าขอนอนต่ออยู่เลย พอพูดถึงไปเที่ยวล่ะก็ตื่นเต็มตาเสียอย่างนั้น
คนเป็แม่พับเก็บที่นอนให้ลูกชายเสร็จแล้วก็เดินออกจากห้องเย่วชิงไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อจึงเดินตามหญิงสาวไปเธอมองสามีที่นั่งอยู่ดูข่าวบนโซฟาในห้องรับแขก เมื่อชายหนุ่มได้ยินเสียงคนเดินเขาก็หันหน้าไปมองเห็นว่าเป็ภรรยาก็ส่งยิ้มให้ทันทีคนเป็ภรรยาจึงยิ้มตอบแล้วเดินไปนั่งข้างสามี
“ ปลุกเ้าตัวแสบเสร็จแล้วเหรอ ”
“ ค่ะ พอบอกว่าจะไปเที่ยวเท่านั้นแหละก็รีบลุกขึ้นมาทันทีเลยค่ะ "
“ ฮ่า ๆ เ้าเด็กคนนี้ พอเป็เื่เที่ยวแล้วไวเชียวนะ ” คนเป็พ่ออดที่จะหัวเราะไม่ได้เมื่อนึกถึงภาพของลูกชายตัวแสบตอนบอกว่าจะพาไปเที่ยว
“ นั้นสิค่ะ ทีปลุกให้ไปโรงเรียนล่ะกว่าจะแงะออกจากเตียงได้ต้องพูดแล้วพูดอีกก็ไม่ยอมตื่น ”
ตึงตึง
“ พ่อฮะ แม่ฮะ ” เสียงเล็กะโมาแต่ไกล พร้อมกับเสียงวิ่งลงจากบันได
“ จันทร์ อย่าวิ่งลูก ” คนเป็แม่เอ่ยปราม มองลูกชายที่วิ่งเข้ามากอดเธอเด็กน้อยส่งยิ้มกว้างประจบกลัวแม่จะดุ
“ แม่บอกแล้วว่าห้ามวิ่ง ถ้าเกิดล้มขึ้นมาแล้วเจ็บเราจะอดเที่ยวนะรู้ไหม ”
“ จันทร์ขอโทษฮะแม่ ” เด็กน้อยทำหน้าสลดลง
“ แม่เขาไม่ได้จะดุลูก แต่แม่เขาเป็ห่วงลูกเข้าใจไหม ”คนเป็พ่อเห็นลูกชายเศร้าก็รู้สึกสงสารจึงอธิบายให้เ้าตัวได้เข้าใจว่าสิ่งที่ภรรยาเขาพูดเพราะเป็ห่วง
“ ฮะ ”
“ ไหนยิ้มหน่อยสิ หิวหรือยัง เราไปทานข้าวกันก่อนแล้วค่อยไปเที่ยวกัน วันนี้แม่ทำของโปรดที่จันทร์ชอบด้วยนะ”
“ จริงเหรอฮะ แม่ใจดีที่สุดเลย จันทร์รักแม่นะ ” ดวงตากลมโตเป็ประกายยกยิ้มกว้างเมื่อได้ยินว่าวันนี้มีของโปรดที่ตัวเองชอบทานแขนเล็กกอดคอผู้เป็แม่แน่น
“ จ๊ะ แม่ก็รักจันทร์ ”
“ แล้วไม่มีใครรักพ่อบ้างเหรอ ” คนเป็พ่อกอดอกนิ่งแล้ว บึนปากงอน ๆมองสองแม่ลูกที่กอดกันกลมไม่สนใจเขา
“ จันทร์ก็รักพ่อฮะ ” เด็กน้อยผละตัวออกจากอ้อมกอดของแม่แล้วลุกขึ้นมากอดพ่อบ้าง เดี๋ยวคุณพ่อจะน้อยใจ
วันนี้เป็วันเกิดของเด็กน้อยเขาดีใจมากที่พ่อกับแม่จะพาไปเที่ยวสวนสัตว์เมื่อทานอาหารเสร็จทั้งสามก็ขับรถออกจากบ้าน คุณพ่อเป็คนขับรถ มีแม่นั่งข้าง ๆ ส่วนเขานั่งอยู่เบาะด้านหลัง
เย่วชิงเองก็ตามครอบครัวนี้มาด้วยเช่นกันเขานั่งเบอะหลังข้างเด็กชาย เขาอยากรู้ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็อย่างไรต่อ แต่ไม่รู้ว่าทำไมในใจของเขาถึงรู้สึกว่าอีกไม่นานจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นกับคนในครอบครัวนี้
เสียงพูดเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยดังขึ้นตลอดทางเมื่อถึงทางแยกมีไฟแดงด้านหน้า คุณพ่อก็ชะลอรถลงแล้วหันมาพูดกับลูกชาย
ทว่าก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเหมือนกับที่เขาคิดไม่มีผิดมีรถพ่วงสิบล้อบรรทุกของมาเต็มคันรถเสียหลักพุ่งเข้าชนรถของพวกเขาที่จอดติดไฟแดงอยู่เข้าอย่างจังรถพลิกคว่ำลอยไปตกที่ข้างทางทำ ให้ทั้งสามที่นั่งอยู่ในรถได้รับาเ็จนหมดสติไป
ทั้งที่วันนี้มันควรจะเป็วันดีแท้ๆ แทนที่พวกเขาจะได้ไปเที่ยวสวนสัตว์อย่างมีความสุข แต่ดันเกิดเื่ซะได้
เย่วชิงใมากกับเื่ที่เกิดเขาพยายามจะช่วยดึงทุกคนออกมาจากรถ แต่มือของเขามันทะลุผ่านร่างนั้นไปหมดทำได้เพียงยืนมองพวกเขาเท่านั้น
นนี่ มันอะไรกัน
ทำไมถึงเป็แบบนี้ใครก็ได้ช่วยบอกเขาที
อึก…เจ็บ
ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ผุดเข้ามาในหัวไม่หยุด เป็ภาพครอบครัวของทั้งสามคนนี้ ซ้อนทับกันไปมาเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ครอบครัวสุขสันต์ นั่งดูหนังด้วยกัน หยอกล้อกันสนุกสนาน
ปวดหัวฮึก อ หยางิ ช่วยด้วย ฮึก
ไม่นานก็มีคนหยุดรถเพื่อลงมาพวกเขาช่วยกันดึงร่างที่หมดสติของทั้งสามคนในรถออกมาไม่นานรถพยาบาลก็มาถึงจุดเกิดเหตุ นำตัวคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลทันทีเย่วชิงจึงเดินขึ้นรถไปด้วย ภาวนาให้ทั้งสามคนไม่เป็อะไรเขานั่งรอหน้าห้องฉุกเฉินอยู่นานแต่ก็ไม่มีใครออกมาสักทีเสียงรองเท้าหลายคู่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เขาเงยหน้ามองคนมาใหม่ที่คุยเคยดีพ่อกับแม่ของเขานั้นเอง
แกรกเสียงประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกมา พร้อมกับคุณหมอมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ คุณหมอครับ ไม่ทราบว่าพวกเขาเป็ยังไงบ้างครับ ปลอดภัยดีใช่ไหมครับ ”
“ ไม่ทราบว่าพวกคุณเป็อะไรกับคนไข้ครับ ”
“ ผมเป็ญาติกับคนเจ็บครับ ”
“ หมอต้องแสดงความเสียใจกับญาติด้วยนะครับหมอช่วยเต็มที่แล้วแต่พวกเขาได้รับาเ็สาหัด หมอไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้จริง ๆส่วนเด็กน้อยที่มาด้วยนั้นไม่เป็อะไรมากมีเพียงศีรษะที่ได้รับาเ็จากการกระแทก แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ ”
น้ำตาของเย่วชิงค่อยๆ ไหลออกมา เมื่อรู้ว่าสองสามีภรรยาได้จากไปแล้ว ทำไมถึงไม่อดทนอีกสักนิดจะทิ้งให้จันทร์อยู่คนเดียวเหรอ แล้วเด็กน้อยจะอยู่ต่อไปได้ยังไง ถ้าหากรู้ว่าพ่อกับแม่ไม่อยู่แล้ว
เย่วชิงร้องไห้อย่างหนักไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเสียใจขนาดนี้เหมือนกับว่าเขากำลังเสียคนสำคัญในชีวิตไปตลอดกาล
“ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ ”
ทางด้านคนที่ชนก็ได้รับาเ็ด้วยเช่นกันตำรวจบอกว่าคนขับรถพ่วงสิบล้อหลับในเพราะขับรถมาตลอดทั้งคืนและก่อนหน้านั้นก็ไม่ค่อยได้พักผ่อนทำให้วูบหลับไป
ตำรวจก็ได้ตั้งข้อหาประมาทจนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตส่วนเด็กที่รอดชีวิตตำรวจก็ได้ให้ญาติรับไปดูแล
ภาพตัดมาที่เด็กน้อยตอนนี้ถูกย้ายมาที่ห้องพักแล้ว มีผ้าพันแผลที่หัวและรอยแผลเล็กน้อยถามแขนเด็กชายตื่นขึ้นมาในวันต่อมาแต่กลับจำอะไรไม่ได้หมอวินิจฉัยว่าความจำของอีกฝ่ายอาจจะเสื่อม เพราะได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะหายเมื่อไหร่ต้องสังเกตอาการสักระยะ
เมื่อเด็กน้อยหายดีแล้วก็ถูกคนชายหญิงแปลกหน้าสองคนบอกว่าจะพากลับบ้านและเป็บ้านที่เย่วชิงรู้จักดี เพราะเป็บ้านที่เขาอาศัยมาตลอดั้แ่จำความได้
เด็กน้อยยังคงจำอะไรไม่ได้ทั้งสองคนบอกกับเด็กน้อยว่าตนเป็พ่อกับแม่ของเขาทั้งยังแนะนำให้รู้จักกับพี่สาวและพี่ชายของตัวเองพวกเขาไม่ได้บอกความจริงในเมื่อเด็กน้อยลืมมันไปแล้วก็ไม่อยากจะรื้นพื้นให้เ็ปว่าความจริงพ่อกับแม่ตัวจริงไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้วและคอยเลี้ยงดูเด็กน้อยจากนั้นเป็ต้นมา
พวกเขารับเด็กน้อยเป็ลูกบุญธรรมส่งให้เรียนหนังสือให้เงินใช้ ซึ่งเงินนั้นก็เป็เงินที่พ่อกับแม่ของเ้าตัวทิ้งเอาไว้เป็เงินจำนวนเยอะพอสมควร แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ได้ให้คือความรักที่เด็กน้อยขาดไปเพราะถึงยังไงเด็กคนนี้ก็ไม่ใช่ลูกแท้ของตน จะให้รักเหมือนลูกตัวเองก็ไม่ใช่
เย่วชิงมองภาพตรงหน้าเมื่อนำทุกเื่มาประกอบกัน ก็เข้าใจทันที หัวใจของเขาบีบแน่น น้ำตาค่อยไหลออกจากตาช้าๆ
ฮึกจำได้แล้ว เขาจำทุกอย่างได้แล้วเมื่อก่อนไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่รักเขาเหมือนกับพี่ ๆตอนนี้เขาก็ได้เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ทำไมเขาถึงโหยหาความรักจากพ่อกับแม่มาตลอด แต่ก็ไม่เคยได้เพราะทั้งสองคนไม่ใช่พ่อกับแม่ที่แท้จริงของเขาส่วนคนที่เป็พ่อกับแม่ที่แท้จริงนั้นไม่อยู่แล้ว
ทำไมความจริงถึงได้เ็ปขนาดนี้นะ